LNCrawler

ตอนที่ 195

[อ่านฟรีทุกวัน] ชาติภพที่สาม ข้าไม่ขอเป็นผู้ใด [มีE-Book] — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 195

ตอนที่ 195


 

อาจารย์ที่มาทดสอบเจียงมู่ไป๋ก่อนเข้าสำนัก มิใช่ผู้ใดอื่น แต่เป็นเสิ่นเพ่ยจง เจ้าของสำนักเรียนซีฟงที่มาด้วยตนเอง

ชื่อเสียงของเจียงมู่ไป๋นั้น ล่วงรู้ไปทั่วทั้งสำนัก จนบรรดาอาจารย์ต่างแย่งชิงตัวศิษย์ผู้นี้กันแทบลุกเป็นไฟ สุดท้ายเสิ่นเพ่ยจงจึงต้องออกหน้าด้วยตนเอง เพื่อยุติความวุ่นวายนั้น

การทดสอบครั้งนี้… แท้จริงก็เป็นเพียงพิธี

ด้วยเงินบริจาคที่มอบให้สำนักอย่างมหาศาล การรับเขาเป็นศิษย์ก็เป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น

แต่เมื่อเสิ่นเพ่ยจงรับบทความจากมือชายหนุ่ม และคลี่ออกอ่าน เขากลับต้องลอบสูดลมหายใจ

สมกับเป็นอั้นโฉ่ว…

ตัวอักษรเรียงรายบนกระดาษ คมชัด มั่นคง แต่ไม่แข็งกระด้าง เส้นสายไหลลื่นราวสายน้ำ แต่แฝงแรงกดหนักแน่นในทุกตัวอักษร

ทว่า… สิ่งที่ทำให้เขานิ่งงัน มิใช่เพียงลายอักษร

เนื้อความภายในนั้น เปิดเรื่องอย่างเรียบง่าย แต่จับประเด็นได้เฉียบคม ประโยคแรกเพียงไม่กี่คำ ก็วางรากของแนวคิดทั้งหมดไว้อย่างชัดเจน

การเรียบเรียงไม่หวือหวา แต่ต่อเนื่องแนบเนียน ราวกับผู้เขียนมองเห็นภาพรวมทั้งหมดอยู่ก่อนแล้ว

ทุกถ้อยคำ… ไม่มีส่วนเกิน

ทุกเหตุผล… ซ้อนทับกันอย่างเป็นลำดับ

ค่อยๆ นำผู้อ่านจากต้นเรื่องไปสู่ข้อสรุปโดยไม่รู้ตัว

ยิ่งอ่านลึกลงไป ยิ่งเห็นมุมมองที่เกินวัย มิใช่เพียงการท่องจำตำรา แต่เป็นการเข้าใจ และ ตีความ จนสามารถเชื่อมโยงหลักการกับสภาพบ้านเมืองได้อย่างเป็นธรรมชาติ

บทสรุปตอนท้าย มิได้พยายามโอ้อวดความรู้ แต่กลับสงบนิ่ง หนักแน่น

เหมือนคนที่ยืนอยู่บนที่สูง แล้วมองทุกสิ่งลงมาอย่างชัดเจน

เสิ่นเพ่ยจงวางกระดาษลงช้าๆ

แววตาที่มองเจียงมู่ไป๋… เปลี่ยนไปเล็กน้อย

ไม่ใช่เพียงศิษย์ที่มีพรสวรรค์ แต่นี่เป็นคนที่ มีของ อย่างแท้จริง

“เจียงเอ้อร์ถู[1]”

เสียงของเสิ่นเพ่ยจงเรียบนิ่ง แต่แฝงความหนักแน่นของผู้เป็นเจ้าสำนัก

“ระเบียบของสำนักซีฟง มิได้ยุ่งยาก” เอ่ยต่ออย่างเป็นลำดับ

“ศิษย์ในสำนักแบ่งตามระดับความรู้ เจ้าจะถูกจัดเข้าหอชิงเหวิน ซึ่งเป็นห้องเรียนชั้นสูงสุด เรียนร่วมกับผู้ที่เตรียมสอบเซียงซื่อโดยตรง เวลาเรียนหลักเริ่มยามเฉินถึงยามอู่ เช้าอ่านตำรา บ่ายอภิปรายและแต่งบทความ ทุกเจ็ดวันจะมีการทดสอบย่อย และทุกเดือนจะมีการวัดระดับใหญ่”

“ศิษย์ที่พักในสำนัก ต้องอยู่รวมกับผู้เรียนในระดับเดียวกัน ห้องพักจัดเป็นเรือนรวม เพื่อให้แลกเปลี่ยนความรู้และสร้างสหายร่วมศึกษา ส่วนการลาหยุด ปกติอนุญาตให้กลับจวนได้ทุกสิบวันครั้งหนึ่ง”

