LNCrawler

ตอนที่ 89

[อ่านฟรีทุกวัน] ชาติภพที่สาม ข้าไม่ขอเป็นผู้ใด [มีE-Book] — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 89

ตอนที่ 89


 

ยามเหม่าท้องฟ้าเหนือเมืองเหออันยังปกคลุมด้วยแสงสลัวของรุ่งเช้า ทว่าในท่าเรือกลับคึกคักราวกับยามสายแล้ว

เรือสินค้าหลายลำเทียบท่าอยู่ตามแนวท่าไม้ บางลำกำลังขนของลงจากเรือ บางลำเพิ่งมาถึง เสียงคนงานตะโกนเรียกกัน เสียงลังไม้กระทบกัน และเสียงคลื่นซัดเบาๆ ดังผสมกันไปทั่วบริเวณ

ผู้คนเดินเข้าออกไม่ขาดสาย พ่อค้า แม่ขาย แรงงาน คนคุมสินค้า รวมถึงพวกคนกลางที่คอยติดต่อซื้อขาย

และท่ามกลางความวุ่นวายนั้น ก็มีทหารยืนประจำการอยู่ตามจุดต่างๆ

บางคนเฝ้าทางเข้าออก บางกลุ่มเดินตรวจตราตามแนวท่า คอยดูแลไม่ให้เกิดเหตุวุ่นวาย ภาพนี้ดูเป็นระเบียบอย่างยิ่ง

รถม้าของจวนเจียงหยุดลงตรงบริเวณทางเข้า

อาไฉ บ่าวคนสนิทของเจียงมู่ไป๋ที่ไม่รู้หายไปไหนกลับมาประจำข้างกายแล้ว เขารีบลงจากตำแหน่งสารถีก่อนจะยกบันไดไม้ขึ้นวางข้างรถม้าอย่างคล่องแคล่ว

ม่านรถม้าถูกเปิดออก

เจียงมู่ไป๋ก้าวลงมาก่อน

วันนี้เขาสวมชุดคลุมยาวสีครามเข้ม ผ้าเนื้อดีเรียบหรู ด้านในเป็นเสื้อชั้นในสีอ่อน และยังมีเสื้อคลุมเพิ่มอีกชั้นและตลับหอมที่พกไว้ตามที่เหยาอวี้กำชับไว้

รูปร่างสูงโปร่ง ท่าทางสงบนิ่งแบบบัณฑิต เมื่อก้าวลงจากรถม้าก็ยิ่งโดดเด่นท่ามกลางผู้คนของท่าเรือที่เต็มไปด้วยพ่อค้าและแรงงาน

ชายหนุ่มหันกลับไปทางรถม้า ก่อนยื่นมือขึ้นไป

“ระวังหน่อย”

เหยาอวี้โผล่ออกมาจากม่านรถม้า ก่อนวางมือลงบนฝ่ามือของเขาแล้วก้าวลงมาตามบันไดที่อาไฉตั้งไว้

เด็กหญิงวันนี้สวมเสื้อคลุมตัวสั้นสีเขียวอ่อน ด้านในเป็นเสื้อผ้าหนาเหมาะกับอากาศเช้า ผมถูกรวบอย่างเรียบร้อยเพื่อความสะดวกในการเดินทาง และยังมีตลับพิมเสนเล็กๆ แขวนอยู่ที่เอวเช่นกัน

เมื่อทั้งสองยืนอยู่บนพื้นท่าเรือ ผู้คนรอบข้างก็เริ่มมองมาทางพวกเขาเป็นระยะ

โดยเฉพาะสายตาที่มองมายังคุณชายรองสกุลเจียง

ใบหน้าหล่อเหลาคมคายของเขา ประกอบกับท่าทีสุขุมสงบ ทำให้เขาดูแตกต่างจากผู้คนรอบข้างอย่างชัดเจน

บางคนถึงกับหยุดมอง

บางคนมองค้างอย่างโง่งม ราวกับไม่เคยเห็นคนหน้าตาดีเช่นนี้มาก่อน

เหยาอวี้มองภาพนั้นก่อนจะหันไปมองท่าเรือรอบตัว ท่าเรือเหออันยังคงเต็มไปด้วยเรือสินค้า ผู้คน และการขนถ่ายสินค้าเช่นเดิม และท่ามกลางความคึกคักนั้น ก็มีทหารยืนประจำการอยู่ตามจุดต่างๆ อย่างเป็นระเบียบ

บางคนเฝ้าทางเข้าออก บางกลุ่มเดินตรวจตราไปมา

เหยาอวี้มองภาพนั้นพลางคิดในใจ

ท่าเรือแห่งนี้มีเรือเข้าออกมาก ผู้คนก็มาก และยังมีทหารคอยดูแลอยู่เช่นนี้ ดูท่าราชสำนักจะให้ความสำคัญกับท่าเรือเหออันไม่น้อย

