LNCrawler

เสือซ่อนเล็บ

ยุค 70 เกิดใหม่ครานี้ฉันจะร้ายให้สุด — novel.dek d.com · All chapters

เสือซ่อนเล็บ

ใครจะคิดว่า ตอนนั้นฟู่เจียเหวยยังเลือดร้อนและเต็มไปด้วยความแข็งกร้าว กลับบังเอิญเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี ฟู่เจียเหวยกด ‘หนิวเอ้อร์’ ที่ตัวใหญ่กว่าเขามากลงกับพื้นตรงนั้นเลย จากนั้น...ก็ไม่พูดอะไรสักคำ กระชากตัวเขามาต่อยทันที

คราวนี้...เรียกได้ว่าไปแหย่กับรังแตนเข้าแล้ว คนในหมู่บ้านนั้นสามัคคีกันมาก อีกทั้งยังมีนิสัยเข้าข้างคนของตัวเอง ไม่สนว่าใครถูกใครผิด พอได้ยินว่าหนิวเอ้อร์คนในหมู่บ้านถูกคนที่ถูกส่งลงมาจากที่อื่นทำร้าย ก็ไม่อยากจะปล่อยไป

คนกลุ่มใหญ่พากันกรูเข้ามา ล้อมบ้านฟืนผุพังของครอบครัวฝูเอาไว้จนแทบไม่มีช่องให้เดินผ่าน ทั้งตะโกนด่ากราดใส่หน้าฟู่เจียเหวย บังคับให้เขาขอโทษ แถมยังเรียกร้องให้ชดใช้ค่ารักษาพยาบาลอีกด้วย

สุดท้าย...ก็ยังคงเป็นผู้ใหญ่บ้านที่ออกมาช่วยไกล่เกลี่ย บอกว่าเห็นแก่ที่ครอบครัวฝูเพิ่งย้ายมา และยังเป็นคนที่ทางหน่วยงานระดับบนส่งมา จึงจัดการเรื่องนี้แบบเรียบง่าย ให้ครอบครัวฝูชดใช้เงิน 10 หยวนให้หนิวเอ้อร์ เรื่องนี้ก็ถือว่าจบกันไป

เหลียงปินจนถึงตอนนี้ยังจำสีหน้าอันทุกข์ใจของ ‘ฝูเจี้ยนกั๋ว’ ในตอนนั้นได้แม่น เงิน 10 หยวนในชนบทปี 1976 ไม่ใช่เงินจำนวนน้อย ๆ มันเท่ากับคะแนนแรงงานของคนงานหลักคนหนึ่งเกือบหนึ่งเดือนเลย

สำหรับครอบครัวฝูที่เพิ่งถูกส่งลงมา ไม่มีเงินติดตัวแม้แต่หยวนเดียว แค่จะหาอาหารให้พอกินในแต่ละวันยังลำบากเลย นี่จึงยิ่งเหมือนซ้ำเติมเข้าไปอีก

แต่...สิ่งที่ทำให้เหลียงปินประทับใจยิ่งกว่านั้น กลับเป็นปฏิกิริยาของฟู่เจียเหวย เขาเชิดคอขึ้น ดวงตาดำสนิทจ้องเขม็งไปยังฝูงชนที่กำลังโวยวายและผู้ใหญ่บ้านที่พยายามไกล่เกลี่ย สีหน้าไม่มีความกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความเย็นชา ความแข็งกร้าว และความไม่ยอมแพ้

ฟู่เจียเหวยเอาแต่ยืนนิ่งโดยไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว เรื่องเงินที่จะควักออกมานั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง ความดื้อดึงแบบที่ยอมแตกหักแต่ไม่ยอมก้มหัว ทำให้เหลียงปินถึงกับแอบถอนหายใจในใจ

