ตอนที่ 129
ตอนที่ 129
ตอนที่ 129
ฉับพลัน…บรรยากาศรอบด้านก็แปรเปลี่ยนไป ไม่ใช่กลิ่นอายของโลกมนุษย์อีกต่อไป
ราวกับมีใครบางคน นำภูเขาอีกลูกหนึ่ง มาตัดแปะซ้อนทับลงบนโลกเดิม
เหยาอวี้ยืนอยู่ท่ามกลางหมอกบาง เมื่อกวาดสายตามองโดยรอบ หัวใจก็สั่นสะท้านทันที
สวนสมุนไพร… มากมายเกินนับ ทั้งคุ้นเคย และไม่คุ้นเคย
แต่ทุกชนิด…
นางเคยเห็นในตำราสมุนไพรเซียนระดับตำนาน!
“นั่นมัน…รากหวนวิญญาณ!” นางอุทาน รากสีเงินขาวแทรกอยู่ใต้ดิน แผ่พลังชีวิตแผ่วเบา มันใช้ฟื้นลมหายใจ กระตุ้นชีพจร ใช้กับผู้ใกล้ตายได้ทันที
“เถาพันพิษ…” เถาสีคล้ำเลื้อยพันหิน มีหยดพิษข้นคล้ายยางไม้ ใช้ดึงพิษออกจากร่าง แต่หากผิดพลาดจะย้อนพิษกลับเช่นกัน
“ต้นเทพชำระฟ้า!!!” ต้นไม้สูงโปร่ง แผ่ไอสะอาดบริสุทธิ์ ล้างพิษลึกถึงแก่น ปรับสมดุลร่างกาย เป็นแกนตำรับชำระพันพิษ
มีของพวกนี้แล้ว หลงกู่ชิงจะไปเทียบชั้นได้อย่างไร
อีกทั้งรอบด้านยังมีมาก
หญ้าเซียนนิทรา…
รากสะท้อนชีพ…
ดอกสว่างจิต…
ต้นเทพไร้กาล…
..
..
นี่ไม่ใช่ของที่โลกมนุษย์จะมีได้แน่นอน!
ในขณะนั้นเอง สัมผัสฟ้าดินของนางพลันเปิดออก รุนแรงกว่าทุกครั้ง พลังบางอย่างไหลเวียนรอบกาย
บริสุทธิ์…ลึกซึ้ง…
“ไอเซียน…”
เด็กหญิงเบิกตา ความยินดีพุ่งขึ้นทันที
แต่ยังไม่ทันได้ทำสิ่งใด
เสียงนั้นก็ดังขึ้น
“ท่านห้ามฝึกตนเด็ดขาด”
เหยาอวี้ชะงัก “เหตุใดกัน”
“ร่างนี้ของท่านเป็นมนุษย์อ่อนแอ แต่แก่นวิญญาณกลับมีรากเซียน และเพราะเราถูกทัณฑ์สวรรค์ร่วมกัน ข้าจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของท่านไปแล้ว”
เหยาอวี้นิ่ง ฟังดู…มีที่มาที่ไปดี
แต่นางก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี
เสียงนั้นถอนหายใจ “นายหญิงของข้า…ช่างโง่เขลานัก”
“ข้าคือท้อหยกเซียน…หมื่นปีจึงปรากฏครั้งหนึ่ง ตบะของข้าก็หมื่นปี และตอนนี้…ข้ากับท่านเป็นหนึ่งเดียวกัน”
มันถอนหายใจอีกครั้ง
“ดังนั้น…ท่านก็มีตบะหมื่นปีเช่นกัน”
คำพูดนี้ ทำให้เหยาอวี้นิ่งไปชั่วขณะ ก่อนดวงตาจะสว่างวาบ
เช่นนั้น…ข้าก็ไม่ใช่เสี่ยวเซียนน้อยๆ แล้วสิ!
นางแทบอยากจุดประทัด หัวเราะออกมาอย่างดีใจ
แค่ตื่นๆ นอนๆ ไปจนหมดอายุไขย ข้าก็กลับไปเป็นซ่างเซียน[1]…หรือซ่างเสิ่น[2]ได้เลยหรือไม่!
