LNCrawler

ข้ออ้างหน้าตาย

ยุค 70 เกิดใหม่ครานี้ฉันจะร้ายให้สุด — novel.dek d.com · All chapters

ข้ออ้างหน้าตาย

เจียงอวี่หนิงที่อยู่ในอ้อมแขนกลับไม่พอใจ เพราะเรื่องดี ๆ ถูกหลินเจี้ยนเสวี่ยขัดจังหวะด้วยเสียงเคาะประตู ความร้อนรุ่มในร่างกายยังไม่จางหายไป รู้สึกเหมือนค้างคาอยู่กลางทาง ทำยังไงก็รู้สึกหงุดหงิดมาก หล่อนเบะปาก ค่อย ๆ จัดเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ของตัวเองให้เรียบร้อย

“เร็วหน่อย !” เจียงอวี่ไป๋เห็นท่าทางอืดอาดของเจียงอวี่หนิงก็ร้อนใจเกิดลนลาน

เขารีบยัดชายเสื้อเชิ้ตของตัวเองเข้าไปในขอบกางเกงด้วยความลนลาน ขณะเดียวกันก็ลดเสียงลง แทบจะกัดฟันคำรามใส่เจียงอวี่หนิงอยู่แล้ว

“เธออยากตายหรือไง ? รีบแต่งตัวให้เรียบร้อย ! ถ้าเจี้ยนเสวี่ยจับได้ แผนที่พวกเราวางมาหลายปีจะพังหมด !”

แผนที่พวกเราวางมาหลายปี ? คำพูดไม่กี่คำนี้ราวกับน้ำเย็นที่สาดลงมา ในที่สุดก็ทำให้เจียงอวี่หนิงที่ยังมึน ๆ อยู่ได้สติกลับมา หล่อนรู้สึกสั่นสะท้านไปทั้งตัว รอยแดงบนใบหน้าจางลงไปหลายส่วน เหลือเพียงความหวาดกลัวเพิ่มขึ้นมาแทน

จริงด้วย พวกเขาวางแผนกันมานานขนาดนี้ เห็นอยู่แล้วว่าใกล้จะสำเร็จแล้ว จะผิดพลาดในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด

เจียงอวี่หนิงรีบเร่งมือให้เร็วขึ้น รวบเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อยด้วยความลนลาน

เจียงอวี่ไป๋สูดหายใจเข้าลึก ๆ บังคับตัวเองให้สงบลง จากนั้น...ก็ยื่นมือออกไปบิดก๊อกน้ำที่อ่างล้างหน้าอย่างแรง

ซ่าาา ~ สายน้ำเย็นจัดพุ่งออกมา เขาไม่ควบคุมทิศทาง น้ำกระเซ็นไปทั่ว สาดใส่ร่างของทั้งสองจนเปียกไปหมด

“อ๊ะ ~ พี่” เจียงอวี่หนิงร้องออกมาด้วยความตกใจ ความเย็นจัดกระตุ้นจนหล่อนสั่นไปทั้งตัว เดิมที...หล่อนอยากจะโวยวายถามว่าเขาเป็นบ้าอะไร

แต่...เจียงอวี่ไป๋มือไวตาไวรีบบิดก๊อกน้ำปิด จากนั้น...ก็รีบเปิดประตูห้องน้ำออก

อยู่ข้างนอก หลินเจี้ยนเสวี่ยยืนรออยู่ตรงนั้นแล้ว เมื่อประตูเปิดออกและเห็นพวกเขาทั้งสองเนื้อตัวเปียกโชก เสื้อผ้ายังยับยู่ยี่ด้วย คิ้วเรียวสวยของเธอก็เลิกขึ้นด้วยความสงสัย ดวงตาใสเย็นชากวาดมองทั้งสองคนรอบหนึ่ง น้ำเสียงแฝงความประหลาดใจในระดับพอดีดังขึ้น

“พวกคุณ...” เพียงสองคำ แต่...กลับแฝงแรงกดดันที่มองไม่เห็น ทำให้หัวใจของเจียงอวี่ไป๋สะดุดไปหนึ่งจังหวะ

บนใบหน้าของเขาปรากฏรอยยิ้มที่ดูฝืน ๆ แล้วรีบชิงอธิบายก่อนที่หลินเจี้ยนเสวี่ยจะถามต่อว่า

“อ้อ ~ เจี้ยนเสวี่ย คืออย่างนี้นะ เมื่อกี้ก๊อกน้ำในห้องน้ำจู่ ๆ ก็มีปัญหาน่ะ บิดยังไงก็ไม่แน่น ปิดไม่ได้ น้ำเลยกระเด็นไปทั่วน่ะ”

ขณะที่พูด เขาก็เบี่ยงตัวแล้วชี้ไปที่อ่างล้างหน้าด้านหลัง พยายามทำให้น้ำเสียงฟังดูเป็นธรรมชาติที่สุด

“อวี่หนิงตกใจ ก็เลยเรียกผมเข้ามาดู ผมลองตรวจดูแล้ว เป็นเพราะน็อตด้านในคลายตัว น่าจะเก่าแล้ว ผมออกแรงอยู่พักหนึ่งถึงซ่อมเสร็จ”

เจียงอวี่หนิงได้ยินเจียงอวี่ไป๋พูดแบบนั้นก็รีบตั้งสติ ในใจอดชื่นชมไม่ได้ว่า ความสามารถในการโกหกหน้าตายของเขานี่สุดยอดจริง ๆ หล่อนรีบพยักหน้าพลางพูดตามทันทีว่า

