LNCrawler

เข้าทางแผนร้าย

ยุค 70 เกิดใหม่ครานี้ฉันจะร้ายให้สุด — novel.dek d.com · All chapters

เข้าทางแผนร้าย

น้ำเสียงของหลินเจี้ยนเสวี่ยสงบนิ่ง ไม่มีความรู้สึกใด ๆ ฟังไม่ออกว่าเธอดีใจหรือไม่พอใจอยู่กันแน่ ราวกับถามออกมาตามปกติ แต่...กลับทำให้หัวใจของเจียงอวี่ไป๋และเจียงอวี่หนิงพุ่งขึ้นมาจุกอยู่ที่คออีกครั้ง

โดยเฉพาะเจียงอวี่ไป๋ เขาแทบกลั้นหายใจ รอฟังว่าหลินเจี้ยนเสวี่ยจะพูดอะไรต่อ แต่...หลินเจี้ยนเสวี่ยกลับเหมือนเชื่อคำแก้ตัวของพวกเขาจริง ๆ

“เป็นอย่างนี้นี่เอง” เธอขยับตัวหลบออก พลางเอ่ยต่อว่า

“ซ่อมเสร็จก็ดีแล้ว อวี่ไป๋ เสี่ยวหนิง ดูสิตัวเปียกไปหมดแล้ว รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ ตอนนี้อากาศยังหนาวอยู่ ระวังจะเป็นหวัดเอานะ”

เจียงอวี่ไป๋และเจียงอวี่หนิงเงยหน้าขึ้นมามองหลินเจี้ยนเสวี่ยพร้อมกัน แล้วแอบเหลือบมองหน้ากันแวบหนึ่ง จากสายตาของอีกฝ่าย พวกเขาต่างเห็นความโล่งใจ หลินเจี้ยนเสวี่ยไม่รู้เรื่องจริง ๆ ด้วย

ผู้หญิงโง่ ๆ อย่างหลินเจี้ยนเสวี่ยคนนี้ ยังคงเหมือนเมื่อก่อนจริง ๆ เขาพูดอะไรไปเธอก็เชื่อไปหมด

“ค่ะ พี่สะใภ้พูดถูก” เจียงอวี่หนิงพยักหน้ารัว แล้วรีบเบี่ยงตัวเดินออกจากห้องน้ำแคบ ๆ นั้นไปด้วยความลนลาน

เจียงอวี่ไป๋ตามออกไปติด ๆ เขาหลบสายตาของหลินเจี้ยนเสวี่ยแล้วตอบอู้อี้ไปว่า

“ผมก็จะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเหมือนกัน” เมื่อมองดูแผ่นหลังของทั้งสองคนที่ราวกับกำลังหนีอะไรบางอย่างหายลับไปตรงมุมทางเดิน หลินเจี้ยนเสวี่ยก็แสยะยิ้ม เธอเก็บสีหน้า แล้วหมุนตัวกลับไปที่ห้องนอนใหญ่ไป

.....

ในห้องนอน เจียงอวี่ไป๋เพิ่งถอดเสื้อเชิ้ตที่เปียกโชกออก ก็เผยให้เห็นหน้าอกที่แข็งแกร่ง เขากำลังค้นเสื้อตัวใหม่อยู่ในตู้ด้วยความลนลาน พอได้ยินเสียงเปิดประตู เขาก็หันกลับไปมองตามสัญชาตญาณ เมื่อเห็นว่าเป็นหลินเจี้ยนเสวี่ย บนใบหน้าก็ปรากฏรอยยิ้มคุ้นเคยที่แฝงความเอาใจใส่ขึ้นมาอีกครั้ง

“คุณเองเหรอ ?”

“ให้คุณค่ะ” หลินเจี้ยนเสวี่ยฉีกยิ้มหวาน พลางยื่นกระดาษ 2 ใบไปตรงหน้าเขา

เจียงอวี่ไป๋ก้มมองก็เห็นว่าเป็นตั๋วหนัง 2 ใบ ด้านบนพิมพ์ชื่อภาพยนตร์แนวปฏิวัติที่กำลังได้รับความนิยมมากในช่วงนี้ นั่นก็คือหนังวสันต์โปรยปรายสถานที่ฉายคือโรงภาพยนตร์ในกรุงปักกิ่ง

“นี่คือ...” เขาเอ่ยถามด้วยความสงสัย

“เป็นตั๋วสวัสดิการภายในของคณะศิลปะการแสดงที่แจกให้พวกเราน่ะ รอบวันเสาร์นี้ เดิมทีฉันตั้งใจจะไปดูกับคุณ แต่พอดีได้รับแจ้งกะทันหันว่าวันเสาร์ต้องเร่งซ้อมการแสดงชุดใหม่ เกรงว่าจะไปดูไม่ได้แล้ว”

