LNCrawler

ตอนที่ 120

[อ่านฟรีทุกวัน] ชาติภพที่สาม ข้าไม่ขอเป็นผู้ใด [มีE-Book] — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 120

ตอนที่ 120


 

ในเวลาเดียวกัน เหยาอวี้ที่กำลังเดินตามอาไฉเข้ามา ก็ได้ยินเสียงชื่อตนเองจึงเงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณ สายตาของนางเพียงเหลือบไปเห็น

หลัวชิง…

หรืออดีตอาหญิงของตน

เหยาอวี้ชะงักเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเบือนสายตาออกทันที ราวกับไม่เคยเห็นคนผู้นั้นอยู่ตรงนั้นเลย

เด็กหญิงเพียงเดินผ่านไปอย่างเฉยเมย นางไม่แม้แต่จะหยุดฝีเท้าด้วยซ้ำ

หลัวชิงยืนตัวแข็ง กำผ้าเช็ดหน้าในมือแน่น แต่กลับไม่กล้าเอ่ยเรียกรั้งไว้

เจียงมู่ไป๋ที่นั่งรออยู่แล้ว เมื่อเห็นนางมา ก็ยื่นมือมาช่วยพยุงเบาๆ ก่อนอุ้มนางขึ้นนั่งบนเก้าอี้ให้

เด็กหญิงถอนหายใจเบาๆ

“เฮ้อ…”

นางขยับตัวนิดหน่อย เพราะเก้าอี้ของร้านน้ำชาในชิงเฟิงนั้น ค่อนข้างสูงสำหรับเด็กตัวเล็กๆ อย่างนาง หากปีนขึ้นเองคงลำบากไม่น้อย

เห็นเขาขำขันขาสั้นๆ ของนางแล้วก็ได้แต่ทำใจ ใครใช้ให้นางถูกส่งมายังร่างนี้ตั้งแต่เด็กเล่า

ชายหนุ่มรู้ว่าเด็กหญิงกำลังหงุดหงิดเพราะส่วนสูงของตนเอง จึงเลื่อนจานขนมให้อย่างเอาใจ ก่อนสั่งให้คนรินชา

“คุยเรื่องกิจการต่างๆ ของเจ้าเสร็จแล้วหรือ” ชายหนุ่มถามอย่างอ่อนโยน ดูเหมือนว่าเด็กหญิงจะชอบเงินมากจริงๆ

ตอนนี้หากนึกๆ ดูแล้ว ก็ยังมีเรื่องกระเทียมกับเซี่ยจวิ้นเหออีก

พอนึกถึงเรื่องนี้ได้ก็เกิดเงาดำผาดหนึ่งในแววตา เจ้าคนแซ่เซี่ยนั่นเป็นดังแมลงสาปที่ฆ่าไม่ตาย สลัดไม่หลุดจริงๆ โดดจากเรื่องหนึ่ง ก็ยังหาอีกเรื่องหนึ่งได้

เหยาอวี้พยักหน้าไปขณะดื่มด่ำกับชาสมุนไพรในปาก รู้สึกว่ารสฝาดนิดๆ ของมัน ตัดกับขนมหวานข้างหน้าได้ดีทีเดียว ในใจจึงหวนนึกถึงภูเขาหลัวซานทันที

จึงไม่คิดจะตอบคำถามที่เหมือนจะรู้อยู่แล้วของเขาให้เสียเวลา

“พี่รอง ข้าอยากไปเขาหลัวซานไวไว” เด็กหญิงรีบแจ้งความต้องการ

“ระยะทางจากชิงเฟิงไปเขาลูกนั้นประมาณสามชั่วยาม เจ้าเพิ่งเดินทางมาถึงชิงเฟิงก็พักสักคืนเถิด พรุ่งนี้ข้าจะไปกับเจ้าด้วย” เจียงมู่ไป๋บอก การเดินไปทางเขาหลัวซานใช้เวลาเกือบครึ่งค่อนวัน

เหยาอวี้พยักหน้าเห็นด้วย แม้ว่ารถม้าจะบุนวมไว้ทั้งคัน แต่ก็ไม่สบายเหมือนนอนบนเตียง พวกนางใช้เดินทางหนึ่งวันถึงจะมาถึงชิงเฟิงได้ ย่อมต้องพักที่นี่สักคืนก่อนไปเขาหลัวซาน

ขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยเรื่องของพรุ่งนี้ เสียงอ่อนหวานของสตรีนางหนึ่งก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“เหยาอวี้… เจ้าเองหรือ”

หลัวชิงในตอนแรกแม้จะตกใจและทำตัวไม่ถูก เพราะในใจของนางเคยคิดมาตลอดว่า เด็กหญิงผู้นี้คงถูกตระกูลใหญ่ในเหออันกำจัดไปแล้ว แต่เมื่อเห็นเหยาอวี้ยังมีชีวิตอยู่ และยิ่งกว่านั้น…ยังสามารถนั่งร่วมโต๊ะกับคุณชายที่นางหมายปองได้อย่างสนิทสนม