“อัยหย้า! ตบะหมื่นปี!” นางหัวเราะ
ทว่าท้อหยกกลับแค่นเสียง
“หึ”
แล้วเอ่ยทำลายความฝันทันที “เงื่อนไขก็คือท่านตั้งหมดอายุไขยจริงๆ ”
“ประการแรก ท่านเป็นมนุษย์ หากผู้ใดรู้ว่าท่านมีท้อหยกเซียน คิดว่าท่านยังจะมีชีวิตสงบได้หรือ ยามนี้ท่านไม่ต่างจากยาอายุวัฒนะ…ที่เดินได้”
มันเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะพูดอย่างเข้มงวดว่า
“คำว่าผู้ใดนี่ ข้าไม่ได้หมายถึงแค่มนุษย์ ท่านเข้าใจหรือไม่”
เหยาอวี้ชะงัก ก่อนจะครุ่นคิดแล้วกล่าวว่า
“เช่นนั้นข้ายิ่งต้องฝึกตนมิใช่หรือ!”
ทว่าท้อหยกไม่อ่อนข้อแม้แต่น้อย “หากท่านฝึก สิ่งแรกที่เราจะเจอคือ…สายฟ้าทัณฑ์สวรรค์ เพราะสวรรค์…ย่อมไม่อาจปล่อยข้าอยู่ในโลกมนุษย์ได้
ถึงตอนนั้น…เราจะกลายเป็นปุ๋ยทันที”
เหยาอวี้ตัวแข็ง ชีวิตนับร้อยปี อย่างไรก็สร้างสิ่งที่นางและเทพเซียนทุกคนหวาดกลัวเข้าแก่นกระดูก นั่นก็คือ
ทัณฑ์สวรรค์…
“โถ่…ชีวิตซ่างเสิ่นของข้า…”
นางแทบหลั่งน้ำตา รู้สึกว่าการมีท้อหยกเซียนนี้เริ่มจะไม่ใช่เรื่องดีแล้ว
หยกไม่ผิด…ผิดที่ครอบครองหยก
และนี่ไม่ใช่หยกธรรมดา
แต่คือ…ท้อหยกเซียน ที่มีตบะหมื่นปีอีกด้วย!
โอ้ยยย อดีตเสี่ยวเซียนตัวน้อยๆ อย่างนางจะรับไหวได้อย่างไร
“เช่นนั้น ต่อให้ข้ามีชีวิตจนหมดอายุไขย เราทั้งคู่ก็ต้องเฝ้ารากมะม่วงอยู่ดีมิใช่หรือ” นางถึงกับท้อแท้
“ไม่”
เสียงนั้นตอบทันที
“ข้อดีของมนุษย์…คือการสร้างบุญ การมาที่นี่ของท่าน มีเงื่อนไขอยู่ หากสะสมบุญพอ…”
“ยามตาย…ยังมีโอกาสกลับคืน” น้ำเสียงนั้น…ฟังดูเหมือนชี้นำเล็กน้อย
แต่เหยาอวี้กลับไม่มีข้อโต้แย้ง แม้จะรู้สึกว่าน้ำเสียงท้ายๆ นี้มีความล่อลวงอยู่ไม่น้อย
และในตอนนั้นเอง นางเพิ่งสังเกต
ข้างกาย…มีร่างหนึ่งนอนอยู่
“เจียงมู่ไป๋?”
