LNCrawler

เตรียมแผนสลัดทิ้ง

ยุค 70 เกิดใหม่ครานี้ฉันจะร้ายให้สุด — novel.dek d.com · All chapters

เตรียมแผนสลัดทิ้ง

ดูเหมือนว่าครั้งนี้ต้องเพิ่มยามากว่านี้สักหน่อยแล้ว เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ต่งไฉเซี่ยก็รีบเข้าไปในครัวทันที แต่...ทันทีที่หล่อนหยิบไก่ออกมาจากตู้เย็น หลินเจี้ยนเสวี่ยก็เดินตามเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มสดใสพลางเอ่ยว่า

“ป้าต่งกำลังจะทำซุปไก่เหรอคะ ? ให้ฉันช่วยนะคะ” ต่งไฉเซี่ยถึงกับสะดุ้งโหยง รีบโบกมือแล้วพูดว่า

“ไม่ต้อง ๆ เจี้ยนเสวี่ย วันนี้หนูเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว รีบไปพักผ่อนเถอะ ในครัวมีควันเยอะ เดี๋ยวกลิ่นติดตัวหนูหมด เรื่องทำอาหารให้ป้าจัดการก็พอ”

หลินเจี้ยนเสวี่ยมองท่าทางของต่งไฉเซี่ยแล้วจะไม่รู้ความคิดของอีกฝ่ายได้อย่างไร แต่...เธอจะไม่ยอมให้ต่งไฉเซี่ยได้ต้มซุปให้แม่เธอกินอีกหรอกนะ

“ฉันไม่เหนื่อยค่ะ” หลินเจี้ยนเสวี่ยฉีกยิ้มหวานยิ่งกว่าเดิม ก่อนจะเอ่ยต่อว่า

“แม่ฉันเพิ่งคลอด ในฐานะลูกสาว ฉันก็อยากแสดงความกตัญญูต่อแม่บ้าง อีกอย่าง ตอนนี้ฉันมีน้องชายเพิ่มมาอีกคนแล้ว ฉันดีใจมากเลยค่ะ ตื่นเต้นจนนอนไม่หลับค่ะป้าต่ง”

สีหน้าของต่งไฉเซี่ยพลันแข็งค้างทันทีเมื่อได้ยินอย่างนั้น ในใจกระวนกระวายอย่างมาก ถ้าปล่อยให้หลินเจี้ยนเสวี่ยอยู่ในครัวจริง ๆ แล้วหล่อนจะหาโอกาสใส่ยาลงในน้ำซุปได้อย่างไร

แต่...หล่อนก็ไม่สามารถออกปากไล่หลินเจี้ยนเสวี่ยไปตรง ๆ ได้ เพราะนั่นมีแต่จะทำให้อีกฝ่ายสงสัย ต่งไฉเซี่ยจึงได้แต่ข่มความร้อนใจเอาไว้ ฝืนยิ้มแล้วพูดว่า

“เจี้ยนเสวี่ย หนูนี่มีน้ำใจจริง ๆ แต่เรื่องทำซุปไก่ ป้าทำคนเดียวก็พอแล้ว ยังไงหนูก็ควรไปพักผ่อนนะ”

หลินเจี้ยนเสวี่ยทำเหมือนไม่เข้าใจคำพูดของต่งไฉเซี่ย ก่อนจะพูดต่อว่า

“ป้าต่งคะ ป้าไปจัดการทำความสะอาดไก่ก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันช่วยต้มน้ำนะคะ”

พูดจบ...เธอก็เปิดเตาแล้วเริ่มลงมือต้มน้ำทันที ต่งไฉเซี่ยยืนอยู่ข้างๆ ในใจหงุดหงิดอย่างมาก อยากจะไล่หลินเจี้ยนเสวี่ยออกไปตรง ๆ แต่...ติดที่หล่อนทำแบบนั้นไม่ได้ จึงได้แต่ฝืนใจนำไก่ไปทำความสะอาด แล้วหั่นเป็นชิ้น ๆ จากนั้น...ก็ใส่ลงในหม้อดินเผา