“ใช่ ๆ พี่สะใภ้ ก๊อกน้ำเสียจริง ๆ ทำเอาฉันตกใจหมดเลย อยู่ ๆ ก็ปิดไม่ได้ น้ำกระเด็นใส่พวกเราจนเปียกไปหมด พี่ดูสิ เสื้อผ้าพวกเราเปียกหมดแล้ว”

เจียงอวี่หนิงให้ความร่วมมืออย่างดีด้วยการกอดแขนตัวเองแน่น ร่างกายสั่นเบา ๆ ราวกับถูกน้ำเย็นจนหนาวจริง ๆ

หลินเจี้ยนเสวี่ยยืนอยู่ตรงประตู ดวงตากวาดมองทั้งสองด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง เธอมองเห็นความยุ่งเหยิงของทั้งคู่หมดแล้ว ชายเสื้อเชิ้ตของเจียงอวี่ไป๋ยังยับยู่ยี่และโผล่ออกมาด้านนอก กางเกงก็เหมือนรีบดึงขึ้นมา

ส่วนใบหน้าสวยของเจียงอวี่หนิงยังมีรอยแดงระเรื่ออยู่ แฝงความชื้นที่ดูผิดปกติ ดวงตาคู่นั้นในเวลานี้ยังมีประกายสั่นไหว ราวกับเพิ่งร้องไห้มา หรือไม่ก็เพิ่งผ่านช่วงเวลาร้อนแรงมา

หากมองให้ดี บริเวณลำคอขาวของหล่อนเหมือนมีจุดแดง ๆ น่าสงสัยอยู่ 2-3 จุดปรากฏให้เห็นราง ๆ หึ ! สองคนนี้เลวได้ใจจริง ๆ

หลินเจี้ยนเสวี่ยแค่นหัวเราะเยาะในใจ อยู่ในบ้านของเธอเอง อยู่ต่อหน้าพ่อแม่ของเธอแท้ ๆ ยังกล้ามาทำเรื่องอย่างว่าในห้องน้ำในบ้านเธออีก หน้าไม่อายจริง ๆ เลย

โชคดีที่ยุคนี้ยังไม่มีกล้องวงจรปิด ไม่อย่างนั้น เธอคงไม่ต้องเสียแรงคิดแผนและจัดการเรื่องต่าง ๆ มากมายขนาดนี้ แค่เอาหลักฐานฟาดใส่หน้าพวกเขาไปตรง ๆ ก็ทำให้ทั้งคู่หมดอนาคตและเสียชื่อจนไม่เหลืออะไรแล้ว

เมื่อเห็นหลินเจี้ยนเสวี่ยยืนอยู่ตรงนั้น เอาแต่จ้องพวกเขาโดยไม่พูดอะไรอยู่นาน และไม่ได้แสดงสีหน้าใด ๆ ออกมา รอยยิ้มบนใบหน้าของเจียงอวี่ไป๋ก็ค่อย ๆ แข็งค้าง ในใจของเขาราวกับกำลังกอดกระต่ายที่กำลังดิ้นอยู่ รู้สึกกระวนกระวายอย่างมาก

หรือว่า...หรือว่าหลินเจี้ยนเสวี่ยจะมองออกจริง ๆ ? แต่...พอคิดอีกที เขาก็รู้สึกว่าไม่น่าจะมองออก ผู้หญิงอย่างหลินเจี้ยนเสวี่ยคนนี้รักเขามากขนาดนั้น แถมยังโง่มากด้วย จะสงสัยเรื่องเขากับเจียงอวี่หนิงได้อย่างไร เธอจะเชื่อแค่เรื่องเหลวไหลที่เขาพูดเท่านั้นไม่ใช่เหรอ ?

ส่วนเจียงอวี่หนิง เมื่อถูกสายตาใสเย็นชาของหลินเจี้ยนเสวี่ยจับจ้อง ก็ยิ่งรู้สึกกระอักกระอ่วนอย่างบอกไม่ถูก ช่วงหลายวันที่อยู่ร่วมบ้านหลังเดียวกับหลินเจี้ยนเสวี่ย หล่อนกลับรู้สึกว่าหลินเจี้ยนเสวี่ยไม่ได้ไร้เดียงสาเหมือนที่เจียงอวี่ไป๋พูดเลย

อีกฝ่ายปฏิบัติต่อหล่อนเฉย ๆ มาโดยตลอด จะบอกว่ากระตือรือร้นก็ไม่ใช่ จะบอกว่าห่างเหินก็ไม่เชิง ราวกับครอบครัวคนมีเงินในเมืองปฏิบัติต่อแม่บ้านที่จ้างมาอยู่ในบ้าน สุภาพก็จริง แต่...ระยะห่างที่ชัดเจนนั้นอยู่ตรงหน้าอย่างเห็นได้ชัด

หล่อนอยากเอาใจอีกฝ่าย แต่...กลับไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนดี ตอนนี้...เมื่อถูกจ้องก็ยิ่งลนลานจนทำอะไรไม่ถูก

ในที่สุด เมื่อเจียงอวี่ไป๋กับเจียงอวี่หนิงแทบจะทนต่อแรงกดดันไม่ไหว หลินเจี้ยนเสวี่ยก็ค่อย ๆ เปิดปากพูดว่า

“อ้อ ~ ก๊อกน้ำเสียเหรอ ?”