LNCrawler

ตอนที่ 81

[อ่านฟรีทุกวัน] ชาติภพที่สาม ข้าไม่ขอเป็นผู้ใด [มีE-Book] — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 81


 

ตอนที่ 81


 

เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง บ่าวหญิงผู้หนึ่งก้าวเข้ามาค้อมตัวอย่างนอบน้อม

“คุณหนูสามเจ้าคะ ฮูหยินให้มาตามเจ้าค่ะ”

คำพูดสุภาพนั้นเหมือนสายลมเย็นที่พัดดับประกายตื่นเต้นของเจียงจื่อหรงลงในทันที ใบหน้าที่เมื่อครู่ยังสดใสพลันมุ่ยลงอย่างเห็นได้ชัด

“อ้อ…”

นางลากเสียงเบาๆ

สายตาเหลือบมองเหยาอวี้ที่จับข้อมือพี่รอง ทั้งรู้อยู่เต็มอกว่า หลังจับชีพจรเสร็จ น้องสี่ย่อมต้องไปครัวต้มยา

และนั่นคือช่วงเวลาที่นางอยากตามไปดูที่สุด กลิ่นสมุนไพรเดือดในหม้อ เสียงน้ำเดือดปุดๆ วิธีชั่งตวงที่แม่นยำราวกับเล่นกล ทุกอย่างล้วนทำให้นางรู้สึกแปลกใหม่

แต่วันนี้…

นางออกจวนนอกทั้งวัน ตามหลักแล้ว สมควรต้องไปคาวระมารดาก่อน ยิ่งใกล้ถึงวัยปักปิ่น กฎระเบียบยิ่งเคร่งครัด

เจียงจื่อหรงถอนหายใจอย่างเสียดาย

ทั้งที่วันนี้เป็นวันที่พี่รองดูสนใจเรื่องที่นางเล่ามากที่สุดเสียด้วย อีกทั้งนางยังเล่าไม่หมดเลยด้วยซ้ำก็ต้องไปแล้ว

เจียงจื่อหรงจำต้องลุกขึ้นช้าๆ ปัดชายแขนเสื้ออย่างอ้อยอิ่ง เผื่อจะมีใครสักคนกล่าวรั้งนางสักหน่อย

เหยาอวี้ที่กำลังใช้สมาธิย่อมไม่รับรู้ถึงสัญญาณของความช่วยเหลือนี้

ส่วนเจียงมู่ไป๋…

เอาเป็นว่า ไม่ขอพูดถึงละกัน…

เมื่อบ่าวของฮูหยินกล่าวอีกครั้ง คุณหนูสามของจวนจึงเบะปากเล็กน้อย

“เช่นนั้น…ข้าไปก่อนนะ” และเมื่อเดินไปถึงประตูก็ย้ำอีกที “พรุ่งนี้ข้าจะมาหาใหม่” ดวงตาผลซิ่งมองพี่รองที่เย็นชาอย่างอาลัย แล้วจึงเดินออกจากห้องไปพร้อมบ่าว

เมื่อประตูปิดลง

ห้องหนังสือกลับสู่ความเงียบอีกครั้ง

ส่วนเจียงมู่ไป๋ แม้ใบหน้าจะสงบ แต่เมื่อเห็นคิ้วนางขมวดเพียงเสี้ยวหนึ่ง หัวใจเขาก็เต้นแรงขึ้นอย่างไม่อาจควบคุม

ในช่วงเดือนที่ผ่านมา เขาดื่มยาที่นางต้มให้ทุกเย็น

ไม่มีวันขาด

แม้แต่วันที่ฝนตกหนัก หรือวันที่ร่างกายรู้สึกอ่อนแรง

ครั้งแรกที่เห็นจดหมายที่นางเขียน ลายมือที่ไกวเขี่ยราวกับเด็กหัดเขียนใหม่ๆ นั้น เขาอ่านย่อมได้อ่านมัน แม้จะไม่ตั้งใจก็ตาม

จึงพอจับใจความได้ว่า นางกำลังให้คนจากโรงเตี้ยมจินฟู่ส่งสมุนไพรที่นางเคยขุดเก็บไว้ด้วยตนเองมา

หลังจากนั้น รสของยาที่เขาดื่มก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ

ในตอนแรกเขาเพียงรับรู้ แต่ไม่นานก็เข้าใจ นางมิได้ใช้เทียบยาเดิม และปรับยาให้เขาทุกวัน

ตามชีพจร

ตามสภาพอากาศ

ตามสภาพร่างกายของเขา

ไม่ใช่เพียงปรับยา นางยังต้มยาเอง เขาเคยเห็นนางยืนอยู่ข้างเตา คุมไฟ คอยเปิดฝาหม้อดูสีของน้ำยา

หรือต่อให้ไม่ไปมอง เขาก็ยังได้ยินเสียงของเจียงจื่อหรงที่ตามนางเป็นหาง ถามนู่นนี่ทุกขั้นตอน แล้วค่อยเป็นเสียงอธิบายอย่างใจเย็นของนางทุกครั้ง