แต่...เพราะอยู่ต่อหน้าหลินเจี้ยนเสวี่ย ต่งไฉเซี่ยจึงใส่สมุนไพรบำรุงร่างกายลงไปไม่น้อย ก่อนจะค่อย ๆ เคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ ตลอดกระบวนการ หลินเจี้ยนเสวี่ยยังคงอยู่ในครัวตามติดไม่ห่าง ไม่ยอมถอยออกไปแม้แต่ก้าวเดียว

ต่งไฉเซี่ยพยายามหาเหตุผลเพื่อไล่หลินเจี้ยนเสวี่ยออกไป แต่...ก็ถูกหลินเจี้ยนเสวี่ยปฏิเสธอย่างแนบเนียนทุกครั้ง สุดท้าย...หล่อนก็ทำอะไรไม่ได้ จึงต้องยอมแพ้และตั้งใจทำอาหารเช้ามื้อใหญ่ให้เรียบร้อย

หลังจากน้ำซุปไก่เคี่ยวเสร็จ อาหารเช้าก็ทำเสร็จพอดี หลินเจี้ยนเสวี่ยตั้งใจไปส่งอาหารให้แม่พร้อมกับต่งไฉเซี่ย ระหว่างทาง ต่งไฉเซี่ยเอาแต่ยิ้มประจบประแจง เอ่ยปากชมหลินเจี้ยนเสวี่ยไม่หยุดว่าเป็นลูกที่กตัญญูและรู้ความมาก

หลินเจี้ยนเสวี่ยมองใบหน้าเสแสร้งของต่งไฉเซี่ย แล้วก็นึกถึงความโหดเหี้ยมของครอบครัวนี้ขึ้นมา แววตาของเธอก็พลันเปลี่ยนไป เธอจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้ เธอไม่สามารถจับตาดูต่งไฉเซี่ยทั้งวันได้

เพื่อป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายหาโอกาสวางยาแม่ เธอต้องคิดหาวิธี รีบหย่ากับเจียงอวี่ไป๋ให้เร็วที่สุด แล้วส่งครอบครัวนี้กลับบ้านเกิดไปซะ !

.....

อีกทางด้านหนึ่ง ภายในโรงพยาบาล เจียงอวี่หนิงฟื้นขึ้นมาท่ามกลางความเจ็บปวดอย่างรุนแรง หล่อนรู้สึกแค่ว่าท้องน้อยและร่างกายส่วนล่างเหมือนกับถูกบดจนแหลกไปแล้ว

‘จางกุ้ยฮวา’นั่งอยู่ข้างเตียง ในมือถือแก้วเคลือบใบหนึ่ง กำลังจะป้อนน้ำให้เจียงอวี่หนิง พอเห็นว่าหล่อนฟื้นแล้ว แกก็รีบวางแก้วเคลือบลง แล้วขยับเข้าไปใกล้เจียงอวี่หนิง พูดด้วยภาษาถิ่นที่ฟังออกอย่างชัดเจนด้วยความดีใจว่า

“หนิงหนิง ในที่สุดหนูก็ฟื้นสักที เมื่อกี้หนูเสียเลือดมากเลย ทำเอาทุกคนตกใจแทบแย่”

เจียงอวี่หนิงได้ยินอย่างนั้นสมองก็ว่างเปล่า เสียเลือดมาก ? ทำไมหล่อนถึงเสียเลือดมากได้ ? หมู่นี้...หล่อนอยู่แต่ในบ้านที่ต่งไฉเซี่ยเป็นคนเช่าให้หล่อนอยู่ไม่ได้ออกไปไหนเลย ไม่ได้ก้าวขาออกจากบ้านด้วยซ้ำ

หล่อนจำได้ว่าหล่อนดื่มน้ำซุปไก่ที่ต่งไฉเซี่ยนำมาให้ หลังจากนั้นไม่นานก็เริ่มปวดท้องขึ้นมาอย่างกะทันหัน แล้วตรงส่วนล่างก็เริ่มมีเลือดไหลออกมา

