พยานโดยบังเอิญ
พยานโดยบังเอิญ
เจียงอวี่หนิงกัดริมฝีปากแน่น ดวงตาเป็นประกายวูบไหว ก่อนจะส่งสายตาหวานเยิ้มให้เจียงอวี่ไป๋ น้ำเสียงฟังดูอ่อนหวานและนุ่มนวลมากเอ่ยขึ้น
“พี่อวี่ไป๋ ฉันจะทำตามที่พี่บอกทุกอย่าง” เจียงอวี่ไป๋ได้ยินอย่างนั้นก็รู้สึกได้ใจมาก
เขาชอบเห็นท่าทางที่เจียงอวี่หนิงหลงใหลในตัวเขาแบบนี้แหละ เมื่อเทียบกับการต้องเผชิญหน้ากับใบหน้าสวยอยู่เสมอแต่แฝงความห่างเหินของหลินเจี้ยนเสวี่ยแล้ว ความรู้สึกแบบนี้ดูจริงใจกว่าและน่าตื่นเต้นกว่ามาก
สายตาของเขาเหลือบไปเห็นกระป๋องนมมอลต์บนโต๊ะข้างเตียง จึงหยิบมันขึ้นมาแล้วลองเขย่าดู ก่อนจะพบว่าข้างในเหลืออยู่ไม่เยอะแล้ว
“เธอดื่มเร็วเกินไปแล้วนะ” น้ำเสียงของเขาแฝงความเอ็นดู คล้ายกำลังบ่นเจียงอวี่หนิงอยู่ด้วย
“เพิ่งผ่านไปไม่กี่วันเอง จะหมดกระป๋องหนึ่งแล้ว” เขาวางกระป๋องนมมอลต์กลับที่เดิม แล้วใช้นิ้วหยิกแก้มนุ่มของเจียงอวี่ไป๋เบา ๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยว
“รอก่อนนะ เดือนหน้าพอโรงงานเหล็กแจกสวัสดิการ พี่จะเอามาให้เธออีกกระป๋อง ของพวกนี้มีค่ามากเลยนะ เธอดื่มประหยัดหน่อย”
“พี่อวี่ไป๋ พี่ดีกับฉันที่สุดเลยค่ะ” เจียงอวี่หนิงเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงหวานหยาดเยิ้ม ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้ เอาศีรษะถูไถกับไหล่ของเขาเหมือนแมวเชื่อง ๆ ตัวหนึ่ง
ในใจของเจียงอวี่หนิงรู้ดีว่า นมมอลต์กระป๋องนี้เป็นของที่พ่อของหลินเจี้ยนเสวี่ยซื้อให้หลินเจี้ยนเสวี่ย ตอนนี้...หล่อนดื่มมันหมดไปเกินครึ่งแล้ว ความรู้สึกที่ได้แอบยึดเอาของของหลินเจี้ยนเสวี่ยมาเป็นของตัวเอง ทำให้หล่อนรู้สึกสะใจลึก ๆ
เจียงอวี่ไป๋รู้สึกคันยุบยิบไปหมด อดไม่ได้ที่จะก้มลงจูบหน้าผากมนเบา ๆ หนึ่งที ก่อนจะกระซิบคำหวานหยอกล้อข้างหูเจียงอวี่หนิง จนหล่อนหัวเราะคิกคักออกมา ร่างกายอ่อนยวบแทบจะล้มลงไปในอ้อมแขนของเขา
ทั้งสองนัวเนียกันอยู่พักใหญ่ จนกระทั่งได้ยินเสียงเปิดประตูห้องน้ำดังแว่วมาจากด้านนอก และตอนนั้นเจียงอวี่ไป๋ถึงได้สติกลับมา
“ไม่ได้การแล้ว หลินเจี้ยนเสวี่ยอาบน้ำใกล้เสร็จแล้ว พี่ต้องกลับห้องก่อนนะ”
เจียงอวี่ไป๋ปล่อยมือเจียงอวี่หนิงด้วยความไม่เต็มใจ ก่อนจะโน้มหน้าจุมพิตที่ริมฝีปากบางของหล่อนเบา ๆ หนึ่งที ในดวงตาก็เต็มไปด้วยแรงปรารถนาที่พยายามหักห้ามเอาไว้
“ทำตัวดี ๆ รอพี่นะ รอถึงวันเสาร์ วันเสาร์นี้พี่จะทำให้เธอ...” เขายังพูดไม่ทันจบ แต่...แววตาร้อนแรงนั้นก็ทำให้เจียงอวี่หนิงรู้สึกใจเต้นวูบวาบขึ้นมาอีกครั้ง
