ตอนที่ 130
ตอนที่ 130
ตอนที่ 130
เมื่อแสงของเขาเซียนเริ่มเลือนลางลง หมอกบางราวม่านฝันค่อยๆ แตกสลาย เหยาอวี้ไม่ทันคิดสิ่งใด นางโอบสมุนไพรทั้งหมด อีกมือหนึ่งคว้าร่างของเจียงมู่ไป๋ไว้โดยสัญชาตญาณ
เพียงพริบตาเดียว โลกทั้งใบก็เปลี่ยนไป
เสียงสายฝนซัดกระทบพื้นดังซู่ กลิ่นดินชื้นโชยขึ้น
รอบด้านกลับกลายเป็นป่าในเขาหลัวซานอีกครั้ง
ทว่า…ฝนนี้ไม่ธรรมดา มันคือฝนมรสุมคลั่งหลั่งธาร เม็ดฝนหนักหน่วง ราวฟ้ารั่ว สาดกระหน่ำไม่ขาดสาย
เหยาอวี้ชะงัก หัวใจเต้นแรงขึ้นทันที
“นี่…” นางเงยหน้ามองฟ้า สีหน้าตกตะลึง
นางอยู่ในเขาเซียน…เพียงไม่กี่ชั่วยาม แต่ฝนระดับนี้ ไม่มีทางเกิดขึ้นภายในเวลาอันสั้น
“หรือว่า…เวลาของสองโลกจะไม่สัมพันธ์กัน…”
ความคิดนี้ทำให้นางรู้สึกเย็นวาบไปทั้งแผ่นหลัง
ขณะนั้นเอง เจียงมู่ไป๋ไอออกมาเบาๆ เขาค่อยๆ ลืมตา เมื่อเห็นเด็กหญิงอยู่ตรงหน้า ก็รีบลุกนั่งทันที
“เจ้า…”
เสียงเขาแหบเล็กน้อย มือคว้าแขนนาง ตรวจดูตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่าไม่มีบาดแผล เขาจึงผ่อนลมหายใจลง
แววตาที่เคยเย็นชา กลับมีความกังวลที่ปิดไม่มิด
เขาจำได้ชัด ว่าพวกเขา…ตกหน้าผาลงมา
ทว่ายังไม่ทันได้ถาม เสียงฝีเท้าจำนวนมากก็ดังขึ้นท่ามกลางสายฝน
“นายน้อย!”
“คุณหนู!”
เสียงคุ้นเคยดังแว่วมา
เหยาอวี้รีบตะโกนตอบ
“อาไฉ! พวกข้าอยู่นี่!”
ไม่นานกลุ่มคนก็ฝ่าฝนเข้ามา
อาไฉเห็นทั้งสอง ดวงตาแทบแดงก่ำ
“นายน้อย…ในที่สุด…” เสียงเขาสั่นเล็กน้อย
เจียงมู่ไป๋ขมวดคิ้ว
“เกิดอะไรขึ้น”
อาไฉสูดลมหายใจ ก่อนตอบเสียงแหบพร่า
“ข้าน้อย…ตามหาท่านมาแล้วสิบกว่าวันขอรับ”
คำพูดนี้ ทำให้ทั้งสองชะงักพร้อมกัน
“สิบ…กว่าวัน?”
เหยาอวี้กำสมุนไพรในมือแน่นขึ้น
เวลาสองโลก…ไม่เท่ากันจริงๆ
อาไฉพูดต่อ “เมื่อคืนฝนตกหนักมาก พวกข้ายังคิด…”
เขากลืนคำลงคอ ไม่กล้าพูดคำว่าถอดใจออกมา จึงค้นหากันไม่หยุด
เหยาอวี้ไม่รอช้า “เก็บสมุนไพรพวกนี้ให้หมด! ห้ามทำหายเด็ดขาด!”
น้ำเสียงนางเร่งร้อนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
“แล้วรีบลงเขาเดี๋ยวนี้!”
เจียงมู่ไป๋มองนาง แม้ยังเรียงเหตุการณ์ไม่ได้ แต่ก็เข้าใจทันที
เรื่องนี้…ร้ายแรง
เขาไม่ถามอีก เพียงพยักหน้าเบาๆ
เหยาอวี้ถูกอาไฉอุ้มขึ้นหลัง กลุ่มคนเร่งฝีเท้าฝ่าฝนลงเขา
ไม่นาน ก็พบกลุ่มคนอีกฝั่ง เป็นองครักษ์ของเซวียนกวง
เมื่อเห็นทั้งสองปลอดภัย พวกเขาก็ถอนหายใจโล่งอก
“นายท่านสั่งให้ตามหาพวกท่านเช่นกัน”
ทั้งสองฝ่ายจึงรวมกลุ่มกัน มุ่งลงเขา
ระหว่างทาง เหยาอวี้มองพื้นดิน น้ำเริ่มขัง โคลนไหลรวมเป็นสาย ระดับน้ำ…กำลังก่อตัว หัวใจนางหนักอึ้ง
ตอนนี้นางเข้าใจที่ท้อหยกเซียนกล่าวแล้วว่า อีกไม่นาน…ภูมิประเทศจะเปลี่ยน แล้วการเชื่อมต่อจะเคลื่อนตำแหน่ง ทำให้เขาเซียนหายไป นั้นเพราะจะเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่นั่นเอง!