หัวใจนางสั่นไหวเล็กน้อย
อัยหย้า ความรู้สึกหวานชื่นนี่มันอะไรกัน นางไม่คิดว่าจะมีคนกล้ากระโดดผาลงมาเพื่อนางจริงๆ
“หึ” เสียงท้อหยกดังขึ้น เจ้าท้อหยกนั่นถึงกับส่งเสียงดูถูก
“เพราะเจ้าหนุ่มน้อยนี่กอดท่านไม่ยอมปล่อย ข้าจึงต้องพาเขามาด้วย แต่เพราะไอเซียนหนาแน่นไป แม้รากฐานวิญญาณของเขาจะดี แต่อย่างไรก็เป็นเพียงมนุษย์ผู้หนึ่ง จึงไม่อาจรู้สึกตัวตื่นได้ แต่ก็ไม่เป็นอันใดดอก”
เหยาอวี้พยักหน้ากังวล สมแล้วกับที่เป็นท้อหยกเซียนหมื่นปี แม้เสียงนั้นจะยังดูเด็กเอาแต่ใจ แค่การที่เรียกนางว่านายหญิง แต่กลับเรียกเจียงมู่ไป๋ว่าเจ้าหนุ่มน้อย
ก็ให้ความรู้สึกเหมือนเฒ่าทารกจริงๆ
จากนั้นท้อหยกก็กล่าวต่อ “ไม่นาน…ที่นี่จะเปลี่ยนแล้ว เขาหลัวซานแห่งโลกมนุษย์ แท้จริงแล้วเชื่อมต่อกับภูเขาเซียนแห่งนี้ แต่การเชื่อมต่อนั้น…ไม่มั่นคง เมื่อภูมิประเทศแปรผัน น้ำหลากจะเปลี่ยนแนวชั้นหิน แรงดันใต้ดินจะตัดการเชื่อมโยง มิติที่ซ้อนทับนี้…จะสลายไป”
เหยาอวี้นิ่ง ก่อนจะเข้าใจทันที
นี่ไม่ใช่มิติอื่น แต่เป็น…จุดเชื่อมของสองโลก
และที่นางเข้าสู่ร่างของหลัวเหยาอวี้ ก็คงเป็นเพราะเด็กคนนี้อยู่ในจังหวะพอดีของการเชื่อมต่อที่เขาหลัวซานพอดี
อืม…ไม่น่าล่ะที่เขาหลัวซานจึงมีสมุนไพรดีๆ จำนวนมาก
“เช่นนั้น…หากออกไป ข้าก็จะคุยกับเจ้าไม่ได้แล้วหรือ”
ท้อหยกเงียบครู่หนึ่งก่อนตอบ
“ตอนนี้…ใช่”
“ข้ากำลังเติบโตในตันเถียนของท่าน”
“แต่เพราะท่านห้ามฝึกตน หากไม่มีไอเซียนรอบกายเช่นนี้…ข้าคงต้องจำศีล” มันบอก
เหยาอวี้เม้มปาก ก่อนจะถามทันที “เช่นนั้น…เจ้ามีอะไรดีๆ ให้ข้าบ้างหรือไม่” ก่อนจะบ่นเล็กนน้อยว่า “ตบะหมื่นปีของเจ้า ตอนนี้…ดูเหมือนไม่มีประโยชน์เลยนะ”
“หึ!”
ท้อหยกโมโหทันที
“การที่ข้าอยู่ในรากจิตวิญญาณของท่าน ก็เท่ากับว่า…ร่างกายท่านคือท้อหยกเซียนเช่นกัน”
เหยาอวี้ชะงัก
“ปะ-แปลว่า…ร่างกายข้ามีค่ามาก?”
นางนิ่งไป ก่อนจะรู้สึกขนลุก ไม่ได้รู้สึกดีสักนิด
“นี่เหมือนจะไม่ใช่เรื่องดีเลยนะ”
“อืม… เนื้อหนัง…เลือด…เส้นผม…เล็บ…” มันไล่ที่จะอย่างเหมือนกำลังนับนิ้ว “ใช่…ทั้งหมดของร่างกายท่าน…ใช้เป็นยาอายุวัฒนะได้เลยละ”
เหยาอวี้หน้าซีด
นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว!
