LNCrawler

ทุ่มเงินซื้อคูปอง

ยุค 70 เกิดใหม่ครานี้ฉันจะร้ายให้สุด — novel.dek d.com · All chapters

ทุ่มเงินซื้อคูปอง

ทันทีที่ชายชราได้ยินน้ำเสียงของหลินเจี้ยนเสวี่ย เขาก็รู้ได้ทันทีว่าลูกค้ารายใหญ่อยู่ตรงหน้านี้แล้ว เขามองซ้ายมองขวา ราวกับกลัวว่าจะมีคนมาแย่งลูกค้าไป จึงกดเสียงต่ำลงแล้วพูดว่า

“แม่หนู เราไปหาที่ที่ไม่มีคนคุยกันดีไหม ?” ตลาดมืดแห่งนี้มีทั้งคนดีและคนไม่ดีปะปนกันไปหมด ใครจะรู้ว่าชายชราคนนี้คิดอะไรอยู่ หากเขาเห็นเงินแล้วเกิดโลภขึ้นมา หลอกเธอไปยังที่ลับตาคนแล้วปล้นเงินของเธอ แบบนั้น...ก็จะไม่มีใครช่วยเธอได้

หลินเจี้ยนเสวี่ยถอยหลังไปก้าวหนึ่งอย่างแนบเนียน เว้นระยะห่างจากชายชราให้มากขึ้น ก่อนจะตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบว่า

“ไม่ไปที่ไหนทั้งนั้น คุยกันตรงนี้ อย่ามาตุกติกกับฉันนะ” ขณะที่พูด หลินเจี้ยนเสวี่ยก็แอบสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัวไปด้วย แม้ตรอกเล็ก ๆ แห่งนี้จะค่อนข้างแคบ แต่...อย่างน้อยก็ยังมีคนเดินผ่านไปผ่านมา หากเกิดอะไรขึ้นจริง ๆ เธอตะโกนเรียกให้คนช่วย ยังไงก็มีคนเข้ามาช่วยเธอแน่นอน

“โธ่ ~ แม่หนู เธอเข้าใจฉันผิดแล้ว ฉัน ‘หลี่เหล่าถัว’ ตั้งใจมาทำการค้ากับเธอด้วยความจริงใจนะ”

เมื่อเห็นท่าทีของหลินเจี้ยนเสวี่ยที่เหมือนกำลังบอกว่า ถ้าคิดจะแตะต้องฉันแม้แต่นิดเดียว ฉันก็จะสู้ตายกับนาย ชายชราก็รีบโบกมือ สีหน้าเต็มไปด้วยความจนใจ

เขาพูดไปก็สังเกตเห็นความระแวงของหลินเจี้ยนเสวี่ยไปด้วย จึงตัดสินใจถอดเสื้อคลุมทหารสีเขียวที่สวมอยู่ออก เผยให้เห็นกระเป๋าหนังที่สะพายเฉียงอยู่ด้านใน เขามองซ้ายมองขวาอย่างระมัดระวัง ก่อนจะเปิดกระเป๋าหนัง แล้วเอาของด้านในออกมาให้หลินเจี้ยนเสวี่ยดู

“ดูสิ ของที่ฉันมีล้วนเป็นของจริงทั้งนั้น วันนี้ก่อนออกจากบ้าน ฉันพกคูปองข้าวสารมา 50 ชั่ง เป็นแบบ 10 ชั่งต่อหนึ่งใบ มีทั้งหมด 5 ใบ คูปองเนื้อแบบ 1 ชั่ง ฉันมี 15 ใบ ส่วนคูปองน้ำตาลแบบครึ่งชั่งมี 5 ใบ คูปองอุตสาหกรรมก็มี 10 ใบ นอกจากพวกนี้แล้ว ยังมีคูปองผ้า คูปองสบู่ คูปองไม้ขีด ของจิปาถะพวกนี้ก็มีอีกไม่น้อย เธออยากได้อะไรบอกมาได้เลย”

