ตอนที่ 128
ตอนที่ 128
ตอนที่ 128
เด็กหญิงก้มหน้าลงเล็กน้อย ความคิดเริ่มไหลวน นางรู้ดีว่ายาพิษนี้ไม่ง่าย แต่ไม่รู้ว่าโลกนี้จะหาง่ายหรือไม่ แต่ขนาดที่ว่าต้องการสังหารคนที่ทำยารักษาเป็น ไม่แน่ว่าที่มาของยาพิษนี้จะน่ากลัวเกินไป
“ท่านจะนำมันไปรักษาผู้ใด” เด็กหญิงถามอย่างจริงจัง รู้สึกถึงความไม่ชอบพามากลเท่าใดนัก บางทีมันอาจจะสืบหาคนวางยาเจียงมู่ไป๋ได้
ทว่าคำถามนี้กลับทำให้เซวียนกวงคิดหนัก ก่อนตอบเบาๆ ว่า “เป็นเจ้านายของข้าเอง”
เหยาอวี้กำลังจะถามต่อ
ทว่าเจียงมู่ไป๋กลับเอ่ยแทรกขึ้นเสียก่อน
“ท่านมีวิธีติดต่อคนของท่านหรือไม่”
เซวียนกวงหันมามองชายหนุ่มเป็นครั้งแรก และเพียงแค่สบตา เขาก็ชะงักไปเล็กน้อย
ใบหน้าหล่อเหลานั้นสงบนิ่ง แต่แฝงอำนาจกดดันอย่างประหลาด
แม้แต่คนในราชนิกุล…ยังไม่สง่างามเท่านี้
สายตาเขากวาดมองรอบๆ ทั้งบ่าวรับใช้ที่ยืนอย่างมีระเบียบ และเด็กหญิงที่ดูไม่ธรรมดา
ในใจจึงเริ่มเข้าใจว่าคนสองคนตรงหน้า ย่อมมิใช่คนทั่วไป
เซวียนกวงพยักหน้า
“มี…แต่คงต้องใช้เวลาสักหน่อย”
เจียงมู่ไป๋จึงบอกอย่างเย็นชาว่า
“เช่นนั้นก็แยกกันที่ตรงนี้”
น้ำเสียงเรียบเฉียบ ไร้ความลังเล
“ท่านเป็นหมอ ย่อมรู้วิธีเอาตัวรอดในป่าเขา”
คำพูดนั้นชัดเจน ไม่มีที่ให้ต่อรอง
เซวียนกวงยิ้มบาง เข้าใจดีว่าตนเองในสภาพนี้ เดินยังลำบาก เขาก็ไม่อาจหน้าด้านเอ่ยขอติดตาม เพราะชีวิตนี้ก็ถูกช่วยไว้แล้ว จะสร้างภาระเพิ่มให้พวกเขาได้อย่างไร
“ข้าเข้าใจแล้ว”
ส่วนเหยาอวี้ก็ไม่พูดอะไรต่อ แม้ในใจยังมีความสงสัยอยู่บ้าง แต่เมื่อพี่รองตัดบทเช่นนั้น นางก็ไม่คิดจะถามให้มากความ
เด็กหญิงนำหม้อออกมาตั้งไฟ ตักน้ำแกงไก่บางส่วนที่เคี่ยวไว้ก่อนหน้า แล้วใส่ข้าวลงไปต้ม
เมื่อสุกแล้วนางก็แบ่งบางส่วนออกมา เคี่ยวให้เละกว่าเดิม จนกลายเป็นโจ๊กเนื้อเนียน ก่อนจะใส่สมุนไพรบางอย่างลงไปเล็กน้อย แล้วตักไปให้ชายชรา
“ท่านกินนี่ก่อนเจ้าค่ะ”
อีกด้านหนึ่ง ไก่ย่างสมุนไพรก็สุกได้ที่ หนังตึงเป็นสีเหลืองทอง น้ำมันซึมออกมาบางๆ กลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วถ้ำ
อาหารถูกแบ่งแจกจ่าย ทุกคนต่างรับไปกินอย่างเงียบๆ
