LNCrawler

สันดานคนชั่ว

ยุค 70 เกิดใหม่ครานี้ฉันจะร้ายให้สุด — novel.dek d.com · All chapters

สันดานคนชั่ว

“พี่อวี่ไป๋ ขอแค่พี่ยังคิดถึงฉัน ยังคอยเป็นห่วงฉัน แค่นี้ฉันก็มีความสุขแล้วค่ะ ฉันแค่กลัวว่าพอพี่แต่งงานกับคุณหนูใหญ่จากในเมืองแล้วพี่จะลืมผู้หญิงที่โตมาด้วยกันตั้งแต่เด็กอย่างฉันไป พอนึกถึงเมื่อกี้ที่ฉันทำได้แค่ยืนอยู่ไกล ๆ เหมือนเป็นคนนอก มองพี่กับยัยนั่นทำตัวสนิทสนมกัน ในใจก็รู้สึกอึดอัดมากเลยค่ะ”

จากคำพูดของเจียงอวี่หนิง เจียงอวี่ไป๋ก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่เขาไม่เคยได้รับมาก่อน ความรู้สึกแบบนี้ เป็นสิ่งที่เขาไม่มีทางได้รับจากหลินเจี้ยนเสวี่ยผู้หยิ่งยโสและมั่นใจในตัวเองอย่างแน่นอน

เมื่ออยู่ในบ้านตระกูลหลิน เขาไม่อาจทำอะไรได้นอกจากวางตัวถ่อมตัว คอยยิ้มเอาใจทุกคน และต้องระมัดระวังทุกอย่างเพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดูสงบสุขเอาไว้

มีเพียงตอนที่อยู่กับเจียงอวี่หนิงเท่านั้น เขาถึงจะถอดหน้ากากทั้งหมดออกได้ เป็นผู้ชายอย่างเต็มที่ และดื่มด่ำกับความรู้สึกที่ได้รับการชื่นชมและพึ่งพาได้

เขาประคองใบหน้าเล็ก ๆ ของเจียงอวี่หนิงที่ยังมีคราบน้ำตาอยู่ ใช้ปลายนิ้วค่อย ๆ เช็ดหยดน้ำตาตรงหางตาของหล่อน ก่อนจะก้มลงจูบแก้มหล่อนเบา ๆ แล้วปลอบด้วยน้ำเสียงสุดแสนจะอ่อนโยนว่า

“เด็กโง่ พี่จะทิ้งเธอได้ยังไง ? เธอต้องเสียลูกไปก็เพราะพี่ เพราะพี่คนเดียวเลย กับหลินเจี้ยนเสวี่ยก็แค่แสดงละครไปตามสถานการณ์ ถึงอย่างไรเราก็เป็นสามีภรรยากันในนาม จะปล่อยให้คนในครอบครัวหลินรู้เรื่องความสัมพันธ์ของเราไม่ได้ เธอวางใจได้ พี่จะแต่งงานกับเธอแน่นอน ชีวิตนี้ เจียงอวี่ไป๋อย่างพี่จะมีภรรยาแค่คนเดียวเท่านั้น ก็คือเธอเจียงอวี่หนิง อีกอย่าง ตอนนี้เธอมาอยู่ที่นี่แล้ว ต่อไปเราก็เจอกันได้ทุกวัน”

เจียงอวี่หนิงได้ยินคำปลอบก็หยุดร้องไห้ ก่อนจะค่อยๆ คลี่ยิ้มด้วยความดีใจ หล่อนกางแขนโอบเอวของเจียงอวี่ไป๋ไว้แน่น ซุกหน้าเข้ากับอกแกร่งของเขาแล้วออดอ้อน

“พี่อวี่ไป๋ พี่ดีที่สุดเลย” น้ำเสียงของเจียงอวี่หนิงหวานราวกับเคลือบน้ำผึ้ง ทำให้หัวใจของเจียงอวี่ไป๋แทบละลาย

เขาโน้มหน้าลง แล้วประกบจูบริมฝีปากบางด้วยความโหยหา ในตอนที่ทั้งสองกำลังแสดงความรักต่อกันอยู่นั้นเอง ก็มีคนผลักประตูเข้ามา

ต่งไฉเซี่ยเป็นคนผลักประตูเข้ามา เดิมที...แกตั้งใจจะมาดูว่าเจียงอวี่หนิงจัดของเรียบร้อยหรือยัง แต่...ไม่คิดว่าพอเปิดประตูเข้ามาจะเห็นภาพนี้เข้าพอดี แกนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง พอได้สติ สีหน้าก็พลันซีดเผือด

ต่งไฉเซี่ยรีบชะโงกหน้าออกไปมองข้างนอก เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครเดินผ่านไปมาแถวนี้ จึงลดเสียงลงแล้วพูดกับพวกเขาสองคนด้วยความรีบร้อนว่า

“พวกแกสองคนกำลังทำอะไรกันน่ะ ?! นี่บ้านตระกูลหลินนะ รีบอยู่ห่างๆ กันเลย ถ้าเกิดมีคนมาเห็นเข้าจะทำยังไง ?!”