“เช่นนี้…หมู่บ้านหลัวซาน อาจจะเกิดอุทกภัย”
ฝ่าฝนมาหลายชั่วยาม เมื่อถึงตีนเขา ภาพตรงหน้าก็ยืนยันทุกอย่าง
ชาวบ้านจำนวนมากกำลังโกลาหล
เสียงร้องเรียก
เสียงทะเลาะ
เสียงเด็กเล็กร้องไห้
ท่ามกลางสายฝนที่ไม่ยอมหยุด
เหยาอวี้พบกับเซวียนกวงที่ตีนเขาเช่นกัน ชายชรายืนถือร่มอยู่ข้างรถม้าคันหนึ่ง สีหน้าดูเคร่งเครียดกว่าปกติเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นนางก็ผ่อนคลายลง
เมื่อสายตานางเหลือบเข้าไปในตัวรถ ก็เห็นเด็กชายผู้หนึ่งนั่งอยู่ด้านในเงียบงัน ไม่เอ่ยวาจา
ทว่าเหยาอวี้ยังไม่ทันได้เอ่ยถามสิ่งใด ร่างก็ถูกเจียงมู่ไป๋ดึงตัวออกจากอาไฉเสียก่อน
“เข้าไปเปลี่ยนชุด”
น้ำเสียงเขาแผ่วเบา แต่แฝงความเร่งรีบ ก่อนจะผลักนางเข้าไปในกระโจมทรงกรวยหลังหนึ่ง
ภายในแคบและมีตะเกียง มีกลิ่นผ้าใหม่ปะปนกับกลิ่นไม้จางๆ เหยาอวี้ไม่มีเวลาคิดมาก รีบผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างลวกๆ
เมื่อเปิดม่านออกมาอีกครั้ง นางก็ได้เห็นเจียงมู่ไป๋ก้าวเข้ามา
เขาเองก็เปลี่ยนชุดใหม่เรียบร้อยแล้ว เพียงแต่สีหน้าขาวซีดจนแทบไร้เลือดฝาด ริมฝีปากบางตึงเล็กน้อย ราวกับกำลังอดทนต่อบางสิ่ง
ดูเหมือนว่าเขาจะไปเปลี่ยนชุดจากกระโจมอีกหลัง
ลมหายใจที่หนักกว่าปกติของเขา ทำเหยาอวี้ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหันไปสั่งคนให้ยกตะกร้าสมุนไพรทั้งสามที่นางขุดมาวางไว้ในกระโจม
เด็กหญิงกวาดตามองตะกร้าเหล่านั้น แววตาฉายความพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด
“ได้ของดีมาไม่น้อยเลย…”
นางพึมพำเบาๆ ก่อนจะหยิบรากหวนวิญญาณขึ้นมา ใช้มีดเล็กฝานออกเป็นชิ้นบาง
“อ้าปาก”
เจียงมู่ไป๋เลิกคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ
“เคี้ยวแล้วกลืนลงไปเจ้าค่ะ”
ชิ้นสมุนไพรถูกส่งเข้าปาก เขาเคี้ยวช้าๆ ก่อนจะกลืนลงไปอย่างว่าง่าย
เหยาอวี้พยักหน้าอย่างพอใจ แล้วส่งน้ำให้เขาดื่มตาม หากไม่นับตอนแรกที่เจอ พี่รองของนางถือว่าเป็นคนไข้ที่ว่าง่ายที่สุดแล้ว กระทั่งยาขมๆ เขาก็ยังสามารถยกดื่มโดยไม่บ่น
มองดูลูกกระเดือกที่ขยับขึ้นลงก็ถอนหายใจ
แม้จะรู้ดีว่าวิธีใช้ยังไม่ถูกต้องนัก แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ ก็ไม่มีทางเลือกอื่น ถึงอย่างไรนี่ก็สมุนไพรเซียน ประสิทธิภาพคงไม่ต้องพูดถึง
เพียงไม่นาน…
ความร้อนสายหนึ่งก็พลันปะทุขึ้นจากท้องน้อย แผ่กระจายไปทั่วร่าง ร่างกายที่เคยเย็นเยียบลึกถึงกระดูก ราวกับถูกแช่แข็งมาตลอดทาง กลับถูกความร้อนนั้นหล่อเลี้ยงทีละน้อย
ปลายนิ้วที่เคยชาเริ่มมีความรู้สึก