การกินของป่ากลางเขาแบบไม่มีพิธีรีตองเช่นนี้ แต่กลับทำให้รู้สึกอยากอาหารมากเป็นพิเศษ
ทั้งกลิ่นควันไฟ อากาศเย็นของภูเขายามเช้า และความเหนื่อยล้าจากการเดินทางเมื่อวาน ล้วนทำให้อาหารธรรมดา กลายเป็นมื้อที่อร่อยยิ่งนัก
ไม่นาน ไก่ป่าทั้งสามตัวก็ถูกจัดการจนหมด เหลือเพียงกระดูกที่ถูกฝังกลบไว้
ก่อนจากกันเหยาอวี้ลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ไม่พูดอะไร แม้ว่าเจียงมู่ไป๋ก็ยังไม่กล่าวอะไรเกี่ยวกับน้ำท่วมเช่นกัน นางย่อมไม่กล้าเปิดเผยข้อมูลนี้ออกไป อีกทั้ง…
หลงกู่ชิง…
เฮ้อ… ล้วนมีแต่คนต้องการ
เดินห่างจากถ้ำนั้นไปได้ไม่ไกลนัก สภาพโดยรอบกลับเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน พื้นดินแห้งแตกระแหง สีซีดจางราวกับถูกสูบเอาความชุ่มชื้นไปจนหมดสิ้น แม้แต่ต้นหญ้าสักต้นก็ยังไม่ปรากฏ
อากาศบริเวณนั้นร้อนแห้งผิดปกติ คล้ายกับมีบางสิ่งดูดกลืนพลังชีวิตของผืนดินเอาไว้
เหยาอวี้ชะลอฝีเท้าลง สายตากวาดมองอย่างระแวดระวัง และเมื่อก้าวไปอีกไม่กี่ก้าว ก่อนจะเงยหน้ามองไปด้านหน้า สิ่งที่นางมองหาก็ปรากฏขึ้น
ตรงนั้น…เป็นหน้าผาหินสูงชัน ผิวหินขรุขระ แตกเป็นชั้นๆ มีรอยแยกเล็กใหญ่กระจายไปทั่ว และที่กึ่งกลางหน้าผานั้นเอง ในซอกหินแคบๆ ที่แทบไม่มีที่ยืน มีพืชต้นหนึ่งงอกออกมา
ใบเรียวยาวสีเขียวเข้ม ดอกสีม่วงซีดโผล่พ้นออกจากรอยแยก ราวกับยึดเกาะอยู่กับหินเพียงเล็กน้อย
ตำแหน่งของมันอันตรายอย่างยิ่ง เบื้องล่างคือความลึกที่มองไม่เห็นก้น ลมภูเขาพัดกรรโชกเป็นระยะ
ต่อให้เป็นคนปีนเขาชำนาญ ก็ยังต้องระวังทุกก้าว
รากของมันฝังลึกอยู่ในหิน ชอนไชเข้าไปตามรอยแตก ดูดซึมแร่ธาตุจากผนังผาโดยตรง
ด้วยเหตุนี้ พื้นที่โดยรอบหน้าผาจึงแห้งแล้ง ไม่มีพืชอื่นกล้าเติบโตใกล้เคียง
มันยืนต้นอยู่เพียงลำพัง โดดเดี่ยว และอันตราย
หลงกู่ชิง…
“ดูเหมือนว่ามันจะมีอายุมากกว่าต้นก่อนหน้าเสียอีก” เด็กหญิงพึมพำ
ใช่แล้ว…สัมผัสที่นางรับรู้ช่วงรุ่งสาง ก็คือหลงกู่ชิงนี่แหละ
ปกตินางสัมผัสได้แค่ว่ามีสมุนไพรอยู่ใกล้ๆ เท่านั้น ไม่เคยคิดว่าจะสามารถใช้สัมผัสฟ้าดินค้นหาเจาะจงได้เลย หรือเป็นเพราะความฝันนั้น ทำให้สัมผัสของนางสามารถแม่นยำขึ้นได้เป็นครั้งคราว?
