แววตาที่เหนือกว่า
แววตาที่เหนือกว่า
“เจี้ยนเสวี่ย อย่าเสียใจไปเลยนะ เธอต้องมาเจ็บปวดกับคนพรรค์นี้ไม่คุ้มเลย ตอนนี้ทั้งพยานและหลักฐานก็มีครบแล้ว เขาปลอมจดหมายแนะนำตัว แถมยังมามั่วกับผู้หญิงคนอื่นที่นี่อีก ฉันเชื่อว่าสหายตำรวจจะต้องจัดการอย่างยุติธรรมและให้ความเป็นธรรมกับเธอแน่นอน ไม่มีทางปล่อยคนเลวแบบนี้ไปเด็ดขาด”
เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นหัวหน้าทีมกระแอมเบา ๆ สายตาหยุดอยู่ที่ใบหน้าเล็ก ๆ ที่ซีดเซียวของหลินเจี้ยนเสวี่ย พยายามปรับน้ำเสียงของตัวเองให้อ่อนโยนขึ้นหน่อย
“เรื่องทั้งหมดพวกเราเข้าใจสถานการณ์อย่างชัดเจนแล้ว เธอวางใจได้ การปลอมจดหมายแนะนำตัวเป็นเรื่องใหญ่ อีกทั้งยังมีเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงที่ไม่เหมาะสม ทำให้เสื่อมเสียศีลธรรม พวกเราจะจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจังแน่นอน จะไม่มีทางปล่อยผ่านเด็ดขาด พวกเราจะคืนความเป็นธรรมให้เธอ และให้ความเป็นธรรมกับตระกูลหลินของพวกเธออย่างแน่นอน”
คำพูดหนักแน่นนี้ทำให้สีหน้าเคร่งเครียดของหลินเยว่เฟิงผ่อนคลายลงเล็กน้อย หลังจากปลอบหลินเจี้ยนเสวี่ยแล้ว สีหน้าของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม สายตาคมกริบราวกับใบมีดมองเข้าไปด้านในห้อง
สายตาของเจ้าหน้าที่ตำรวจหยุดที่หญิงสาวบนเตียง ซึ่ง...เสื้อผ้ายับยู่ยี่ ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือดเพราะความหวาดกลัวอย่างรุนแรง
“สหายหญิงด้านใน ! รีบแต่งตัวให้เรียบร้อย ! แล้วตามพวกเรากลับไปที่กองบัญชาการตำรวจ ให้ความร่วมมือด้วย”
เจียงอวี่หนิงอยู่บนเตียงตัวสั่นเทิ้ม ราวกับถูกสาดด้วยน้ำเย็นจัดตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า หล่อนนั่งนิ่งเหมือนคนโง่ ผมเผ้ายุ่งเหยิงแนบติดอยู่กับแก้มซีดขาว ดวงตาว่างเปล่ากวาดผ่านผู้คนที่เบียดเสียดกันอยู่หน้าประตู
หลินเยว่เฟิงที่กำลังโกรธจัด เสิ่นโยว่ซานที่กำลังกอดหลินเจี้ยนเสวี่ยด้วยสีหน้าสงสาร ผู้คนแปลกหน้าที่กำลังชี้นิ้วซุบซิบนินทาและมองหล่อนด้วยสายตาดูถูก และยังมีเจียงอวี่ไป๋ที่เมื่อครู่โยนความผิดทั้งหมดมาให้หล่อนโดยไม่ลังเลด้วย
ตอนนี้...หล่อนกำลังนอนแผ่อยู่บนพื้นราวกับสุนัขที่ตายแล้ว มันเกิดอะไรขึ้น ? เรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรกัน ? ก็เห็น ๆ อยู่ว่าทุกอย่างถูกวางแผนเอาไว้อย่างรัดกุมไร้ช่องโหว่แล้ว
นังผู้หญิงโง่ ๆ อย่างหลินเจี้ยนเสวี่ยคนนั้น เจียงอวี่ไป๋ให้หล่อนดื่มแกงไก่ใส่ยาพิษแล้วไม่ใช่เหรอ ? นังนั่นเป็นหมันไปแล้วนี่ หลังจากนั้น หล่อนก็จะตั้งท้องลูกของเจียงอวี่ไป๋ ถึงตอนนั้นก็หลอกนังหลินเจี้ยนเสวี่ยบอกว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของญาติยากจนคนหนึ่งที่บ้านเกิดของเจียงอวี่ไป๋เลี้ยงไม่ไหว แล้วขอให้นังนั่นรับเด็กไปเลี้ยง
