ยารักษาชีวิต
ยารักษาชีวิต
รถไถเดินตามส่งเสียงปั้ก ๆ วิ่งเข้าไปในตัวเมือง ตัวเมืองไม่ได้ใหญ่โตนัก แต่...ก็มีความคึกคักกว่าหมู่บ้านถงฮวาอยู่มาก หน้าสหกรณ์ร้านค้ามีผู้คนเดินเข้าออกขวักไขว่ เหลียงปินจอดรถไถเดินตามไว้ริมถนน ดับเครื่อง แล้วพูดกับฟู่เจียเหวยว่า
“ฉันไปซื้อปุ๋ยก่อน นายไปทำธุระของนายเถอะ”
“ครับ ขอบคุณครับหัวหน้าเหลียง” ฟู่เจียเหวยกระโดดลงจากรถไถเดินตาม กล่าวขอบคุณแล้วปัดฝุ่นดินที่ติดอยู่ตรงปลายกางเกงออก
จากนั้น...ก็หยุดพักครู่หนึ่ง ก่อนจะเร่งรีบเดินไปอีกทางหนึ่งก็คือสถานีอนามัยประจำเมือง ไข้ของน้องสาวยังไม่ลด เขาต้องรีบซื้อยากลับไปให้น้องสาวกิน
สถานีอนามัยประจำเมืองเป็นอาคารเล็ก ๆ สูงสองชั้นสีเทาหม่น ภายในอากาศมีกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจาง ๆ ลอยอยู่ ฟู่เจียเหวยเดินตรงไปที่ช่องจ่ายยา ซึ่ง...อยู่ถัดจากช่องลงทะเบียนและชำระเงิน ที่นั่นมักจะขายยาที่ไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ด้วย
หลังช่องหน้าต่างมีพยาบาลสาวตัวเล็กคนหนึ่งสวมเสื้อกาวน์สีขาว นั่งถักผมเป็นเปียสองข้าง เธอกำลังก้มหน้าทำหน้าเบื่อหน่ายอยู่ ใช้เล็บแคะรอยขีดเล็ก ๆ บนโต๊ะ ดูเหมือนใกล้จะถึงเวลาเลิกงานแล้ว จิตใจของเธอลอยไปถึงไหนต่อไหนแล้วก้ไม่รู้
“สหาย ขอถามอะไรหน่อยครับ ผมอยากซื้อยาลดไข้กับยาแก้อักเสบครับ”
เสียงของฟู่เจียเหวยดังขึ้น น้ำเสียงใสสะอาด ท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมเล็กน้อยของที่นี่ กลับฟังดูชัดเจนมาก
พยาบาลสาวตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมองอย่างเกียจคร้าน สายตากวาดมองเขาเหมือนไม่ได้ใส่ใจมากนัก แต่...ทันทีที่สายตาของเธอสัมผัสเข้ากับใบหน้าของฟู่เจียเหวย ทั้งตัวของเธอก็เหมือนถูกกดปุ่มหยุด ทุกการเคลื่อนไหวชะงักไปในทันที
ชายหนุ่มตรงหน้าสวมเสื้อกันหนาวเก่า ๆ แต่...ก็ยังปิดบังรูปร่างที่ตรงสง่าและหน้าตาที่โดดเด่นไม่ได้ คิ้วเข้มลึก สันจมูกสูงตรง ริมฝีปากบางเม้มแน่น แผ่ความเย็นชาและความหยิ่งที่บอกคนอื่นเป็นนัยว่าอย่าเข้ามาใกล้
โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้น ลึกล้ำราวกับบ่อน้ำเย็นยะเยือก ราวกับสามารถดึงวิญญาณของคนออกไปได้ คนคนนี้หล่อเกินไปแล้ว !
