ตอนที่ 218
ตอนที่ 218
ตอนที่ 218
สีหน้าของเติ้งหยางยังไม่ดีขึ้น หากแต่ได้หมอชราช่วยฝังเข็มชะลออาการไว้ จึงยังพอที่จะทนต่อไปได้
และการถูกพิษนั้นเป็นอะไรที่ละเอียดอ่อน จนไม่สามรถจะใช้ยาใดสุ่มสีสุ่มห้า ทั้งหมดจึงได้แต่รอสมุนไพรตาเทียบยา
ไม่นานนักเมื่อบ่าวรับใช้น้ำห่อสมุนไพรตามเทียบยาเข้ามา
หลูจุนเซิงก็รีบตะคอกอย่างเบื่อหน่ายว่า “รีบไปต้มมาสิ พวกเจ้าจะรออันใด อาการท่านป๋อไม่อาจรั้งรอได้นาน!”
ให้ลูกพ่อค้าคนหนึ่งมาแสดงอำนาจบาตรใหญ่ในจวนป๋อจะได้หรือ
แต่คนในจวนป๋อก็รู้สึกได้ถึงความขับขัน จึงไม่ได้กล่าวแทรกอันใด
“รีบเอาไปต้มเถิด” เติ้งจวินห่าวกล่าวอย่างร้อนใจ
เมื่อเติ้งป๋อซื่อจื่อกล่าวเช่นนั้น บ่าวรับใช้จึงต้องรีบนำห่อสมุนไพรออกไป
ทว่าเสียงจากฝั่งสตรีกลับดังขึ้นเหมือนกลั้นใจพูดขึ้นมาฉับพลัน
“ไม่ตรวจสมุนไพรกับเทียบยาก่อนหรือเจ้าคะ”
เจียงจื่อหรงเหงื่อเย็นไหลซึมไม่น้อย นางเหมือนต้องใช้ความกล้าทั้งหมดเพื่อกล่าวออกไป
ถ้าไม่ใช่เพราะเหยาอวี้รู้สึกแปลกๆ กับสถานการณ์ นางก็คงไม่ต้องบังคับเจียงจื่อหรงให้ทำเช่นนี้
แต่เดิมนี่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับพวกนางเลย แต่เพราะคำพูดของคุณชายแซ่เหอผู้นั้น ทำให้เหยาอวี้รู้สึกไม่สบายใจ ยิ่งเมื่อมาประกอบกับคำพูดของเติ้งฮูหยินด้วยแล้ว ก็ยิ่งรู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง
เหมือนกับว่า…หากมีเรื่องผิดพลาด คนที่รับผิดชอบก็คือคุณชายใหญ่ แซ่หลู จากสำนักเขาโอสถท่านนั้น?
นางไม่แน่ใจว่าคนข้างหมอนเติ้งป๋อผู้นี่จะมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ แต่คำพูดชี้นำของเหอจ้าวหนานนั้นมีปัญหาแน่นอน
ไหนจะหลูจุนเซิง กับสื่อหรงเฉียงนี่อีก?
นางไม่รู้ความซับซ้อนของตระกูลใหญ่ หรือชนชั้นสูงในเจียงหนานมากนัก
หากแต่รู้ว่า ถ้าเติ้งป๋อเกิดเรื่องเพราะเทียบยานี้ของหลูจุนถิง จะต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่นอน แล้วคนที่อยู่ในงานนี้ทั้งหมด ก็จะกลายเป็นผู้ต้องสงสัย
เทียบกับคุณหนู คุณชาย ที่ล้วนแต่มีเบื้องหลังไม่ธรรมดาตรงนี้ ตระกูลเจียงของพวกนางมีสิทธิ์ที่จะกลายเป็นเป้าได้ง่าย
และที่สำคัญตอนนี้นางถูกพวกเขาวางแผนการไว้แล้ว จึงจำต้องกระโดดเข้าโรงงิ้วนี้อย่างจำใจ
แม้ว่าจะยังไม่รู้เล่ห์ซ่อนกลใด นางก็ไม่กล้าประมาท
“นี่คือเทียบยาที่พี่ชายข้าเขียน เขาคือศิษย์สำนักเขาโอสถ เจ้ากล้ามีปัญหารึ” หลูจุนถิงรีบแทรกขึ้นอย่างไม่พอใจ
“กว่าจะจัดเตรียมยาก็นานมากแล้ว หากเกิดเหตุไม่คาดฝันดื่มยาไม่ทัน เจ้าจะรับผิดชอบหรือไม่ …คงมิใช่ว่าเจ้าอยากถ่วงเวลารักษาของเติ้งป๋อหรอกนะ” สื่อหรงเฉียงกดดันเพิ่มไปอีก
มาถึงขั้นนี้แล้ว เขามียอมให้มีเรื่องผิดพลาดเด็ดขาด!