ความตั้งใจเช่นนั้น คนป่วยอย่างเขาย่อมไม่อาจไม่รับรู้ ดังนั้นเขาจึงไม่เคยเอ่ยปากบ่น ไม่ว่ารสชาติยาจะขมเพียงใด ไม่ว่าในวันนั้นน้ำยาจะฝาดจนลิ้นชาเพียงใด เขาก็ยกถ้วยขึ้นดื่มจนหมดทุกครั้ง

และแปลกนัก แม้รสของมันจะขมเพียงใด แต่ในใจของเขา กลับรู้สึกหวานล้ำอย่างบอกไม่ถูก

เด็กหญิงผู้นี้…

ใส่ใจเขามากจริงๆ


 

“เป็นอย่างไรบ้าง” เสียงแทรกของผู้มาใหม่ทำลายความนิ่งเงียบของทั้งคู่ กระทั่งเจียงมู่ไป๋ยังเก็บสีหน้ากลับไม่ทัน

“ท่านแม่” ทั้งคู่ลุกขึ้นทักทายเฉียนซื่อ ฮูหยินบ้านรองของสกุลเจียง

เฉียนซื่อรีบบอกทั้งคู่ให้ทำตัวตามสบาย เพราะนางมาอย่างเงียบเชียบ จึงได้ทันเห็นแววตาที่ไม่ทันเก็บของบุตรชาย ภายในก็รู้สึกพูดไม่ออกอยู่บ้าง

ก่อนจะมองไปที่เหยาอวี้อย่างอ่อนโยน จากสะใภ้กลายเป็นบุตรสาว แม้ว่านางว่าตอนแรกนางจะไม่พอใจเรื่องสลับตัวเจ้าสาว แต่หากมีภรรยาผูกดวงให้บุตรชายเสริมชะตาได้ นางเองก็มิได้ขัดข้อง

แต่ในเมื่อเด็กสาวเองก็มิยอมรับสถานะนั้น ทั้งยังมีวิชาแพทย์ที่เก่งกาจ และยินยอมใช้ความสามารถนี้แลกเปลี่ยน เฉียนซื่อที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพของเจียงมู่ไป๋ย่อมต้องยินยอม

และนานวันยิ่งกลายเป็นยินดี เพราะเด็กหญิงผู้นี้ใส่ใจยิ่งนัก นางจึงยอมรับเด็กหญิงเป็นบุตรสาวอีกคนได้ไม่ยาก

หากแต่เมื่อนึกถึงแววตาของบุตรชาย…

เฮ้อ เอาเถิด อย่างไรก็ยังเป็นเพียงแม่นางน้อย เรื่องนี้ยังไม่ต้องรีบ

“ข้าเพียงนำเงินเดือนนี้มาให้เจ้าเท่านั้น” เฉียนซื่อบอกพร้อมให้บ่าวส่งมอบเงินให้เด็กหญิง “เป็นข้าที่ไม่รอบคอบ หากมีสิ่งใดขาดเหลืออย่าได้เก็บเงียบเล่า” นางคิดเช่นนี้จริงๆ เพราะปกติทุกคนในเรืองฝั่งตะวันตกนี้ล้วนเอ็นดูนาง หากมีโอกาสก็จะส่งมอบของขวัญให้เสมอ เสื้อผ้า กำไล สร้อย ปิ่น ต่างหู เครื่องประดับ ล้วนไม่ขาด กระทั่งมารดาแท้ๆ ของนางที่เก็บตัวอยู่เรือนในป่าไผ่นั้นก็เช่นกัน

เพราะรู้ดีว่าที่เจียงมู่ไป๋ดีวันดีคืนล้วนแต่เป็นเพราะความใส่ใจของนางทั้งนั้น เพียงแต่นี่เป็นครั้งแรกที่เด็กหญิงออกไปซื้อของข้างนอก เฉียนซื่อจึงเพิ่งคิดได้ว่าเบี้ยรายเดือนตามสถานะคุณหนูสี่นั้นน้อยเกินไป วันนี้จึงนำมาเพิ่มให้ด้วยตนเอง

ของที่ให้มากมายอย่างไรก็แค่สิ่งของ มิเท่าเงินทองที่ให้แลกเปลี่ยนซื้อของที่ต้องการได้

เหยาอวี้รับถุงเงินมาด้วยสองมือ ก่อนจะก้มศีรษะเล็กน้อยอย่างสุภาพ

“ท่านแม่เกรงใจเกินไปแล้วเจ้าค่ะ ข้ามิได้ขาดสิ่งใดเลย”

เฉียนซื่อยิ้มบาง ดวงตาอ่อนโยน

“เด็กเช่นเจ้า ถึงไม่ขาดก็ต้องมีเงินติดตัวไว้บ้าง อย่าได้ปฏิเสธ”

เหยาอวี้เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า

“เช่นนั้นข้าขอรับไว้เจ้าค่ะ”

เฉียนซื่อพยักหน้าพอใจ จากนั้นสายตาของนางก็เลื่อนไปที่บุตรชาย

“วันนี้ชีพจรเป็นอย่างไรบ้าง”