พยาบาลสาวตัวเล็กรู้สึกแค่ว่าหัวใจของตัวเองเต้นสะดุดไปหนึ่งจังหวะ แก้มทั้งสองข้างพลันร้อนผ่าว เธอนั่งตัวตรงตามสัญชาตญาณ ท่าทางอืดอาดเมื่อครู่หายไปในพริบตา น้ำเสียงก็อ่อนโยนโดยไม่รู้ตัว แถมยังแฝงความกระตือรือร้นที่แม้แต่ตัวเธอเองก็ไม่ทันสังเกต
“อ๊ะ สหาย มาแล้วเหรอคะ ? คุณ คุณมาซื้อยาใช่ไหมคะ ?” เธอลุกขึ้นอย่างลนลาน แล้วเอ่ยถามด้วยความรีบร้อน
“ซื้อให้ใครใช้คะ ? อายุเท่าไหร่แล้ว ? มีอาการอย่างไรบ้าง ? บอกฉันมาได้เลยค่ะ เดี๋ยวฉันช่วยดูให้ว่าควรใช้ยาแบบไหน ที่นี่มียาอยู่หลายชนิด ราคาแต่ละชนิดก็ไม่เหมือนกันค่ะ”
ฟู่เจียเหวยขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้สึกไม่ค่อยชินกับท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของอีกฝ่าย แต่...ตอนนี้เขากำลังกังวลเรื่องน้องสาว จึงไม่มีเวลามาคิดมาก เขาตอบกลับไปสั้น ๆ ว่า
“ไข้สูงไม่ลดเพราะเป็นหวัด เป็นซ้ำหลายครั้ง คนไข้เป็นผู้หญิงอายุ 15 ปีครับ”
“อ้อ ๆ ไข้สูงไม่ลดสินะ” พยาบาลสาวพยักหน้ารัว พลางจดจำข้อมูลเรื่องผู้หญิงอายุน้อยเอาไว้ในใจไปด้วย จากนั้น...ก็เริ่มค้นยาในตู้ พลางแนะนำว่า
“ถ้าอย่างนั้นลองตัวนี้ก็ได้ค่ะ แอสไพรินยานี้ค่อนข้างดี แถมราคาถูกด้วย เป็นเม็ดเล็ก ๆ สีขาวแบบนี้ เห็นไหมคะ ?”
เธอหยิบขวดยาเล็ก ๆ ขวดหนึ่งขึ้นมา ยื่นให้ฟู่เจียเหวยดู พลางแนะนำไปด้วย
“ยาตัวนี้เม็ดละ 5 เฟิน กินครั้งละ 4 เม็ด วันละ 3 ครั้งค่ะ” เธออธิบายอย่างใจเย็น ขณะเดียวกันนั้นสายตาก็อดไม่ได้ที่จะแอบมองใบหน้าของฟู่เจียเหวยไปด้วย
“คุณอยากได้กี่เม็ดคะ ?” ฟู่เจียเหวยคำนวณในใจอย่างรวดเร็ว
วันละ 3 ครั้ง ครั้งละ 4 เม็ด เท่ากับวันละ 12 เม็ด เม็ดละ 5 เฟิน แค่ค่ายาอย่างเดียววันหนึ่งก็ต้องใช้เงินถึง 6 เหมาแล้ว
6 เหมา ! สำหรับชาวชนบทในปี 1976 นี่ไม่ใช่เงินจำนวนน้อย ๆ เลย ที่กองผลิตหมู่บ้านถงฮวา คนงานหลักคนหนึ่งทำงานทั้งวันแทบหมดแรง ได้แต้มแรงงานแค่ 10 แต้มเอง และ 10 แต้มแรงงานมีมูลค่าแค่ 1 เหมา 5 เฟินเท่านั้น
6 เหมา...หมายความว่าคนวัยทำงาน 1 คนต้องทำงานในท้องนาตากแดดตากลมอย่างหนักติดต่อกันถึง 4 วัน อาจจะมากกว่านั้นด้วย เพราะไม่ใช่ทุกคนจะสามารถทำได้ครบ 10 แต้มทุกวัน
เงิน 6 เหมานี้ เทียบเท่ากับแต้มแรงงานที่ครอบครัวสมาชิกกองผลิตทั่วไปต้องสะสมกันทั้งสัปดาห์กว่าจะได้มา เพราะฉะนั้น คนส่วนใหญ่ในหมู่บ้านเวลาป่วย เว้นแต่จะทนไม่ไหวจริง ๆ ถึงยอมควักเงินซื้อยาไปกิน
ส่วนใหญ่ก็ได้แต่กัดฟันทนเอา ถ้าโชคดีทนผ่านไปได้ก็รอดชีวิตกลับมา ถ้าโชคร้ายทนไม่ไหวก็ต้องตาย ในยุคสมัยแบบนี้ บางครั้ง...ชีวิตคนก็ไม่ได้มีค่าขนาดนั้น