นังหลินเจี้ยนเสวี่ยหน้าโง่จะต้องรักเด็กคนนี้เหมือนลูกแท้ ๆ ของตัวเองแน่นอน รอจนเด็กโตขึ้น เจียงอวี่ไป๋ก็จะสามารถสืบทอดทรัพย์สินของตระกูลหลินได้อย่างสมเหตุสมผล จากนั้น...พวกเขาก็จะหาเหตุผลสักข้อเพื่อเขี่ยนังหลินเจี้ยนเสวี่ยออกไป
ครอบครัวสามคนของพวกเขาก็จะสามารถยึดสมบัติของตระกูลหลิน ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ได้อยู่เคียงข้างกันไปจนวันตาย
นังหลินเจี้ยนเสวี่ย ก็เป็นเพียงหินรองเท้าที่ขวางทางความสุขของพวกเขา เป็นแค่แม่บ้านที่เลี้ยงลูกให้พวกเขาเท่านั้น แผนการนี้สมบูรณ์แบบขนาดไหน ขอเพียงรออีกสักหน่อย รอจนกว่าหล่อนกลับมาท้องลูกของเจียงอวี่ไป๋อีกครั้ง
แต่...ตอนนี้ ทำไมตำรวจถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ? ทำไมคนตระกูลหลินถึงรู้ว่าพวกเขาอยู่ที่นี่ ? ตกลงใครเป็นคนปล่อยข่าว ? ผิดพลาดตรงไหนกัน ?
เจียงอวี่หนิงเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความโกรธแดงก่ำ หล่อนจ้องหลินเจี้ยนเสวี่ยที่กำลังถูกเพื่อนสนิทโอบกอดอยู่
ต้องเป็นมันแน่ๆ ต้องเป็นนังหลินเจี้ยนเสวี่ยแน่ๆ นี่ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ ทว่า...เมื่อสายตาของหล่อนปะทะเข้ากับใบหน้าของหลินเจี้ยนเสวี่ย หัวใจของหล่อนก็หดเกร็ง ความเย็นยะเยือกสายหนึ่งพุ่งจากฝ่าเท้าขึ้นไปถึงศีรษะ
หลินเจี้ยนเสวี่ยก็กำลังมองหล่อนอยู่เช่นกัน ไม่มีท่าทางเสียใจ น้อยใจ และอ่อนแอไร้ทางสู้อย่างเมื่อครู่อีกแล้ว
หลินเจี้ยนเสวี่ยในเวลานี้แค่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ ดวงตาใสกระจ่างและอ่อนโยนคู่นั้น ตอนนี้...กลับสงบนิ่งราวกับบึงน้ำแข็งเย็นยะเยือกที่มองไม่เห็นก้นบึ้ง
สายตานั้นเย็นชา เย็นยะเยือกถึงกระดูก สายตานั้นยังสงบนิ่งดูผิดปกติ สงบนิ่งชวนขนลุก สายตาที่มองเจียงอวี่หนิงไม่มีทั้งความโกรธ ไม่มีความเคียดแค้น แม้แต่ความดูถูกก็ไม่มี
มีเพียงสายตาที่มองสำรวจอย่างเฉยชาและอยู่เหนือกว่า ราวกับกำลังมองตัวตลกคนหนึ่งที่กำลังกระโดดโลดเต้นอย่างเอาเป็นเอาตาย คิดว่าตัวเองฉลาดเลิศล้ำ แต่...สุดท้ายกลับล้มคว่ำหน้าจมดิน มันเป็นสายตาของคนที่มองทะลุทุกอย่าง และกุมทุกสิ่งเอาไว้ในมือ
เจียงอวี่หนิงรู้สึกราวกับวิญญาณของตัวเองถูกแช่แข็งด้วยสายตาคู่นั้น หน้ากากทั้งหมดของหล่อน แผนการทั้งหมดของหล่อน ต่อหน้าดวงตาคู่นั้น ล้วนเหมือนหิมะและน้ำแข็งที่ถูกนำไปตากแดดร้อนจัด ละลายหายไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีที่ให้ซ่อนแม้แต่น้อย
เป็นไปได้อย่างไรกัน ?! หลินเจี้ยนเสวี่ยจะมีสายตาแบบนี้ได้อย่างไร ? นังนั่นควรจะเสียใจแทบเป็นแทบตาย ร้องไห้ฟูมฟาย แล้วพุ่งเข้ามาทุบตีหล่อนสิ ทำไมถึงนิ่งเงียบแบบนั้นได้ ?