หลินเจี้ยนเสวี่ยมองกองคูปองหลากสีที่อยู่ในกระเป๋าหนังของชายชราก็ประหลาดใจมาก ของที่ตาแก่นี่มีเยอะจริง ๆ ในยุคนี้ สิ่งของต่าง ๆ ขาดแคลน คูปองเหล่านี้ล้วนเป็นเหมือนเงินที่ใช้แลกเปลี่ยนได้ และบางครั้งยังมีค่ามากกว่าเงินสดเสียอีก

ชายชราคนนี้สามารถเอาคูปองออกมาได้เยอะขนาดนี้ ดูเหมือนจะไม่ธรรมดาจริง ๆ แต่...ภายนอกเธอยังคงไม่แสดงสีหน้าใดๆ เธอถามกลับไปว่า

“คูปองข้าวสารกับคูปองเนื้อ คุณขายใบละเท่าไหร่ ?” เมื่อ หลี่เหล่าถัวเห็นว่าหลินเจี้ยนเสวี่ยมีท่าทีจะซื้อ เขาก็ดีใจมาก ขยับเข้าไปใกล้เธออีกหน่อยแล้วพูดว่า

“เรื่องราคาน่ะเหรอ ? เราสามารถคุยกันได้ เท่าไหร่ก็ได้ เธอเสนอราคามาได้เลย ขอแค่สมเหตุสมผลฉันขายให้หมด”

หลินเจี้ยนเสวี่ยไม่รู้ราคาขายที่นี่เลย หลี่เหล่าถัวคนนี้ดูแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นคนที่เจ้าเล่ห์มาก การที่เขาอยากให้เธอเป็นฝ่ายเสนอราคาขึ้นมา เห็นได้ชัดว่าอยากลองหยั่งเชิงดูว่าเธอรู้ราคาหรือไม่ จะได้ฉวยโอกาสโก่งราคา เธอไม่อยากถูกตาแก่คนนี้จูงจมูก จึงแค่นเสียงเบา ๆ แล้วพูดว่า

“ถ้าคุณไม่บอกราคา งั้นฉันไม่ซื้อของคุณแล้ว ฉันไปถามคนอื่นดีกว่าว่าขายกันราคาเท่าไหร่” พูดจบ...เธอก็ทำท่าจะเดินออกไป

“แม่หนู เดี๋ยวๆ อย่าเพิ่งไป” เมื่อเห็นดังนั้น หลี่เหล่าถัวก็มีอาการร้อนรนขึ้นมาทันที เขารีบคว้าแขนเรียวไว้ เพราะกลัวว่าลูกค้ารายนี้จะหลุดมือไป

“มีอะไรก็ค่อย ๆ คุยกันสิ เมื่อกี้ฉันก็แค่ล้อเธอเล่นน่า” เขารู้แล้วว่าผู้หญิงคนนี้หลอกไม่ง่าย จึงไม่อ้อมค้อมอีกต่อไป รีบบอกราคาอย่างตรงไปตรงมา

“คูปองข้าวสารน่ะ แบ่งเป็นคูปองข้าวสารใช้ได้ทั่วประเทศกับคูปองข้าวสารท้องถิ่น คูปองที่ใช้ได้ทั่วประเทศจะแพงกว่านิดหน่อย 10 ชั่งราคา 4 หยวน ส่วนคูปองท้องถิ่นถูกกว่า 10 ชั่งราคา 2 หยวน เธออยากได้แบบไหน ?”