ยิ่งตอนนี้เป็นช่วงเช้า ซึ่งเป็นเวลาที่เรือเข้าออกมากที่สุด ทหารจึงดูเหมือนจะมีมากกว่าปกติอยู่บ้าง

สายตาของนางจึงหยุดอยู่ที่กลุ่มทหารอีกครั้ง

เจียงมู่ไป๋ที่สังเกตท่าทีของนางอยู่ จึงเอ่ยขึ้นอย่างเรียบๆ

“ทหารพวกนั้นอยู่ในการดูแลของกองทัพหลิงหยวน”

เหยาอวี้หันมามองเขาอย่างสนใจหัวข้อนี้

ชายหนุ่มจึงเล่าต่อ

“เมื่อก่อนทะเลแถบนี้มีโจรสลัดอยู่ไม่น้อย มีมาหลายราชวงศ์ การค้าทางเรือจึงไม่มั่นคงนัก”

เขามองไปยังเรือสินค้าที่จอดเรียงรายอยู่

“แต่เมื่อเก้าปีก่อน ตอนต้นราชวงศ์ปัจจุบัน ราชสำนักส่งแม่ทัพผู้หนึ่งไปประจำที่ชายแดนใต้เมืองหลิงหยวน”

เหยาอวี้ฟังอย่างตั้งใจ เป็นครั้งแรกที่นางได้รู้เรื่องราวที่มากกว่าเรื่องซิบซิบทั่วไปของชาวบ้าน

“แม่ทัพผู้นั้นปราบโจรสลัดในทะเลใต้ได้จนราบคาบ ทำให้เส้นทางเดินเรือกลับมาสงบอีกครั้ง”

“เช่นนั้นเขาคงได้คุณงามความดีไม่น้อย” เหยาอวี้ชื่นชม

เจียงมู่ไป๋พยักหน้า

“ใช่…ฮ่องเต้จึงพระราชทานบรรดาศักดิ์โหวให้แก่เขา พร้อมทั้งมอบสิทธิ์ปกครองที่หลิงหยวน ชาวบ้านจึงเรียกเขาว่า หลิงหยวนโหว”

เหยาอวี้พยักหน้าเบาๆ “เมืองหลิงหยวนอยู่ไกลหรือไม่เจ้าคะ”

ชายหนุ่มส่ายหน้าเบาๆ “ไม่ไกล แค่เราย้อนผ่านชิงเฟิง ไว้วันหลังข้าจะพาเจ้าไปดู ที่นั่นติดเผ่าเกาซือ มีของชนเผ่าพื้นเมืองที่น่าสนใจไม่น้อย”

ได้ยินเช่นนี้หญิงสาวก็พยักหน้าอย่างกระตือรือร้นทันที นางมีความรู้สึกว่าอยากออกเดินทางท่องเที่ยวเช่นกัน

เจียงมู่ไป๋ยกยิ้มเอ็นดู เขารู้ว่าหากเด็กหญิงรู้สึกไว้ใจผู้ใด นางจะเริ่มเปิดเผยตัวตน เมื่อครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงบอกที่มาที่ไปของอีกคนที่นางสนิทสนมว่า

“เมื่อสถานการณ์มั่นคงแล้ว ราชสำนักก็ส่งคนจากกรมคลังมารับตำแหน่งต้ากวนแห่งกวนไห่ ดูแลการค้าทางเรือและการเก็บภาษีของท่าเรือเหออันโดยตรง และดำรงตำแหน่งอยู่จนถึงปัจจุบัน”

เหยาอวี้ได้ยินก็เข้าใจทันที

ไม่แปลกเลยที่ท่าเรือแห่งนี้จะคึกคักและเป็นระเบียบเช่นนี้ และท่านลุงพานก็มีความสำคัญต่อเหออันอย่างมาก

นับว่านางเกาะขาใหญ่ของที่นี่จริงๆ

ขณะที่ทั้งสองเริ่มเดินเข้าไปในเขตท่าเรือ สายตาของผู้คนรอบข้างก็ยังมองมายังเจียงมู่ไป๋อยู่เป็นระยะ โดยเฉพาะแม่ค้า และหญิงสาวที่มาดูของท่าเรือ กระทั่งผู้ชายด้วยกันก็ยังมีเหม่อ

เหยาอวี้จึงกระซิบเบาๆ “พี่รอง ท่านรู้ตัวหรือไม่ว่าคนกำลังมองท่านเต็มไปหมด”

เจียงมู่ไป๋เลือกที่จะไม่ตอบคำถามนี่ของนาง

เหยาอวี้หัวเราะเบาๆ ให้กับปฏิกิริยาของเขา ดูท่าสาเหุตที่คุณชายรองสกุลเจียงไม่ค่อยออกจากจวนคงไม่ใช่แค่เรื่องป่วย แต่เพราะรำคาญสายตาผู้คนด้วย

จุจุ เป็นคนงามนี่ช่างยุ่งยากเสียจริง

เหยาอวี้คิดก่อนที่จะแซวต่ออีกว่า “พวกเขามองเหมือนเห็นของล้ำค่าเลยเจ้าค่ะ”

