LNCrawler

ตอนที่ 71

[อ่านฟรีทุกวัน] ชาติภพที่สาม ข้าไม่ขอเป็นผู้ใด [มีE-Book] — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 71

ตอนที่ 71


 

ดังนั้นยามนี้คนของสกุลเจียงจึงมายืนทวงของหมั้นถึงหน้าประตูจวนตู้ของเขา

และความผิดพลาดอีกประการที่ตู้ฉางหมิงคำนวณพลาด ก็คือการเลือกเหยาอวี้เป็นเบี้ยตานี้

หากเป็นสตรีนางอื่น คืนเข้าหอคงกลายเป็นโศกนาฏกรรมไปแล้ว

แต่เพราะเป็นเหยาอวี้…

เจียงมู่ไป๋ที่แม้จะเลอะเลือนเกรี้ยวกร้าดเพียงใด เขาย่อมต้องรักษาชื่อเสียงให้นาง เพราะชีวิตของเขาเคยถูกนางช่วยไว้

ดังนั้นแผนโจรร้องจับโจรที่เตรียมบทโวยวายเพื่อคุมทิศทางสังคมของพวกเขาจึงถูกเจียงมู่ไป๋คัดทิ้งเป็นกระดานแรก

หลัวเซินที่กำลังตะโกนเรียกหาเหยาอวี้กลับถูกหยุดอย่างเฉียบขาดด้วยคำถามง่ายๆว่า

‘ผู้ใดเชิญเจ้ามา?’

นั่นจึงทำให้ตู้ฉางหมิงกลัวว่าหากยังปล่อยให้หลัวเซินโวยวายตามแผน คนจะต้องสืบรู้แน่ว่าเป็นจวนตู้ที่วางแผนพาคนนอกมาในงานแต่ง แล้วสุดท้ายแทนที่ความสงสารจะมาอยู่ที่ตู้เถียนเถียนบุตรสาวของเขา ก็กลายเป็นรู้ว่า เป็นพวกเขาเองที่วางแผนสลับตัวเจ้าสาว

ซึ่งยามนั้นเขาอาจจะต้องยอมส่งตู้เถียนเถียนแต่งงานจริงไปพร้อมกับนังเด็กแซ่หลัวนั่นด้วย เพื่อไม่ให้เป็นที่ครหาว่าสลับตัวเจ้าสาวด้วยตนเอง

ยามนั้นเขาจึงต้องยอมล่าถอยไป เพราะดูเหมือนว่าเจียงมู่ไป๋จะยอมรับการสลับตัวแล้ว อย่างน้อยก็ได้เอาลูกสาวออกจากสถานะแม่ม่ายในอนาคตได้ แม้แผนสุดท้ายจะไม่ได้ใช้ ก็ถือว่าบรรลุเป้าหมายแล้ว

แต่ไม่คิดเลยว่าคราวนี้ ตระกูลเจียงจะฉีกหน้ากันจริงๆ ถึงกับให้คนมาทวงของหมั้นคืน และถือว่าเป็นการตัดขาดกันไปเลย

กระทั่งว่าเขาที่พยายามจะแย้งอย่างคลุมเครือในตอนพูดคุยส่วนตัวว่า ‘มีเจ้าสาวที่อยู่บนเตียง เช่นนั้นจะเรียกว่าตัดขาดยกเลิกได้อย่างไร’

แต่พ่อบ้านของสกุลเจียงกลับบอกอย่างคลุมเครือเช่นกันว่า ‘อ้อ เช่นนั้น เมื่อคืนสตรีนางนั้นคือผู้ใดกัน…เป็นความต้องการของท่านด้วยหรือไม่?’