เจียงอวี่หนิงพยักหน้ารับเบา ๆ หล่อนมองเจียงอวี่ไป๋ที่ทำตัวเหมือนคนกำลังแอบทำเรื่องไม่ดี รีบเปิดประตูแล้วโผล่ศีรษะออกไปมองด้านนอก จากนั้น...ก็รีบย่องออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะค่อย ๆ ปิดประตูห้องตาม
และตอนนั้น ภายในห้องจึงเหลือแค่เจียงอวี่หนิงคนเดียว ความเขินอายบนใบหน้าของหล่อนจางหายไปอย่างรวดเร็ว แทนที่ด้วยความภาคภูมิใจและความตื่นเต้นที่ปิดไม่มิด
เจียงอวี่หนิงเดินไปนั่งลงที่ริมเตียง หยิบแก้วเคลือบขึ้นมา ดื่มนมมอลต์อุ่น ๆ ที่เหลืออยู่จนหมดในรวดเดียว รสชาติหอมหวานไหลผ่านลำคอ ทำให้หล่อนรู้สึกพอใจมาก
‘หึ ! นังหลินเจี้ยนเสวี่ย แกมันโง่ !’เจียงอวี่หนิงแกว่งขาไปมาอย่างอารมณ์ดี ในใจเบิกบานราวกับดอกไม้กำลังเบ่งบาน ได้อาศัยอยู่ในบ้านหลังใหญ่ กินของดี ๆ ของนังนั่น แล้วยังได้มีอะไรกับสามีของนังนั่นอีก ความรู้สึกแบบนี้ เรียกว่าสะใจจนไม่มีอะไรดีไปกว่านี้แล้ว
รอถึงวันเสาร์ พวกเขาก็จะสามารถออกไปเที่ยวด้วยกันได้อย่างเปิดเผย แถมเจียงอวี่ไป๋ยังบอกอีกว่าจะพาหล่อนไปพักที่บ้านพักรับรองอีก แค่นึกถึงสายตาอันร้อนแรงของเจียงอวี่ไป๋เมื่อครู่นี้ หล่อนก็รู้สึกตัวลอยแล้ว
เจียงอวี่ไป๋ตั้งตารอ หากหลินเจี้ยนเสวี่ยผู้สูงส่งคนนั้นรู้ความจริงเข้า จะเสียใจพังทลายขนาดไหนกันนะ ?
.....
วันเสาร์มาถึง อากาศแจ่มใสลมพัดเบา ๆ หน้าทางเข้าโรงภาพยนตร์ปักกิ่งมีผู้คนเนืองแน่น ในอากาศมีกลิ่นเมล็ดแตงโมคั่วและน้ำอัดลมจาง ๆ ลอยผ่านจมูกเบา ๆ
เสิ่นโย่วซานและหลิวเว่ยถือตั๋วชมภาพยนตร์ใบใหม่เอี่ยม 2 ใบเดินเข้าไปต่อแถวรวมกับผู้คนที่กำลังรอเข้าโรง ทั้งสองเดินตามแถวผ่านจุดตรวจตั๋ว แล้วหาที่นั่งตามหมายเลขที่ระบุไว้บนตั๋ว เป็นที่นั่งตรงกลางค่อนไปทางด้านหลังเล็กน้อย มุมมองค่อนข้างดี
ภาพยนตร์ยังไม่เริ่ม ภายในโรงฉายมีแสงสลัว มีเพียงไฟฉุกเฉินไม่กี่ดวงที่ส่องอยู่ด้านหน้าจอ ทุกคนต่างก้มหน้ากระซิบพูดคุยกัน เสียงเคี้ยวเมล็ดแตงโมดังขึ้นเป็นระยะ
สามีภรรยากำลังกระซิบคุยกันถึงเรื่องสนุก ๆ ที่เกิดขึ้นในโรงงานและคณะศิลปะการแสดง จู่ ๆ หลิวเว่ยก็ส่งเสียงหืมเบา ๆ แล้วแตะแขนเสิ่นโย่วซานให้หันไปมอง
“นั่นเจียงอวี่ไป๋สามีของเสี่ยวเสวี่ยนี่ ?” เสิ่นโย่วซานมองตามสายตาของสามีไป
ท่ามกลางแสงสลัว เธอเห็นเจียงอวี่ไป๋กำลังพาผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาในโรงภาพยนตร์ ทั้งคู่ถือตั๋วหนังไปด้วย พูดคุยหัวเราะกันไปด้วย เพราะแสงไม่พอ จึงเห็นใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นไม่ชัดเท่าไร แต่...รูปร่างอ้อนแอ้น ดูแล้วอายุยังน้อยมาก
“ผู้หญิงที่อยู่ข้างเขาคือ...?” หลิวเว่ยเอ่ยถามด้วยความสงสัย เสิ่นโย่วซานเพ่งมองอีกครั้งแล้วก็จำได้
