ตอนที่ 140
ตอนที่ 140
ตอนที่ 140
เหยาอวี้ถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะวางข้อมือของเด็กชายลงอย่างระมัดระวัง สีหน้าของนางสงบนิ่ง แต่แฝงความเข้มงวดชัดเจน
“เพราะร่างกายเขาอ่อนแอเกินไปจะรับฤทธิ์ยาเช่นนี้”
น้ำเสียงมิได้ดัง หากแต่หนักแน่นจนผู้ฟังไม่อาจโต้แย้งได้โดยง่าย
“หลงกู่ชิงมีฤทธิ์กึ่งเย็น แฝงความแกร่งที่กดลึกลงถึงกระดูกและไขกระดูก ยามใช้โดยตรงเช่นนี้ เท่ากับบังคับให้ร่างที่ยังไม่พร้อมรับแรงกระแทกจากการขุดถอนร่างกายทันที”
นางเงยหน้ามองเซวียนกวงเล็กน้อย
“ที่ถูก…ท่านควรฝานแบ่งให้เขากินก่อน วันละครึ่งเฉียน ใช้ฤทธิ์เย็นค่อยๆ ซึมลงไปปรับสภาพร่างกาย ควบคู่กับสมุนไพรเสริมตามอาการ เพื่อประคองชี่และบำรุงอวัยวะภายในให้มั่นคงเสียก่อน”
ปลายนิ้วของนางเคาะเบาๆ ลงบนข้อมือเด็กชายอีกครั้ง
“ต้องทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนชีพจรของเขาไม่ลอยพร่าอีก ตับไม่ตึงขัด ไตไม่อ่อนพร่อง ชีพจรลึกแน่นและสม่ำเสมอ มีแรงต้านเมื่อกด แล้วจึงค่อยเริ่มแช่ยาขับพิษ”
น้ำเสียงนางเรียบ แต่คำพูดกลับชัดเจนราวคมมีด
“มิเช่นนั้น…ก็ไม่ต่างจากยัดพายุเข้าไปในร่างที่ยังตั้งหลักไม่ได้”
คำตำหนินั้นตรงไปตรงมา
เซวียนกวงนิ่งงันไปครู่หนึ่ง
ตลอดชีวิตที่ผ่านมา นี่เป็นครั้งแรกที่เขาถูกผู้เยาว์ตำหนิวิธีการรักษาเช่นนี้
และที่ยิ่งไปกว่านั้น…เขากลับไม่อาจโต้แย้งได้แม้แต่คำเดียว
เหยาอวี้มิได้หยุดเพียงเท่านั้น นางเอ่ยต่ออย่างสงบ
“ตำรับที่ท่านใช้ แม้ไม่ผิด แต่หนักเกินไปสำหรับเด็ก”
นางชี้ไปยังเด็กชายบนเตียง
“หวงฉีแม้เป็นฤทธิ์อุ่น ช่วยพยุงชี่ได้ดี แต่ใช้มากถึงห้าหกเฉียนในร่างที่ยังไม่มั่นคง จะทำให้ชี่ลอย ไม่ยึดราก ควรลดลงเหลือสามเฉียน แล้วเสริมด้วยไป๋จู๋และฝูหลิง เพื่อประคองม้ามให้มั่นคงแทน”
“หวงจิงแม้เป็นกลางค่อนไปทางหนัก บำรุงแก่นแท้ได้ดี แต่ในช่วงที่พิษยังคั่งอยู่ ไม่ควรใช้มากเกินไป เพราะจะทำให้ชื้นสะสม กลายเป็นภาระต่อการขับพิษ”
นางหยุดเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงจริงจังยิ่งขึ้น
“ส่วนตู่จ้ง…แม้จะอุ่นและบำรุงตับไต เสริมเอ็นกระดูก แต่สำหรับเด็กที่ยังไม่เจริญเต็มที่ การใช้หนักเกินไป จะกระตุ้นหยางก่อนเวลา ทำให้สมดุลหยินหยางเสียไป”
สายตานางนิ่งขึ้นเล็กน้อย
“หากปล่อยไว้…ในอนาคตอาจกระทบถึงรากฐานหยาง ทำให้พลังไม่มั่นคง และ…ส่งผลต่อการมีบุตร”
เพียงคำพูดนั้น
เซวียนกวงก็หน้าดำคล้ำลงในทันที
เรื่องนี้…มิใช่เรื่องเล็กน้อย