เห็นสองคนนี้ร้องรับเหมือนร้อนใจหนักหนาแทนจวนป๋อแล้ว เหยาอวี้ก็ยิ่งรู้สึกว่านี่คือกับดัก
เจียงจื่อหรงก็ยิ่งรู้สึกกระสับกระส่าย เพราะนางก็ไม่เข้าใจเรื่องทั้งหมด แค่พูดตามที่เหยาอวี้บอกเท่านั้น หากแต่สายตาของฝั่งสตรีเริ่มมองที่นางอีกแล้ว
เหยาอวี้เข้าใจดีว่าพี่สามนั้น แท้จริงมิใช่คนรับความกดดันได้มากนัก จึงตั้งใจจะลุกขึ้นเพื่อไปชี้แจงด้วยตนเอง
หากแต่ยังไม่ทันก้าวออกไป
เสียงหนึ่งก็แทรกขึ้นมาก่อน
เป็นเสียงทุ้มต่ำ คล้ายเอ่ยอย่างเกียจคร้าน หากแต่ทุกถ้อยคำกลับทอดยาวเนิบนาบ ชวนให้ผู้ฟังเผลอคล้อยตามโดยไม่รู้ตัว ราวกับลมเย็นที่แผ่วผ่านข้างหู แต่ยากจะต้านทาน
“เทียบยาของคุณชายใหญ่หลู…ย่อมไม่น่าสงสัย”
เจ้าของเสียงกล่าวอย่างไม่เร่งรีบ
“ข้ามิได้กล่าวถึงเทียบยา …แต่เดิมนี่ก็เป็นการจัดหาสมุนไพรอย่างกะทันหัน ผู้ใดเล่าจะรับประกันได้ว่า ‘ถูกต้อง’ ทุกอย่าง” ปลายประโยคมีรอยเย้ยหยันรู้ทันแฝงอยู่ “มิเช่นนั้น…จะมีขั้นตอนตรวจสอบเทียบยาไปเพื่ออันใด”
เป็นเจียงมู่ไป๋นั่นเอง ความจริงเขาไม่สนใจด้วยซ้ำว่าพวกตระกูลใหญ่จะสู้รบกันอย่างไร หากแต่เสียงของเจียงจื่อหรง กับท่าทีกำลังจะออกจากหลังม่านของเหยาอวี้ ทำให้เขาไม่สบายใจ
รับรู้ได้ว่า…แม่หนูน้อยของเขากำลังอยากช่วยคนอีกแล้ว
หากเป็นชาวบ้านทั่วไปย่อมไม่มีวิธีการนี้ แต่นี่เป็นหลักปกติของชนชั้นสูง จนถึงในราชสำนัก ที่จะต้องมีการตรวจสอบสมุนไพรก่อนนำไปเคี้ยวยา โดยมีแพทย์โอสถ เป็นผู้รับรองด้วยตนเอง
คุณชายทั้งสองนั้นตอนแรกอยากจะดึงดันอยู่เล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใด เพราะรู้ดีว่านี่คือเรื่องที่เกิดขึ้นได้
“เปิดห่อ”
หลูจุนถิงเริ่มรู้สึกแล้วถึงความไม่ชอบมาพากล เขาจึงตั้งใจที่จะตรวจสอบอย่างจริงจัง แม้แต่หมอชราก็ยังต้องมาดูเช่นกัน เพราะรู้สึกว่าหากผิดพลาดไป ตนก็อาจจะซวยไปด้วย แม้ว่าจะเชื่อมือศิษย์สำนักเขาโอสถก็ตาม
เหยาอวี้มีหรือจะยอมอยู่เฉยๆ เด็กหญิงรีบก้าวมาดูใกล้ๆ เช่นกัน ค่อยๆ แหวกม่านดู
ไม่ต้องนับสัมผัสฟ้าดินของเหยาอวี้ แค่ความรู้เรื่องสมุนไพรที่นางอยู่ในตำหนักเหยาฉือนับร้อยปี เพียงแค่เหลือบมองนางก็อธิบายได้แล้วว่ามันมีความผิดพลาดที่ตรงไหน
ทว่า…หลูจุนถิงกลับคลายกังวล แล้วจะพูดว่า
“นำไปเคี้ยวยาได้”
คำพูดนี้ทำให้ทุกคนผ่อนลมหายใจเช่นกัน โดยเฉพาะหลูจุนเซิง
ส่วนเหยาอวี้กลับจ้องเจ้าศิษย์สำนักเขาโอสถอย่างแตกตื่น
เจ้าโง่นี่เป็นแพทย์ยาจริงหรือ!!!