เธอต้องการคูปองข้าวสารที่ใช้ได้ทั่วประเทศอยู่แล้ว ครอบครัวของฝูเจียเหวยอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ คูปองข้าวสารท้องถิ่นเอาไปใช้ที่นั่นไม่ได้ แต่...เธอก็ยังเผื่อทางหนีทีไล่เอาไว้ จึงเหลือบมองชายชราแล้วพูดว่า

“ฉันไปถามที่อื่นดูก่อน ถ้าราคาของคุณสมเหตุสมผล ฉันจะกลับมาซื้อกับคุณนะคะ”

เมื่อครู่...หลี่เหล่าถัวยังพยายามเล่นลูกไม้กับเธออยู่เลย จึงยากที่จะรับประกันว่าเขาจะไม่หลอกเธออีก เธอไปถามราคาที่อื่นก่อน จะได้รู้ว่าชายชราคนนี้กำลังตั้งราคาแพงเกินจริงกับเธอหรือเปล่า

“แม่หนู เธอนี่จริงๆ เลยนะ” หลี่เหล่าถัวหัวเราะแห้ง ๆ แล้วส่ายหน้าไปมาอย่างจนใจ

“วางใจได้ ฉันไม่มีทางเอาเปรียบเธอหรอก อยากไปถามก็ไปเถอะ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าในตลาดมืดแห่งนี้จะมีใครขายถูกกว่าหลี่เหล่าถัวคนนี้”

หลินเจี้ยนเสวี่ยไม่ได้พูดอะไรอีก เธอหันหลังแล้วเดินจากไป เธอกระชับผ้าพันคอ แล้วเดินวนรอบตลาดมืดหนึ่งรอบ แวะถามราคาคูปองข้าวสารกับคูปองเนื้อจากร้านต่าง ๆ ทีละร้าน

“สหาย คูปองข้าวสารนี้ขายยังไงคะ ?”

“พี่คะ คูปองเนื้อใบละเท่าไหร่ ?”

“มีคูปองอุตสาหกรรมไหมคะ ? ราคาเท่าไหร่เหรอคะ ?”

 

.....

เธอเดินถามจนครบ 1 รอบ ถึงรู้ว่าราคาที่หลี่เหล่าถัวเสนอนั้นไม่ได้แพงไปจริง ๆ ในตลาดมืดแห่งนี้ แม้จะมีบางร้านที่ขายถูกกว่าเขาเล็กน้อย แต่...คูปองของร้านเหล่านั้นบางร้านก็มีไม่เยอะ หรือไม่ก็คุณภาพไม่ดี ของมีไม่เยอะเท่าหลี่เหล่าถัวมี

หลินเจี้ยนเสวี่ยรู้ราคาในใจแล้ว จึงเดินกลับไปที่แผงของหลี่เหล่าถัว

“ฉันเอาคูปองข้าวสาร คูปองเนื้อ คูปองน้ำตาล แล้วก็คูปองอุตสาหกรรม เอาหมดเลย เอาแบบที่ใช้ได้ทั่วประเทศนะคะ”

เมื่อหลี่เหล่าถัวได้ยินดังนั้น ก็ยิ้มแย้มออกมาทันที เขาถูมือไปมา แล้วหยิบคูปองออกมาจากกระเป๋าหนังอย่างไว ก่อนจะนับให้เธอแล้วเอ่ยถามว่า

“แม่หนู ซื้อคูปองเยอะขนาดนี้เอาไปทำอะไรเหรอ ? ส่งให้ญาติเหรอ ?”

ในยุคนี้ คนที่สามารถควักเงินจำนวนมากมาซื้อคูปองทีเดียวแบบนี้มีไม่มากนัก หลินเจี้ยนเสวี่ยกำลังก้มหน้ามองกองคูปองที่เขาหยิบออกมา เมื่อได้ยินอีกฝ่ายเอ่ยถาม เธอก็เงยหน้าขึ้นมองแล้วพยักหน้าเบาๆ พลางเอ่ยตอบ

“อืม ผู้มีพระคุณของฉันกำลังลำบาก ฉันเลยอยากส่งคูปองข้าวสารไปให้เขาไว้ใช้ยามฉุกเฉินน่ะค่ะ”

เมื่อได้ยินแบบนั้น หลี่เหล่าถัวก็เข้าใจได้ทันที ในยุคนี้ บ้านไหนไม่มีญาติหรือเพื่อนที่กำลังลำบากบ้างล่ะ ? คนที่ยังนึกถึง และส่งคูปองข้าวสารไปให้คนอื่นในช่วงเวลาแบบนี้ ล้วนเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์และมีน้ำใจทั้งนั้น

