LNCrawler

ตอนที่ 227

[อ่านฟรีทุกวัน] ชาติภพที่สาม ข้าไม่ขอเป็นผู้ใด [มีE-Book] — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 227

ตอนที่ 227


 

ได้ยินแบบนั้นเหยาอวี้ก็ดูถูกอีกฝ่ายในใจ ที่อีกฝ่ายอยากจับเสือมือเปล่า ไม่รู้ว่าปีนขึ้นมาถึงตำแหน่งนี้ได้อย่างไร แต่ภายนอกกับยังคงท่าทีไร้เดียงสาเช่นเคย ทำท่าเหมือนกระซิบเบาๆ ราวกับบอกความลับ

“ต้องขายเยอะๆ จึงจะได้กำไรเพคะ…”

อู๋เช่อเฟยชะงัก “นี่เจ้าจะบอกว่ากำไรไม่เยอะงั้นหรือ”

เหยาอวี้พยักหน้า

“เพคะ เรารับซื้อถั่วเหลืองแพงกว่าปกติ เพื่อจูงใจให้ชาวบ้านยอมปลูกถั่วเหลืองเยอะๆ แต่ขายเพียงจินละยี่สิบอีแปะ ไหนจะต้องบด คั้น ใช้ถั่วจำนวนมาก …กำไรจึงไม่มากนัก มีแต่ต้องขายได้ให้จำนวนมาก จึงพอเลี้ยงกิจการได้เพคะ”

คำตอบตรงไปตรงมา เหยาอวี้ย่อมเล่าเรื่องเหล่านี้อย่างไม่คิดมาก เพราะถึงอย่างไรก็สืบวิธีการทำคร่าวๆ ได้อยู่แล้ว เพียงแต่ต้นทุนกำไรอย่างไร นั่นเป็นเรื่องภายในอย่างแท้จริง ดังนั้นนางจะพูดอย่างไรก็ได้

คำพูดนี้ยิ่งทำให้อู๋เช่อเฟยลังเล ในใจเริ่มชั่งน้ำหนัก

ว่าคุ้มค่าหรือไม่

จังหวะนั้นเอง เหยาอวี้เอ่ยขึ้นเบาๆ เหมือนยังเป็นเด็กที่ยังจดจ่ออยู่กับงานหลัก นั่นก็คือการตรวจชีพจรนั่นเอง

“อู๋เช่อเฟยเหนียงเหนียง…พระวรกายของพระองค์…เคยแท้งมาก่อนใช่หรือไม่เพคะ”

อู๋เช่อเฟยหรี่ตาลงทันที เม้มปากไม่พูดสิ่งใด เพราะยังตั้งรับไม่ทันกับเรื่องกำไรขาดทุนของเต้าหู้

แต่เหยาอวี้ยังกล่าวต่อ เหมือนเป็นการเอ่ยเรื่องทั่วไปเท่านั้น

“อู๋เช่อเฟยเหนียงเหนียง…ปกติพระองค์ มักมีอาการปวดท้องแน่น ปวดบิด โดยเฉพาะช่วงล่าง บางคราวแน่นไปทั้งท้อง ยิ่งกด…ยิ่งเจ็บ แต่บางครั้ง…กดแล้วกลับรู้สึกโล่งขึ้นชั่วคราว และการขับถ่าย…มักติดขัด ถ่ายยาก หลายวันกว่าจะถ่ายได้ครั้งหนึ่ง อุจจาระแข็ง…เป็นเม็ดเล็กๆ หรือบางคราวก็แน่นท้อง ท้องอืด ลมมาก”

น้ำเสียงยังคงราบเรียบ ราวกับกล่าวถึงเรื่องธรรมดา

“ในกายรู้สึกร้อน หงุดหงิดง่าย ปากแห้ง คอแห้ง อาการมักหนักขึ้นหลังอาหาร… หรือแน่นอยู่เช่นนั้น…จนกว่าจะถ่ายหนักออก”

