ตอนที่ 17
ตอนที่ 17
ตอนที่ 17
บ่าวชราพาพวกนางเลี้ยวผ่านโถงหนึ่ง ก่อนเข้าสู่เรือนด้านในที่แยกออกจากเรือนหลักอย่างชัดเจน ทันทีที่ก้าวพ้นฉากไม้แกะสลัก จินเซียงก็เผลอชะงัก
เรือนนี้มิใช่เรือนเล็กๆ อย่างที่คิด
หลังคากระเบื้องเคลือบสีครามทอดยาว โคมไฟคู่แขวนเรียงตามระเบียง พื้นไม้ขัดเงาจนสะท้อนแสง ภายในประดับฉากกั้นไหมปักลายดอกโบตั๋น โต๊ะเตี้ยไม้หอมตั้งเครื่องลายครามครบชุด ใหญ่พอๆ กับเรือนรองของฮูหยินของนายท่านเถียนเสียด้วยซ้ำ
หลัวเหยาอวี้ก้าวเข้าไปโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า กลิ่นบางอย่างลอยมาก่อนที่นางจะเห็นตัวคนป่วย กลิ่นหวานจัด ผสมควันกำยานและกลิ่นดอกไม้แห้ง สัมผัสส่วนตัวบางอย่างทำให้นางต้องจดกลิ่นนี้ไว้ในใจ
บนเตียงแกะสลักลายเมฆ มีหญิงสาวเอนกายพิงหมอนสูง ผ้าม่านโปร่งสีอ่อนคลุมบางส่วนของเตียงราวกับห้องหอ
อนุซู่อิง หรือซู่อี๋เหนียง
ผิวขาวละเอียด ดวงหน้าละมุน หากแต่ซีดเซียวผิดปกติ ริมฝีปากขาดสีเลือด แม้เครื่องประดับบนศีรษะยังจัดวางเรียบร้อย แต่ดวงตากลับอ่อนล้า …นางอาเจียนจนอ่อนเพลียมาหลายวันแล้ว
“หมออวี้…” นางเอ่ยเสียงแผ่ว ดวงตามีความแคลงใจ ไม่คิดว่าหมอเทวดาที่พูดต่อๆ กันนั้น จะเป็นเพียงเด็กหญิงผู้หนึ่ง
หลัวเหยาอวี้นั่งลงข้างเตียง แววตาไม่ล่อกแล่ก ปลายนิ้วแตะชีพจรอย่างมั่นคง เต้นเร็วและแรงขึ้นกว่าปกติ แต่ก็ลื่น ไหลต่อเนื่อง
นี่คือชีพจรมงคล…
ทว่าลึกลงไปกลับพร่องแรง ชี่ไม่พอ เลือดไม่เต็ม เหมือนต้นกล้าในเรือนกระจกหรูหรา แต่รากกลับบางเฉียบ
นางขยับสายตาไปยังโต๊ะเตี้ยข้างเตียง เตากำยานเงินใบเล็กตั้งอยู่ ควันสีจางลอยเป็นสาย กลิ่นหวานฉุนที่ลอยแตะจมูกเมื่อครู่มาจากสิ่งนี้เอง หลัวเหยาอวี้ลุกขึ้นเล็กน้อย เดินไปใกล้เตากำยาน สูดกลิ่นเพียงแวบเดียวก็รู้
อ้ายเย่า… ผสมฮวาซิง
…ของกระตุ้นเลือด สิ่งต้องห้ามในหญิงมีครรภ์ โดยเฉพาะครรภ์อ่อนเช่นนี้
“ดับสิ่งนี้เสีย” นางกล่าวเรียบๆ
บ่าวชราสะดุ้ง “นี่เป็นกำยานบำรุงเลือดเจ้าค่ะ ฮูหยินส่งมา…”
คำว่า ฮูหยิน ทำให้ห้องทั้งห้องนิ่งลง
ซู่อิงหน้าซีดกว่าเดิม มือที่วางบนผ้าห่มค่อยๆ กำแน่น เกิดสังหรณ์บางอย่าง
หรือว่า…
“หยุดใช้ทันที” หลัวเหยาอวี้กล่าวเสียงนิ่ง “กลิ่นนี้กระตุ้นเลือด หากสูดดมต่อไป ครรภ์จะไม่มั่นคง”
ซู่อิงตกใจทันที แม้น่าจะคาดเดาได้บ้างแล้ว แต่ไม่คิดว่าจะเร็วถึงเพียงนี้ “ขะ-ข้า…”
“ท่านกำลังตั้งครรภ์ได้สามสัปดาห์เจ้าค่ะ” หลัวเหยาอวี้ตอบ
คำว่า ตั้งครรภ์ ทำให้ห้องทั้งห้องเหมือนหยุดหายใจ
บ่าวชราที่เฝ้าอยู่ถึงกับก้าวถอยหลังครึ่งก้าว ดวงตาเบิกกว้างอย่างยินดีปนหวาดหวั่น
