ตอนที่ 232
ตอนที่ 232
ตอนที่ 232
เพียงสองวันที่อู๋เช่อเฟยตั้งใจจะปล่อย เพื่อค่อยย้อนกลับไปจับไว้ในภายหลัง กลับกลายเป็นช่องว่างที่มากพอให้พวกเหยาอวี้หลุดพ้นจากเงื้อมมือของนางไปได้อย่างเงียบเชียบ จนกระทั่งยามเย็นของวันนั้น พวกเขาก็ถึงเหออันโดยไร้ผู้ใดตามทัน
เหออันในยามสนธยาอบอวลด้วยกลิ่นไอของชีวิตเรียบง่าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งจากท่าเรือไกลๆ แทรกมากับเสียงผู้คนที่ยังคงค้าขายไม่ขาดสาย แสงตะวันสุดท้ายทอดยาวเหนือหลังคาเรือน ไหลรินลงมาปะปนกับควันจากครัวเรือนจนเกิดเป็นภาพอบอุ่นที่คุ้นเคย ลบล้างเมืองร้างที่เคยมีหลังน้ำท่วม
หลังมื้อเย็นผ่านไป ทุกคนต่างแยกย้ายกลับเรือนพักทางฝั่งตะวันตกตามวิถีเดิม ไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงราวกับการเดินทางที่ผ่านมามิได้มีความหมายพิเศษใดนัก
ครั้นรุ่งเช้า แสงแรกของวันเพิ่งส่องผ่านม่านหมอกจาง ผู้คนในจวนก็เริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง แต่ละคนต่างมีหน้าที่ของตนเอง
เฉียนซื่อออกจากจวนตั้งแต่เช้าตรู่ เคียงข้างเจียงอวี้เหิงด้วยท่าทีกระตือรือร้น นางเอ่ยถึงการตรวจงานในโรงงานอย่างจริงจัง อีกทั้งยังตั้งใจจะแวะตรวจบัญชีที่ร้านชิงอวี้โต้วฝางต่อด้วย สีหน้ามุ่งมั่น
ส่วนเจียงมู่ไป๋เพียงให้คนมาบอกกล่าวสั้นๆ ว่าเขาจะไปพบหลินฉางเฟิงที่หอจิ่นอวิ๋น น้ำเสียงเรียบเฉยเหมือนทุกครั้ง ราวกับไม่มีเรื่องใดน่าใส่ใจเป็นพิเศษ
ท้ายที่สุด เหยาอวี้จึงเหลือเพียงลำพัง
เดิมทีนางตั้งใจจะไปเดินชมสวนในเรือนป่าใผ่ของมารดา แต่เมื่อคิดถึงเทียบเชิญที่ส่งออกไปเมื่อวานเย็น จึงเปลี่ยนใจแต่งตัวออกจากจวนแต่เช้า
นางเองก็มิได้คาดคิดว่าเซี่ยจวิ้นเหอจะตอบรับรวดเร็วถึงเพียงนี้ เพียงเช้าตรู่วันนี้ก็ให้บ่าวส่งการตอบรับเทียบเชิญกลับมา ราวกับเกรงว่าหากชักช้าแม้เพียงครู่ โอกาสบางอย่างจะหลุดลอยไป
ชื่อเสียงของตระกูลเจียงในเหออันนั้นเลื่องลือไปทั่ว ไม่ใช่เพียงเพราะความมั่งคั่ง หากแต่เป็นเพราะเต้าหู้ที่กลายเป็นหัวใจของการค้าขาย จนผู้คนกล่าวขานกันว่า หากไม่มีเต้าหู้จากตระกูลเจียง เศรษฐกิจของอำเภอคงขาดเสาหลักไปหนึ่งต้น ไม่ต่างจากท่าเรือเหออันที่คอยเชื่อมโยงผู้คนจากทุกสารทิศ
กลบเกลือนเรื่องกิจการผ้าไหมไปจนหมดสิ้น ทำให้คุณหนูสี่เจียงนั้น กลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงอย่างยิ่ง เพราะหลายคนเริ่มรู้แล้วว่า ตระกูลเจียงรองนั้นต้องรักใคร่เอ็นดูบุตรบุญธรรมผู้นี้มาก ขนาดยกโฉนดร้านเต้าหู้เป็นสินเดิมของนาง
ขณะเดียวกัน ตระกูลเซี่ยก็โดดเด่นไม่แพ้กัน
ผงนัวที่แพร่กระจายไปทั่วแคว้น ผ่านขบวนคาราวานของพวกเขาอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ทำให้ชื่อของเซี่ยจวิ้นเหอถูกกล่าวถึงไม่ขาดสาย
ยิ่งไปกว่านั้น การค้าผงนัวนั้นยังเป็นกิจการส่วนตัวของเขาเพียงผู้เดียว
อำนาจและผลประโยชน์ที่กุมอยู่ในมือ จึงทำให้แม้แต่คนในตระกูลเดียวกันก็ยังต้องเกรงใจ
เมื่อรถม้าหยุดลงหน้าเรือนน้ำชาฝูชุน กลิ่นใบชาหอมอ่อนก็ลอยมาต้อนรับตั้งแต่ยังไม่ก้าวเข้าไปด้านใน
อาคารไม้สูงสามชั้นตั้งตระหง่านอย่างสง่างาม บนถนนสายหลัก
ทันทีที่เหยาอวี้ก้าวผ่านธรณีประตู เสี่ยวเอ้อร์ก็รีบเข้ามาต้อนรับด้วยท่าทีคุ้นเคย
ไม่มีคำถาม ไม่ต้องเอ่ยชื่อ