ไม่พ้นมือเปิ่นจุนจริงๆ
เด็กหญิงถึงกับหงุดหงิดเล็กน้อย ก่อนปรับสีหน้าให้ดูไร้เดียวสาอย่างรวดเร็ว
ดังนั้นก่อนที่บ่าวผู้นั้นจะนำห่อสมุนไพรออกไป ก็ปรากฎร่างเล็กๆ ที่ไม่รู้โผล่มาจากไหนมาจ้องเขม็ง และทำให้เจียงมู่ไป๋ที่นึกว่าทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้วถึงกับต้องลุกขึ้นยืนจากด้านหลังอย่างตกใจ
เหยาอวี้!!!
แต่เจ้าตัวหรือจะรับรู้ …จากนั้นเสียงนุ่มใส คล้ายเด็กน้อยที่กำลังครุ่นคิดกับสิ่งที่เพิ่งนึกได้ ก็กล่าวออกมากับหลูจุนถิงทันที
“พี่ชายท่านนี้…สุ่ยเฉิงผู่[1]นี่…ก็เป็นสมุนไพรที่ใช้แก้พิษหรือเจ้าคะ” นางหยุดเล็กน้อย ราวกับกำลังนึกทบทวนสิ่งที่เคยอ่านมา “ข้าเคยเห็นในตำราว่า มันช่วยขับความอับชื้น ทำให้ลมหายใจโปร่งขึ้นอยู่บ้าง…” น้ำเสียงยังคงใสซื่อ ไร้เล่ห์กล นางยังทำท่าทีเหมือนลังเล ก่อนจะเอ่ยต่ออย่างไม่แน่ใจนัก
“แต่หากนำมาใช้ร่วมกับ…เหลียนเฉียว จินอิ๋นฮวา จู๋เย่ แล้วก็หวงเหลียน ที่ล้วนเป็นสมุนไพรเย็นและกดพิษทั้งนั้น…จะมิทำให้ฤทธิ์เย็นกดลงมากเกินไปหรือเจ้าคะ เช่นนั้น…เลือดลมยิ่งจะอั้นอยู่ภายใน ไม่อาจระบายออกได้ โดยเฉพาะผู้ที่ร่างกายได้รับพิษอยู่ก่อนแล้ว…เกรงว่าจะกลายเป็นการเร่งพิษจนหมดลมหายใจหรือเจ้าคะ?”
“แม่หนูน้อย เจ้าเป็นเด็กบ้านไหน ผู้ใหญ่เขาคุยกัน ไหนจะมีที่ให้เจ้ามาสอดปาก นั่นคือซื่อเฉิงผู่[2] จะเป็นสุ่ยเผิงผู่ได้อย่างไร” หลูจุนเซิงถึงกับหน้าซีดเผือก ไม่คิดว่ายัยหนูนี่จะดูออก
ไม่ใช่ว่าคนพวกนั้นบอกชัดแล้วหรือ ว่าสมุนไพรสองอย่างนี้ไม่สามารถแยกด้วยตาเปล่าได้!