ชายหนุ่มเหลือบมองนางเล็กน้อย และเพราะเป็นนางเขาจึงไม่รู้จะตอบโต้อย่างไร

จากนางก็พึมพำกับตัวเองเบาๆ “หากเอาพี่รองไปยืนขายหมึกด้วย คงขายดีแน่ๆ…”

เจียงมู่ไป๋ที่ได้ยินประโยคท้ายถึงกับชะงักฝีเท้าไปครู่หนึ่ง

เหยาอวี้ยังทำหน้าครุ่นคิดจริงจัง ราวกับกำลังคำนวณผลกำไรบางอย่างในหัว

ชายหนุ่มเงียบไปเล็กน้อย

เจ้าตัวน้อยนี่…คิดจะขายเขาเสียแล้ว

ความคิดนั้นทำให้เขารู้สึกทั้งขบขันและจนปัญญาเล็กน้อย 


 

เหยาอวี้เดินตรงไปยังแผงหนึ่งที่คุ้นเคยอย่างไม่ลังเล แผงเล็กๆ นั้นตั้งอยู่ไม่ไกลจากแนวท่าไม้ เป็นแผงขายของป่ากับสมุนไพรจากต่างถิ่น กลิ่นเครื่องเทศและสมุนไพรแห้งลอยคลุ้งอยู่รอบๆ

พ่อค้าคนเดิมกำลังนั่งจัดถุงสินค้า เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นเด็กหญิงที่คุ้นตา

เขาจำได้ทันที

เด็กหญิงที่ยอมซื้อของไร้ค่าขยะสินค้าผีสิงจากเขาไปในราคาถึงสองร้อยอีแปะ

แต่ก่อนจะเอ่ยอะไร สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหลังนาง

เขาอดมองพิจารณาไม่ได้

คราวก่อนเด็กหญิงมาที่นี่พร้อมกับนายน้อยเซี่ย แต่ครั้งนี้กลับเป็นคุณชายอีกคน และยังเป็นคุณชายที่หน้าตาดีมากเสียด้วย

เสื้อผ้าที่สวมก็ดูประณีตสะอาดตา ท่าทางสงบนิ่งแบบบัณฑิต ยืนอยู่กลางท่าเรือที่เต็มไปด้วยแรงงานและพ่อค้าแล้วดูโดดเด่นอย่างยิ่ง

จึงกับดูไม่ค่อยเหมาะกับสถานที่เช่นนี้นัก

พ่อค้าจึงอดมองอีกครั้งไม่ได้ ก่อนจะหันกลับมาที่เหยาอวี้

“อ้าว แม่นางน้อยมาอีกแล้วหรือ”

เหยาอวี้ยิ้มเล็กน้อย ก่อนหยุดยืนหน้าแผง

“ท่านลุง ของส่วนใหญ่ของท่าน ปกติซื้อจากเรือสินค้าลำไหนหรือเจ้าคะ” นางถามอย่างซื่อๆ

พ่อค้าชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ปิดบังอะไรนัก เรื่องเช่นนี้ไม่ใช่ความลับใหญ่โตอยู่แล้ว

เขาจึงตอบอย่างสบายๆ

“ข้าซื้อกับพ่อค้าต่างชาติคนหนึ่งชื่อ…ฮาซัน”

เขาชี้ไปทางแนวเรือสินค้าในท่า “เรือของเขามาจากทะเลใต้ พวกนั้นส่วนใหญ่ขนเครื่องเทศ ยางไม้มาเป็นหลัก”

เหยาอวี้พยักหน้า

พ่อค้าจึงเล่าต่อ

“โดยเฉพาะพริกของสิ่งนี้พวกเหล่าภัตตาคารอาหารต้องการนัก”

เขาหยิบถุงเครื่องเทศขึ้นมาเขย่าเบาๆ

“นอกจากนั้นก็มีของป่า สมุนไพร อย่างการบูร แล้วก็มีกำยาน” พ่อค้าตอบแบบกว้างๆ และไม่ได้อธิบายว่าสมุนไพรอะไร หรือกำยานอะไร เรื่องนี้ต้องอยู่ที่ความสามารถเฉพาะบุคคลแล้ว

หากตาดีก็ได้ ตาร้ายก็เสีย

แท้จริงแล้วท่าเรือแห่งนี้ก็นับว่าเป็นโรงพนันอย่างหนึ่ง

เหยาอวี้ฟังเงียบๆ เพราะแน่นอนว่านางที่มีความรู้ไม่น้อย ย่อมมีโอกาสที่จะ…ตาดี…นั่นเอง

พ่อค้าหันมองรอบตัวเล็กน้อย ก่อนลดเสียงลงนิดหนึ่ง

“แล้วก็มีทองคำ…”

คำพูดประโยคนั้นเขาพูดเบาราวกับไม่อยากให้คนอื่นได้ยิน