คำพูดเรียงต่อกันอย่างเป็นระบบ เหมือนภาพที่ถูกวาดขึ้นทีละเส้น

อู๋เช่อเฟยเริ่มนิ่งคิดไม่ตกเสียแล้ว

แต่เหยาอวี้ยังไม่หยุด

“แต่ในขณะเดียวกัน…พระองค์กลับรู้สึกหนาวลึกถึงกระดูก แม้สวมเสื้อผ้าหนา ก็ยังไม่อุ่น มือเท้าเย็นเฉียบอยู่เสมอ ปวดเมื่อยตามข้อ ตามกระดูก ยิ่งถูกความเย็น…ยิ่งปวดมาก โดยเฉพาะยามค่ำคืน…หรือช่วงอากาศเย็นจัด มีอาการอ่อนเพลีย ไม่มีแรง ปัสสาวะบ่อย เป็นสีใส บางคราว…ถ่ายเหลว และอาการหนาวหรือปวด…มักกำเริบในยามเช้ามืด หรือกลางดึก”

เมื่อกล่าวมาถึงตรงนี้ เหยาอวี้จึงเงียบลง ดวงตาจ้องอีกฝ่ายนิ่ง ก่อนจะเอ่ยปิดท้ายเบาๆ

“ใช่หรือไม่เพคะ…”

ห้องทั้งห้อง…เงียบสนิท

อู๋เช่อเฟยถึงกับนิ่งงัน สีหน้าที่เคยควบคุมได้อย่างดี

บัดนี้…เผยความตื่นตะลึงออกมาโดยไม่รู้ตัว

เพราะทุกคำ ล้วนถูกต้องอย่างแม่นยำ แม้แต่อาการเล็กน้อยที่นางไม่เคยเอ่ยกับผู้ใด

เด็กหญิงตรงหน้า…กลับกล่าวออกมาได้ครบถ้วน ราวกับมองทะลุเข้าไปในร่างกายของนาง ดวงตาของอู๋เช่อเฟยสั่นไหวเล็กน้อย

นี่เป็นครั้งแรก ที่นางเริ่มมองเด็กหญิงผู้นี้…ด้วยสายตาที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

นางที่ถูกเรื่องราวแท้จริงของเต้าหู้ยังมึนงงไม่หาย ยังต้องมาเจอกับคำพูดเหมือนอยู่ในชีวิตประจำวันของตนเอง ก็รู้สึกตั้งรับไม่ทันอยู่บ้าง นอกจากมึนงงอ่ำอึ้ง ที่เหลือก็คือทำสิ่งใดไม่ถูกแล้วในยามนี้

เรื่องที่นางแท้งนั้น คงสืบได้ไม่อยาก แต่อาการที่เด็กหญิงตัวน้อยผู้นี้กล่าวมาทั้งหมดนั้น เป็นเรื่องที่ใช่ว่าทุกคนจะรู้ได้ทั้งหมด ทั้งยังรู้ลึกยิ่งกว่าหมอหลวงประจำตัวนางเสียอีก

“เพราะอาการเช่นนี้ทำให้โลหิตพร่อง ครรภ์เย็น ทำให้เกิดพิษสะสมโดยไม่ตั้งใจ …จึงตั้งครรภ์ยาก และต่อให้ตั้งครรภ์ได้ ก็มีโอกาสแท้งสูงเพคะ”

เหยาอวี้ยังกล่าวต่อเหมือนกำลังท่องจำออกมาเท่านั้น

หากทั้งหมดกลับทำให้อู๋เช่อเฟยตกใจ คำพูดนี้นับว่าสร้างความแตกตื่นอย่างแท้จริง เพราะสตรีในยุคนี้ มีหรือที่จะไม่อยากตั้งครรภ์

นางแย่งชิงความโปรดปรานมาอย่างยากเย็น วางหมากซ่อนกลล่วงเกินคนไว้มากมาย ถึงแม้ตอนนี้จะไม่ได้ขึ้นเป็นหวางเฟย[1] แต่ก็นับว่ามีอำนาจสูงสุดในตำหนักหลังของจวนชินอ๋องแห่งนี้แล้ว เหลือเพียงนางสามารถให้กำเนิดท่านชายสักพระองค์ ตำแหน่งหวางเฟยที่ต้องการย่อมอยู่ไม่ไกล