เหยาอวี้ได้ยินเช่นกันก็ยิ่งมั่นใจ และไม่ตกใจเลยสักนิด พูดกับหลูจุนเซิงอย่างไร้เดียงสาอีกว่า
“พี่ชายท่านนี้ความรู้ไม่น้อย ไม่ต้องเห็นเทียบยาก็รู้แล้วว่าต้องใช้ซื่อเฉิงผู่”
หลูจุนเซิงได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจ ถึงกับพูดสิ่งไม่ออกไปชั่วขณะ
ใช่…เพราะตั้งแต่บัดนี้ คนที่เห็นเทียบยานั้นมีแค่หลูจุนถิงกับหมอชรา ก่อนส่งต่อให้บ่าวรับใช้ไปซื้อเท่านั้น ไหนเลยจะมีเวลาให้เขาได้อ่าน
และต่อให้ได้อ่าน เขาก็ไม่รู้จักสมนุไพรอยู่ดี
แต่เพราะในใจมีผี[3] เขารู้แค่ว่ามีการสลับใช้สุ่ยเฉิงผู่ แทนซื่อเฉิงผู่แน่นอน หากไม่ใช่เพราะปากไวไปหน่อย ไหนเลยจะเผยจุดนี้ออกมา เขาถึงกับมองไปทางสื่อหรงเฉียงโดยไม่รู้ตัว
ทว่าคนแซ่สื่อช่างดีนัก บัดนี้กลับแสร้งดื่มชาไม่รับรู้สิ่งได้แล้ว
แต่คงมีเพียงสวรรค์ที่รู้ว่าสื่อหรงเฉียงตอนนี้ได้ตื่นตระหนกแค่ไหน
ฝ่ายเติ้งจวินห่าว ก็รู้แล้วว่าเรื่องราวไม่ง่ายดายอย่างที่เห็น ในใจเขาจดบัญชีนี้ไว้ทันที แต่ใช่ว่าเขาจะเชื่อเด็กหญิงผู้หนึ่งได้
แต่หลูจุนผิงก็แซ่หลู …ไม่รู้ว่าสองพี่น้องตระกูลหลูนี่กำลังทำสิ่งใด หากพวกเขาไม่มีคำอธิบายให้กับจวนป๋อ ก็อย่านึกได้ว่าจะมาและกลับออกไปง่ายๆ
“คุณชายใหญ่หลู! หวังว่าท่านจะตรวจสอบเทียบยาให้ดี” เติ้งจวินห่าวกล่าวเตือนเสียงเข้ม
หลูจุนถิงจึงต้องเปิดห่อสมุนไพรอีกครั้ง แต่ด้วยความสามารถเขาก็ยากที่จะแบ่งแยก หาข้อแตกต่างระหว่าง สุ่ยเฉิงผู่ กับซื่อเฉิงผู่ออกจากกันได้
“แม่หนูน้อย เจ้ารู้ได้อย่างไรว่านี่คือสุ่ยเฉิงผู่” เขาถามอย่างใจเย็น เพราะรู้ว่ารอบด้านเริ่มกดดันมากขึ้น อีกทั้งแค่เด็กผู้หนึ่งที่เคยอ่านตำราสมุนไพรแล้วทักขึ้นมา ก็อาจจะเป็นเพราะรู้จักแค่สุ่ยเฉิงผู่ เมื่อเจอว่านน้ำอันใด ก็คงคิดว่าเป็นสุ่ยเฉิงผู่กระมัง
เหยาอวี้หัวเราะเบาๆ ปีนขึ้นไปบนเก้าอี้ แล้วท่องบางอย่างออกมา “เหลียนเฉียว…สองเฉียน จินอิ๋นฮวา…สามเฉียน จู๋เย่…หนึ่งเฉียนครึ่ง หวงเหลียน…หนึ่งเฉียน ฝูหลิง…สองเฉียน”
แต่ละอย่างถูกกล่าวออกมาพร้อมน้ำหนักอย่างแม่นยำ ผู้คนรอบข้างเริ่มเงียบลงโดยไม่รู้ตัว เหยาอวี้หยุดเล็กน้อย ก่อนจะหยิบสมุนไพรชิ้นสุดท้ายในห่อยา ซึ่งก็คือสุ่ยเฉิงผู่ขึ้นมา
สายตาหรี่ลงเล็กน้อย แต่กลับพูดอีกชื่อหนึ่งแทน
“…ซื่อเฉิงผู่…ครึ่งเฉียน นี่คือตำรับยาชิงซินไคเฉียว[4] ใช่หรือไม่เจ้าคะ” เหยาอวี้จำต้องโอ้อวดความสามารถจริงๆ มิเช่นนั้นคงยากจะหยุดยั้ง
หลูจุนผิงถึงกับตกตะลึง ไม่คิดว่าเด็กหญิงตัวน้อยจะกล่าวเทียบยาของเขาได้อย่างแม่นยำ
“ใช่ นี่คือตำรับยาชิงซินไคเฉียว แต่ว่าสุ่ยเฉิงผู่ กับซื่อเฉิงผู่นั้นคล้ายกัน เจ้าจะรู้ได้อย่างไรว่าอันไหนคืออันไหน”
เหยาอวี้กรอกตาใส่อีกฝ่ายเล็กน้อย รู้แน่แท้แล้วว่าหมอนี่ไม่ใช่หมอยาเก๊หรอก เพียงแต่ความสามารถยังไม่ถึงขั้นเท่านั้น ยังดีที่ไม่ถึงกับน้ำเต็มแก้ว
แน่นอนว่านางมีวิธีพิสูจน์ แต่จะง่ายกว่านั้นคือการจับโจรไปเลย!