แน่นอนว่าพวกหนิวเอ้อร์ไม่ยอมปล่อยผ่านง่าย ๆ แน่ เมื่อสู้กับฟู่เจียเหวยต่อหน้าไม่ได้ พวกเขาก็เริ่มเล่นงานลับหลัง ทุก 10 วัน ครึ่งเดือน พวกเขาจะฉวยโอกาสตอนกลางดึก แอบขว้างก้อนหิน สาดปัสสาวะ และสาดอุจจาระเข้าไปในลานบ้านของครอบครัวฝู

ทั้งของสกปรกและน่าขยะแขยงสารพัดอย่างถูกนำมาใช้จนหมด ทำให้ครอบครัวฝูอยู่ไม่เป็นสุข แม้แต่ประตูก็ยังไม่กล้าเปิดออกไปเลย คนในครอบครัวฝูถูกรบกวนจนแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน

สุดท้าย...ฝูเจี้ยนกั๋วในฐานะพ่อก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาไม่อยากให้ทั้งครอบครัวเพิ่งมาถึงก็ถูกคนในหมู่บ้านแยกตัวออกจากสังคม จึงแอบไปหาผู้ใหญ่บ้าน และยังยอมลดตัวไปหาหนิวเอ้อร์ด้วย

ไม่รู้ว่าเขาต้องทำอะไรบ้าง สุดท้าย...ก็ต้องยอมควักเงินใบ 10 หยวนออกมา ซึ่ง...เป็นธนบัตร 10 หยวนใบใหม่เอี่ยมให้หนิวเอ้อร์ เรื่องนี้...ถึงเงียบไป

ตอนนั้น...เหลียงปินคิดว่าเรื่องนี้คงจบลงแล้ว ฟู่เจียเหวยคงได้รับบทเรียนไปบ้าง ก็น่าจะรู้จักทำตัวดีขึ้นและเก็บความหยิ่งกับความแข็งกร้าวของตัวเองลงได้แล้ว

ใครจะคิดว่าไม่กี่วันต่อมา กลับเกิดเรื่องขึ้นอีก เช้าของวันนั้น มีชาวบ้านคนหนึ่งตื่นขึ้นมา แล้วพบว่าที่ใต้ต้นถงฮวา ซึ่ง...ยืนต้นโล่งอยู่ตรงทางเข้าหมู่บ้าน มีคนถูกกระสอบคลุมหัว มือเท้าถูกมัดแน่น ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล ดูเหมือนจะไม่รอด และคนคนนั้นก็คือ หนิวเอ้อร์ !

หนิวเอ้อร์ถูกทำร้ายจนหน้าบวมช้ำ พูดจายังไม่ค่อยรู้เรื่อง ตามร่างกายมีทั้งรอยช้ำเขียวม่วง ฟันหน้าก็หลุดไปหนึ่งซี่ หากไม่มีคนเดินมาพบเข้า อากาศในคืนนั้นหนาวขนาดนั้น เขาคงถูกแช่แข็งตายอยู่ตรงทางเข้าหมู่บ้านไปแล้ว

แล้วใครเป็นคนทำ ? แค่คิดก็เดาได้แล้ว นอกจากฟู่เจียเหวยที่ภายนอกดูเย็นชา แต่...ลงมือโหดเหี้ยมสุด ๆ คนนั้นแล้ว จะเป็นใครไปได้อีก ? แต่...ปัญหาคือพวกเขาไม่มีหลักฐานเอาผิดฟู่เจียเหวยน่ะสิ

หลังจากหนิวเอ้อร์ได้สติ พอถูกถามถึงเรื่องนี้ เขาก็พูดอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ บอกอะไรไม่ชัดเจน บอกแค่ว่าตอนนั้นมืดมาก เขาถูกคนเอากระสอบคลุมจากด้านหลัง จึงมองไม่เห็นเลยว่าใครเป็นคนลงมือ