คำถามนั้นดูเหมือนถามเหยาอวี้ แต่แววตากลับจับอยู่ที่เจียงมู่ไป๋

เหยาอวี้จึงตอบอย่างเรียบง่าย “ดีขึ้นกว่าก่อนเจ้าค่ะ ชีพจรเริ่มมั่นคงขึ้นแล้ว หากประคองเช่นนี้ต่อไป อีกระยะหนึ่งน่าจะลดตัวยาบำรุงบางอย่างได้ และปรับวิธีการรักษาขึ้นอีกขั้น”

“วิธีรักษาอีกขั้น” นางถาม

“เดี๋ยววันพรุ่งนี้นอกจากดื่มยา ข้าจะทำผงสำหรับแช่น้ำอาบ หากทำเช่นนี้จะยิ่งทำให้ร่างกายของพี่รองแข็งแรงขึ้นเจ้าค่ะ” เหยาอวี้พูดถึงตรงนี้แล้วเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าวันนี้ไม่เจออาไฉ บ่าวของเจียงมู่ไป๋เลย เพราะหากต้องแช่น้ำจริงๆ ไม่รู้ว่าชายหนุ่มจะต้องมีคนช่วยปรนนิบัติหรือไม่

เฉียนซื่อได้ยินดังนั้นก็ผ่อนลมหายใจ รู้สึกดีที่การรักษาก้าวหน้าสักที ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความหวัง

“ดีแล้ว…ดีแล้ว” นางกล่าวเบาๆ ก่อนจะหันไปมองบุตรชายอีกครั้ง “ไป๋เกอเอ๋อร์ เจ้าได้ยินหรือไม่”

เจียงมู่ไป๋พยักหน้าเล็กน้อย

“ข้าได้ยินแล้ว ท่านแม่” แล้วหันไปบอกกับเหยอวี้ “เดี๋ยวให้คนช่วยเจ้าจัดเตรียม”

ปกติอ่างอาบน้ำของครอบครัวมีเงินมักอยู่ด้านข้างหรือมุมด้านหลังของเรือนนอน โดยใช้ฉากไม้แกะสลักหรือผ้ากั้นเป็นห้องอาบน้ำชั่วคราวภายในห้องนอนใหญ่อยู่แล้ว จึงมิได้ยุ่งยากอันใด

น้ำเสียงของเขายังคงสงบนิ่งเหมือนเดิม

เฉียนซื่อจึงถอนหายใจเบาๆ “หลายปีมานี้ ข้าไม่กล้าหวังมาก เพียงให้เจ้าอยู่ได้อย่างสงบก็นับว่าดีแล้ว”

สายตาของนางเลื่อนไปยังเหยาอวี้อีกครั้ง “แต่ตั้งแต่เจ้ามา ทุกอย่างก็ดีขึ้นจริงๆ”

เหยาอวี้ส่ายหน้าเล็กน้อย “เป็นเพราะพื้นฐานร่างกายพี่รองยังไม่ถึงขั้นหมดทางเจ้าค่ะ ข้าเพียงช่วยดูแลตามสมควรเท่านั้น” นางถ่อมตัว แต่ภายในคิดรู้สึกเหน็ดเหนื่อยจริงๆ เพราะรักษาเจียงมู่ไป๋ทำนางเคร่งเครียดแทบทุกวันในช่วงแรกๆ จึงไม่ไว้ใจผู้ใดให้เคี่ยวยาเลย นานวันเข้าจึงเป็นความเคยชิน เพราะกลัวว่าจะพลาดไปสักส่วน แล้วขั้นตอนที่เตรียมไว้จะผิดพลาด

แต่การฟื้นตัวของเขาก็สร้างเขาตื่นตาต่อนางจริงๆ แต่ก็นับว่าดี สมแล้วกับที่นางใส่ใจ

เฉียนซื่อหัวเราะเบาๆ “เจ้าพูดถ่อมตัวเกินไป”

จากนั้นนางก็เอื้อมมือไปลูบศีรษะเหยาอวี้เบาๆ ท่าทางนั้นอ่อนโยนราวกับมารดาแท้ๆ ที่กำลังเอ็นดูบุตร

“ไม่ว่าอย่างไร ข้าก็ต้องขอบใจเจ้า”

เหยาอวี้ชะงักไปเล็กน้อย แล้วพยักหน้า ก่อนจะตอบอย่างจริงจัง “ข้าเองก็ได้รับความเมตตาจากจวนเจียงมากเช่นกันเจ้าค่ะ”

ใช่ สำหรับเหยาอวี้ก็เพียงเท่านี้ หากดีมาก็ดีกลับ… ในโลกที่ไม่คุ้นเคย และไม่คุ้นชินนี้ นางรู้ดีว่าต้องขาดความอิสระหลายอย่างในการเป็นสตรี ในเมื่อยามนี้มีพวกเขาเป็นที่พึ่งที่ดี นางย่อมตอบแทนพวกเขาอย่างดีเช่นกัน