LNCrawler

ตอนที่ 126

[อ่านฟรีทุกวัน] ชาติภพที่สาม ข้าไม่ขอเป็นผู้ใด [มีE-Book] — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 126

ตอนที่ 126


 

ยิ่งลึกเข้าไปในเขาหลัวซาน บรรยากาศก็ยิ่งอึมครึมลง แสงแดดถูกยอดไม้หนาทึบบดบังจนเหลือเพียงแสงรำไร พื้นดินชื้นแฉะ เต็มไปด้วยใบไม้ผุพังและกลิ่นดินอับ

เสียง “ซู่…” ของบางอย่างเลื้อยผ่านพงหญ้า ดังขึ้นเป็นระยะ งูสีคล้ำเลื้อยผ่านโคนไม้ แมลงพิษเกาะตามกิ่งไม้ แม้แต่เถาวัลย์บางเส้นยังมีหนามแหลมคม

เหยาอวี้ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะยกมือส่งสัญญาณ

“ตรงนี้ โรยผงกำมะถัน”

น้ำเสียงนางไม่ดัง แต่ชัดเจน คนงานที่เดินนำหน้ารับคำทันที เปิดถุงผงสีเหลืองอ่อน แล้วโรยลงตามพื้น

กลิ่นฉุนบางๆ ลอยขึ้น

ไม่นานนัก…

พวกสัตว์เลื้อยคลานที่ซ่อนอยู่ก็เริ่มถอยหนี

กลุ่มคนจึงค่อยๆ เคลื่อนผ่านไปอย่างระมัดระวัง

เหยาอวี้เดินอยู่กลางขบวน ข้างกายนางยังคงเป็นเจียงมู่ไป๋

เพราะคนรอบตัวล้วนเป็นคนของเขา นางจึงไม่ต้องระวังนัก เมื่อสัมผัสได้ถึงของสิ่งใดนางจะเดินเข้าหาทันที

ทันใดนั้น ฝีเท้าของนางก็หยุดลง ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย ราวกับเห็นอะไรบางอย่างได้

“ตรงนี้” นางชี้ไปที่โคนไม้เก่า ที่มีมอสขึ้นหนาแน่น

ยังไม่ทันที่นางจะก้าวเข้าไป ชายกำยำสองคนก็ขยับเข้ามาขวางโดยอัตโนมัติ

“คุณหนูชี้ก็พอขอรับ”

เหยาอวี้ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ เหมือนคุ้นเคยกับสถานการณ์นี้ดี

“ขุดลึกลงไปหนึ่งฉื่อ ระวังอย่าให้รากขาด ดินชั้นล่างจะออกสีคล้ำให้หยุดตรงนั้น”

คนงานคุกเข่าลง ใช้มีดสั้นค่อยๆ แซะดินอย่างระมัดระวัง เผยให้เห็นรากสีเหลืองอมน้ำตาล อวบแน่นเป็นปล้องเล็กๆ ต่อกัน ผิวด้านนอกมีรอยย่นคล้ายคนแก่

เหยาอวี้มองเพียงแวบเดียวก็เอ่ยขึ้นอย่างพอใจ แล้วอธิบายให้คนเล่านี้ฟัง เผื่อช่วยกันหาเพิ่ม

“นี่คือหวงจิง…ใช้บำรุงชี่ บำรุงเลือด ฟื้นกำลังคนที่ร่างกายอ่อนแอเรื้อรัง กินต่อเนื่อง…ช่วยให้ร่างกายค่อยๆ แข็งแรงขึ้น”

ตลอดทางก็เป็นเช่นนี้ ทุกครั้งที่นางสัมผัสได้ถึงของดี

นางจะหยุดทันที ชี้ตำแหน่ง แล้วอธิบายวิธีขุดอย่างละเอียด

แต่ไม่เคยมีครั้งใด ที่นางได้ลงมือเองจริงๆ

เด็กหญิงกอดอกเล็กน้อย มองคนอื่นขุดแทน แววตาแอบขุ่นเคืองนิดๆ

“ข้าไม่ได้บอบบางขนาดนั้นสักหน่อย…”

นางพึมพำเบาๆ

คนงานที่ได้ยินถึงกับเหงื่อตก แต่ก็ไม่กล้าปล่อยให้นางลงมือเองอยู่ดี

เจียงมู่ไป๋มองภาพนั้นอยู่เงียบๆ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย

เพราะสำหรับเขา ต่อให้สมุนไพรล้ำค่าเพียงใด ก็ยังด้อยกว่าความปลอดภัยของนางอยู่ดี


 