แต่การวินิจฉัยที่ยากจะโต้แย้งได้นี้ของเด็กหญิงตรงหน้า ทำเอาพระองค์ถึงกลับหวาดกลัว เพราะมันถูกต้องทั้งหมด ดังนั้นเรื่องความเสี่ยงการตั้งครรภ์ย่อมไม่ผิด

ความจริงนี่ก็เป็นเรื่องที่นางควรรู้อยู่แล้ว เพราะไม่ว่าจะหาหมอรักษามากี่คน ก็ล้วนแต่ยังทำให้ตนเองตั้งครรภ์ไม่ได้อีกครั้ง แต่วันนี้เพิ่งรู้ว่า ต่อให้ตั้งครรภ์ได้ก็เสี่ยงแท้งอยู่ดี

สวรรค์ นี่ช่างไม่โหดร้ายเกินไปหรือ…

มองดูใบหน้าที่เหมือนสิ้นหวังและหวาดกลัวของอีกฝ่าย เหยาอวี้กลับไม่กังวลเลยแม้แต่น้อย กับสตรีที่ยังมีจุดอ่อนเรื่องนี้อยู่ ก็ไม่ต่างกับการถวายตัวมาเป็นหมากในมือของนาง

เหยาอวี้ไม่เคยคิดอยากใช้ความสามารถนี้ในการทำร้ายผู้ใด แต่ถ้าเพื่อการปกป้องตนเองและคนรอบตัว นางก็ไม่คิดจะเผยคมดาบนี้ออกมาเช่นกัน แน่นอนว่านางย่อมไม่ทำร้ายผู้ใดก่อน ทุกอย่างล้วนอยู่ที่ความประพฤติของอีกฝ่ายเท่านั้น

คิดได้ดังนั้นจึงเริ่มวางหมากตัวแรกอย่างเงียบงัน

“แต่…” เหยาอวี้เกริ่นพร้อมยิ้มเล็กน้อย “ยังพอมีหนทางเพคะ”

สิ้นคำว่า ‘ยังมีหนทาง’

บรรยากาศภายในห้องก็เปลี่ยนไปในทันที เหมือนลมหายใจที่เคยอึดอัด กลับถูกปลดปล่อยออกอย่างเงียบงัน

ดวงตาของอู๋เช่อเฟยพลันสว่างวาบ ความยินดีที่พยายามกดไว้แทบจะทะลักออกมาโดยไม่อาจปิดบัง ปลายนิ้วที่วางอยู่บนตั่งหยกเกร็งขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะคลายออก ราวกับเพิ่งควบคุมสติของตนได้ทันเวลา

ความคิดเรื่องเต้าหู้… หมากเม็ดต่างๆ ที่จะเอาไว้จัดการตระกูลเจียง เรื่องทั้งหมดนั้น ราวกับถูกลมพัดปลิวหายไปในพริบตา

สิ่งที่เหลืออยู่ในใจของนางยามนี้ มีเพียงคำเดียว

คือ…มีบุตร

อู๋เช่อเฟยกุมแขนเสื้อแน่น แม้ภายนอกจะยังคงนั่งอย่างสง่างาม แต่ภายในกลับสั่นไหวอย่างไม่อาจควบคุม

นางรอคอยสิ่งนี้มานานเพียงใด เพื่อก้าวขึ้นมาจนยืนอยู่ ณ จุดสูงสุดของตำหนักหลังแห่งจวนอ๋อง

แต่ก็ยังขาดสิ่งเดียว ที่จะทำให้นางมั่นคงอย่างแท้จริง

หากไร้ทายาท ต่อให้มีอำนาจเพียงใด สุดท้ายก็เป็นเพียงภาพลวงตา

โดยเฉพาะในยามนี้ เมื่ออู๋ชินอ๋องเริ่มชราขึ้น พระวรกายทรุดโทรมลงทุกวัน

เวลาของนาง…กำลังหมดลงทีละน้อย อายุของนางก็มีแต่เพิ่มไม่มีลด

นึกถึงเด็กเหลือขอนั่นที่อยู่ในเรือนเก่าๆ หากอู๋ชินอ๋องเป็นอะไรไป ทุกสิ่งทุกอย่างที่นางทำมาก็จะเสียเปล่า ความกังวลนั้น สะสมจนกลายเป็นความหวาดกลัวที่ไม่เคยเอ่ยกับผู้ใด