สำหรับผู้ที่เขากำลังรักษารับใช้อยู่ มันคือเรื่องใหญ่ถึงขั้นไม่อาจพลาดได้แม้แต่น้อย
เหยาอวี้ยังคงกล่าวต่อโดยไม่ผ่อนน้ำเสียงลง
“อีกทั้งการใช้เข็มระงับความเจ็บปวดในระหว่างแช่ยา ก็ไม่เหมาะสม”
นางหรี่ตาลงเล็กน้อย
“หลงกู่ชิงเป็นสมุนไพรที่ไวต่อการรบกวนอย่างยิ่ง ฤทธิ์ของมันแม้จะกดลึก แต่ก็ต้องการสภาพแวดล้อมที่นิ่งสงบเพื่อแทรกซึมลงไปอย่างสมบูรณ์”
“เหมือนลักษณะการเกิดของมัน ต้องการครอบครองแย่งชิงพื้นที่ทั้งหมดเพียงผู้เดียว หากมีสิ่งใดแทรกแซง ไม่ว่าจะเป็นการกระตุ้นลมปราณจากเข็ม หรือการเบี่ยงเบนกระแสชี่”
“มันจะต่อต้านทันที และเมื่อเป็นเช่นนั้น…”
เหยาอวี้มองไปยังเด็กชาย
“ฤทธิ์ของยาจะลดลงอย่างมาก จนแทบไม่ต่างจากไร้ผล”
ภายในกระโจมพลันเงียบลง
เซวียนกวงเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงถึงความรู้ของเด็กหญิง
หลงกู่ชิงเป็นสมุนไพรที่พบให้ตำราแพทย์โบราณเท่านั้น มันหายากจนถูกลือกันว่าเป็นเพียงของเล่าขานเรื่องการถอนพิษในตำนานด้วยซ้ำ
ซึ่งนอกจากลักษณะ และวิธีเก็บเกี่ยว และการใช้งานทั่วไปแล้ว ชายชราที่เพิ่งได้สัมผัสกับมันเป็นครั้งแรกจะรู้ได้อย่างไรว่ามันอ่อนไหวถึงเพียงนี้ แม้แต่การฝังเข็มสะกัดความเจ็บปวดยังไม่ควรทำ
แล้วเช่นนี้เจ้านายของตนจะเป็นเช่นไร
ความจริงเซวียนกวงที่ได้ชื่อว่าหมอเทวดานั้นมิได้ไร้ฝีมือหรือได้มาเพราะโชค แต่อาการนี้ของเด็กชายยากนักที่จะรักษา และเขาก็ระมัดระวังมากแล้ว เพียงแต่ว่าเงื่อนไขการใช้งานหลงกู่ชิงนั้นยุ่งยากกว่าที่ตำราบันทึกไว้
แต่เหตุใดเด็กหญิงผู้หนึ่งจึงรู้ละเอียดถึงเพียงนี้กัน?
ทว่าเขาจะกล้าสอบถามที่มานี้หรือ
“ชะ-เช่นนั้น เจ้ามีวิธีแก้ไขหรือไม่” ถามออกไปแล้วก็อยากจะกลั้นใจตาย ก่อนหน้านี่แม้จะคาดหวัง แต่ก็ไม่เคยกล้าส่งภาระนี้ให้นาง
แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว ทางรอดเดียวของเจ้านายตน ดูเหมือนจะอยู่ในเงือมมือน้อยๆ คู่นี้
เหยาอวี้ถอนหายใจ ความจริงการใช้สมุนไพรของชายชราก็ไร้ที่ติ ผิดพลาดใหญ่ก็คือการใช้หลงกู่ชิงผิดวิธีเท่านั้น แต่เพราะหลงกู่ชิงเป็นตัวยาหลัก เมื่อแกนผิด ทุกสิ่งที่ตามมา…จึงผิดเพี้ยนไปทั้งหมด
ยาที่ควรประคอง กลับกลายเป็นเร่งรัด
สิ่งที่ควรค่อยเป็นค่อยไป กลับถูกบังคับให้ทะลวง
สุดท้ายจึงกลายเป็นสภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า
เหยาอวี้เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย มองไปยังเซวียนกวง
“หลงกู่ชิงยังเหลืออยู่หรือไม่เจ้าคะ”
น้ำเสียงนางกลับมาเรียบสงบดังเดิม
