ตอนที่ 118
ตอนที่ 118
ตอนที่ 118
ชิงเฟิงร้อนกว่าเหออันเสียอีก ที่เหออันยังพอมีลมทะเลพัดผ่านให้คลายร้อน แต่ที่นี่กลับมีเพียงแสงแดดแรงกล้าที่สาดลงมาจากฟ้า ทำให้พื้นถนนร้อนระอุ
รถม้าสองคันที่มีตราสกุลเจียงอันสง่างามค่อยๆ หยุดลงที่หน้าโรงเตี้ยมจินฟู่
ครั้งนี้เจียงมู่ไป๋นำคนของจวนติดตามมาด้วยจำนวนหนึ่ง ส่วนเหยาอวี้ได้ส่งจดหมายมาบอกจินต้าฉางล่วงหน้าว่าจะมาถึงวันนี้
ดังนั้นห้องหลายห้องในโรงเตี้ยมจึงถูกสกุลเจียงเหมาไว้แล้ว
ม่านรถถูกเปิดออก เหยาอวี้ถูกเจียงมู่ไป๋จูงลงจากรถม้าอย่างระมัดระวัง ทันทีที่เท้าแตะพื้น เด็กหญิงก็รีบมองไปรอบๆ ก่อนจะเห็นคนคุ้นหน้า
“เถ้าแก่จิน! หานเกอ! อาเซียง!”
นางโบกมืออย่างตื่นเต้นแล้วรีบเดินเข้าไปหา
ทั้งสามคนที่ยืนรออยู่หน้าโรงเตี้ยมก็ยิ้มกว้าง
“หมอ-…คุณหนูสี่เจียง เจ้าสบายดีนะ”
พวกเขายังเคยชินกับการเรียกนางว่าหมออวี้ จึงสะดุดเล็กน้อย
เหยาอวี้หัวเราะเบาๆ “เรียกข้าเช่นเดิมเถิดเจ้าค่ะ” นางกล่าวอย่างสบายใจ “ข้าสะดวกกับการเป็นหมอที่ชิงเฟิงมากกว่า”
ทั้งสามคนจึงพยักหน้าพร้อมกัน แต่ไม่นานสายตาของพวกเขาก็เหลือบไปด้านหลัง สีหน้ากลับดูกระอักกระอ่วนเล็กน้อย
เพราะบุรุษที่ยืนอยู่ไม่ไกลนั้น มีใบหน้าคมคายราวกับสลักจากหยก พวกเขาไม่เคยเห็นบุรุษที่งดงามเช่นนี้มาก่อน
จินต้าฉางมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกระแอมเบาๆ เพราะเขาจำอีกฝ่ายได้ แม้ชายหนุ่มตอนนี้จะดูแข็งแรงขึ้นมาก ส่วนสูงก็ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นด้วย
เขาจึงยกมือคำนับเล็กน้อย
“คุณชายรองเจียง”
เมื่อคำนี้หลุดจากปากจินต้าฉาง คนรอบข้างก็เริ่มหันมามองทันที ชื่อเสียงของอั้นโฉ่วจากเหออันนั้นโด่งดังไม่น้อย
หลายคนเคยได้ยินข่าวว่าเขาเคยป่วยหนักใกล้ตาย แต่ตอนนี้เมื่อเห็นชายหนุ่มตรงหน้า เหมือนจะไม่ใช่ตามข่าวลือ
โดยเฉพาะหญิงสาวที่ยืนอยู่แถวนั้น บางคนถึงกับบิดผ้าเช็ดหน้าในมือโดยไม่รู้ตัว
จินต้าฉางเห็นเช่นนั้นจึงรีบกล่าว “เชิญด้านในก่อนเถิด” แล้วพาทั้งสองเข้าไปในห้องส่วนตัวของโรงเตี้ยม
ไม่นานเสี่ยวเอ้อร์ก็ทยอยนำอาหารขึ้นชื่อของโรงเตี้ยมจินฟู่มาวางเต็มโต๊ะ
เหยาอวี้กินอย่างมีความสุข แม้รสชาติจะยังสู้ฝีมือเฉียนซื่อที่มีเครื่องปรุงจากนางอยู่หลายอย่าง
แต่ก็ต้องยอมรับว่าพ่อครัวของโรงเตี้ยมจินฟู่มีฝีมือไม่น้อย
เมื่อรับประทานเรียบร้อย จินต้าฉางก็หยิบบัญชีรายรับรายจ่ายของกิจการเครื่องประทินผิวมาให้เหยาอวี้ดู
“พวกเราผลิตได้เท่าไร ก็ขายหมดเท่านั้น” เขากล่าวอย่างภูมิใจ “โดยเฉพาะ กลิ่นเหมยกุ้ยฮวา[1] ที่มารดาเจ้าคิดใหม่ หญิงสาวในชิงเฟิงชอบมาก ล่าสุดมีพ่อค้าจากเจียงหนานมาขอซื้อจำนวนมาก แต่กำลังผลิตยังจำกัด พวกข้าจึงคิดจะขยายโรงงานเพิ่ม”