“เช่นนั้น…ถามคนซื้อมาก็ได้แล้วเจ้าค่ะ”
เด็กหญิงกล่าวสั้นๆ กระชับ ราวกับเป็นเรื่องธรรมดา
ทันใดนั้นสายตาทุกคู่ก็หันไปยังบ่าวผู้รับหน้าที่ซื้อยา
ชายผู้นั้นสะดุ้ง สีหน้าเปลี่ยนเล็กน้อย ก่อนรีบค้อมตัวเอ่ยแก้
“คุณหนูตัวน้อย ท่านอย่าได้ปรักปรำ ข้าน้อยซื้อของตามเทียบยาของคุณชายหลูทุกประการ มิกล้าทำผิดพลาดแม้แต่น้อย!”
เหยาอวี้ได้ยินก็เพียงพยักหน้าเบาๆ ราวกับมิได้คิดจะโต้แย้ง
“เช่นนั้นก็เป็นไปตามนั้นเถิดเจ้าค่ะ” น้ำเสียงยังคงยังคงไร้เดียงสาไม่ทันคน
“เติ้งป๋อซื่อจื่อเจ้าคะ เทียบยานี้…ย่อมไม่มีข้อผิดพลาดแน่นอน แม้แต่ท่านหมอชราผู้นั้นยังกล่าวว่าดีเยี่ยม ข้าเองก็มีตำราแพทย์สมุนไพรอยู่บ้าง สามารถนำมาหลักฐานได้ หากนี่คือสมุนไพรในตำรับชิงซินไคเฉียวจริงๆ ย่อมใช้ระงับอาการกำเริบจากพิษจุ้ยจวี๋ซ่านได้”
“เพียงแต่…สุ่ยเฉิงผู่กับซื่อเฉิงผู่นั้น มิอาจแยกออกด้วยสายตา หากซื้อผิด… ผลลัพธ์ย่อมกลับกันโดยสิ้นเชิง ซึ่งร้านสมุนย่อมไม่มีทางให้สมุนไพรมาผิด ยกเว้นแต่ว่าคนซื้อจะบอก…ผิด”
เงียบไปชั่วขณะ แล้วนางจึงกล่าวต่อ
“เรื่องนี้…แม้แต่พี่ชายแซ่หลูท่านนี้ ก็ยังมิอาจยืนยันได้แน่ชัดในทันที”
น้ำเสียงมิได้กล่าวหา แต่กลับผลักภาระไปยังข้อเท็จจริงอย่างแยบยล
“เช่นนั้น…จะเชื่อบ่าวผู้นี้หรือไม่ ก็สุดแล้วแต่พวกท่านจะตัดสินใจเถิดเจ้าค่ะ”
คำพูดจบลงอย่างนุ่มนวล
ทว่าในพริบตาเดียว สายตาทั้งศาลากลับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
บ่าวชายผู้นั้นยืนตัวแข็ง แววตาหลุกหลิกเล็กน้อยโดยไม่อาจควบคุม พยายามห้ามไม่ให้ตนมองไปทางด้านหลูจุนเซิงอย่างเด็ดขาด
พริบตาเดียวผู้รับผิดชอบอาการของเติ้งป๋อ ก็ต้องกลายมาเป็นบ่าวผู้ซื้อยาที่มีแววตาหลุกหลิกคนนี้เสียแล้ว
[1] สุ่ยเฉิงผู่ คือ ว่านน้ำทั่วไป
[2] ซื่อเฉิงผู่ คือ เหง้าของพืชในสกุลว่านน้ำชนิดหนึ่ง
[3] ในใจมีผี เป็นสำนวน หมายถึง มีความคิดที่ไม่ดี มีความคิดซ่อนเร้น
[4] ชิงซินไคเฉียว ตำรับยาการปรุงสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็นจัด มีสรรพคุณในการขจัดพิษร้อนที่คุกคามหัวใจและระบบประสาท ใช้สำหรับกู้สติผู้ที่หมดสติ เพ้อคลั่ง หรือถูกพิษร้อนแทรกซึมเข้าสู่หัวใจ เพื่อให้ทวารทั้งเจ็ดและจิตวิญญาณกลับมาแจ่มใสอีกครั้ง