ยิ่งเดินลึกเข้าไป เหยาอวี้ก็ยิ่งรู้สึกถึงความคุ้นเคยบางอย่าง

คล้ายวันวาน…คล้ายแรงดึงดูด

ทำให้นางก้าวต่อไปโดยไม่ลังเล

ตะกร้าบนหลังของคนคุ้มกันหลายคน ยามนี้เริ่มแน่นขึ้นเรื่อยๆ เต็มไปด้วยสมุนไพรหายากที่ขุดได้ระหว่างทาง

เหยาอวี้กวาดตามองเพียงครู่เดียว ก็พยักหน้าอย่างพอใจ

ในใจอดคิดไม่ได้ ต้องขอบคุณไหวพริบของพี่รองจริงๆ

การที่เจียงมู่ไป๋ประกาศรับซื้อสมุนไพรจำนวนมากในชิงเฟิง ย่อมทำให้พวกนาง ไม่ต้องเสียเวลาเก็บของพื้นฐาน

เหยาอวี้จึงมองข้ามสมุนไพรหลายชนิดไปโดยไม่แม้แต่จะหยุด

เพราะสิ่งที่นางตามหา ไม่ใช่ของที่ใครก็หาได้ แต่คือของที่ต้องให้ฟ้าดินนำทางเท่านั้น

ลมป่าพัดเอื่อยผ่านพงไม้ แต่คราวนี้…กลับพากลิ่นบางอย่างมาด้วย

กลิ่นเลือด

เหยาอวี้ชะงักฝีเท้าทันที คิ้วขมวดแน่นเล็กน้อย ความไม่สบายใจผุดขึ้นในใจโดยไม่รู้ตัว

เจียงมู่ไป๋ขยับเข้ามาใกล้ สายตาเย็นลง เห็นได้ชัดว่าเขาก็รับรู้ได้เช่นกัน

“ระวังหน่อย” เสียงเขาเบา

อาไฉก้าวเข้ามาด้านหน้า ย่นระยะระหว่างคนในขบวนให้แน่นขึ้น คนคุ้มกันที่เหลือกระจายตัวออก สายตากวาดตรวจรอบด้านอย่างระแวดระวัง

ยิ่งเดินเข้าไป ร่องรอยก็ยิ่งชัดขึ้น กิ่งไม้หักกระจัดกระจาย พื้นดินถูกเหยียบย่ำเละเทะ บางจุดมีรอยฟันลึกลงในลำต้นไม้ เหมือนถูกฟาดด้วยคมอาวุธอย่างรุนแรง

ไม่นานนัก ภาพตรงหน้าก็เปิดออก

ศพ…จำนวนมากนอนเกลื่อนอยู่บนพื้น

เลือดแห้งจับเป็นคราบดำ บางร่างยังคงลืมตาค้าง

ฝั่งหนึ่งเป็นคนในชุดดำ เสื้อผ้าแนบกาย

อีกฝั่งหนึ่ง แม้แต่งกายคล้ายชาวบ้าน แต่รูปร่างกำยำกล้ามเนื้อแน่น ท่าทางไม่ใช่คนธรรมดา เหมือนเป็นคนคุ้มกันที่ปลอมตัวมามากกว่า

เจียงมู่ไป๋ก้าวเข้ามาด้านหน้า ขยับตัวบดบังสายตาเหยาอวี้โดยไม่รู้ตัว

เด็กหญิงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะเบาๆ มุมปากยกขึ้นอย่างเอ็นดู

พี่รองผู้นี้…มักคิดว่านางอ่อนแออยู่เสมอ

ทั้งที่ชีวิตการเป็นหมอ นางเคยผ่าศพมาแล้วนับไม่ถ้วน แม้แต่คนไข้ที่ตายคามือก็ผ่านมาแล้ว

เพียงแต่…การเห็นศพจำนวนมากเช่นนี้ ก็ยังทำให้รู้สึกหดหู่ไม่น้อย

ทว่าในความเงียบงันนั้น สัมผัสของนางกลับสะดุดเหมือนจับบางอย่างไม่ไกลจากนี้ได้

“พี่รอง…” เหยาอวี้เอ่ยเบาๆ

สายตาหันไปทางซอกเขาด้านข้างที่ห่างออกไป เมื่อนางเดินไป คนทั้งหมดย่อมขยับตาม

ตรงนั้นเป็นรอยแยกเล็กๆ ระหว่างหิน เต็มด้วยเถาวัลย์ปกคลุม หากไม่สังเกตให้ดี แทบไม่มีทางมองเห็นด้านใน