แต่...ฟู่เจียเหวยกลับไม่มีอาการลังเลเลยแม้แต่น้อย เขานิ่งเงียบไป ก่อนจะล้วงบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อด้านในของเสื้อกันหนาวเก่า ๆ ที่ถูกซักจนสีซีดและเต็มไปด้วยรอยปะ
มันไม่ใช่ธนบัตรใบเล็กยับ ๆ แต่...เป็นธนบัตรใบใหม่เอี่ยมที่เรียบกริบ สีแดงสดของมันเมื่ออยู่ท่ามกลางช่องหน้าต่างสีเทาหม่นของสถานีอนามัยกลับดูสะดุดตาเป็นพิเศษ
“เอาสำหรับหนึ่งสัปดาห์ครับ” เขายื่นธนบัตร 10 หยวนใบนั้นออกไป น้ำเสียงยังคงเย็นชาเหมือนเดิมจนแทบฟังไม่ออกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
1 สัปดาห์ พยาบาลสาวตัวเล็กคำนวณในใจอย่างรวดเร็ว 6 เหมาต่อวัน 7 วันก็เท่ากับ 4 หยวน 2 เหมา
4 หยวน 2 เหมาเลยนะ ! เงินจำนวนนี้เท่ากับเงินเดือนครึ่งเดือนของเธอเลยนะ มือที่ถือขวดยาของพยาบาลสาวหยุดชะงัก เธอเงยหน้าขึ้นมองฟู่เจียเหวยอีกครั้ง แล้วมองสำรวจเขาอย่างละเอียด
ชายหนุ่มคนนี้ เสื้อผ้าที่สวมอยู่เก่าจนแทบมองไม่ออกแล้วว่าเดิมทีเป็นสีอะไร รอยปะทับซ้อนกันไปหมด รองเท้าผ้าฝ้ายที่เท้าก็ปริจนเห็นใยฝ้ายสีเทาดำด้านใน
ไม่ว่าจะมองอย่างไร ก็เป็นสภาพของคนยากจนข้นแค้นอย่างชัดเจน แต่...ตอนซื้อยา เขากลับไม่แม้แต่จะกะพริบตา ควักธนบัตรออกมาโดยตรง แถมยังซื้อยาสำหรับ 1 สัปดาห์อีกด้วย
นี่มันเป็นกรณีที่ไม่สามารถตัดสินคนจากภายนอกได้จริง ๆ อย่างไรก็ตาม เธอเองก็แค่ประหลาดใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับมาเป็นพยาบาลที่คล่องแคล่วตามหน้าที่อย่างรวดเร็ว อย่างไรเสีย คนที่มาซื้อยาที่สถานีอนามัยก็มีสารพัดแบบอยู่แล้ว
“ได้เลยค่ะ” เธอตอบรับด้วยรอยยิ้มหวาน แล้วก็ไม่ได้พูดอะไรอีก ก่อนจะหันกลับไปหยิบขวดแก้วสีน้ำตาลที่บรรจุยาออกมาจากตู้ยาใบใหญ่ จากนั้น...ก็ค่อย ๆ เทยาสำหรับเจ็ดวันออกมา
ยาเม็ดเล็กสีขาวมีทั้งหมด 84 เม็ดพอดี เธอไม่ได้นับผิด ในยุคนี้ยามีค่ามาก จะเกินมา 1 เม็ดหรือขาดไป 1 เม็ดจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ทันที จากนั้น...เธอก็หยิบกระดาษไขสีเหลืองสะอาดแผ่นหนึ่งมา ห่อยาทั้งหมดเป็นห่อเล็ก ๆ ทรงสี่เหลี่ยมอย่างคล่องแคล่ว แล้วยื่นให้ฟู่เจียเหวย
“ทั้งหมด 4 หยวน 2 เหมาค่ะ ทอนให้คุณ 5 หยวน 8 เหมา” เธอยื่นห่อยาพร้อมกับเงินทอนออกมาทางช่องหน้าต่าง ขณะเดียวกันนั้น สายตาก็ยังอดไม่ได้ที่จะแอบมองใบหน้าของฟู่เจียเหวยอีกครั้ง
ชายหนุ่มคนนี้ ยิ่งมองก็ยิ่งหล่อ หน้าตาดีจริงๆ เลย เพียงแต่...เขาดูเย็นชาไปหน่อย เหมือนก้อนน้ำแข็งที่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ทำให้อุ่นขึ้นไม่ได้