ลมหายใจที่ติดขัดเริ่มไหลลื่น
แม้แต่เส้นลมปราณภายใน ก็เหมือนได้รับการปลอบประโลมอย่างอ่อนโยน
เจียงมู่ไป๋หลับตาลงชั่วครู่ ก่อนจะลืมขึ้นอีกครั้ง สายตาที่เคยพร่ามัว กลับมีประกายชัดเจนขึ้นเล็กน้อย
เขามองเด็กหญิงตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่วเบา
“…ของดีจริงๆ”
เหยาอวี้เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาเป็นประกาย
“แน่นอนเจ้าค่ะ”
นางตอบสั้นๆ แต่แฝงความภูมิใจอย่างไม่ปิดบัง มองดูเล็บนิ้วที่ดำสกปรกในตอนนี้ กลับรู้สึกคุ้มค่าอย่างมาก
เพราะไม่รู้ว่าจะต้องขึ้นเขากี่วัน ม้าจึงถูกปลดออกจากเกวียน ปล่อยให้มันเดินเล็มหญ้าอยู่บริเวณตีนเขา
เมื่อพวกนางกลับมาถึง เหล่าคนรับใช้ก็รีบไปจูงม้ากลับมา เตรียมเทียมเข้ากับเกวียนอีกครั้ง
สายหนังถูกคล้องเข้ากับแอกอย่างชำนาญ เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ ดังเป็นระยะ ม้าถูกจัดตำแหน่งให้เข้าที่ ก่อนจะค่อยๆ รัดสายบังเหียนให้แน่น
เหยาอวี้ยืนรออยู่ไม่ไกล พลางมองพวกเขาจัดการอย่างคล่องแคล่ว
ขณะที่ม้าถูกเทียมเข้ากับเกวียนเรียบร้อยทีละตัว บรรยากาศรอบด้านก็เต็มไปด้วยความเร่งรีบเงียบงัน ราวกับทุกคนรู้ดีว่าการออกเดินทางครั้งนี้ไม่อาจล่าช้าได้แม้แต่น้อย
ขณะที่เหยาอวี้กับเจียงมู่ไป๋กำลังรออยู่นั้น ที่หน้ากระโจมก็มีเสียงของเซวียนกวงดังนั้น
“คุณหนูสี่เจียง ข้ามีเรื่องอยากคุยด้วยหน่อย” ชายชราทักจากนอกกระโจม ตอนนี้พวกเขารู้แล้วว่าทั้งสองคือใคร
แน่นอนว่าเหยาอวี้ไม่รู้ว่าเขาจะรู้จักสมุนไพรเซียนหรือไม่ แต่จำได้ว่าพวกองครักษ์นั้นเรียกชายชราผู้นี้ว่า…หมอเทวดา เมื่อไม่ใช่หมอทั่วไป นางจึงไม่อาจเปิดเผยได้ว่ากำลังครอบครองหยกอยู่ ต่อให้เขาไม่รู้ นางก็ไม่อยากเสี่ยงให้เขาเข้ามา
เด็กหญิงตะโกนออกไปว่า “ตอนนี้ข้าปลอดภัยแล้ว เรื่องบนเขาก็ถือว่าไม่เคยเกิดขึ้นเถิด”
แน่นอนว่าบุญกุศลนางย่อมอยากทำอยู่ แต่การช่วยคนหนึ่งคนแล้วเกือบเอาชีวิตมาแลกแบบนี้ ต่อไปนางก็จะใคร่ครวญให้ดีละกัน
เจียงมู่ไป๋ได้ยินเด็กหญิงปฏิเสธเด็ดขาดก็รู้สึกพึงพอใจไม่น้อย
ทว่าเซวียนกวงกลับรู้สึกผิดกับเหตุการณ์นั้นมากจริงๆ พื้นฐานอย่างไรเขาก็คือหมอ แต่กลับเกือบนำผู้บริสุทธิ์ไปเสี่ยงชีวิต อีกทั้งยังเป็นผู้ที่ช่วยชีวิตตนด้วย
จึงตัดสินใจกล่าวว่า “ละ-หลงกู่ชิงนั่น ข้าให้คนขุดมันมาแล้ว แม้ว่าข้าจะจำเป็นต้องใช้ แต่สามารถแบ่งให้กับเจ้าได้”
เพ่ย! เหยาอวี้เหยียดหยามในใจ ยามนี้อย่าว่าแต่หลงกู่ชิงเลย ต่อให้เป็นสมุนไพรที่เลอค่าที่สุดในโลกมนุษย์ก็ไม่สามารถสร้างความหวั่นไหวในใจนางได้อีกแล้ว