“อ้อ ~ เหมือนจะเป็นพี่เลี้ยงของบ้านเธอนะ ก่อนหน้านี้ฉันเคยเอาของไปให้เสี่ยวเสวี่ยที่บ้านน่ะ เคยเจอครั้งหนึ่ง เสี่ยวเสวี่ยบอกว่าแซ่เจียงชื่ออวี่หนิง บางครั้งก็เห็นหล่อนอุ้มเสี่ยวหูออกมารับแดดด้วยนะ”
“พี่เลี้ยง ?” หลิวเว่ยขมวดคิ้วแน่น ก่อนจะเอ่ยถามต่อว่า
“พี่เลี้ยงสมัยนี้สนิทสนมกับเจ้าของบ้านขนาดนี้เลยเหรอ ?” เสิ่นโย่วซานเองก็สังเกตเห็นว่า เจียงอวี่ไป๋กับผู้หญิงที่ชื่อเจียงอวี่หนิงคนนั้นกลับเดินจูงมือกันเข้ามา
แม้ภายในโรงภาพยนตร์จะมืดมาก แต่...สองมือที่ประสานกันนั้นกลับเห็นได้อย่างชัดเจน ทั้งคู่คลำทางในความมืดเพื่อหาที่นั่งไปด้วย กระซิบพูดคุยหัวเราะกันไปด้วย อยู่ใกล้กันมาก ท่าทางสนิทสนมกันมากด้วย ไม่เหมือนเจ้าของบ้านกับพี่เลี้ยงทั่วไปเลย และยิ่งไม่เหมือนญาติพี่น้องที่ควรจะวางตัวให้ดูเหมาะสมกว่านี้
หัวใจของเสิ่นโย่วซานกระตุกวูบหนึ่ง แต่...ภายนอกยังคงรักษาความสงบเอาไว้ แล้วช่วยอธิบายแทนหลินเจี้ยนเสวี่ยว่า
“ฉันเคยได้ยินเสี่ยวเสวี่ยพูดถึงอยู่ครั้งหนึ่ง บอกว่าผู้หญิงคนนี้เป็นญาติห่าง ๆ ของเจียงอวี่ไป๋ จากบ้านเกิดมาปักกิ่งเพื่อพึ่งพาญาติ ตอนนี้เลยพักอยู่ที่บ้านของเธอชั่วคราว เลยช่วยดูแลน้องชายเธอไปด้วยน่ะ อาจจะเป็นเพราะพี่น้องคู่นี้สนิทกันมากมั้งคะ”
แม้หลิวเว่ยจะรู้สึกแปลก ๆ อยู่บ้าง แต่...สุดท้ายก็เป็นเรื่องในครอบครัวของคนอื่น เขาจึงไม่อยากพูดอะไรต่อ ได้แต่พยักหน้าเบา ๆ เหมือนจะเข้าใจ แล้วก็ไม่ได้ถามอะไรอีก
บังเอิญว่าที่นั่งของเจียงอวี่ไป๋กับเจียงอวี่หนิงอยู่ตรงแถวด้านหน้าของเสิ่นโย่วซานและหลิวเว่ยพอดี ทันทีที่ทั้งสองนั่งลง ตัวก็ติดกันไม่ห่างอย่างกับปาท่องโก๋
เจียงอวี่ไป๋เอียงตัวเข้าไปหา แทบจะโอบเจียงอวี่หนิงเอาไว้ทั้งตัวอยู่แล้ว ปากแนบอยู่ข้างหูหล่อน ไม่รู้ว่ากำลังพูดอะไรอยู่ ถึงทำให้เจียงอวี่หนิงหัวเราะคิกคักออกมาได้ ร่างกายสั่นไหวเป็นระยะ และบางครั้งยังแสร้งทำเป็นเขินแล้วผลักเขาเบา ๆ ด้วย
ท่าทาง สีหน้า ทุกอย่างเต็มไปด้วยความสนิทสนมและความกำกวมโดยไม่สนใจสายตาของคนรอบข้างเลยแม้แต่น้อย นี่มันญาติพี่น้องแบบไหนกัน ? เห็นได้ชัดว่าเป็นคู่รักที่กำลังคลั่งรักกันอย่างหนักมากกว่า
เสิ่นโย่วซานมองแผ่นหลังของทั้งสองคนที่นั่งแนบชิดกันอยู่ด้านหน้า ฟังพวกเขาหยอกล้อส่งสายตาหวานใส่กันอย่างไม่เกรงใจ คิ้วก็ขมวดเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว
เมื่อครู่...เธอคิดจะช่วยอธิบายแทนหลินเจี้ยนเสวี่ยอยู่เลย แต่...ตอนนี้ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์นี้จะไม่ปกติจริง ๆ มันดูไม่เหมือนญาตกันเลยสักนิด กลับดูเหมือนคู่รักที่แอบออกมาเดตกันต่างหากล่ะ