และในวันนี้ เด็กหญิงตัวน้อยตรงหน้า กลับเอ่ยคำว่ามีหนทางรักษาออกมาได้อย่างง่ายดาย

“จริงหรือ…”

อู๋เช่อเฟยเอ่ยออกมาโดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงอ่อนโยนลง ต่างจากเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง แววตาจ้องเหยาอวี้แน่น ราวกับกลัวว่าหากละสายตา คำตอบนั้นจะหายไป

เหยาอวี้ยังคงยิ้มอ่อน ดวงตาใสซื่อ ไม่มีความตื่นเต้น ไม่มีความยินดี ราวกับสิ่งที่กล่าวไปนั้น…เป็นเพียงเรื่องธรรมดา

ท่าทีเช่นนี้

ยิ่งทำให้อู๋เช่อเฟยเชื่อมั่นมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว เพราะหากเป็นเรื่องโกหก ย่อมไม่มีผู้ใดนิ่งได้ถึงเพียงนี้

ในใจของนาง ความหวังเริ่มก่อตัว ค่อยๆ แผ่ขยาย กลบความระแวง กลบความลังเล จนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้ความคิดอื่น

แม้แต่ความคิดที่เคยอยากครอบครองกิจการเต้าหู้ ก็ถูกผลักไปอยู่เบื้องหลังโดยสิ้นเชิง

เพราะสิ่งที่อยู่ตรงหน้า มีค่ามากกว่านั้นนับร้อยเท่า

อู๋เช่อเฟยสูดลมหายใจลึก พยายามดึงสติกลับมา แต่น้ำเสียงเมื่อเอ่ยอีกครั้ง กลับยังคงสั่นเล็กน้อย

“หาก…เจ้าทำให้เปิ่นกงตั้งครรภ์ได้จริง…เจ้าต้องการสิ่งใด เปิ่นกงย่อมไม่ตระหนี่”

คำพูดนั้น แฝงทั้งอำนาจ และความปรารถนาอย่างชัดเจน

เหยาอวี้มองนาง แววตาไม่เปลี่ยน เพียงก้มศีรษะเล็กน้อย ราวกับรับคำอย่างสุภาพ แต่ในใจ กลับนิ่งสงบ เหมือนมองหมากตัวหนึ่ง…ที่กำลังเดินเข้าสู่ตำแหน่งที่นางต้องการ โดยไม่รู้ตัว…

“ทั้งหมดย่อมเป็นพระเมตตาจากอู๋เช่อเฟยเหนียงเหนียงเพคะ” เหยาอวี้รับคำเหมือนเด็กหญิงที่ยินดี ราวกับได้รับลูกกวาดเป็นรางวัลอย่างใสซื่อ

ท่าทีที่ดูขัดๆ นี้  ย่อมแตกต่างกับความสามารถอันลึกล้ำของนางนัก

แน่นอนว่าอู๋เช่อเฟยย่อมมิได้วางใจทั้งหมด นางตั้งใจที่จะคว้าเรื่องนี้ไว้ในกำมือก่อน หากปรึกษากับหมอหลวงเรียบร้อย ว่ามีหนทางการรักษาร่างกายของตนได้จริง

เรื่องกิจการเต้าหู้ก็คงพูดกันอีกทีก็ย่อมได้

นางจึงกล่าวอย่างใจเย็นว่า

“เช่นนั้นเจ้าเขียนเทียบยาและวิธีการรักษามาเถิด ข้ามีหมอหลวงจากวังไม่น้อย ไม่ต้องให้เจ้าต้องดูแลเราด้วยตนเองให้เหนื่อย”

เหยาอวี้พยักหน้ายินดี กล่าวขอบคุณพระเมตตาไปอีกหลายคำ

จากนั้นที่เขียนเทียบยาและวิธีการรักษาออกมาโดยละเอียดทันที

โดยไม่สนเลยว่าอีกฝ่ายนั้น แฝงท่าทีเสร็จนาก็พร้อมจะฆ่าโคถึก…เพียงใด


 

[1] หวางเฟย (王妃 - Wángfēi) คือ ตำแหน่ง พระชายาเอก ขององค์ชายที่ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นอ๋องขึ้นไป