คิดถึงคนไกล
คิดถึงคนไกล
รอยยิ้มนั้นเห็นได้ชัดว่าอ่อนโยน น้ำเสียงก็เห็นได้ชัดว่านุ่มนวล แต่...ไม่รู้เพราะเหตุใด ต่งไฉเซี่ยกลับสัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นเสียดกระดูกจากคำพูดนั้น
หลินเจี้ยนเสวี่ยพูดไม่ผิด ไม่มีผู้หญิงคนไหนดีกับลูกชายแกเท่าเธอแล้ว หากเสียหลินเจี้ยนเสวี่ยไป แล้วต้องออกจากตระกูลหลินไป แล้วแกกับลูกจะอยู่ยังไง ?
บ้านพักสวัสดิการอันกว้างขวาง สว่างไสว หน้าหนาวอบอุ่น หน้าร้อนเย็นสบายตรงหน้านี้เป็นของตระกูลหลิน เนื้อและปลาที่ได้กินบนโต๊ะอาหารทุกวันก็ตระกูลหลินเป็นคนจัดหา
เสื้อผ้าสะอาดเรียบร้อยที่สวมอยู่บนตัว รวมถึงสายตาที่คนอื่นมองพวกเขาด้วยความเกรงใจยามออกไปข้างนอก ก็อาศัยบารมีของตระกูลหลินทั้งนั้น
ถ้าไม่มีลูกสะใภ้อย่างหลินเจี้ยนเสวี่ย ไม่มีต้นไม้ใหญ่อย่างตระกูลหลินให้พึ่งพิง พวกเธอก็จะถูกกระชากกลับคืนสู่สภาพเดิมทันที ไม่ได้ ! มันไม่ใช่แค่การกลับคืนสู่สภาพเดิมธรรมดา ๆ
แต่...มันน่ากลัวกว่าการกลับไปอยู่ในคอกวัวผุพังที่ลมโกรกเข้ามาจากทุกทิศทุกทางในชนบท และต้องแทะแผ่นแป้งข้าวโพดกับผักป่าประทังชีวิตไปวัน ๆ
ในยุคสมัยนี้ ปัญหาเรื่องความประพฤติ ความสัมพันธ์ชายหญิงที่ไม่เหมาะสม เรื่องแบบนี้ต้องถูกจับไปสวมหมวกสูงประจานไปตามถนน จากนั้น...ก็ถูกส่งไปยังพื้นที่ห่างไกลและลำบากที่สุดใช้แรงงานและปรับปรุงตัว
ได้ยินมาว่าคนที่ถูกส่งไปปรับปรุงตัวเหล่านั้น ต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมเลวร้าย ขาดหมอขาดยา แถมยังต้องทำแต่งานหนักที่เหน็ดเหนื่อยที่สุด ใน 10 คนมี 9 คนที่ทนไม่ไหว สุดท้าย...ถ้าไม่ป่วยตายก็เหนื่อยตายอยู่ที่นั่น
เจียงอวี่ไป๋ ! ลูกชายของแก ลูกชายที่แกฝากความหวังทั้งหมดเอาไว้ หวังพึ่งให้เขาสร้างเนื้อสร้างตัว มีอนาคต และนำเกียรติมาสู่วงศ์ตระกูล ถ้าหากเป็นเพราะนังเจียงอวี่หนิงนั่นจริง ๆ ถ้าหากถูกตีตราว่ามีความสัมพันธ์ชายหญิงที่ไม่เหมาะสมจริง ๆ
ต่งไฉเซี่ยไม่กล้าคิดต่อ รู้สึกว่าภาพตรงหน้าเริ่มหมุนคว้างอีกครั้ง เลือดทั่วร่างราวกับถูกสูบออกไปจนหมด
“ป้าต่ง” น้ำเสียงของหลินเจี้ยนเสวี่ยแฝงความเป็นห่วงเรียกสติ
“ป้าเป็นอะไรหรือเปล่าคะ ? สีหน้าดูไม่ค่อยดีเลย ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่าคะ ?”