“ตรงนี้…”

คนคุ้มกันสองคนรีบเข้าไปตรวจ ก่อนจะชะงัก แล้วรีบส่งสัญญาณ

ภายในซอกหิน มีชายชราคนหนึ่งนอนอยู่ ร่างเต็มไปด้วยบาดแผล เลือดไหลซึมจนเสื้อชุ่ม ริมฝีปากคล้ำ เห็นได้ชัดว่าถูกพิษ

แต่…ยังมีลมหายใจแผ่วเบาราวกับจะดับลงได้ทุกเมื่อ

“พี่รอง…” เหยาอวี้หันไปมองเขาแววตาจริงจัง “เขายังมีชีวิตอยู่เจ้าค่ะ”

เจียงมู่ไป๋ขมวดคิ้วทันที สีหน้าฉายแววยุ่งยาก

เพียงมองร่องรอยรอบๆ เขาก็รู้แล้ว คนชุดดำเหล่านั้นล้วนเป็นนักฆ่าฝีมือดี

และคนที่ถูกไล่ล่า ย่อมไม่ใช่คนธรรมดา

การยื่นมือช่วยไม่ต่างจากดึงปัญหาเข้าหาตัว

เขานิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะสบเข้ากับสายตาของเด็กหญิง ดวงตาคู่นั้นใสกระจ่างไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย

สุดท้ายเขาถอนหายใจเบาๆ

“อาไฉ”

เพียงคำเดียว อาไฉก็เข้าใจทันที

“พาคนขึ้นมา”

คนคุ้มกันรีบลงไปแบกชายชราขึ้นมาอย่างระมัดระวัง

“ออกจากที่นี่ทันที” เจียงมู่ไป๋กล่าวเสียงต่ำ สายตากวาดมองรอบด้านอย่างไม่สบายใจ

เพราะเขารู้ดี ที่ชายผู้นี้ยังซ่อนตัวทั้งที่บาดเจ็บหนักเช่นนี้

แปลว่า นักฆ่าเหล่านั้น…อาจยังอยู่ไม่ไกล

กลุ่มคนจึงรีบเคลื่อนตัว หายลึกเข้าไปในป่าอีกทาง

ทิ้งภาพศพและกลิ่นเลือด ไว้เบื้องหลังอย่างรวดเร็ว

ระหว่างทาง เหยาอวี้หยิบขวดยาเล็กออกมาจากแขนเสื้อ ก่อนจะเทยาลูกกลอนสีเข้มออกมาหนึ่งเม็ด ให้อาไฉป้อนให้ชายชรากิน

นี่เป็นยาลูกกลอนถอนพิษทั่วไป ที่นางทำไว้หลายขวด ก็เผื่อใช้ในกรณีฉุกเฉินเช่นนี้

ไม่นานนัก ลมหายใจที่แผ่วเบาก็เริ่มสม่ำเสมอขึ้นเล็กน้อย

เหยาอวี้เอื้อมมือไปจับชีพจร เพียงแตะผ่านๆ ก็รับรู้ได้ทันทีว่า ชีพจรที่ก่อนหน้านี้สับสน ยามนี้เริ่มกลับมามีจังหวะ รับรู้ว่าฤทธิ์ยาเริ่มรักษาชีวิตเขาไว้ได้จึงวางใจ

ขบวนยังคงเคลื่อนตัวต่อไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีใครกล้าหยุดนาน

เกือบสองชั่วยามผ่านไป ท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่เริ่มอ่อนลง

ในที่สุดก็พบถ้ำแห่งหนึ่ง ปากถ้ำไม่กว้างนัก แต่ด้านในลึกและแห้ง พื้นเป็นดินแะลหินเรียบ ไม่มีร่องรอยสัตว์ร้ายอาศัย ไม่ไกลจากลำธารเล็ก เหมาะแก่การพักแรมสำหรับคืนนี้อย่างยิ่ง

คนคุ้มกันรีบกระจายตัวตรวจสอบ

บางคนเก็บฟืนก่อไฟ บางคนไปตักน้ำ แล้วเริ่มโรยผงกันสัตว์มีพิษรอบๆ

ตลอดทางที่ผ่านมา อาศัยการนำทางของเหยาอวี้ จึงสามารถหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงได้อย่างน่าประหลาด ราวกับรับรู้เส้นทางได้โดยสัญชาตญาณ พวกเขาไม่เจอกับนักฆ่าเลยสักคน

ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงสามารถหลุดออกจากอาณาเขตอันตรายนั้นได้อย่างปลอดภัย