เหมือนเห็นสีหน้าหวาดกลัวจนพอใจ เจ้าท้อหยกจึงกล่าวอย่างใจดีว่า
“แต่ไม่ต้องถึงขั้นนั้น เพราะข้าคือท้อหยกเซียนจากสวนท้ออมตะ เราสามารถเชื่อมต่อกับ…สระเหยาฉือได้”
“สระน้ำทิพย์นั่นอะนะ?” เหยาอวี้ดวงตาเปร่งประกายทันที
“เพราะการค้นพบเขาเซียนลูกนี้ ทำให้ท่านกับข้าเชื่อมต่อกันโดยสมบูรณ์ ขอเพียงท่านมีสมาธิสักหน่อย ท่านย่อมเรียกใช้น้ำทิพย์นั่นจากปลายนิ้วได้
เหยาอวี้เบิกตากว้างก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างยินดี
“นี่มันดีมากจริงๆ! เช่นนั้นต่อไปข้ายังต้องหาสมุนไพรอีกหรือ”
เพราะนางทำงานในตำหนักเหยาฉือ นางย่อมรู้จักสระเหยาฉือดี นั่นคือของล้ำค่าที่แม้แต่เซียนยังต้องแย่งชิง แต่เพราะอยู่ในความดูแลของหวังซีหมู่โดยตรง จึงไม่มีใครกล้าเข้ามา
แม้แต่ท้อเซียน ในสวนท้ออมตะ ซึ่งการที่นางมีมันในตอนนี้นั้น ทางทฤษฎีก็นับว่าเป็นของนางแล้วล่ะ แต่ในทางปฏิบัติ ก็ต้องบอกว่างงอยู่ว่ามาได้อย่างไร อีกทั้งยังเป็นท้อหยกเซียนในรอบหมื่นปีเสียด้วย แต่อย่างไรก็เป็นความผิดที่นางเต็มใจรับแล้วกัน
เจ้าท้อหยกอธิบายว่า “น้ำจากสระเหยาฉือใช่ว่าจะได้มาโดยง่าย กว่าจะได้แต่ละหยดท่านว่าต้องใช้สมาธิเท่าใดกัน”
มันเห็นใบหน้าค้างฝันของเจ้านายตนที่ดูโง่งมเกินรับได้ มันจึงได้แต่ผ่อนลมหายใจแล้วพพูดว่า “เอาเป็นว่าใช้ได้ แต่ไม่ง่าย ไว้ท่านออกไปทดลองก็จะเข้าใจ”
ได้ยินเช่นนั้นเหยาอวี้ก็ไม่กล้าประมาท สายตานางหันไปมองรอบด้าน สมุนไพรเซียนจำนวนมาก ยังคงรออยู่ตรงหน้า
“แล้วสมุนไพรพวกนี้…เอาไปได้หรือไม่”
“ได้” ท้อหยกตอบทันที “ก็เหมือนมนุษย์พบโชคนั่นแหละ ไม่เช่นนั้นพวกนักพรตแก่ๆ จะตามหาเขาเซียนไปเพื่ออะไร”
แต่เสียงมันพลันจริงจังขึ้น “แต่ท่านมีเวลาไม่มาก”
“อีกไม่นาน…ภูมิประเทศจะเปลี่ยน การเชื่อมต่อจะเคลื่อนตำแหน่ง เขาเซียนนี้…จะหายไปอีกครั้ง”
เหยาอวี้ชะงักเพียงเสี้ยววินาที ไม่มีเวลาให้ครุ่นคิดนักว่าทำไม ก่อนจะพุ่งเข้าไปทันที
“เช่นนั้นข้าไม่เกรงใจแล้ว!”
นางคว้าไม้ขึ้นมา แล้วเริ่มจ้วงดินอย่างไม่คิดชีวิต
ทั้งขุด ทั้งแซะ มือเล็กๆ เปื้อนดินในพริบตา
บางครั้งใช้ไม้
บางครั้งก็ใช้มือเปล่า
แต่ตอนนี้นางไม่สนแล้ว
จะเจ็บมือหรือไม่
จะเลอะเพียงใด
ขอเพียง…ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก็พอ
[1] ซ่างเซียน เซียนระดับสูงที่ผ่านการทดสอบครั้งใหญ่
[2] ซ่างเสิน เทพชั้นสูง ผู้มีบารมีและพลังแก่กล้าที่สุด