เพียงประโยคเดียวก็ปิดปากเขาได้สนิท เขาจะกล้าพูดอีกได้เช่นไรว่าเด็กบนเตียงนั่นเป็นผู้ใด ต่อให้เขารู้จักก็ไม่กล้าเอ่ยปาก ยามนี้เขาถึงกับต้องขับไล่ซ่งตงหยางออกจากตำแหน่งพ่อบ้านด้วยซ้ำเพื่อตัดความเชื่อมโยง และคำขู่ที่พวกเขาฝากมา

แต่ในเมื่อสกุลเจียงไม่คิดจะเปิดโปงเรื่องของเด็กนั่นจนมาถึงแผนการของเขา และบุตรสาวเขาก็ไม่ต้องแต่งเข้าจวนเจียง เรื่องนี้ก็นับว่าต้องเลิกแล้วต่อกันไป

เสียดายก็แค่สินสอดเหล่านั้น…จวนขุนนางเช่นเขาจะมีทรัพย์สินมากมายเท่าจวนคหบดีได้หรือ 


 

ถ้อยคำหนึ่งที่ถูกฝากจากเจียงเฉิงแท้จริงแล้ว ก็คือ ‘ท่านผู้เฒ่าเจียงเกือบสิ้นลมเพราะเรื่องนี้ ยามนี้นายท่านของข้ามิใคร่พอใจที่จะลงทัณฑ์แค่เด็กหญิงผู้นั้น ในเมื่อท่านนายอำเภอตู้ยอมคืนสินสอนของหมั้นแต่โดยดีแล้ว เรื่องเมื่อคืนวานยังสามารถทำเป็นเลอะเลือนไม่เข้าใจก็ย่อมได้ แต่ได้ยินมาว่าในจวนของท่านยังมีญาติสนิทที่เกี่ยวข้องกับเหตุวุ่นวายเมื่อคืน หากท่านยังคิดจะอุปการะอยู่ เกรงว่าจะกระทบถึงตำแหน่งนายอำเภอเสียแล้ว’

ไม่ต้องอธิบายมากก็รู้ว่านี่คือคำขู่ของเจียงเฉิงที่ต้องการทำลายทุกคนที่เกี่ยวข้องให้หมด ทั้งยังบอกอีกว่าหากเขาจะให้การอุปถัมภ์ต่อไปแล้วล่ะก็ จะถือว่ายังต้องการสร้างปัญหากับเขาต่อ

ยามนี้สินสอดของหมั้นก็ถูกริบคืนไปหมดแล้ว เด็กนั่นเป็นตายร้ายดีอย่างไรในจวนเจียงก็ไม่ทราบ เช่นนั้นสถานะผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง เขายังจะกล้ารับอยู่อีกหรือ จึงได้แต่ต้องคัดทิ้งหมากที่เกี่ยวข้องกับสกุลหลัวให้ไว!

ในเย็นวันนั้นจึงไม่ใช่แค่จางซื่อที่ถูกขับไล่ออกจากจวน แม้แต่ซ่งตงหยางที่ดำรงตำแหน่งเป็นพ่อบ้านมาหลายปี ยังถูกตู้ตงหยางไล่ออกเช่นกัน

ยามนี้สกุลหลัวที่เหออันเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น เพราะตั้งแต่เมื่อคืนวาน นอกจากจะถูกคนของนายอำเภอตู้ลากตัวกลับเรือนที่เขตรอบนอกของเหออันแล้ว ยังถูกข่มขู่อีกว่าห้ามพูดถึงเรื่องสลับตัวเจ้าสาวอีก 

เท่านั้นยังไม่พอ ข่าวลือมากมายถึงขั้นที่ไม่รู้ว่าชีวิตของเหยาอวี้จะเป็นตายร้ายดีอย่างไรในจวนเจียงยามนี้ สร้างความหวาดกลัว จนซ่งซื่อต้องล้มหมอนนอนเสื่อตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว

ต่อมาก็ได้ข่าวว่าแม้แต่ซ่งตงหยางยังถูกขับไล่ออกจากจวนนายอำเภอ จึงรู้แล้วว่าพวกเขาคือหมากกลุ่มหนึ่งที่ถูกทิ้งเป็นกลุ่มแรก

เป็นครั้งแรกที่สองพี่น้องสกุลหลัวรู้สึกตื่นกลัวอย่างแท้จริง หลัวจางหมิ่นที่มักอวดเก่งชูคอว่ามีญาติในจวนนายอำเภอ ยามนี้ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาผู้ใด ส่วนหลัวเจียอีที่เมื่อคืนยังริษยาว่าเหยาอวี้ได้มาแทนที่นาง ยามนี้กลับรู้สึกโชคดีนักที่รอดพ้นมาได้หวุดหวิด