หล่อนพยายามดิ้นจะลุกขึ้นนั่ง แต่...กลับพบว่าตัวเองไม่มีแรงเลยแม้แต่น้อย หล่อนเอื้อมมือไปแตะหน้าท้องตัวเองเบาๆ เมื่อสัมผัสได้ถึงท้องน้อยที่แบนราบ สีหน้าของหล่อนก็พลันซีดเผือด

“ลูกของฉันอยู่ไหน ?” จางกุ้ยฮวาได้ยินอย่างนั้นก็ถอนหายใจแรง ก่อนจะพูดว่า

“หนิงหนิง อย่าเสียใจไปเลยนะ เด็กไม่อยู่แล้ว แต่หนูอายุยังน้อยในอนาคตอยากจะมีกี่คนก็ย่อมได้”

คำพูดของผู้เป็นแม่ราวกับคมมีดบาดลึกลงกลางใจหล่อน ร่างทั้งร่างพลันแข็งค้าง เด็กไม่อยู่แล้วงั้นเหรอ ? ลูกของหล่อนหายไปแล้วงั้นเหรอ ? หล่อนแท้งลูกอย่างนั้นเหรอ ?

นี่คือลูกคนแรกของหล่อนกับเจียงอวี่ไป๋นะ หล่อนยอมรับความจริงเรื่องนี้ไม่ได้ และจะไม่มีวันยอมรับด้วย ใบหน้าซูบตอบส่ายหน้าไปมาอย่างแรง น้ำตาไหลพรั่งพรูไม่หยุดราวกับไข่มุกที่หลุดจากสาย

“ไม่ ! เป็นไปไม่ได้ ! ลูกของฉัน ! ลูกของฉัน !” จางกุ้ยฮวาเห็นแบบนั้นก็ไม่รู้ว่าจะปลอบอย่างไร จึงได้แต่ถอนหายใจซ้ำๆ อยู่อย่างนั้น

เจียงอวี่หนิงพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 3 วัน นอกจากจางกุ้ยฮวาที่คอยอยู่ข้าง ๆ ตลอดเวลาแล้วก็ไม่มีใครมาเยี่ยมเลย หล่อนยิ่งรู้สึกกระวนกระวายมากขึ้นเรื่อย ๆ

เจียงอวี่หนิงไม่เข้าใจว่าทำไมเจียงอวี่ไป๋ถึงไม่ยอมมาเยี่ยมหล่อนสักที หล่อนจึงหันไปถามจางกุ้ยฮวา แต่...จางกุ้ยฮวากลับอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ไม่สามารถบอกเหตุผลที่ชัดเจนได้ เอาแต่บอกให้หล่อนพักผ่อนให้ดี

จนกระทั่งวันที่สี่ เจียงอวี่ไป๋ถึงได้มาหาหล่อนในที่สุด ตอนที่เขาเดินเข้ามาในห้องพักคนไข้ ใบหน้าซีดเซียว เบ้าตาลึกโหล หนวดเคราขึ้นเต็มหน้า ทั้งตัวดูโทรมอย่างเห็นได้ชัด

ทันทีที่เห็นเจียงอวี่ไป๋ น้ำตาของเจียงอวี่หนิงก็ไหลอาบนองสองแก้มไม่ขาดสาย เจียงอวี่หนิงมีใบหน้าที่เหมือนรักแรกในความทรงจำอย่างชัดเจน คิ้วสวย ดวงตาอ่อนโยน รูปร่างและบุคลิกดูบอบบาง ทำให้คนที่เห็นรู้สึกสงสาร

ตอนนี้...หลังจากป่วยหนัก สีหน้าของหล่อนซีดขาวราวกับกระดาษ ริมฝีปากไร้สีเลือดยิ่งทำให้หล่อนดูน่าสงสารมากขึ้นไปอีก จนคนมองอดรู้สึกเจ็บปวดใจไม่ได้