หลัวชิงจึงรีบข่มความตกใจทั้งหมดลงเพื่อแสดงตัวว่า รู้จักเหยาอวี้ อาจจะมีโอกาสพูดคุยกับชายหนุ่มผู้นั้นได้บ้าง

แน่นอนว่าเมื่อชื่อของเด็กหญิงถูกเอ่ยออกมาจากปากคนอื่น เจียงมู่ไป๋ย่อมให้ความสนใจ ชายหนุ่มเลิกคิ้วเล็กน้อย

“รู้จักหรือ”

เหยาอวี้มองหลัวชิงเพียงแวบเดียว สีหน้าไม่เปลี่ยน ก่อนจะยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ แล้วตอบอย่างตรงไปตรงมา

“พวกคนสกุลหลัว”

นางไม่แม้แต่จะแนะนำชื่อของหลัวชิงด้วยซ้ำ

คำพูดสั้นๆ ทำให้แววตาของเจียงมู่ไป๋เย็นลงทันที ชายหนุ่มหันไปมองอาไฉ เต็มไปด้วยสายตาแห่งการตำหนิ

อาไฉรีบก้มศีรษะทันที ก่อนจะพูดอย่างรวดเร็ว

“พ่อบ้านทำตามคำสั่งแล้วขอรับ ยามนั้นเรือนสกุลหลัวล้วนถูกทำลายทั้งหมด เพียงแต่ไม่คิดว่าจะเจอพวกสกุลหลัวที่นี่”

เขาชะงักเล็กน้อย แล้วกล่าวต่ออย่างเย็นชา

“หากคุณชายต้องการข้าจะให้คนทำให้พวกเขาหายไปเองขอรับ”

คำพูดของชายวัยกลางคน ทำให้บรรยากาศรอบโต๊ะเงียบกริบ

หลัวชิงยืนตัวแข็ง ต่อให้นางไม่ฉลาด แต่ก็ไม่ถึงกับโง่ เพียงได้ยินคำพูดไม่กี่ประโยค นางก็เข้าใจทันทีว่าคนที่อยู่เบื้องหลังที่แท้จริง ผู้ที่ทำให้ครอบครัวของนางต้องหนีหัวซุกหัวซุนออกจากหมู่บ้านหลัวซาน

ไม่ใช่ใครอื่น

แต่คือชายหนุ่มที่นางเพิ่งคิดว่าเป็นเนื้อคู่ของตน

หลัวชิงหน้าซีด ตัวสั่นอย่างควบคุมไม่อยู่ ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว นางไม่กล้าแม้แต่จะพูดอะไรอีก

สุดท้าย จึงหันหลังแล้ววิ่งหนีออกจากร้านน้ำชาทันที ราวกับมีผีไล่ตาม

เหยาอวี้มองภาพหลัวชิงที่วิ่งหนีออกจากร้านน้ำชาอย่างลนลาน คนที่เคยเชิดหน้าหยิ่งยโส อยู่เสมอ ยามนี้กลับหน้าซีด ตัวสั่น และหนีเหมือนกระต่ายตกใจ

เด็กหญิงจึงอดหัวเราะไม่ได้

“ฮ่าฮ่า!”

เสียงหัวเราะใสของนางดังขึ้นในร้านน้ำชา ก่อนจะหันไปยกนิ้วโป้งให้กับอาไฉอย่างชื่นชม

“อาไฉ ท่านพูดเก่งจริงๆ!”

เหยาอวี้หัวเราะอย่างถูกใจ

ในความคิดของนาง เรื่องทั้งหมดเมื่อครู่ก็เป็นเพียงการแสดงเพื่อข่มขู่เท่านั้น

แต่ความจริงเป็นเช่นไร ย่อมมีเพียงอาไฉ กับคนติดตามของสกุลเจียงเท่านั้นที่รู้ดี

เพียงแต่เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของคุณชายต่อหน้าเด็กหญิง พวกเขาย่อมไม่อาจพูดสิ่งใดได้

เจียงมู่ไป๋มองเหยาอวี้ ก่อนจะกล่าวขึ้นช้าๆ

“ดูเหมือนพวกนั้นจะอยู่ชิงเฟิง” เขาหยุดเล็กน้อยเหมือนกำลังชั่งใจ “หากเจ้าไม่พอใจ…”

ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ เหยาอวี้ก็ส่ายหน้า

“บ้านเมืองมีกฎหมายเจ้าค่ะ ถึงอย่างไรก็ตัดขาดกันไปแล้ว ข้าย่อมไม่สนใจพวกเขา”

นางหยุดเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มบางๆ แต่แววตากลับเย็นลงเล็กนิด

“แต่หากพวกเขายังโลภอีก ข้าย่อมไม่ทำให้พวกเขาผิดหวังเจ้าค่ะ”

เหยาอวี้ไม่ใช่คนที่คิดจะตอบแทนความชั่วด้วยความดี

เพียงแต่ หากลดเรื่องหนึ่งลงได้ ชีวิตก็เบาขึ้นอีกหนึ่งเรื่อง

ยิ่งไปกว่านั้น คนพวกนั้นก็ไม่มีค่าอะไรพอให้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย


 

หลัวชิงวิ่งออกจากร้านน้ำชาจนแทบหายใจไม่ทัน ความกลัวที่เพิ่งเกิดขึ้นยังคงติดอยู่ในอก นางรีบเดินลัดตรอกเล็กๆ จนมาถึงร้านขายสมุนไพรที่ชานเมืองชิงเฟิง

ร้านแห่งนี้เป็นเพียงห้องเช่าสองชั้นเก่าๆ ชั้นล่างเปิดเป็นร้านขายสมุนไพร ส่วนชั้นบนเป็นที่พักของครอบครัวนาง

หลังจากบิดาขายเรือนสกุลหลัวทั้งหมด เงินที่ได้ก็ยังไม่พอจะซื้อจวนในชิงเฟิงได้เลย

โชคดีที่หลัวเซิน อาเล็กของนางเช่าร้านสองชั้นนี้ไว้

ชั้นล่างจึงเปิดร้าน ส่วนชั้นบนแบ่งเป็นห้องเล็กๆ ให้บิดามารดาของนางอยู่ และอีกห้องหนึ่งเป็นของตนกับหลัวหนิว ที่ต้องนอนเบียดกัน แม้จะไม่พอใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้

ส่วนครอบครัวของพี่ใหญ่ที่เหลือ ไปพักอยู่ที่จวนเดียวของอาเล็กหลัวเซิน

จะเรียกว่าพักก็ไม่ถูกนัก แท้จริงแล้วคืออาศัยอยู่เหมือนคนรับใช้ พี่สะใภ้ของนางยามนี้อารมณ์ร้ายยิ่งกว่าเดิมเสียอีกเพราะต้องรับใช้ครอบครัวนั้นทั้งหมด

แม้จะไม่พอใจ แต่ก็ต้องยอม เพราะหากออกไปเอง พวกเขาไม่มีทางหาจวนเช่นนั้นในชิงเฟิงได้

โชคดีเพียงอย่างเดียวคือ หลัวเหวินสอบซิ่วไฉผ่าน แม้จะอยู่ในลำดับท้ายๆ ก็ตาม

ดังนั้นอาเล็กหลัวเซินจึงยังต้องไว้หน้าหลานชาย และปฏิบัติต่อเขาดีพอสมควร

หลัวชิงเดินเข้าไปในร้าน ก็เห็นบิดากำลังจับชีพจรให้ลูกค้าคนหนึ่งอยู่ ใบหน้าคร่ำเคร่ง

ข้างหลังโต๊ะ มารดาของนางกำลังจัดสมุนไพร

ส่วนอาเล็กหลัวเซิน ยืนเฝ้าโต๊ะเงินอยู่ด้านหน้า ใกล้กันนั้นยังมีจ้าวซื่อที่ปากเสียกำลังบ่นอะไรพึมพำ

หลัวชิงมองภาพนั้น แล้วรีบหาจังหวะเข้าไปดึงแขนมารดาเบาๆ

“ท่านแม่…ขึ้นไปข้างบนก่อนเถิด ข้ามีเรื่องจะบอก”

เฉินซื่อขมวดคิ้ว แต่ก็ยอมเดินตามบุตรสาวขึ้นไปชั้นบน

ทันทีที่เข้าห้อง หลัวชิงก็รีบเล่าเรื่องที่พบเจอทั้งหมดที่ร้านน้ำชา

เฉินซื่อฟังไป สีหน้าก็ค่อยๆ เปลี่ยนจากตกใจ กลายเป็นเคร่งเครียด แล้วในที่สุดก็กลายเป็นโกรธแค้น

“นังเด็กนั่น…” เฉินซื่อกัดฟันแน่น ทันทีที่ได้ยินว่าแท้จริงตอนนี้เหยาอวี้อยู่กับตระกูลใหญ่ในเหออันมีชีวิตที่ดี  สวมเสื้อผ้าหรูหรา

นางก็รู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากล จากนั้นความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมา

พวกนาง…เสียรู้นังเด็กนั่นเสียแล้ว!

ชีวิตที่ผกผันทำให้เฉินซื่อที่มักจะอยู่ดีกินดี มีหน้ามีตาในหมู่บ้านหลัวซานในฐานะฮูหยินผู้เฒ่าหลัวย่อมโหยหาการอยู่เหนือผู้อื่นดังเดิม

แม้จะเข้าใจเรื่องทั้งหมดไม่ได้ แต่ก็คิดว่าเหยาอวี้ที่ได้ดี ตั้งใจเนรคุณทำร้ายพวกนาง ดังนั้นแทนที่จะเกรงกลัวอำนาจตระกูลใหญ่ นางกลับคิดว่าถึงอย่างไรตัวเองก็มีสถานะเป็นย่าของอีกฝ่าย

เฉินซื่อหรี่ตา ความคิดชั่วร้ายค่อยๆ ก่อตัวขึ้น

ไม่ว่าอย่างไร ต้องทำให้นังเด็กนั่นตอบแทนบุญคุณพวกนางให้ได้!