ความอัปยศอดสูอย่างรุนแรงและความหวาดกลัวที่ถูกมองทะลุ ราวกับมือที่มองไม่เห็นสองข้างกำลังบีบรัดลำคอของเจียงอวี่ หนิงแน่น
“กรี๊ดดดดดด !!” ภายใต้ความโกรธ ความอัปยศอดสู และความหวาดกลัวอย่างรุนแรงที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกัน ดวงตาของเจียงอวี่หนิงดับวูบ หล่อนกรีดร้องออกมา ก่อนที่ร่างจะหงายหลังแล้วหมดสติไป
หล่อนจะแพ้แบบนี้ไม่ได้ ! หล่อนจะแพ้หลินเจี้ยนเสวี่ย ผู้หญิงที่ไม่เคยอยู่ในสายตาหล่อนได้อย่างไร
.....
หลังจากออกมาจากกองบัญชาการตำรวจและให้ปากคำเสร็จเรียบร้อย ท้องฟ้าด้านนอกก็มืดสนิทแล้ว บนท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้มประปรายด้วยดวงดาวเย็นเยียบเพียงไม่กี่ดวง
สายลมยามค่ำคืนพัดพาความเย็นเข้ามาปะทะใบหน้า แต่...กลับไม่อาจพัดความหนักอึ้งในใจของคนตระกูลหลินให้จางหายไปได้ ด้านหน้าประตูทางเข้ากองบัญชาการตำรวจมีแสงไฟสีเหลืองสลัวส่องอยู่
สีหน้าของหลินเยว่เฟิงยังคงดูย่ำแย่ แต่...เมื่อเทียบกับความโกรธเกรี้ยวตอนอยู่ที่บ้านพักรับรองแล้ว ตอนนี้...กลับมีความเหนื่อยล้าและความสงสารลูกสาวเพิ่มขึ้นมาอีกหลายส่วน
ผู้อำนวยการกองบัญชาการตำรวจออกมาส่งพวกเขาถึงหน้าประตูด้วยตัวเอง ผู้อำนวยการอายุราว 50 ปี สวมเครื่องแบบตำรวจที่เรียบกริบ ใบหน้าเหลี่ยม คิ้วเข้ม ดวงตาโต ดูน่าเกรงขาม
แต่...ในเวลานี้ เมื่อมองสองพ่อลูกตระกูลหลิน สายตากลับแฝงด้วยความคุ้นเคยและความเป็นห่วงอยู่หลายส่วน เขากับหลินเยว่เฟิงรู้จักกันมาหลายปี ถือเป็นคนคุ้นเคยกันดี เมื่อเกิดเรื่องใหญ่กับตระกูลหลินเช่นนี้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลส่วนตัวหรือเหตุผลทางหน้าที่ เขาก็ต้องดูแลอีกฝ่ายเป็นพิเศษอยู่แล้ว
เมื่อเห็นหลินเจี้ยนเสวี่ยยืนอยู่ข้างพ่อ ก้มหน้าเงียบมาตลอด ใบหน้าเล็ก ๆ ภายใต้แสงไฟดูซีดเซียวดูอ่อนล้า ผู้อำนวยการก็อดถอนหายใจในใจไม่ได้ เด็กคนนี้ช่างน่าสงสารจริง ๆ เจอเรื่องแบบนี้ ไม่ว่าเป็นใครก็คงรับไม่ไหว
“เสี่ยวเสวี่ย” เขาพยายามใช้น้ำเสียงของผู้ใหญ่ปลอบโยนเธอ
“วันนี้ทำให้หนูต้องได้รับความไม่เป็นธรรมแล้ว เรื่องนี้...เฮ้อ ~ กลับบ้านไปนอนให้เต็มอิ่ม พักผ่อนให้ดี อย่าคิดมาก คดีนี้ถูกผิดเป็นอย่างไร พวกเราที่กองบัญชาการจะรีบจัดการให้นะ”
ผู้อำนวยการตบไหล่หลินเยว่เฟิงเบา ๆ ก่อนจะเบือนสายตาไปมองหลินเจี้ยนเสวี่ย
“พวกเธอเป็นผู้เสียหาย โดยเฉพาะเสี่ยวเสวี่ย วางใจได้ หน่วยงานตำรวจของเราจะทำงานตามกฎหมาย และจัดการเจียงอวี่ไป๋กับเจียงอวี่หนิงคนนั้นอย่างจริงจังแน่นอน การปลอมจดหมายแนะนำตัวของหน่วยงานรัฐ แค่เรื่องนี้อย่างเดียวก็ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายแล้ว บวกกับเรื่องความประพฤติของพวกเขาอีก หึ ! วางใจเถอะ กฎหมายยุติธรรมเสมอ และจะต้องยืนอยู่ข้างเสี่ยวเสวี่ยแน่นอน”