ดีที่ไม่เก็บพวกของหมั้นของสกุลเจียงไว้ ได้ข่าวว่ามีการทวงคืนของหมั้นเหล่านี้กันแล้ว หากรู้ว่ามีของอยู่ที่เรือนของพวกนาง คงมิใช่แค่เหยาอวี้ที่ซวย พวกนางคนถูกสกุลเจียงพังเรือนไปแล้วเป็นแน่


 

และหากจะให้ขยายถึงเรื่องดีดีที่มาเยือนเหยาอวี้นั้น นับแล้ว…ก็ถือว่าผ่านมาหลายชั้นอยู่

เพราะคนอย่างนายอำเภอตู้ จะทราบถึงการมีอยู่ของเหยาอวี้ในหลัวซานได้อย่างไร เขาแค่อยากได้คนของพ่อบ้านคนสนิทเท่านั้น เพื่อมาแทนที่ตู้เถียนเถียนของเขา

ตอนรู้ที่มาของเหยาอวี้ ว่าเป็นเพียงเด็กหญิงแปดขวบจากบ้านนอกผู้หนึ่ง แม้จะรู้สึกว่าเล็กไปหน่อย แต่ก็ยังพูดว่า ดี!

หากแต่เรื่องดีดีเช่นนี้ ซ่งตงหยางจะกล้ารับได้อย่างไร จึงคิดเล็งเป็นครอบครัวของน้องสาวที่ออกเรือนไปกับพ่อค้าสมุนไพรบ้านนอกผู้หนึ่ง

แต่ครอบครัวของหลัวเซินมิใช่พ่อค้าที่อยู่บ้านนอกสักหน่อย เขาทำกิจการในเหออัน เมื่อสืบทราบว่าเจ้าบ่าวคือเจียงมู่ไป๋ เขาหรือจะตัดใจให้หลานสาวเพียงคนเดียวต้องตกนรกในอนาคต

เช่นนั้นจึงคิดถึงพี่ชายที่น่ารักของตนขึ้นมา

แต่หลัวเหอคือผู้ใด…ล้วนแต่เป็นสกุลหลัวด้วยกันทั้งนั้น จะเสียรู้ผู้อื่นง่ายๆ ได้หรือ

ชื่อเสียงของเจียงมู่ไป๋มิใช่แค่โด่งดังเพียงในเหออัน ยิ่งอาการป่วยของเขาเป็นที่น่าเสียดายความสามารถมากเท่าไหร่ คนยิ่งรู้สึกพูดถึงมากเท่านั้น

ดังนั้นหลัวชิงที่แม้จะถึงคราวพูดคุยเรื่องหมั้นหมาย เขาก็ไม่ยินดีที่จะส่งแก้วตาดวงนี้ไป ส่วนหลัวหนิวที่เพิ่งหายไข้ นี่ก็เป็นหลานที่เขาใช้เงินตั้งหลายตำลึงแลกชีวิต

เฉพาะนั้นเรื่องดีดีนี้จะมาตกถึงเหยาอวี้ก็ไม่แปลก เพราะแต่ละคนล้วนเป็นกล่องดวงใจของสกุลหลัวทั้งนั้น แต่ลูกกำพร้ากับแม่ม่าย ที่สักวันจะถูกแยกบ้านขับไล่อยู่แล้ว ย่อมต้องกลายเป็นเบี้ยตัวแรกที่พวกเขาหมายตา  


 

เพราะพวกหลัวเซินมิได้เก็บของหมั้นไว้กับตน สกุลเจียงจึงได้แต่เลื่อนความสำคัญของพวกเขาออกไปก่อน ปล่อยให้อยู่กับความหวาดกลัว จนไม่กล้าออกมาพูดอันใด ให้พวกเขาต้องขยับความสำคัญขึ้นมาจัดการ

ทว่าหลัวเหอไม่เหมือนกัน…เพราะไม่ใช่แค่เรื่องสินสอดกับเงินไม่กี่สิบตำลึงเงิน แต่เป็นความอาฆาตโดยตรงของว่าที่เจ้านายใหม่ของสกุลเจียงผสมอยู่ในนั้นด้วย

ดังนั้น…อีกหนึ่งวันต่อมาเรือนหลัวที่หลัวซานก็กลายเป็นสถานการณ์ที่ยิ่งกว่าไก่บินสุนัขกระโดดเสียอีก