น้ำเสียงของเธอแฝงความเสียดายอยู่เล็กน้อย เธอพูดต่อว่า “หนังเรื่องนี้กำลังดังมากเลยนะ ได้ยินว่าตั๋วหาซื้อยากมาก ในคณะของฉันหลายคนยังไม่ได้ตั๋วเลย ถ้าไม่ไปดูแล้วปล่อยให้ตั๋วหมดอายุก็เสียดายแย่ ฉันเห็นว่าอวี่หนิงมาอยู่บ้านเราก็เกือบครึ่งเดือนแล้ว อยู่แต่ในบ้านทั้งวันก็คงเบื่อ คุณเป็นพี่ชายของเธอ วันเสาร์พาเธอออกไปเที่ยวหน่อยสิคะ ไปดูหนัง แล้วก็พาเธอออกไปเดินเล่นสักหน่อย ถือว่าพาเธอไปพักผ่อนแล้วกัน”

เมื่อได้ยินอย่างนั้น หัวใจของเจียงอวี่ไป๋ก็เต้นแรงขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ไปดูหนังกับเจียงอวี่หนิง ? ได้อยู่ด้วยกันตามลำพังทั้งวัน ? ความคิดนี้ทำให้ในใจของเขาร้อนวูบขึ้นมา

แต่...บนใบหน้าเขากลับแสดงสีหน้าลำบากใจออกมา เขายื่นตั๋วหนังนั่นคืนให้หลินเจี้ยนเสวี่ย แล้วเอ่ยกับเธอว่า

“เจี้ยนเสวี่ย ทำแบบนั้นไม่ได้หรอก ดูหนังต้องไปดูกับคุณถึงจะมีความหมาย จะให้ผมทิ้งคุณไปดูหนังกับคนอื่นได้ยังไงกันครับ”

“โอ๊ย ~ พูดอะไรแบบนั้นคะ ?” หลินเจี้ยนเสวี่ยมองเขาเหมือนกำลังตำหนิเขาอยู่ แต่...รอยยิ้มยังคงไม่เปลี่ยน แล้วเอาตั๋วหนังยัดใส่มือเขาอีกครั้ง

“อวี่หนิงเป็นน้องสาวของคุณนะคะ ไม่ใช่คนนอกเสียหน่อย ยังไงก็คนกันเองทั้งนั้น ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คุณอย่าคิดมากเลย อวี่ หนิงนาน ๆ ทีจะมาปักกิ่งสักครั้ง ไม่คุ้นเคยกับที่นี่ วัน ๆ ก็อยู่แต่บ้านช่วยดูแลเด็ก คุณเป็นพี่ชายก็ควรดูแลเธอให้มากหน่อย ถือว่าไปเป็นเพื่อนเธอแทนฉันก็แล้วกัน พาเธอออกไปเดินเล่น ดูนั่นดูนี่ จะได้คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมด้วย”

คำพูดของเธอฟังดูสมเหตุสมผลทุกอย่าง จนเจียงอวี่ไป๋หาเหตุผลมาปฏิเสธไม่ได้เลย เขามองดวงตาใสอ่อนโยนคู่นั้นของหลินเจี้ยนเสวี่ย ความสงสัยที่มีอยู่ในใจก็มลายหายไป

ดูเหมือนเธอจะไม่รู้เรื่องอะไรจริง ๆ ก็จริง หลินเจี้ยนเสวี่ยรักเขามากขนาดนี้ จะสงสัยเรื่องเขากับเจียงอวี่หนิงได้อย่างไร ? เธอคงคิดแค่ว่าเขาเป็นพี่ชายที่ดี คอยดูแลน้องสาว ส่วนตัวเธอเองก็เป็นภรรยาที่ดีและใจกว้าง

เมื่อคิดถึงตรงนี้ ความภาคภูมิใจและความซาบซึ้งที่บอกไม่ถูกก็ผุดขึ้นในใจของเจียงอวี่ไป๋ แน่นอนว่าความซาบซึ้งทั้งหมดนี้เขาแค่แสดงให้หลินเจี้ยนเสวี่ยดูเท่านั้น

เจียงอวี่ไป๋ยื่นมือออกไปดึงร่างระหงเข้ามากอด ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียยงที่ดูรักเธอเต็มเปี่ยมว่า

“เจี้ยนเสวี่ย คุณดีกับผมเกินไปแล้ว คุณใจดีแบบนี้มาตลอด คิดถึงคนอื่นแบบนี้มาตลอด ผมรักคุณนะ”

เขากอดเธอแน่น ราวกับอยากหลอมเธอเข้าไปในร่างของตัวเอง ร่างกายของหลินเจี้ยนเสวี่ยแข็งทื่อไปชั่วขณะ กลิ่นหอมชวนคลื่นไส้ของครีมบำรุงผิวราคาถูกที่ติดอยู่บนตัวเจียงอวี่หนิงยังคงหลงเหลืออยู่บนร่างของเขา และตอนนี้มันก็ลอยเข้าจมูกเธออย่างจัง ทำให้ท้องไส้ปั่นป่วนไปหมด

เธอฝืนกลั้นความรู้สึกคลื่นไส้เอาไว้ แต่...บนใบหน้ายังคงรักษารอยยิ้มที่ดูเป็นธรรมชาติเอาไว้ แล้วค่อย ๆ ผลักเขาออก