ทันทีที่เจียงอวี่ไป๋เห็นหล่อนในสภาพนี้ เขาก็รู้สึกเจ็บปวดหัวใจจนไม่รู้จะบรรยายอย่างไร เขารีบเดินตรงไปที่ข้างเตียง แล้วกอดหล่อนไว้แน่น ก่อนจะลูบหลังหล่อนเบา ๆ แล้วเอ่ยปลอบ

“หนิงหนิง ลำบากเธอแล้ว ทั้งหมดเป็นความผิดของพี่เอง พี่ดูแลเธอไม่ดีเอง”

เจียงอวี่หนิงซบอยู่ในอ้อมแขนของเขา สูดกลิ่นที่คุ้นเคยจากตัวเขา เมื่อได้กลิ่นสบู่อ่อน ๆ จากผลเกาจี่ จิตใจก็ยิ่งรู้สึกน้อยใจ หล่อนกำชายเสื้อของเขาแน่น ร้องไห้สะอึกสะอื้นน้ำเสียงขาดเป็นช่วง ๆ

“พี่อวี่ไป๋ ฮึกๆ ทำไมเพิ่งมาหาฉันล่ะคะ ? ฮือๆ ฉัน ฉันก็นึกว่าพี่จะไม่มาหาฉันแล้วซะอีก ฮึกๆ”

เมื่อได้ยินอย่างนั้น เจียงอวี่ไป๋ก็ยิ่งปวดใจ เขาประคองใบหน้าเล็ก ๆ ของเจียงอวี่หนิงขึ้นมา ใช้นิ้วโป้งเช็ดน้ำตาตรงหางตาคู่สวยอย่างเบามือ พลางเอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงสุดแสนจะอ่อนโยนว่า

“เด็กโง่ พี่จะไม่มาหาเธอได้ยังไงกัน เธอคือผู้หญิงที่พี่รักที่สุดในชีวิต พี่รักเธอมากนะ จะทิ้งให้เธออยู่คนเดียวได้ยังไงล่ะ ?” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะอธิบายต่อว่า

“ช่วงหลายวันที่ผ่านมา หลินอู่คลอดลูก ที่บ้านวุ่นวายไปหมด แม่ของพี่กับเจี้ยนเสวี่ยคอยดูแลหลินอู่กับเด็ก พี่ถูกหลินเจี้ยนเสวี่ยใช้ให้ทำโน่นทำนี่จนหัวหมุน ทั้งซักผ้าอ้อม ชงนม ออกไปซื้อของสารพัด แทบไม่มีเวลาว่างเลย พี่ไม่ได้นอนมาหลายวันแล้ว เห็นมั้ย ? พอมีเวลาว่างหน่อยพี่ก็รีบมาหาเธอทันที”

เจียงอวี่หนิงได้ยินอย่างนั้น ถึงค่อยรู้สึกสบายใจขึ้นมาหน่อย หล่อนค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตามองเจียงอวี่ไป๋ด้วยความสงสัย ริมฝีปากสั่นระริก หล่อนกัดริมฝีปากล่างเบา ๆ แล้วถามว่า

“หลินอู่คลอดแล้วอย่างงั้นเหรอ ?” เจียงอวี่ไป๋พยักหน้าเบาๆ คิ้วเข้มขมวดแน่น สีหน้าดูเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด

“ใช่ คลอดออกมาแล้วเป็นเด็กผู้ชาย หนัก 6 ชั่ง ทั้งแม่ทั้งลูกปลอดภัยดีไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย”

เจียงอวี่หนิงได้ยินอย่างนั้นแล้วก็ขมวดคิ้วสวยแน่นอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะเอ่ยถามต่อว่า

“เป็นไปได้ยังไงกัน ? แม่ของพี่ใส่ยาลงในน้ำซุปไก่ไม่ใช่เหรอ ? แล้วทำไมนังนั่นดื่มน้ำซุปไก่เข้าไปถึงไม่เป็นอะไร แต่ฉันดื่มน้ำซุปไก่ที่แม่ของพี่เอามาให้กลับตกเลือด ? หรือว่าแม่ของพี่เอาน้ำซุปไก่มาผิดถ้วย ?”