ต่งไฉเซี่ยสะดุ้งโหยง รีบส่ายหน้าด้วยความลนลานแล้วเอ่ยว่า “ไม่ ไม่เป็นไร ป้าแค่ แค่เวียนหัวนิดหน่อยน่ะ เดี๋ยวป้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะ”
ต่งไฉเซี่ยเดินโซเซกลับเข้าไปในห้องของตัวเอง หลินอู่เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วก็เดินออกมา ก็เห็นแผ่นหลังที่ดูเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่างของต่งไฉเซี่ยพอดี คิ้วโก่งสวยขมวดมุ่น ก่อนจะหันมาพูดกับลูกสาวว่า
“เสี่ยวเสวี่ย ดูป้าต่งของลูกสิ ท่าทางเหมือนขวัญหนีดีฝ่อแบบนั้น เฮ้อ ~ ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น”
หลินเจี้ยนเสวี่ยหลุบตาลง น้ำเสียงยังอ่อนโยนเอ่ยว่า “แม่ไม่ต้องกังวลนะคะ เดี๋ยวพอไปถึงที่นั่นทุกอย่างก็จะกระจ่างเอง”
ไม่นานนัก ต่งไฉเซี่ยก็เปลี่ยนเป็นเสื้อบุนวมเก่า ๆ สีเทาหม่นเดินออกมา สีหน้ายังคงย่ำแย่จนน่าตกใจ
“ไปกันเถอะค่ะ” หลินเจี้ยนเสวี่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง ก่อนจะเดินนำไปทางประตู
ทั้งครอบครัวหลินเดินลงบันไดไปอย่างเงียบ ๆ ทันทีที่เดินมาถึงลานด้านล่าง สายตาแปลก ๆ จากคนรอบข้างก็พร้อมใจกันจับจ้องมาทางพวกเขา
รถจี๊ป 2 คันที่มีคำว่าตำรวจพิมพ์อยู่จอดอยู่ตรงหน้าตึกพอดี แม้ไฟสัญญาณบนหลังคารถจะไม่ได้กะพริบ แต่...สัญลักษณ์ที่สะดุดตานั้น รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบ 2 นายที่ยืนอยู่ข้างรถก็เพียงพอที่จะดึงดูดสายตาของทุกคนในบ้านพักสวัสดิการแล้ว
สถานการณ์เอิกเกริกเช่นนี้ดึงดูดความสนใจของทุกคนในบ้านพักสวัสดิการทันที หลายครอบครัวเปิดหน้าต่างชะโงกหน้าออกมาดู ส่วนเพื่อนบ้านบางคนที่กำลังพักผ่อนอยู่บ้านก็ถึงกับออกมามุงยืนอยู่ไม่ไกล พลางชี้ไม้ชี้มือกระซิบกระซาบซุบซิบกัน
“เอ๊ะ ใช่ครอบครัวของผู้อำนวยการโรงงานหลินไหม ? ทำไมตำรวจถึงมาที่บ้านอำนวยการหลินได้ล่ะ ?”
“ต้องมีเรื่องอะไรแน่ ๆ”
“ไปทำผิดอะไรมาล่ะเนี่ย ?”
“นั่นสิ ไปทำอะไรผิดมานะ” เสียงวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้นดังไม่มากไม่น้อย แต่...ตระกูลหลินได้ยินทุกคำ
หลินอู่กอดเสี่ยวหู่ที่ยังคงงุนงงอยู่ในอ้อมแขนแน่น สูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ข้าง ๆ ลูกสาว พยายามวางท่าสงบนิ่งตบแขนลูกสาวเบา ๆ แล้วเอ่ยปลอบ
“เสี่ยวเสวี่ย ไม่ต้องกลัวนะลูก พวกเราไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น อีกอย่างแม่ว่า เรื่องนี้ต้องเป็นความเข้าใจผิดแน่ ๆ ลูกลองคิดดูสิ อวี่ไป๋กับอวี่หนิงพวกเขาเป็นญาติกัน จะสนิทสนมกันหน่อยก็เป็นเรื่องธรรมดา คงมีใครสายตาไม่ดีเห็นจากไกล ๆ บนถนน มองไม่ชัดแล้วจำอวี่หนิงไม่ได้เลยทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายแบบนี้ขึ้นมา เดี๋ยวพอไปถึงสถานีตำรวจ พวกเราอธิบายสถานการณ์ให้ชัดเจนเรื่องก็จบแล้ว”
หลินเจี้ยนเสวี่ยเอียงหน้ามองแม่ แววตาซับซ้อนวูบผ่าน สุดท้าย...เธอก็หลุบตาลงแล้วแสยะยิ้ม ก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติแล้วพยักหน้าเบา ๆ รับคำอย่างว่าง่าย