“หากมันจำเป็นต่อท่าน ท่านก็นำไปใช้เถิด” ก่อนจะนึกได้ว่าชายชราคงเห็นว่าตอนนั้นนางให้อาไฉลงกระเช้าไปขุด จึงคิดว่านางก็จำเป็นต้องใช้เช่นกัน แน่นอนว่าก่อนหน้านี้ ใช่ แต่ตอนนี้ไม่จำเป็นแล้ว อีกทั้งนางไม่อยากติดหนี้น้ำใจใคร
เด็กหญิงจึงกล่าวอย่างไม่แยแสว่า “ข้าเพียงเห็นว่าน่าสนใจ จึงให้คนไปลองขุดเท่านั้น มิได้ต้องการหรอกเจ้าค่ะ”
ทว่าคำพูดนี้กลับทำให้เจียงมู่ไป๋เลิกคิ้ว แต่เด็กหญิงก็ขยิบตาให้เขาเงียบๆ ไปก่อน
ซึ่งชายหนุ่มก็เชื่อใจเด็กหญิงอย่างมาก แม้จะจำได้ว่านางบอกว่านี่คือสมุนไพรหลักในการทำยารักษาเขา แต่ถ้านางไม่ต้องการ เขาก็ไม่เอาเช่นกัน
ชายชราได้ยินดังนั้นก็ตกใจ อยากพูดสักหน่อยว่านี่เป็นสมุนไพรที่หาได้ยากยิ่งนัก ชั่วชีวิตนี้เขาก็ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอ ความจริงหากไม่เกิดเหตุการณ์นั้น หลงกู่ชิงย่อมต้องเป็นของนาง
แต่พอคิดดูอีกที เขารู้ว่านางมีอีกชื่อหนึ่งก็คือ หมออวี้ ไม่แน่ว่าเด็กหญิงก็อาจจะรู้สรรพคุณนี้อยู่แล้ว เพียงแค่ไม่อยากแย่งของกับเขาเท่านั้น
ยามนี้เขาจึงรู้สึกเหมือนตนกำลังขโมยของคนอื่นอยู่
ขณะที่ชายชรายืนลังเลอยู่หน้ากระโจมอย่างนั้น
อาไฉก็ตะโกนว่ารถม้าพร้อมแล้ว เหยาอวี้จึงจำต้องออกจากกระโจม
เจียงมู่ไป๋อุ้มเด็กหญิงไว้ ขณะรับร่มจากอาไฉ เพราะส่วนสูงที่ต่างกันเกินไป เขาจึงต้องอุ้มนางไว้ไม่ให้โดนฝน
เมื่อเผชิญหน้ากับหมอชรา เหยาอวี้ก็ถอนหายใจอย่างนึกรำคาญ
หากท่านไม่ออกไป ข้าจะเอาสมุนไพรออกจากกระโจมได้อย่างไร!!!
น่ารำคาญจริงเชียว
ยามนี้ดูเหมือนเหยาอวี้จะหลอมรวมกับเจ้าท้อหยกเซียนเข้าแล้วจริงๆ จึงติดนิสัยขี้โมโหหงุดหงิดจากมันมาด้วย
“ท่านหมอเซวียน เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ หากท่านกังวลใจเรื่องสมุนไพรนั้น มิสู้ท่านนำเงินมามอบให้ข้าดีกว่า อย่างไรเสีย…เงินก็ใช้แก้ปัญหาได้หลายอย่าง”
น้ำเสียงของเหยาอวี้ฟังดูเรียบง่าย ราวกับเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจนัก แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นการยื่นทางลงให้ชายชราอย่างแยบยล
เซวียนกวงชะงักไปเพียงครู่ ก่อนจะพยักหน้าทันที ราวกับคว้าเชือกช่วยชีวิตเอาไว้ได้
“ได้…ได้!”
เขารีบหันหลัง เดินกลับไปยังรถม้าอีกคันโดยแทบไม่รอช้า
เหยาอวี้เห็นดังนั้น ก็อาศัยจังหวะนั้นสั่งให้คนรีบนำตะกร้าสมุนไพรทั้งสามไปเก็บไว้ในรถม้าของตน
เมื่อทุกอย่างเข้าที่เรียบร้อย เด็กหญิงก็นั่งลง มองตะกร้าเหล่านั้นด้วยสายตาอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ราวกับกำลังมองลูกรักในดวงใจ