ไม่มีหลักฐาน อีกทั้ง...ปกติหนิวเอ้อร์ก็มีชื่อเสียงไม่ดีในหมู่บ้านอยู่แล้ว และเคยมีเรื่องกับคนอื่นไม่น้อย สุดท้าย...เรื่องนี้ก็ปล่อยผ่านไป หลังจากนั้นเป็นต้นมา คนในหมู่บ้านที่คิดจะเอาเปรียบหรือหาเรื่องครอบครัวฝูก็ต้องคิดให้ดีเสียก่อน

ฟู่เจียเหวยคนนี้ ภายนอกดูเหมือนอ่อนแอ แต่...ลึก ๆ แล้วเป็นคนโหดเหี้ยม ไม่ใช่คนที่จะควรเข้าไปหาเรื่องด้วย เหลียงปินส่ายหน้าเบา ๆ ปัดเรื่องวุ่น ๆ เหล่านั้นออกจากหัว

ทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อ 1 ปีก่อนแล้ว เหลียงปินเงยหน้าขึ้น แล้วมองชายหนุ่มที่ยืนเงียบอยู่ข้างรถไถเดินตามตรงหน้าอีกครั้ง เมื่อเทียบกับ 1 ปีก่อน ฟู่เจียเหวยเหมือนจะผอมลงไปมาก มีเพียงผิวของเขาที่ยังคงขาวสะดุดตา

ความแหลมคมและความเย่อหยิ่งระหว่างคิ้วดูเหมือนจะถูกขัดเกลาไปไม่น้อย กลับกลายเป็นความเข้มแข็งที่ลึกกว่าและเก็บอารมณ์มากกว่าเดิม

เหมือนก้อนหินที่มีเหลี่ยมมุมชัดเจน ถูกกระแสน้ำกัดเซาะทุกวันจนความคมถูกลบออก แต่...กลับเผยให้เห็นความแข็งแกร่งและหนักแน่นมากยิ่งขึ้น

ดวงตาดำสนิทราวกับหินออบซิเดียนคู่นั้นยังคงเฉียบคม เพียงแต่...ความคมกริบนั้นเหมือนถูกผนึกไว้ใต้ชั้นน้ำแข็งบาง ๆ ไม่ได้แสดงออกมาให้เห็นง่าย ๆ อีกแล้ว

การถูกขัดเกลามาตลอด 1 ปี ในที่สุดก็ทิ้งร่องรอยเอาไว้บนตัวเด็กหนุ่มคนนี้ เหลียงปินคิดอยู่ในใจ แต่...ภายนอกไม่ได้แสดงอะไรออกมา เขารู้สึกว่าชนบทแห่งนี้สามารถเลี้ยงดูคนได้จริง ๆ และก็สามารถขัดเกลาคนได้เช่นกัน

ต่อให้เป็นหนามที่แหลมคมจนทิ่มมือแค่ไหน หากโยนลงไปคลุกอยู่ในกองดินโคลนแห่งนี้สักปีหรือปีครึ่ง ก็ต้องถูกขัดจนมน เรียนรู้ที่จะก้มหัวลงต่ำ

เขาหรี่ตา มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มอย่างอารมณ์ดี เผยให้เห็นฟันที่ถูกควันบุหรี่รมจนเหลือง ก่อนจะตบเบาะที่นั่งโลหะบุบ ๆ ข้างตัวรไถเดินตาม

“ได้สิ ขึ้นมาเลย พอดีฉันจะไปสหกรณ์ไปขนปุ๋ยกลับมาพอดี พอทำธุระเสร็จแล้วก็พานายกลับมาด้วยได้ จะได้ไม่ต้องเดินกลับมาเอง”

คำพูดนี้ฟังดูเหมือนเขาแค่ช่วยเหลือเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่...ก็แฝงความหมายบางอย่างว่าฉันกำลังดูแลนายอยู่