และเพราะแบบนี้นางจึงลังเลที่จะบอกหมอชราผู้นั้น เพราะนางเองก็ต้องการหลงกู่ชิงเช่นกัน
“นั้นคือหลงกู่ชิงเจ้าค่ะ” เมื่อสบกับสายตาที่มองมา เด็กหญิงก็บอกเขาเบาๆ
เพราะแค่ลักษณะการอยู่ของมันก็ดูเหมือนจะไม่ธรรมดาแล้ว
แน่นอนว่าชื่อนี้คุ้นหู เพราะชายชราที่ชื่อเซวียนกวงเพิ่งกล่าวไปเองว่าตามหามัน
เหยาอวี้จึงกล่าวต่อทันที “มันเป็นตัวสมุนไพรหลัก ในการทำยารักษาท่าน”
คำพูดนี้เจียงมู่ไป๋จะไม่เข้าใจได้อย่างไร ว่าเด็กหญิงตรงหน้าเริ่มสงสัยที่มาของโรคของเขาอีกแล้ว แน่นอนว่าเขารู้มากกว่านั้นขั้นหนึ่ง และไม่ยินดีที่จะให้นางไปเสี่ยงกับเรื่องนี้
“เรื่องนั้นยังไกลตัว เจ้าไม่ต้องกังวล” เขาบอก
เหยาอวี้จึงพยักหน้าเบาๆ ตอนนี้นางรู้สึกว่างเปล่าอีกครั้ง หากเป็นก่อนหน้านางคงมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว แต่เพราะอยู่ด้วยกันมานาน ถึงอย่างไรเขาก็เป็นพี่รองของนาง จึงอดที่จะคิดเผื่อเขามากกว่าเดิมโดยไม่รู้ตัว
การขุดหลงกู่ชิงแต่เดิมก็ยากอยู่แล้ว ครานี้กลับขึ้นอยู่บนหน้าผาสูงชัน ย่อมยากยิ่งขึ้นไปอีกหลายเท่า
คนงานต้องไปตัดไม้ ผูกเป็นกระเช้าหยาบๆ หย่อนลงไปตามเชือกเส้นหนา
บริเวณนั้นเป็นดินแข็งปนหินหนา ขุดเพียงเล็กน้อยก็เจอชั้นหิน ต้องใช้แรงและเวลาไม่น้อย
กว่าจะจัดการทุกอย่างเสร็จ และเริ่มขุดได้จริง ก็ผ่านไปเกือบสองชั่วยาม
อาไฉถูกหย่อนลงไปด้านล่าง ยืนอยู่ในกระเช้า มือหนึ่งจับเชือก อีกมือค่อยๆ แซะดินรอบรากสมุนไพร
ด้านบน คนงานหลายคนช่วยกันคุมเชือก สีหน้าเคร่งเครียด
และในช่วงเวลานั้นเอง
เงาดำหลายสายก็ปรากฏขึ้น ชายชุดดำจำนวนหนึ่งก้าวออกมาจากป่า ท่าทางมาดร้าย พวกมันไม่พูดพร่ำทำเพลง เพียงชักมีดออกมา
คนของสกุลเจียงตั้งท่ารับทันที โชคดีที่คนคุ้นกันที่นำมาเป็นวรยุทธ์อยู่บ้าง แม้จะมีฝีมือ แต่สถานการณ์กลับเสียเปรียบ เพราะต้องคอยระวังเชือก ที่ผูกอยู่กับกระเช้า
หากถูกตัด อาไฉที่อยู่ด้านล่างย่อมร่วงลงเหวทันที