“ค่ะแม่ หนูรู้แล้ว” เธอเดินตามแม่ไปอย่างว่าง่าย พร้อมกับหลินเยว่เฟิงผู้เป็นพ่อที่มีสีหน้าเคร่งเครียดไม่แพ้กัน แล้วขึ้นไปนั่งเบาะหลังของรถจี๊ปคันหนึ่ง
ส่วนต่งไฉเซี่ยที่ดูเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่าง ได้ไปนั่งรถอีกคัน ประตูรถปิดเสียงดังปัง ตัดขาดสายตาอยากรู้อยากเห็นของทุกคน รถตำรวจค่อย ๆ แล่นออกจากเขตบ้านพักสวัสดิการอันคุ้นเคยไป ภายในรถตกอยู่ในความเงียบงันทันที
หลินอู่ก้มหน้า ตบหลังเสี่ยวหู่เบา ๆ พลางหยอกล้อ พยายามสลายบรรยากาศอึดอัดภายในรถ
เสี่ยวหู่กะพริบดวงตากลมโต มองคนนั้นทีคนนี้ทีราวกับสัมผัสได้ถึงความผิดปกติเช่นกัน ปากเล็ก ๆ เบะลง แต่...กลับไม่ร้อง
หลินเยว่เฟิงนั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับด้านหน้า แผ่นหลังเหยียดตรง มือทั้งสองวางเรียบร้อยอยู่บนเข่า แต่...ใบหน้าเขียวคล้ำริมฝีปากเม้มแน่น เผยให้เห็นความอึดอัดคับข้องใจ
สำหรับข้าราชการระดับเขา ผู้อำนวยการโรงงานเหล็กผู้มีหน้ามีตาคนหนึ่ง กลับถูกตำรวจใช้รถตำรวจเชิญตัวไปเช่นนี้ ไม่ว่าผลสุดท้ายจะเป็นอย่างไร ท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมาย ศักดิ์ศรีและหน้าตาของเขาถือว่าพังป่นปี้ไปหมดแล้ว ถึงจะรู้อยู่แก่ใจว่าเรื่องนี้อาจเป็นเรื่องเข้าใจผิด แต่...ในใจก็ยังอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
หลินเจี้ยนเสวี่ยทอดสายตามองออกไปข้างนอก ตอนนี้...เป็นช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิปี 1976 ผู้คนเดินบนท้องถนนไม่เยอะเท่าไร เสื้อผ้าที่สวมใส่ส่วนใหญ่เป็นสีเรียบ ๆ อย่างสีเทา สีน้ำเงิน และสีเขียว ทุกคนต่างเดินกันอย่างเร่งรีบ
ต้นไม้สองข้างทางเพิ่งผลิยอดอ่อน มีสีเขียวอมเหลืองจาง ๆ แต่...มวลอากาศยังคงอบอวลด้วยความหนาวเย็นของต้นฤดูใบไม้ผลิ สายลมลอดผ่านช่องหน้าต่างรถ พัดพาความแห้งเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ของภาคเหนือมากระทบใบหน้าจนรู้สึกแสบไปหมด
ทิวทัศน์บนถนนที่คุ้นเคย อาคารสีเทาหม่น จักรยานที่แล่นผ่านเป็นครั้งคราว กำแพงที่ติดคำขวัญต่าง ๆ ทุกสิ่งล้วนมีร่องรอยอันเป็นเอกลักษณ์ของยุคสมัยนี้
วันนี้...เห็นได้ชัดว่าเป็นวันที่เธอวางแผนมาอย่างรอบคอบและเฝ้ารอมานาน กำลังจะถึงช่วงเวลาสำคัญในการเก็บตาข่ายที่วางเอาไว้แล้ว ในใจของเธอควรจะตึงเครียด ควรจะเฝ้ารอ และควรจะรู้สึกสะใจที่กำลังจะได้แก้แค้นสิ
แต่...ไม่รู้เพราะอะไร เมื่อมองทิวทัศน์บนถนนที่คุ้นเคยและแปลกตาค่อย ๆ ถอยห่างออกไปนอกหน้าต่าง ความคิดของเธอกลับล่องลอยออกไปโดยไม่รู้ตัว
เงาร่างหนึ่งที่อยู่ห่างไกลไม่เข้ากับทุกสิ่งทุกอย่างตรงหน้า ค่อย ๆ ปรากฏชัดขึ้นในความคิดของเธอ
ฟู่เจียเหวย...จดหมายลงทะเบียนที่เธอส่งไป เขาได้รับหรือยังนะ ?
ลองคำนวณจากวันเวลาแล้วก็น่าจะถึงแล้ว พ่อกับแม่ของเขา รวมถึงน้องสาวของเขาด้วย ทุกคนสบายดีไหมนะ ?