“ขอบคุณครับหัวหน้าเหลียง” ฟู่เจียเหวยไม่ได้พูดจาสุภาพเกินจำเป็น น้ำเสียงสงบนิ่งไม่มีอารมณ์ใด ๆ ราวกับไม่ได้ยินความหมายแฝงในคำพูดของเหลียงปิน เขาปีนขึ้นกระบะด้านหลังรถไถเดินตามอย่างคล่องแคล่ว

รถไถเดินตามเก่า ๆ พ่นควันดำออกมาเป็นสาย ส่งเสียงเครื่องยนต์คำรามดังสนั่น ก่อนจะค่อย ๆ โคลงเคลงไปตามถนนดิน พื้นถนนขรุขระ ทำให้รถไถเดินตามสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

เหลียงปินจับพวงมาลัยอย่างชำนาญ พลางหันศีรษะไปถามเสียงดังราวกับกำลังคุยเล่นอยู่

“ยุวชนฝู นายจะเข้าเมืองไปทำอะไรเหรอ ?” ฟู่เจียเหวยมองท้องนาและต้นไม้ที่ถอยห่างออกไป ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า

“ไปสหกรณ์ซื้อของนิดหน่อยครับ”

“อ้อ ~” เหลียงปินลากเสียงยาว เหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้จึงถามขึ้นลอย ๆ ว่า

“ได้ยินว่าน้องสาวนายป่วย อาการดีขึ้นบ้างหรือยัง ?” เมื่อพูดถึงน้องสาว ในดวงตาดำสงบนิ่งของฟู่เจียเหวยก็มีประกายไหววูบจาง ๆ เป็นครั้งแรก แต่...ก็ถูกกดลงอย่างรวดเร็ว น้ำเสียงของเขายังคงสงบนิ่งดังขึ้น

“เช้านี้ฟื้นแล้วครับ พูดได้แล้วด้วย”

“ดีเลย ฉันว่าแล้ว เด็กตัวแค่นั้นไม่ป่วยตลอดหรอก” เหลียง ปินพูดด้วยน้ำเสียงเกินจริง พลางถอนหายใจอย่างโล่งอก ราวกับดีใจแทนฟู่เจียเหวย

“สองวันก่อนฉันได้ยินหมอในหมู่บ้านพูดถึงอยู่เหมือนกัน บอกว่าไข้สูงมาก ฉันคิดอยู่เลยว่าจะหาเวลาแวะไปดูสักหน่อย แต่ช่วงนี้ทางกองผลิตงานยุ่งมาก เลยหาเวลาไปเยี่ยมพวกนายไม่ได้สักที”

ฟู่เจียเหวยก้มตาลงเล็กน้อย ซ่อนอารมณ์ในดวงตาเอาไว้ แล้วตอบกลับไปว่า

“ขอบคุณนะครับที่เป็นห่วง”

“โอ๊ย ~ เป็นห่วงอะไรกัน ? ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอก พวกเราอยู่กองผลิตเดียวกัน ครอบครัวฝูของนายก็เป็นสมาชิกที่อยู่ภายใต้การดูแลของเหลียงปินคนนี้ การดูแลสมาชิกในกองผลิตก็เป็นหน้าที่ของหัวหน้ากองผลิตอย่างฉันอยู่แล้ว”

เหลียงปินพูดเหมือนเป็นห่วง แต่...สายตากลับแอบประเมินฟู่เจียเหวยอย่างช้า ๆ เด็กคนนี้ ตั้งแต่ครั้งก่อนที่หนิวเอ้อร์ถูกทำร้าย ก็ยิ่งพูดน้อยลงเรื่อย ๆ แต่...ในหมู่บ้านกลับไม่มีใครกล้าหาเรื่องเขาอีก

ความโหดเหี้ยมแบบนั้น ต่อให้ซ่อนเอาไว้ลึกแค่ไหนก็ยังทำให้คนอื่นรู้สึกหวาดเกรง แต่...ตอนนี้ดูเหมือนว่า เขาจะสงบนิ่งกว่าเมื่อก่อนเสียอีก