เหยาอวี้พลิกบัญชีดูเพียงครู่เดียว แล้วก็ส่งคืน
“ชิงเฟิงเล็กเกินไปแล้ว ข้ามาวันนี้ก็เพื่อถามว่าพวกท่านอยากไปเปิดกิจการที่เจียงหนาน หรือไม่เจ้าคะ” นางถาม
จินต้าฉางตาเป็นประกายทันที แต่ไม่นานก็ถอนหายใจ
“เจียงหนานมีโรงเตี้ยมมากมาย การแข่งขันสูงมาก อีกทั้งพวกเราไม่มีเบื้องหลังที่นั่น ถ้าเป็นเหออันยังพอมีทาง”
ที่เขาพูดเช่นนั้น ก็เพราะเขารู้จักกับพานเหยียนซูนั่นเอง
เหยาอวี้ได้ยินก็ถอนหายใจเบาๆ เพราะสิ่งที่จินต้าฉางพูดไม่ผิดเลย แต่เนื่องจากนางมีจุดประสงค์แฝง จึงไม่อยากให้พวกเขาไปเหออันช่วงนี้
ในขณะนั้น เจียงมู่ไป๋ที่นั่งเงียบมาตลอดก็กล่าวขึ้น
“ที่เจียงหนานมีกิจการผ้าไหมของสกุลเจียงอยู่ แม้ไม่ใช่ร้านใหญ่ แต่ก็พอมีอิทธิพลอยู่บ้าง” เขามองไปยังจินต้าฉาง “ในเมื่อพวกท่านร่วมทำการค้ากับเหยาอวี้ สกุลเจียงย่อมไม่อาจนิ่งดูดาย อีกอย่างจากที่ข้าฟัง รายได้ส่วนใหญ่ของพวกท่านไม่ได้มาจากโรงเตี้ยมแล้ว มิสู้ตั้งใจทำกิจการเครื่องประทินอย่างเดียว จะไม่ดีกว่าหรือ”
จินต้าฉางฟังแล้วก็ต้องพยักหน้า เพราะตอนนี้เขาเองก็รู้ดี รายได้จากเครื่องประทินผิวนั้น แซงหน้าโรงเตี้ยมไปไกลแล้ว
“ข้าเข้าใจเพียงแต่ยังเป็นห่วงพวกเสี่ยวเอ้อร์กับพ่อครัวที่ลำบากมาด้วยกันตั้งแต่เปิดร้าน”
เจียงมู่ไป๋จึงกล่าวต่อ “ท่านตาของข้าเปิดร้านอาหารอยู่ที่ตำบลชิงซาน ข้าสามารถเขียนจดหมายแนะนำให้ได้ ระหว่างนั้นพวกท่านก็ร่วมเดินทางไปเจียงหนานกับเรา อย่างน้อยก็มีคนคุ้นเคยช่วยงานก่อน พอทุกอย่างลงตัวแล้ว ค่อยส่งพวกเขาไปทำงานที่ร้านอาหารนั้นก็ได้”
ข้อเสนอนี้ทำให้ทุกคนเงียบไปครู่หนึ่ง เพราะมันสมเหตุสมผลมาก
เหออันจะเทียบกับเจียงหนานได้อย่างไร
หากมีสกุลเจียงหนุนหลัง พวกเขาย่อมสบายใจกว่า
เหยาอวี้มองเจียงมู่ไป๋ สายตาแทบจะเหมือนมีพระมาโปรด
ฮื่อ…พี่รองของนางช่างเก่งกาจจริงๆ
เพียงไม่กี่ประโยค ก็ตีเข้าจุดอ่อนของคนได้ตรงประเด็น จัดการปัญหาทุกอย่างได้เรียบร้อย
จากนั้นเหยาอวี้ก็ให้อาไฉนำตลับหอมพิมเสนออกมา
ทันทีที่เปิดกล่อง ทั้งสามก็ได้กลิ่นหอมเย็นลอยมา แม้ยังไม่ได้จับตลับด้วยซ้ำ
เหยาอวี้จึงกล่าว “นี่คือพิมเสนที่ข้าบอกในจดหมาย …ต่อไปนอกจากตลับหอมข้าคิดจะทำ หมึกหอมจากพิมเสนด้วยเจ้าค่ะ”
จินจื่อหานได้ยินก็พยักหน้าทันที “หมึกทั่วไปมักมีกลิ่นค่อนข้างแรง หมึกดีๆ ต้องทำจากการเผาไม้สน แต่ก็ยังไม่ให้ความรู้สึกสดชื่นเท่ากลิ่นพิมเสนนี้”
เหยาอวี้ยิ้มกว้างทันที ดีใจที่มีคนเข้าใจ
“พิมเสนยังช่วยกัพวกปลวกกับมอดได้ด้วย ตำราที่เขียนด้วยหมึกพิมเสนก็จะถูกเก็บรักษาไปในตัว”
เถ้าแก่จินได้ยินเช่นนั้น ดวงตาก็เป็นประกาย แต่ก็กล่าวอย่างลำบากใจ
“เพียงแต่…พวกเราไม่รู้วิธีทำหมึก”