“พอแล้ว จะพูดเรื่องพวกนี้ทำไมกัน รีบใส่เสื้อผ้าเถอะ ฉันจะไปอาบน้ำก่อน เมื่อกี้น้ำกระเด็นโดนตัวฉันด้วย ตอนนี้ฉันรู้สึกเหนียวตัวมาก ไม่สบายตัวเลย”

หลินเจี้ยนเสวี่ยใช้ท่าทีเป็นธรรมชาติเปลี่ยนเรื่อง แล้วหมุนตัวเดินไปทางห้องน้ำ

เมื่อมองดูแผ่นหลังของหลินเจี้ยนเสวี่ยที่หายเข้าไปในห้องน้ำ ความซาบซึ้งบนใบหน้าของเจียงอวี่ไป๋ก็จางหายไปในทันที แทนที่ด้วยความตื่นเต้นและความภาคภูมิใจที่ควบคุมไม่อยู่

เจียงอวี่ไป๋กำตั๋วหนังในมือแน่น แทบอดใจรอไม่ไหว รีบหมุนตัวแล้วเดินย่องไปที่ห้องของเจียงอวี่หนิง เขาไม่ได้เคาะประตู บิดลูกบิดแล้วแทรกตัวเข้าไปข้างในทันที

เจียงอวี่หนิงเองก็เพิ่งเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ กำลังนั่งอยู่ริมเตียง ในมือถือแก้วเคลือบกำลังดื่มนมมอลต์ เมื่อเห็นเจียงอวี่ไป๋จู่ ๆ ก็พรวดพราดเข้ามา หล่อนก็ตกใจจนแก้วในมือแทบหลุด

“พี่ ! พี่เข้ามาทำอะไรที่นี่ ?” เจียงอวี่หนิงลดเสียงลง บนใบหน้ายังมีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่

“พี่หลินเจี้ยนเสวี่ย หล่อนไม่ได้พูดอะไรใช่ไหม ? เมื่อกี้สายตาที่หล่อนมองพวกเรา ทำเอาฉันกลัวมากเลย”

“พูดอะไร ? คนอย่างหลินเจี้ยนเสวี่ยจะพูดอะไรได้ ?” เขาโบกตั๋วหนังในมือไปมา ราวกับกำลังอวดของล้ำค่าที่ได้มา

“ยัยนั่นโง่มาก ไม่เพียงแต่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ยังให้สิ่งนี้กับพี่อีก”

ว่าแล้ว...เจียงอวี่ไป๋ก็ยื่นตั๋วหนังไปตรงหน้าเจียงอวี่หนิง “เห็นไหม ? ตั๋วหนัง ผู้หญิงโง่ ๆ อย่างหลินเจี้ยนเสวี่ยบอกว่าสุดสัปดาห์นี้ต้องซ้อม ไม่มีเวลา เลยให้พี่พาเธอไปดูหนังวันเสาร์นี้น่ะ แล้วก็พาเธอเที่ยวด้วย”

“จริงเหรอ ?!” เจียงอวี่หนิงเบิกตากว้างด้วยความดีใจ ความหวาดกลัวเมื่อครู่ถูกความดีใจกลบไปในพริบตา หล่อนคว้าตั๋วหนังมา แล้วมองอย่างละเอียด ใบหน้าทั้งสองข้างแดงระเรื่อด้วยความตื่นเต้น

“งั้นเสาร์นี้พวกเราก็จะได้อยู่ด้วยกันทั้งวันเลยเหรอคะ ?” ทั้งวัน ! ได้อยู่ด้วยกันอย่างเปิดเผยทั้งวันเลยนะ ไม่ต้องคอยหลบ ๆ ซ่อน ๆ เหมือนตอนนี้อีกแล้ว

“อืม” เจียงอวี่ไป๋มองใบหน้าเล็ก ๆ ของเจียงอวี่หนิงที่ดูสวยขึ้นเพราะความตื่นเต้น แววตาก็ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นร้อนแรง

สายตาของเขากวาดมองร่างกายของเจียงอวี่หนิง ตั้งแต่ดวงตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจและดีใจ ไล่ลงมาที่ริมฝีปากแดงที่เผยอเล็กน้อย ก่อนจะเลื่อนไปที่ส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างกายที่ขยับตามจังหวะหายใจ ซึ่ง...เสื้อเชิ้ตลายดอกตัวเล็กที่พอดีตัวยังปิดบังเอาไว้ได้ไม่มิด

ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงโดยไม่รู้ตัว เขาโน้มตัวเข้าใกล้เจียงอวี่หนิง ลดเสียงลง น้ำเสียงแฝงความหมายชวนคิดและร้อนแรงดังขึ้น

“ดูหนังเสร็จแล้วก็ยังเหลือเวลาอีกเยอะ พี่จะหาคนช่วยทำจดหมายแนะนำปลอมให้สักใบ แล้วเราไปเช่าห้องที่บ้านพักรับรองกัน พวกเราจะได้อยู่ด้วยกันเต็มที่ ดีไหม ?”