ท้องฟ้าเหนือหลัวซานมืดครึ้มตั้งแต่ยามบ่าย เมฆสีเทาหนักอึ้งกดต่ำราวกับจะทับหลังคาเรือนให้จมลงดิน ลมพัดแรงจนต้นไผ่ข้างรั้วเอนลู่ ต้นหม่อนสั่นไหว ก่อนเสียงฟ้าร้องจะคำรามก้องไปทั้งหมู่บ้าน

และในจังหวะที่สายฝนแรกโปรยลงมา เสียง “โครม!” ก็ดังสนั่น

ชาวบ้านโดยรอบแม้จะสนใจแต่เพราะฝนฟ้าที่โหมกระหน่ำ อีกทั้งยังกลัวถูกหางเลขจึงได้แต่เก็บตัวอยู่ในบ้านรอฟังข่าวเท่านั้น

ประตูรั้วเรือนหลัวถูกถีบจนไม้แตกกระเด็น บ่าวชายร่างกำยำจากจวนเจียงนับสิบๆ คนกรูเข้ามาอย่างไม่รอคำถาม

“หยุด! พวกเจ้าทำอันใด!”

หลัวเหอ รีบวิ่งออกมาจากเรือนหลัก เสื้อคลุมยังสวมไม่เรียบร้อย สายฝนซัดใส่ใบหน้าเขา แต่เสียงตะโกนกลับถูกกลบด้วยเสียงไม้หัก

รั้วบ้านด้านข้างถูกกระแทกจนพัง กระถางสมุนไพรที่เรียงไว้หน้าลานบ้านถูกเตะกระจาย โอ่งน้ำล้มกลิ้งไปตามพื้นดินโคลน

เฉินซื่อวิ่งตามออกมา ผมเผ้ายุ่งเหยิง “พวกเจ้ามีสิทธิ์อะไร! นี่เรือนหมอ! เรือนผู้ดี!”

คำพูดนางยังไม่ทันจบ โต๊ะไม้หน้าลานก็ถูกยกคว่ำ เสียงจานชามแตกกระจาย

สายฝนสาดลงบนเศษกระเบื้องและดินโคลนปนกันจนเละเทะ

หลัวจิ้นรีบก้าวออกมา “ต้องมีความเข้าใจผิดแน่ๆ เราไปผิดใจกับผู้ใด…กัน”

คำพูดถูกตัดขาดเมื่อหีบไม้ข้างตัวเขาถูกงัดเปิด เสื้อผ้าถูกโยนลงโคลนอย่างไม่ใยดี

หม่าซื่อกรีดร้อง “อย่าแตะต้องของข้า!...”

แต่นางก็ถูกผลักถอยหลังจนเกือบล้ม

หลัวหนิวตะโกนด่า “พวกเจ้ารู้ไหมว่าที่นี่คือเรือนใคร! ข้าจะไปแจ้งศาลหย่าเหมินที่ชิงเฟิง!”

บ่าวของจวนเจียงเพียงหันมองอย่างเย็นชา ก่อนจะถีบประตูเรือนรองจนหลุดไปทั้งบาน ไม้แตกเสียงดังสนั่น ฝนตกหนักขึ้นเรื่อยๆ หลังคากระเบื้องบางแผ่นถูกกระแทกจนร่วงลงพื้น น้ำฝนไหลทะลัก

หลัวอันยืนตัวสั่น “ท่านปู่…เขาทำไมถึงพังบ้านเรา…” เสียงเด็กชายสั่นเครือ หวาดกลัวจนไม่กล้าทำสิ่งใด

หลัวเหอหน้าซีด “เกิดอันใดขึ้นกันแน่…”

หลัวชิงที่มักเชิดหน้าใส่คนอื่น ยามนี้ตัวเปียกโชก เครื่องประดับผมหลุดตกพื้น “หยุดเดี๋ยวนี้นะ! ข้าจะร้องเรียน! ข้าจะ…”

เสียงของนางถูกกลบด้วยเสียงหีบไม้แตก

กระทั่งเรือนเล็กของเหยาอวี้กับจางซื่อซึ่งถูกล็อกไว้แน่น ประตูยังถูกพังจนห้อยโตงเตง แต่ก็มิได้ทำการใดไปมากกว่านั้น