เจียงมู่ไป๋ยืนฟังอย่างสงบ สีหน้าไม่เปลี่ยน

เสิ่นเพ่ยจงมองอยู่ครู่หนึ่ง แต่กลับไม่เห็นอีกฝ่ายยกชาคารวะตามธรรมเนียม จึงเอ่ยถามขึ้น

“มีส่วนใดที่เจ้าไม่เข้าใจหรือไม่”

เจียงมู่ไป๋ประสานมือเล็กน้อย ก่อนตอบอย่างเรียบตรง

“ข้าเข้าใจทั้งหมดขอรับ เพียงแต่เรื่องเวลาเข้าเรียน… สำหรับข้าไม่สะดวกเข้าเรียนทุกวัน แต่วันที่วัดระดับข้าจะไม่ขาด ส่วนวันลา… ข้าขอเพิ่มเป็นอยู่เจ็ดวันลาสามวัน”

เขาหยุดเล็กน้อย แล้วกล่าวต่ออย่างชัดเจน

“และหากเป็นไปได้ ข้าขอห้องพักเดี่ยวขอรับ”

คำพูดนั้น ทำให้บรรยากาศนิ่งไปชั่วขณะ เจียงเจ๋อหมินหน้าซีด ส่วนเสิ่นเพ่ยจงถึงกับอึ้ง คิ้วขมวด

‘เจ้าหนุ่มนี่คงไม่ได้ตั้งใจจะมาเรียนแล้ว เพียงแค่อาศัยสำนักเรียนเพื่อรับรองฐานะเข้าสอบเท่านั้น’

เงื่อนไขเช่นนี้… นับว่าเกินเลยไปไม่น้อย โดยเฉพาะห้องพักเดี่ยว ซึ่งปกติสงวนไว้ให้ศิษย์คนสำคัญที่อยู่ในสำนักมาหลายปี

“หากเจ้าจะเข้าสอบไม่ขาด เรื่องเข้าเรียนยังพอพูดคุยกันได้ หรือกลับบ้านสามวันก็…ได้” เสิ่นเพ่ยจงเอ่ยเสียงเคร่งขรึม “แต่เรื่องห้องพักเดี่ยว… คงไม่ได้”

เจียงมู่ไป๋ตอบกลับอย่างไม่ลังเล

“เช่นนั้น ข้าก็ไม่พักที่นี่ ข้าจะไปกลับ และมาทันทุกวันสอบ”

คำตอบนั้น ทำให้เสิ่นเพ่ยจงถึงกับชะงักอีกครั้ง

‘จะไปอยู่ข้างนอกได้อย่างไร!’

ในใจเขาครุ่นคิดวุ่นวาย หากปล่อยไปเช่นนี้ ข่าวลือย่อมแพร่สะพัดว่าสำนักของเขาควบคุมศิษย์ไม่ได้

แต่ภาพบทความเมื่อครู่… กลับผุดขึ้นมาอีกครั้ง

เขาถอนหายใจเบาๆ

ห้องพักเดี่ยว… ควรมอบให้ศิษย์คนสำคัญ

แล้วคนผู้นี้… ยังไม่เรียกว่าสำคัญอีกหรือ

สุดท้ายจึงพยักหน้าช้าๆ

“เช่นนั้นก็ตามใจเจ้าเถิด ข้าจะให้คนจัดห้องพักส่วนตัวให้” เขาเอ่ยต่อ “แต่วันนี้ อย่างไรก็ต้องเข้าเรียนและแนะนำตัวที่ห้องเรียนสักหน่อย เข้าใจหรือไม่”

ในใจยังคงคำนวณต่อ …อย่างน้อย หากยังอยู่ในสำนัก ก็ยังอ้างกับคนอื่นได้ว่าเรียนกับเขาเอง จึงไม่ต้องเข้าห้องเรียน บอกแบบนี้คนก็ยังมองได้ว่าเป็นศิษย์ตรงจากเขา ถึงตอนนั้นต่อให้เจียงมู่ไป๋อยู่แต่ในห้อง คนก็จะมองว่าทบทวนตำราตามที่เขาชี้แนะเท่านั้น

อัจฉริยะ… ย่อมต้องได้รับการดูแลที่ต่างออกไป

เมื่อได้รับการยินยอม เจียงมู่ไป๋จึงเอื้อมมือหยิบถ้วยชาที่วางอยู่ตรงหน้า

ยกขึ้นอย่างมั่นคง ก่อนคารวะตามพิธีอย่างเป็นทางการ

“ศิษย์เจียงมู่ไป๋ คารวะท่านอาจารย์!”