หลี่เหล่าถัวจึงรู้สึกนับถือหลินเจี้ยนเสวี่ยมาก มือที่กำลังนับคูปองก็เร็วขึ้นด้วย เขารีบนับคูปองอย่างคล่องแคล่ว พลางพึมพำไปด้วยว่า

“แม่หนู วางใจได้ หลี่เหล่าถัวคนนี้ทำการค้ามานาน สิ่งที่ให้ความสำคัญที่สุดคือความซื่อสัตย์ ฉันจะนับให้เธออย่างดี ไม่มีขาดแม้แต่ใบเดียวแน่นอน”

“คูปองข้าวสารแบบใช้ได้ทั่วประเทศ 50 ชั่ง ฉันมีทั้งหมด 5 ใบ ใบละ 10 ชั่ง 10 ชั่งราคา 4 หยวน รวมทั้งหมด 20 หยวน”

หลี่เหล่าถัวนับคูปองข้าวสารเสร็จก่อน แล้วจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ ก่อนจะยื่นให้หลินเจี้ยนเสวี่ย

“ลองนับดูสิ” หลินเจี้ยนเสวี่ยรับคูปองข้าวสารมา แล้วตรวจดูอย่างละเอียด แล้วก็พบว่าเป็นคูปองข้าวสารที่ใช้ได้ทั่วประเทศจริง ๆ สภาพก็ดีมากด้วย ไม่มีรอยขาดและไม่มีคราบสกปรกเลย

“คูปองเนื้อมีทั้งหมด 15 ใบ ใบละ 1 หยวน 5 เจียว รวมเป็น 22 หยวน 5 เจียว”

หลี่เหล่าถัวนับคูปองเนื้อออกมาอีก 15 ใบ คูปองเนื้อพวกนี้มีขนาดเล็กกว่าคูปองข้าวสารเล็กน้อย และมีรูปหมูพิมพ์อยู่บนคูปอง

“คูปองน้ำตาลแบบครึ่งชั่ง ใบละ 5 เจียว ฉันมีอยู่ 5 ใบ รวมเป็น 2 หยวน 5 เจียว ส่วนคูปองอุตสาหกรรมเป็นแบบใช้ได้ทั่วประเทศ ใบละ 5 หยวน ถ้าเธอเอาหมดก็เป็น 50 หยวน ในกระเป๋าฉันยังมีคูปองสบู่ คูปองไม้ขีด แล้วก็คูปองผ้าอีก 2-3 ใบ ถือว่าแถมให้แล้วกัน”

พูดจบ...หลี่เหล่าถัวก็หยิบกองคูปองจิปาถะออกมาจากกระเป๋า แล้วยัดใส่มือหลินเจี้ยนเสวี่ย

“ของพวกนี้ล้วนเป็นของดีทั้งนั้นเลยนะ รับไปเถอะ ไม่ได้มีมูลค่าเท่าไหร่ ถือว่าเป็นน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ จากหลี่เหล่าถัวคนนี้แล้วกัน”

หลี่เหล่าถัวคนนี้ฉลาดพูดมาก ทั้งได้สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า และยังถือโอกาสจัดการคูปองใบเล็กใบน้อยที่อยู่ในกระเป๋าไปพร้อมกันด้วย

“20 + 22.5 + 2.5 + 50 รวมทั้งหมด 95 หยวน” หลี่เหล่าถัวหัวเราะพลางถูมือไปมา แล้วมองหลินเจี้ยนเสวี่ย

“เธอลองนับดูอีกครั้งสิ ถ้าไม่มีปัญหาอะไรแล้ว เราก็จ่ายเงินรับของกันเลย”

95 หยวน ครั้งนี้...เรียกได้ว่าเธอใช้เงินไปเกือบ 1 ใน 4 ของเงินเก็บทั้งหมดแล้วจริง ๆ