เซวียนกวงรีบพยักหน้าทันที แทบไม่ต้องคิดแม้แต่น้อย
“มี…ยังเหลืออยู่”
เขาหันไปสั่งคนด้านข้างอย่างรวดเร็ว
“รีบนำมา”
เมื่อกล่องไม้ถูกนำเข้ามาเปิดออก กลิ่นเย็นลึกของหลงกู่ชิงก็แผ่ออกมาในทันที เผยให้เห็นชิ้นสมุนไพรที่ยังเหลืออยู่กว่าครึ่งหัว เนื้อแน่น สีเข้มสม่ำเสมอ บ่งบอกถึงคุณภาพที่ยังคงสมบูรณ์
เหยาอวี้มองเพียงแวบเดียวก็พยักหน้าเล็กน้อย
ก่อนจะหันไปบอกเซวียนกวงต่อทันที
“ท่านไปต้มยาอีกหม้อหนึ่งเถิด ใช้น้ำสามถ้วย ต้มจนเหลือถ้วยเดียว ตัวยาใช้ตังกุยห้าเฉียน ชวนซยงสองเฉียน ไป๋เสาเหยาสามเฉียน หวงฉีสี่เฉียน และต้าเจ่าหนึ่งถึงสองลูก เจ้าค่ะ”
เซวียนกวงพยักหน้าช้าๆ ระหว่างใคร่ครวญเทียบตำรับยาในใจ ความกระจ่างพลันผุดขึ้นดั่งม่านหมอกถูกลมพัดสลาย ตำรับนี้มิใช่เพียงบำรุง หากยังปรับสมดุลอวัยวะภายในที่ทรุดโทรมจากการสูญเสียเลือดได้อย่างลุ่มลึก ยิ่งพิจารณาก็ยิ่งรู้สึกสดใสในอก ราวกับได้เปิดประตูสู่วิชาที่ตนยังไม่เคยเห็นมาก่อน
ตั้งแต่ต้นจนจบ เจียงมู่ไป๋เพียงยืนอยู่ข้างกายเหยาอวี้ เงียบงันไม่เอื้อนเอ่ย ทว่าในใจกลับพลุ่งพล่าน
เขารู้ดีว่าตนโชคดีเพียงใดที่ได้พบเด็กหญิงผู้นี้ กระทั่งหมอเทวดาเซวียนกวงยังยอมก้มศีรษะ ต้มยาให้นางโดยไม่ปริปากโต้แย้ง
เพียงภาพนั้นก็เพียงพอให้เขาไม่อาจกล่าวสิ่งใดได้อีก
ชาวบ้านทั่วไปอาจไม่ล่วงรู้ แต่เขารู้ดีว่าหมอเทวดาเซวียนกวงผู้นี้ แท้จริงแล้วเป็นคนของหวงไท่จื่อหลี่หลง หรือก็คือองค์รัชทายาทของหนานไห่คนปัจจุบัน
และใช่…ไทจื่อผู้นั้นก็คือ เด็กชายวัยสิบสองปีที่นอนไม่ได้สติผู้นี้
ความไม่พอใจของเขายิ่งฉายลึก
ตาแก่นี่พาปัญหามาให้อวี้เอ๋อร์ของเขาอีกแล้ว
ก่อนหน้านี้ที่ปล่อยให้เป็นเพียงคนแปลกหน้าราวกับสวนทางกันโดยบังเอิญ ก็ถือว่าเขาใจดีมากพอแล้ว
แต่บัดนี้เหยาอวี้กลับเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเช่นไร เขาย่อมเชื่อมั่นในฝีมือของนางอย่างไม่คลางแคลง
…ไท่จื่อผู้นี้จะต้องตื่นขึ้นมาแน่นอน
และเมื่อถึงเวลานั้น สิ่งที่เกิดขึ้นก็ไม่ต่างจากการเลือกข้าง
สกุลเจียงที่เป็นเพียงตระกูลพ่อค้าทางใต้ จะถูกโยงเข้าสู่สายธารแห่งอำนาจโดยหลีกเลี่ยงมิได้ มิใช่เพียงสกุลเจียงเท่านั้น แม้แต่เครือข่ายเบื้องหลังของเขาก็อาจถูกขุดคุ้ยไปด้วย และเจียงมู่ไป๋ไม่เคยประมาทเส้นสายของราชวงศ์
ทว่าขณะนี้กลับรู้สึกอยากเผากระโจมแห่งนี้ให้มอดไหม้เสียด้วยซ้ำ เพื่อให้ทุกอย่างจบลงตรงนี้ แต่ก็รู้ดีว่ายิ่งจะเป็นการสร้างปัญหา