เจียงเจ๋อหมินที่ยินอยู่ด้านหลังไม่ไกลรู้สึกตกใจยิ่งกว่า แล้วสมเพชตัวเองเล็กน้อยที่สั่งสอนเจียงมู่ไป๋ก่อนหน้า เพราะดูเหมือนว่าอีกฝ่ายความมีความสามารถพอที่จะไม่สนขอบเขต

ในขณะที่ทั้งสองยังสนทนากันอยู่ เสียงจากหน้าห้องก็ดังขึ้น

“ท่านพ่อเจ้าคะ ข้าเอาของว่างมาให้เจ้าค่ะ”

หญิงสาวในชุดถงเซิงก้าวเข้ามา

เสิ่นเพ่ยจงหันไปมอง

“ลั่วลั่ว ข้ามีแขกอยู่”

น้ำเสียงเหมือนดุ แต่กลับไม่จริงจังนัก

บุตรสาวผู้นี้… เขาได้มาตอนมีอายุมากแล้ว จึงอดตามใจมิได้ แต่ตั้งแต่เหตุการณ์จมน้ำเมื่อปีก่อน นิสัยของนางก็เปลี่ยนไปไม่น้อย

กล้าหาญขึ้น

ไม่เกรงกลัวผู้ใด

ทั้งยังเข้าใจสี่หนังสือห้าคัมภีร์ได้ลึกซึ้งกว่าบัณฑิตหลายคน

เมื่อขอเข้าเรียนในสำนัก และยังผ่านการทดสอบได้ลำดับดี เขาจึงจำต้องยินยอม แม้จะขัดธรรมเนียมชายหญิง

ทว่าลึกๆ แล้ว… เขาภาคภูมิใจ

เสิ่นลั่วหยาแสร้งทำเหมือนเพิ่งเห็นแขก

“นี่คือคุณชายรองเจียงหรือเจ้าคะ”

“เจ้ารู้จักเขาด้วยหรือ” เสิ่นเพ่ยจงถาม

“บังเอิญเจอที่ด้านหน้าเจ้าค่ะ” เสิ่นลั่วหยาไม่ปิดบังว่าตนสนใจ

เสิ่นเพ่ยจงมองชายหนุ่มตรงหน้า ยิ่งมองก็ยิ่งพอใจ จึงถามอ้อมๆ

“หน้าตาเช่นเจ้า… ผู้ใหญ่ในจวนคงกังวลเรื่องการแต่งงานไม่น้อยกระมัง”

เมื่ออาจารย์ถาม เจียงมู่ไป๋ก็ตอบตามมารยาท

“ก็เป็นไปตามความต้องการของบิดามารดา และคำพูดของแม่สื่อขอรับ”

เสิ่นเพ่ยจงพยักหน้าอย่างชื่นชม

แต่เสิ่นลั่วหยากลับเบะปาก

“คนเราจะแต่งงานก็ต้องเพราะความรักสิ”

นางพูดอย่างมั่นใจ “บิดามารดาและแม่สื่อไม่ได้อยู่กับท่านไปตลอดชีวิตเสียหน่อย หากแต่งกับคนที่ไม่พึงใจ หน้าตาอัปลักษณ์ นิสัยไม่ดี จะทำเช่นไร”

คำพูดก้าวหน้ากระทบธรรมเนียมเช่นนี้ ทำเอาเสิ่นเพ่ยจงสะดุ้ง

เพราะมีแค่นิสัยที่ดูเปิดเผยตรงไปตรงมาเช่นนี้ของบุตรสาว ที่เขาทำหัวใจจะวายทุกครั้ง

“ลั่วลั่ว! อย่าเสียมารยาท!”

เขารีบปราม ในใจได้แต่โทษตนเองที่ตามใจนางมากเกินไป

ทว่าเจียงมู่ไป๋กลับไม่แสดงปฏิกิริยาใดเลย ราวกับไม่ได้ใส่ใจแม้แต่น้อย

เขายกมือคารวะเสิ่นเพ่ยจงอีกครั้ง

“หากไม่มีสิ่งใดแล้ว ศิษย์ขอไปห้องเรียน”

แววตารายเรียบของเจียงมู่ไป๋ ที่ไม่แม้แต่จะตำหนิ หรือใส่ใจด้วยซ้ำ ทำเอาอาจารย์ใหญ่เช่นเขารู้สึกกระดากอายยิ่งนักที่สั่งสอนบุตรสาวไม่ดี

“ไปเถอะ” เขารีบกล่าว “เจียงต้าถู[1] พาน้องชายเจ้าไปที่หอชิงเหวินด้วยกัน ส่วนเรื่องห้องพัก หากคนจัดเสร็จแล้ว จะให้บ่าวไปแจ้ง”

เจียงเจ๋อหมินรีบรับคำ ก่อนพาน้องชายออกจากห้องไป

ไม่สนใจสายตาที่เริ่มมาคุของหญิงสาว และความรู้สึกที่ยากจะอธิบายภายในใจของเจ้าสำนักซีฟง




 

[1] เจียงเอ้อร์ถู คือ ศิษย์แซ่เจียงลำดับสอง (รอง) ; ถู (徒) มาจากคำว่า ชื่อถู (师徒 - shī tú) แปลว่าศิษย์ มักใช้เรียกในเชิงรวมๆ หรือเรียกแบบเป็นทางการหน่อย

[2] เจียงต้าถู คือ ศิษย์แซ่เจียงลำดับแรก (ใหญ่)