จินเซียงเองก็ชะงัก แม้พยายามวางสีหน้าให้สงบ แต่แววตาก็ฉายความตื่นเต้น
ส่วนซู่อิง…
สองมือที่กำผ้าห่มแน่นสั่นระริก น้ำตาเอ่อขึ้นโดยไม่รู้ตัว “สาม…สามสัปดาห์จริงหรือ” เสียงนางแผ่วเบาอย่างคนไม่กล้าเชื่อ หากแต่คิดถึงสถานการณ์ปัจจุบันอีกทีนางก็หวาดกลัว
หลัวเหยาอวี้พยักหน้าเพียงเล็กน้อย พูดด้วยน้ำเสียงปลอบโยน “ชีพจรยังดีอยู่ แต่ยังอ่อนแรง”
ซู่อิงกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ดวงตาหันไปมองเตากำยานราวกับเพิ่งเห็นมันเป็นครั้งแรก ด้วยดวงตาเกลียดชัง แต่ฝังลึกในใจ
“แล้ว…จะเป็นอะไรไหม” นางถามเสียงสั่น “ข้าสูดกลิ่นนี้มาหลายวันแล้ว…”
บ่าวชราหน้าเสียทันที กิริยาเริ่มอ่อนน้อมลงต่อพวกหลัวเหยาอวี้ “ตั้งแต่ฮูหยินส่งมา…ก็จุดทุกวันเจ้าค่ะ”
หลัวเหยาอวี้ไม่ตอบทันที แล้วทอดถอนใจ สตรีตั้งครรภ์ในยุคนี้ ไม่ง่ายเลย โดยเฉพาะชีวิตอนุในเรือนใหญ่
“ยังไม่ถึงขั้นเสียหาย” นางกล่าวช้าๆ “แต่หากยังใช้ต่อไป เลือดจะไหลผิดปกติ อาจแท้งได้”
ซู่อิงหน้าซีดเผือด
“แท้ง…” เสียงนั้นเบาจนแทบไม่เป็นคำ ตื่นตระหนก
“หานเกอ เขียนเทียบยาบำรุงครรภ์” น้ำเสียงเรียบ สุขุม ราวกับกำลังสั่งจ่ายยาแก้ไอทั่วไป
จินจื่อหานรีบก้าวเข้ามา วางกระดาษบนโต๊ะเตี้ย เตรียมพู่กันอย่างคล่องแคล่ว แต่ยังไม่ทันที่ปลายพู่กันจะแตะหมึก บ่าวชราก็รีบก้าวเข้ามา สีหน้าตื่นตระหนก
“ชะ…ช้าก่อนเจ้าค่ะ!”
ทุกสายตาหันไปมอง
นางก้มศีรษะต่ำ แต่เสียงยังสั่นด้วยความร้อนรน “เขียนเทียบยาตรงๆ ไม่ได้เจ้าค่ะ หากเป็นยาบำรุงครรภ์ ฮูหยินต้องรู้แน่นอน!”
ซู่อิงที่ยังหน้าซีดอยู่เงยหน้าขึ้นช้าๆ ครรภ์สามสัปดาห์ยังไม่มั่นคง แต่ของที่ฮูหยินส่งมาให้นางก็เป็นของที่พร้อมจะฆ่าเด็กในครรภ์นี้แล้ว ซึ่งต่อให้นางแจ้งนายท่านเถียนไป ฮูหยินผู้นั้นก็คงอ้างว่าไม่ทราบว่านางตั้งครรภ์แน่ เพราะถึงอย่างไรสิ่งที่ส่งมานี้ก็คงเป็นการคาดเดาของฮูหยินเช่นกัน เพราะต่อให้นางไม่ตั้งครรภ์ก็ส่งผลต่อร่างกายสตรีที่อยากตั้งครรภ์อยู่ดี
ช่างเลือดเย็นนัก
ความยินดีเมื่อครู่เหมือนถูกความหวาดหวั่นกลืนกิน หากฮูหยินรู้ว่า นางตั้งครรภ์จริงๆ ก็คงยากที่จะรักษาแล้ว
จินจื่อหานชะงักพู่กันกลางอากาศ
หลัวเหยาอวี้มองบ่าวชราอย่างนิ่งสงบ รับรู้ถึงความยุ่งยากในอนาคตเล็กน้อย นางค่อยๆ เอ่ยขึ้นช้าๆ
“เช่นนั้น… ข้าจะเขียนเทียบยาสองเทียบ สำหรับรักษาโรคชี่พร่องโลหิต และอีกเทียบหนึ่ง เป็นยารักษาโรคจุดซ่อนเร้นสตรี โดยตัวยาในสองเทียบนี้บางตัวเมื่อรวมกันจึงเสริมเลือด บำรุงชี่ และประคองครรภ์ แต่หากแยกออกจากกัน ก็เป็นเพียงยารักษาโรคทั่วไป”