“เขาแห่งนี้…กลายเป็นที่เที่ยวเล่นของพวกคุณหนูคุณชายตั้งแต่เมื่อไร” ชายชุดดำคนหนึ่งเอ่ยเยาะ
เมื่อเห็นอีกฝ่ายจัดการไม่ง่าย จึงยกมือให้หยุดก่อน
เจียงมู่ไป๋ก้าวออกมา เอ่ยเสียงเรียบ “มหาสมุทรไม่กักขังปลา เวหาไม่กักขังนก ไยต้องมาชิงดีชิงเด่นในที่แคบๆ หากเจ้าปรารถนาสมุนไพรนั้นก็จงเอาไปเถิด”
แต่ชายชุดดำจะรู้จักสมุนไพรได้อย่างไร เขาย่อมไม่สนใจมันอยู่แล้ว เขาเพียงได้รับคำสั่งมาสังหารหมอผู้หนึ่งเท่านั้น
ชายชุดดำหรี่ตา ก่อนถาม “เจ้าเห็นชายชราในป่าหรือไม่”
ทุกคนพลันนึกถึงคนผู้หนึ่ง
แต่เจียงมู่ไป๋ตอบทันที
“ไม่เห็น”
ชายชุดดำขมวดคิ้ว
“ข้ายังไม่ได้บอกลักษณะ…”
“ตั้งแต่พวกข้ามา ก็ไม่เห็นใคร” ชายหนุ่มตัดบท “ไม่ว่าเจ้าจะถามหาชายหนุ่มหรือชายแก่ คำตอบก็เหมือนกัน”
อีกฝ่ายนิ่งไป เหมือนจะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ก็ถือว่าชายหนุ่มตอบได้ดี
สุดท้ายก็ยกมือให้ถอย เพราะเสียกำลังไปก็ใช่ว่าจะดี
แต่ทันใดนั้น
คนอีกกลุ่มหนึ่งก็พุ่งเข้ามา ชุดคล้ายองครักษ์ เคลื่อนไหวเป็นระเบียบ
บรรยากาศพลันเปลี่ยน ไอสังหารปะทุขึ้นทันที
ชายชุดดำไม่ลังเลอีก
“ฆ่าให้หมด!”
ทั้งสองฝ่ายปะทะกันทันที เสียงโลหะกระทบดังสนั่น
คนของเจียงมู่ไป๋รีบตั้งแนว กันทั้งสองฝ่ายออก และพยายามถอยห่างจากวงต่อสู้
อาไฉถูกดึงขึ้นมาอย่างเร่งด่วน กระเช้าสั่นไหวกลางอากาศ
การต่อสู้เริ่มเอนเอียง ฝ่ายชายชุดดำเสียเปรียบ
ทันใดนั้น หนึ่งในชายชุดดำถูกเตะกระเด็น ร่างปลิวเข้ามากลางวง เขากลิ้งไปตามพื้น แต่กลับพลิกตัวลุกขึ้นทันที สายตากวาดหาทางรอด
และในพริบตานั้นเอง เขาก็กระโจนเข้าใส่เหยาอวี้ มือหยาบคว้าร่างเล็ก ดึงเข้ามาแนบตัว มีดคมจ่อที่ลำคอ
“หยุด!”
เสียงแหบกร้าวดังขึ้น
เจียงมู่ไป๋สีหน้าเปลี่ยนทันที ดวงตาเย็นจัดราวน้ำแข็ง
คนของเขาชะงัก ไม่กล้าขยับแม้แต่น้อย
ขณะที่อีกฝั่งยังคงสู้กันต่อ องครักษ์ไม่สนใจตัวประกัน เพราะไม่ใช่คนของตน
“หยุดมือ!”