เหยาอวี้กลับฉีกยิ้มกว้างทันที “ไม่ต้องทำเองเจ้าค่ะ” นางกล่าวอย่างมั่นใจ “เรารับซื้อหมึกดิบจากสำนักหมึกมา แล้วค่อยมาผสมพิมเสนทีหลังจากนั้นอัดเป็นแท่งขายก็พอ”
วิธีนี้ เป็นสิ่งที่เจียงมู่ไป๋เคยแนะนำ
ทุกคนได้ยินแล้วก็พยักหน้าเห็นด้วย เพราะการทำหมึกตั้งแต่ต้น น่าจะซับซ้อนและยุ่งยากมาก อีกทั้งยังสืบทอดกันแต่คนในตระกูล พวกเขาย่อมรู้ไม่ขั้นตอน
แต่หากตัดขั้นตอนนั้นออก กิจการนี้ก็จะง่ายขึ้นหลายเท่า ตอนนี้พ่อลูกสกุลล้วนไม่กังวลแล้ว เพราะหากเหยาอวี้เสนอแผนการนี้มา คิดว่านางคงมีวิธีการหมดแล้ว พวกเขาก็แค่ช่วยควบคุมวิธีการผลิตเท่านั้น
เมื่อเห็นทุกคนคิดเห็นตรงหันแล้ว ก็เหลือแค่ทำให้พวกเขากำหนดเวลาเดินทางให้เร็วยิ่งขึ้น เหยาอวี้จึงพูดว่า
“แม้ว่าจะเพิ่งเริ่มคิด แต่ข้าใจร้อนอยากทำไวไว พิมเสนดิบที่ข้าส่งพวกโพ้นทะเลไว้นางจะมีถึงปลายเดือนหน้าที่จะถึงแล้ว เป็นไปได้ตอนนั้นคงจะยุ่งมาก แม้จะฉุกละหุกไปหน่อย แต่ก็อยากให้พวกท่านรีบดำเนินการเตรียมตัวที่เจียงหนานโดยเร็วเจ้าค่ะ”
จากนั้นเจียงมู่ไป๋ก็พูดต่อ “ตอนนี้ที่เจียงหนานมีคนของข้าอยู่ หากพวกท่านจัดการโรงเตี้ยมภายในเร็ววัน ก็จะยิ่งดี” ชายหนุ่มกล่าวสบายๆ เหมือนไม่กดดัน แต่ความหนักอึ้งในใจกลับไปอยู่ที่พ่อลูกสกุลจิน
พวกเจ้านึกว่าเล่นขายของหรืออย่างไร ปัดโธ่!!
แต่เพราะพวกเขาคิดว่าที่เหยาอวี้ยอมจากเหออันเพื่อมาหาพวกเขาก่อนไปเจียงหนาน คงเป็นเพราะเรื่องนี้
เห็นเด็กหญิงยังให้ความสำคัญกับพวกตน เถ้าแก่จินจึงตัดสินใจได้ทันที “วันสองวันนี้คงไม่ทัน แต่สักห้าหกวันอาจจะได้ พวกข้ายังมีหลายเรื่องต้องจัดการหากจะขนย้าย และปิดกิจการที่นี่” เขาบอก
เหยาอวี้ย่อมพยักหน้าเข้าใจ อีกทั้งนางก็ต้องไปหาสมุนไพรที่เขาหลัวซานด้วย “ดีแล้วเจ้าค่ะ เพราะข้าก็จะอยู่ชิงเฟิงด้วย”
เรื่องหาเงินนั้นจบไปแล้ว แต่เถ้าแก่จินเหมือนจะยังมีเรื่องให้พูดอยู่ แต่คงเพราะมีคนนอกเยอะ เขาจึงยังอดทนไว้
เจียงมู่ไป๋เห็นท่าทีเช่นนั้น เขาจะไม่เข้าใจได้อย่างไร ชายหนุ่มจึงลุกขึ้นช้าๆ แล้วกล่าวอย่างไม่เร่งรีบ
“ไหนๆ ก็มาถึงชิงเฟิงแล้ว” เขาหันไปมองเหยาอวี้เล็กน้อย “ข้าจะออกไปดูร้านผ้าของสกุลเจียงสักหน่อย” น้ำเสียงเรียบเหมือนพูดถึงเรื่องธรรมดา
อาไฉได้ยินก็รีบก้มศีรษะรับคำ “ขอรับคุณชายรอง”
ซึ่งในความเป็นจริงจะเป็นไปได้ได้อย่างไร เพราะตั้งแต่วันที่รู้ว่าจะเกิดน้ำท่วมเขาก็แจ้งให้คนขนสินค้าและปิดร้านไปที่เจียงหนานตั้งนานแล้ว
เมื่อเขาเดินออกจากห้อง อาไฉกับบ่าวของสกุลเจียงก็รีบตามไป เสี่ยวเอ้อร์เองก็รีบเก็บจานแล้วออกไปด้วย
ไม่นาน ในห้องก็เหลือเพียง เหยาอวี้ จินต้าฉาง จินจื่อหาน และจินเซียง เท่านั้น
[1] เหมยกุ้ยฮวา คือ ดอกกุหลาบ