เซวียนกวงจัดการต้มยาเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงรีบยกถาดเข้ามายืนรอรับคำสั่ง
ภาพของทั้งสอง หมอเทวดาผู้เลื่องชื่อกับเด็กหญิงตัวเล็ก กลับดูผิดที่ผิดทางอย่างประหลาด ราวกับโลกทั้งใบถูกกลับด้าน
แม้แต่องครักษ์ผู้ติดตามไทจื่ออย่าง เจิ้งคุนหลง เขาคือถงหลิ่ง[1]ของตงกงเว่ย[2] แม้ตนจะเป็นห่วงความปลอดภัยของไท่จื่อ ก็ยังมิกล้าขยับล่วงเกิน
เขาอาจเชี่ยวชาญการศึก ทว่าเรื่องรักษาชีวิตย่อมต้องยกให้ผู้มีวิชา และหลังจากได้ยินคำของเด็กหญิงก่อนหน้า เขายิ่งไม่กล้าแม้แต่จะแสดงความสงสัย
ในสายตาเขา ชายชราผู้นี้ยังถูกสั่งสอนจนไม่กล้าเถียง แล้วเขาที่มีเพียงกำลังหมัด จะไปกล้าล่วงเกินนางได้อย่างไร
สายตาเลื่อนไปยังไท่จื่อที่ยังนอนนิ่ง ความหนักอึ้งกดทับในอก นี่มิใช่เพียงการรักษาธรรมดา หากเป็นชะตาชีวิตของคนทั้งคณะ ที่ต้องฝากไว้ในมือของเด็กหญิงเพียงคนเดียว
เพราะหากไท่จื่อเกิดสิ่งใดขึ้น พวกเขาก็ล้วนไม่รอด
เหยาอวี้มองสีของน้ำยาในถ้วยอย่างพินิจ ก็แสดงสีหน้าพึงพอใจ
เซวียนกวงได้เห็นก็รู้สึกสดชื่นประหนึ่งได้รับคำชมจากอาจารย์ของตนด้วยซ้ำ
เด็กหญิงคลี่ม้วนล่วมยาผ้าเข็มออก ปลายนิ้วเล็กขยับมั่นคง ก่อนจะปักเข็มลงทีละเล่มอย่างไม่ลังเล
เซวียนกวงจับจ้องตำแหน่งเข็มเหล่านั้นด้วยใจสะท้าน แต่ในความหวาดเสียวกลับแฝงด้วยความเลื่อมใส จุดที่นางเลือก ล้วนเป็นตำแหน่งอันตราย แม้หมอหลวงในวังยังไม่กล้าแตะ หากคลาดเคลื่อนเพียงเส้นผม ก็อาจทำลายเส้นลมปราณของผู้ป่วยจนไม่อาจฟื้นคืน
ทว่าเด็กหญิงกลับลงมืออย่างราบรื่น ราวกับมิจำเป็นต้องคิดหรือวัดระยะ เข็มแล้วเข็มเล่าเคลื่อนไหวดุจสายน้ำที่ไหลต่อเนื่อง และภายในเวลาเพียงสิบลมหายใจ นางก็ถอนเข็มทั้งหมดออกในคราเดียว
ร่างของเด็กชายที่เคยนิ่งสนิทพลันกระตุกสั่น
เสียงของเหยาอวี้ดังขึ้นชัดเจน “นำกระโถนเข้ามา”
คนรับใช้รีบรุดเข้ามาโดยไม่ชักช้า ประคองกระโถนรองรับ เด็กชายถูกพยุงให้เอียงกาย ก่อนจะสำรอกเลือดสีดำข้นเหนียวออกมา กลิ่นคาวฉุนแผ่กระจายไปทั่วห้อง
ไม่นานนัก เปลือกตาที่เคยปิดสนิทก็ขยับเปิดออกอย่างอ่อนแรง
เหยาอวี้จึงเอ่ยขึ้นอย่างเรียบเฉย ราวกับเรื่องทั้งหมดเป็นเพียงสิ่งธรรมดา
“เชิญท่านหมอเทวดาเซวียนป้อนยาเถิดเจ้าค่ะ”
เซวียนกวงรับคำรีบก้าวเข้ามาทันที ทว่ามือที่เคยมั่นคงกลับรู้สึกหนักขึ้นอย่างประหลาด
ต่อหน้าเด็กหญิงผู้นี้ เขาจะกล้าเรียกขานตนเองว่าเป็นหมดเทวดาได้อย่างไร
[1] ถงหลิ่ง คือ ผู้บัญชาการองครักษ์
[2] ตงกงเว่ย คือ องครักษ์แห่งวังบูรพา (ที่ประทับของรัชทายาท)