เสียงแหบแห้งอีกเสียงดังขึ้น
เซวียนกวงพิงไม้ค้ำเดินออกมาจากเงาไม้ เมื่อเห็นเด็กหญิงตกอยู่ในอันตราย สีหน้าก็เปลี่ยนทันที
สถานการณ์กลายเป็นการต่อรอง
“เจ้าหลอกข้า!” ชายชุดดำตะคอกใส่พวกเจียงมู่ไป๋ เพราะเดาว่าทั้งสองต้องรู้จักกัน มีดกดลึกขึ้น เลือดซึมออกมาบางๆ
เจียงมู่ไป๋ก้าวไปข้างหน้าสีหน้าเคร่งเครียด
“เจ้าต้องการอะไร”
“เอาหมอเทวดามาแลก!” ชายชุดดำพูดขึ้นทันที
องครักษ์อีกฝั่งสีหน้าดำคล้ำ
“ไม่ได้!”
เจียงมู่ไป๋กลับยิ้มเย็น ไม่มองพวกองครักษ์ที่เขาไร้อำนาจต่อรอง มีเพียงชายชราผู้นี้เท่านั้นที่เขากดดันได้
“นางไม่ควรช่วยท่านเลย”
คำพูดนั้นแทงใจเซวียนกวงทันที เมื่อเห็นเด็กหญิงอยู่ในอันตราย จิตใจของชายชราจึงไม่อาจเพิกเฉยได้ เขาหลับตาก่อนกล่าว
“ได้…ปล่อยนาง ข้าจะไปแทน”
“ท่านหมอเทวดา!” องครักษ์ร้องห้าม “ไม่ได้นะ นายท่านต้องการยาของท่านอยู่”
เซวียนกวงส่ายหน้า “จะมียาได้อย่างไร…ในเมื่อสมุนไพรยังไม่ครบ”
บรรยากาศตึงเครียดถึงขีดสุด
ทั้งสองฝ่ายค่อยๆ เคลื่อนไหว เตรียมแลกตัว ทั้งคู่เริ่มก้าวออกมา
แต่ในจังหวะนั้นเอง สายตาของชายชุดดำวูบไหว
“โง่จริง…”
เขาผลักเหยาอวี้ออกไปทันที
เด็กหญิงแม้จะพยายามขืนตัว แต่ร่างที่เล็กกว่าย่อมเสียหลัก เท้าพลาดจากขอบผา
“อวี้เอ๋อร์!”
เจียงมู่ไป๋ไม่คิดแม้เสี้ยววินาที ร่างเขาพุ่งตามลงไปทันที
“นายน้อย!!!” อาไฉร้องลั่น เสียงแหบแตกด้วยความตกใจ
เซวียนกวงที่เดินเข้าไปก็ถลาตกใจเช่นกัน แต่ถูกพวกองครักษ์ที่รอจังหวะเข้ามาขัดขวาง
การต่อสู้ปะทุอีกครั้ง องครักษ์พุ่งเข้าปิดล้อม ชายชุดดำถูกสังหารทีละคน
ลมภูเขาพัดกระหน่ำ ชายผาเบื้องล่างลึกจนมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด และในพริบตานั้นเอง ร่างทั้งสองก็จมหายไปกลางหน้าผา
โชคชะตา…พลิกผันอีกครั้ง
“นายหญิง…~” เสียงหนึ่งดังขึ้น
ครานี้…ชัดเจน และไม่ใช่ในความฝัน
เหยาอวี้ชะงัก ท่ามกลางความมืดและแรงลมที่โหมกระหน่ำ
“เจ้าคือสิ่งใดกัน…” นางถาม
“ข้าคือ…ท้อหยกเซียนในร่างของท่าน”
คำตอบนั้น ทำให้เหยาอวี้เบิกตากว้าง หัวใจเต้นแรง
ท้อหยกเซียน…?
ความทรงจำบางอย่างแล่นวาบขึ้นมา
“อัยหย้า…” เด็กหญิงพึมพำในใจ สีหน้าตื่นตระหนก
หรือว่านาง…
ขโมยท้อหยกจากสวนท้ออมตะของซีหวังหมู่มาจริงๆ!?