บ่าวชรานิ่งอึ้ง ก่อนจะค่อยๆ เข้าใจ ดวงตาฉายความโล่งใจ
ซู่อี๋เหนียงถึงกับผงกหน้าชื่นชมด้วยแววตาที่ซาบซึ้ง แน่นอนว่าแม้แต่สองพี่น้องตระกูลจินที่อยู่ด้วยกันมาเป็นสัปดาห์แล้ว เห็นความสามรถของหลัวเหยาอวี้มาก็ไม่น้อย แต่ก็ยังคงทึ่งกับ เรื่องนี้อยู่ดี
ในเรือนใหญ่โอ่อ่าแห่งนี้ แม้แต่การตั้งครรภ์ ยังต้องอาศัยความระมัดระวังยิ่งกว่าสิ่งใด
“แล้ว…ลูกข้าจะปลอดภัยหรือไม่” ซู่อี๋เหนียงถามอีกครั้ง
“หากหยุดกำยาน เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท และดื่มยาตามสั่ง ครรภ์นี้ยังรักษาได้” นางหยุดเล็กน้อย “แต่หากยังมีสิ่งอื่นที่กระทบอีก…”
คำพูดไม่ต้องจบ ทุกคนในห้องก็เข้าใจ
รถม้าคันเดิมจอดรออยู่ที่ประตูข้าง บานไม้ค่อยๆ เปิดออกเพียงช่องแคบพอให้ล้อผ่าน ลมยามเย็นพัดเย็นกว่าขามา กลิ่นดินชื้นลอยแตะจมูก
หลัวเหยาอวี้ก้าวขึ้นรถโดยไม่รีบร้อน จินเซียง แล้วจินจื่อหานตามขึ้นไปแล้วม่านก็ปิดลงอีกครั้ง
ทันทีที่รถเคลื่อนตัว บ่าวชราที่มาส่งก็รีบก้าวเข้ามาใกล้หน้าต่างรถ พลางลดเสียงลงต่ำ
“หมออวี้… เรื่องวันนี้ ขอให้เก็บเป็นความลับเจ้าค่ะ”
หลัวเหยาอวี้มิได้ถามว่าเรื่องใด
การใช้รถไร้ตรา การเข้าประตูข้าง การปิดม่านสองชั้น ทุกอย่างล้วนเป็นคำตอบอยู่แล้ว
“ข้าเป็นหมอ” นางตอบเรียบๆ “ความลับของคนไข้ ไม่เคยออกจากปากข้า” เสียงนั้นไม่ดัง แต่มั่นคง
บ่าวชราถอนหายใจคล้ายคนยกภูเขาออกจากอก ก่อนก้มศีรษะลึกๆ
ประตูข้างปิดลงอีกครั้ง เสียงโลกภายในจวนถูกตัดขาด รถม้าเคลื่อนตัวออกสู่ตรอกแคบในความมืด
ภายในรถเงียบไปครู่หนึ่ง เมื่อห่างจากจวนใหญ่แล้วจินเซียงจึงได้เอ่ยให้เสียงออกจากเพียงซอกฟัน “ฮูหยินเถียน แซ่บ้านเดิมคือ หยาง เจ้าค่ะ”
เพียงคำบอกเล่าคำนี้คำเดียวก็ทำให้หลัวเหยาอวี้กระจ่างแก่ใจ ถุงเงินจำนวนถึงห้าสิบตำลึงเริ่มหนักอึ้งกว่าที่ควร ไม่น่าแปลกใจเลยว่าแค่จับเจอชีพจรมงคล และเขียนเทียบยาบำรุงครรภ์จึงได้แพงขนาดนี้ แพงกว่าค่าตรวจโรคคุณชายรองสกุลเจียงเสียอีก เพราะนี่คือค่าปิดปากของพวกนาง
ร้านยาที่ใหญ่ที่สุดประจำตำบลนั้นชื่อร้านยาหยางจี้ เป็นหนึ่งในทรัพย์สินของตระกูลหยาง ดังนั้นการที่ซู่อี๋เหนียงผู้นั้นไม่กล้าเรียกใช้หมอจากร้านยาหยางจี้ หรือแม้แต่หมอคนอื่นๆ ก็เพราะนางก็คาดเดาไว้สามส่วนแล้วว่าจะตั้งครรภ์
และที่บ่าวชรานั้นไม่ให้นางเขียนเทียบยายำรุงครรภ์ ก็เพราะหากไปซื้อยาตามเทียบ คงหนีไม่พ้นสายตาของตระกูลหยางแน่นอน
“วันนี้เราเพียงมาตรวจโรคสตรีที่ไม่น่าเปิดเผย” หลัวเหยาอวี้ในร่างเด็กแปดขวบ กลับดูสุขุมยิ่งนัก
แน่นอนว่าทั้งจินจื่อหาน และจินเซียง ล้วนรู้ความหนักเบาของเรื่องนี้ดี