พูดจบ...ต่งไฉเซี่ยก็รีบปิดประตูห้องทันที เจียงอวี่หนิงสะดุ้งตกใจเพราะเสียงดุของต่งไฉเซี่ย จึงรีบผละออกจากอ้อมแขนของเจียงอวี่ไป๋ เช็ดน้ำตาตรงหางตาด้วยความลนลาน แล้วก็ยืนนิ่งไปทำอะไรไม่ถูก

“ป้าต่ง ลำบากป้าแล้ว” ต่งไฉเซี่ยมองท่าทางน่าสงสารของเจียงอวี่หนิงแล้วก็ไม่กล้าดุหล่อนอีก แกถอนหายใจเบา ๆ แล้วเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าเจียงอวี่หนิง แล้วยื่นมือไปตบไหล่หล่อนเบา ๆ พลางเอ่ยว่า

“ไม่ลำบากหรอก คนกันเองทั้งนั้น” สำหรับคนที่มาจากชนบทเล็ก ๆ อย่างพวกเธอ อยู่หมู่บ้านเดียวกันและใช้แซ่เดียวกัน ก็ถือว่าเป็นคนครอบครัวเดียวกันแล้ว มีอะไรก็ต้องช่วยเหลือกันสิ

อีกอย่าง...เจียงอวี่หนิงยังเป็นผู้หญิงที่ลูกชายของแกรัก ยังไงแกก็ต้องช่วยลูกชายดูแลหล่อน แต่...พอนึกถึงท่าทางของทั้งสองคนเมื่อครู่นี้ หากคนที่เปิดประตูเข้ามาไม่ใช่แก แต่...เป็นคนในครอบครัวหลินขึ้นมา พวกเขาได้จบเห่แน่

ต่งไฉเซี่ยอดไม่ได้ที่จะจับมือเจียงอวี่หนิงเอาไว้ แล้วเอ่ยเตือนด้วยความหวังดีว่า

“อวี่หนิง ป้ารู้ว่าหนูรู้สึกไม่เป็นธรรม แต่ตอนนี้หนูจะทำอะไรตามใจชอบไม่ได้นะ กว่าอวี่ไป๋จะตั้งหลักในบ้านตระกูลหลินได้ไม่ใช่เรื่องง่าย หนูจะมาเป็นตัวถ่วงเขาไม่ได้นะ”

เมื่อได้ยินอย่างนั้น เจียงอวี่หนิงก็เม้มริมฝีปากแน่นด้วยความน้อยใจ หยาดน้ำใสเอ่อล้นขอบตาอีกครั้ง แต่...ก็ยังเชื่อฟังและตอบรับเบาๆ อย่างว่าง่าย

“ค่ะป้าต่ง หนูเข้าใจแล้ว” เมื่อเห็นท่าทางอันน่าสงสารของเจียงอวี่หนิงแล้ว ต่งไฉเซี่ยก็ไม่อยากจะพูดอะไรต่อ ได้แต่ถอนหายใจเบา ๆ แล้วหันไปจัดเตียงให้หล่อนแทน

ภายในห้องค่อนข้างมืด ต่งไฉเซี่ยจัดการปูเครื่องนอนชุดใหม่ที่นำมาให้เจียงอวี่หนิงอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะเก็บชายผ้าปูที่นอนให้เรียบร้อย ขณะที่กำลังยุ่งอยู่ แกก็พูดบ่นไปด้วย

“อวี่หนิง ป้าจะปูเตียงให้หนูก่อน เดี๋ยวหนูต้องไปดูหลินเสี่ยวหู อุณหภูมินมกับปริมาณที่ต้องให้ในแต่ละมื้อ ป้าบอกหนูไปหมดแล้ว จำได้ใช่ไหม ?”

เจียงอวี่หนิงยืนอยู่ข้าง ๆ มองแผ่นหลังที่กำลังยุ่งอยู่กับการปูที่นอนของต่งไฉเซี่ยแล้วก็พยักหน้าด้วยความไม่เต็มใจ

“หนูจำได้แล้วค่ะป้าต่ง” พูดจบ...หล่อนก็อดไม่ได้ที่จะเบะปาก

“ประคบประหงมอย่างกับแก้วตาดวงใจ กลางคืนยังต้องตื่นมากินนมอีก ต้องวัดอุณหภูมินมด้วยเหรอ ? เด็กที่หมู่บ้านของเราไม่เห็นต้องยุ่งยากขนาดนี้เลย คนในเมืองนี่เรื่องมากจริง ๆ”

ต่งไฉเซี่ยก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย แล้วเอ่ยเสริมว่า “ใช่ ยุ่งยากจะตาย ถ้าไม่กลัวคนอื่นจับได้ ป้าอยากจะใส่ยาพิษให้ไอ้เด็กนี่ตาย ๆ ไปซะด้วยซ้ำ หมู่นี้ป้ากับอวี่ไป๋ถูกคนพวกนั้นเล่นงานเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว”

เจียงอวี่หนิงได้ยินคำพูดของต่งไฉเซี่ยเข้า แววตาก็วูบไหวเล็กน้อยราวกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ หล่อนลดเสียงลงแล้วขยับเข้าไปใกล้ต่งไฉเซี่ย ก่อนจะลองหยั่งเชิงดูว่า

“ป้าต่งคะ ป้าหยุดใส่ยาพวกนั้นลงไปในอาหารให้คนพวกนั้นกินแล้วเหรอคะ ?”