เมื่อวางชายชราลงภายในถ้ำ ทุกคนจึงได้เห็นชัดเจน สีม่วงคล้ำที่เคยปกคลุมริมฝีปาก ค่อยๆ จางลง กลับมาเป็นสีปกติทีละน้อย แม้ใบหน้ายังซีด แต่ลมหายใจกลับมั่นคงขึ้น

อาไฉถึงกับกล่าวเบาๆ อย่างชื่นชม “ยาของคุณหนูสี่…ช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ”

“เพียงประคองอาการเท่านั้น” เหยาอวี้กล่าวอย่างถ่อมตน

มีเพียงเจียงมู่ไป๋เท่านั้นที่รู้ว่าเด็กหญิงกำลังพอใจกับอาการที่ดีขึ้นของคนไข้

เหยาอวี้หักหวงเหลียน แล้วนำไปต้มกับน้ำสะอาดอย่างรวดเร็ว ขมๆ ของมันลอยขึ้น นางกำลังใช้ผ้าสะอาดชุบยา ค่อยๆ เช็ดคราบเลือดตามบาดแผลของชายชรา

แต่เมื่อเห็นเห็นบาดแผลของเขา เหยาอวี้ก็ชะงักเล็กน้อย

ใต้คราบเลือดที่แข็งตัว มีเนื้อสมุนไพรสีเขียวคล้ำถูกบดละเอียดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน โปะทับไว้ตามรอยแผลหลายจุด

เหยาอวี้กวาดตามองเพียงครู่เดียว ก็หรี่ตาลงเล็กน้อย

“ชิงเฮ่า…” นางเอ่ยทันที กลิ่นเย็นเฉพาะตัวนั้น นางไม่มีทางจำผิด ปลายนิ้วแตะเนื้อสมุนไพรอีกนิด และเมื่อขยี้เบาๆ กลิ่นฉุนอ่อนๆ คล้ายใบไม้สดก็ลอยขึ้นอีกชั้น “ป่านหลานเกิน…”

สุดท้ายยังมีอีกกลิ่นหนึ่งอยู่ด้านล่าง “ชีเส่อเฉ่า…”

เหยาอวี้ถอนหายใจเบาๆ สมุนไพรพวกนี้ล้วนมีฤทธิ์ ถอนพิษ กดพิษ และลดการลุกลามของเลือดเสีย

“มิน่าเล่าจึงมีชีวิตรอดแม้จะถูกพิษ” แววตานางนิ่งลงเล็กน้อย

เพราะรู้แล้วว่า

ชายชราผู้นี้…

ไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน

จากนั้น เหยาอวี้หยิบล่วมยาออกมา ปลายนิ้วหยิบเข็มขึ้นทีละเล่ม ก่อนจะเริ่มฝังลงตามจุดชีพจร

ไม่นานนัก ร่างของชายชราก็สั่นเล็กน้อย

ก่อนจะ “อั่ก…”

กระอักเลือดสีคล้ำออกมาเล็กน้อย

เหยาอวี้ไม่ตกใจ เพียงพยักหน้าเบาๆ

“พิษเริ่มถูกดันออกแล้ว…”

นางหยิบโสมจากตะกร้าของคนคุ้มกัน ใช้มีดบางเฉียบฝานเป็นแผ่นบาง ก่อนจะใส่เข้าปากชายชรา

จากนั้นนำ หวงจิงผสมกับสมุนไพรอีกหลายชนิด ใส่หม้อเล็กตั้งไฟ น้ำยาค่อยๆ เดือด ส่งกลิ่นหอมขมออกมา

“อาไฉ” นางเรียกเบาๆ “พอได้ที่แล้วป้อนเขา”

อาไฉรับคำทันที ประคองชายชราขึ้นเล็กน้อย แล้วค่อยๆ ป้อนยาทีละคำ

ไม่นาน สีหน้าที่เคยซีดเซียว ก็เริ่มมีเลือดฝาดขึ้นทีละน้อย ริมฝีปากที่เคยคล้ำ กลับมามีสีแดงจางๆ

เปลือกตาของชายชราสั่นเล็กน้อย เหมือนจะรู้สึกตัว

เหยาอวี้มองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวเสียงเบา

“ยามนี้ท่านปลอดภัยแล้ว…นอนพักผ่อนให้ดีเถิดเจ้าค่ะ”

ราวกับได้ยินคำพูดนั้น ร่างของชายชราก็ผ่อนคลายลง ลมหายใจสม่ำเสมอ ก่อนจะจมเข้าสู่การหลับใหลอีกครั้ง