เขาเพียงค้อมกายเล็กน้อย แล้วผายมือเชิญขึ้นไปยังชั้นบนสุดของเรือนน้ำชา ราวกับทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว
และผู้ที่รออยู่บนนั้น ก็รู้ดีว่านางจะต้องมาแน่นอน
“หากเจ้ายังไม่มา ข้าก็คิดจะไปหาเจ้าที่เจียงหนานแล้ว”
เซี่ยจวิ้นเหอเอ่ยขึ้นทันทีที่นางก้าวเข้าไปในห้องรับรอง
เหยาอวี้ชะงักไปเล็กน้อย ฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาอย่างมั่นใจเมื่อครู่ พลันช้าลงโดยไม่รู้ตัว
นางมิได้คาดคิดว่าจะได้ยินถ้อยคำเช่นนี้ ปลายคิ้วเรียวขยับขึ้นเล็กน้อย ดวงตาดอกท้อฉายแววลังเลอยู่ชั่วขณะ
เดิมที นางเป็นฝ่ายส่งเทียบเชิญมาเองก็จริง
แต่เหตุผลนั้น…เรียบง่ายยิ่ง
เพียงต้องการแจ้งเรื่องบัญชีฝากเงินให้ชัดเจนเท่านั้น
ไม่มีสิ่งใดซับซ้อน ไม่มีเรื่องเร่งด่วน ยิ่งไม่ถึงขั้นที่อีกฝ่ายจะต้องกล่าวว่าจะไปหานางถึงเจียงหนาน
ความคิดหนึ่งแล่นผ่านอย่างรวดเร็ว
หรือว่า…อีกฝ่ายมีเรื่องอื่นที่ต้องการพูดกับนาง? มิใช่ว่าตอนนี้กิจการกระเทียม …เอ่อ ผงนัวของเขานั้นไปด้วยดีหรอกหรือ?
เหยาอวี้ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ก้าวเข้าไปนั่งฝั่งตรงข้ามอย่างสำรวม
“คุณชายเซี่ยมีเรื่องด่วนหรือเจ้าคะ” นางเอ่ยถามเสียงเรียบ แต่แฝงความใคร่รู้เล็กน้อย
เซี่ยจวิ้นเหอพยักหน้า ก่อนจะยกมือส่งสัญญาณ
ไม่นาน เสี่ยวเอ้อร์ก็ยกถาดไม้เข้ามาวางลงบนโต๊ะ ภายในเรียงหัวกระเทียมจำนวนหนึ่ง กลีบแน่น สีขาวนวลอมเหลืองเล็กน้อย ดูสะอาดตาและสดใหม่กว่าที่พบตามท้องตลาดทั่วไป
เหยาอวี้มองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบขึ้นมา พลิกดูเบาๆ ปลายนิ้วสัมผัสเปลือกแห้งบางอย่างแผ่วเบา
คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
กลิ่น…สัมผัส…รวมถึงลักษณะของหัวกระเทียมเหล่านี้
มิใช่ของนำเข้าจากพ่อค้าโพ้นทะเล
หรือจะเป็น…ของที่ปลูกในเหออัน?
เพราะสัมผัสฟ้าดินที่ลึกล้ำเพิ่มพูน แม้จะไม่ถึงขั้นบ่งบอกรายละเอียดของสมุนไพร หรือวัตถุดิบได้ทั้งหมด แต่ยังพอจะแยกแหล่งกำเนิดของมันได้บ้าง ขอเพียงเป็นของที่นางเคยเห็นมาก่อน ย่อมพอบอกได้ว่าเป็นของจากแหล่งเดียวกันได้หรือไม่
“นี่เป็นกระเทียมที่ข้าปลูกมันขึ้นมาเอง” เซี่ยจวิ้นเหอกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
เหยาอวี้เห็นก็หัวเราะออกมา เพราะช่วงนี้นับว่าการปลูกกระเทียมยังได้ผลอยู่ แต่เมื่อเวลาผ่านไป หากเข้าสู่หน้าแล้ง ไหนเลยจะมีน้ำเหลือสำหรับเพาะปลูกได้
จึงได้แต่กล่าวเตือนอย่างเป็นนัยๆ ว่า
“ท่านปลูกได้เองก็นับว่าลดต้นทุนได้มาก แต่อย่ารีบตัดการติดต่อกลับพ่อค้าโพ้นทะเลเล่า หากขายดีมากจนไม่พอขาย อาจจะต้องยังพึงพาการนำเข้ากระเทียมอยู่”
เซี่ยจวิ้นเหอได้ฟังก็พยักหน้าไม่คิดมาก
ในใจคิดว่านางแค่กังวลจนเกินไป แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นการแนะนำที่ไม่ดี
“ข้าคิดว่าจะขายกระเทียมแบบนี้ไปเลย เพราะกระเทียมแม้จะเด็ดออกมาแล้ว ก็ยังมีอายุได้นาน เสียก็แต่ว่า คนอื่นเริ่มหาวิธีปลูกกระเทียมได้แล้ว ต่อไปก็จะกระทบต่อยอดขายผงนัวที่ทำจากกระเทียม”
เหยาอวี้ได้ฟังก็เลิกคิ้วสนใจ
“เหตุใดจึงจะขายกระเทียมเล่า มิใช่ตอนนั้นท่านก็กังวลเรื่องจะมีคนปลูกกระเทียมมาขายแข่ง จนให้ข้าช่วยคิดวิธีผลิตผงนัวมามิใช่หรือ หากท่านขายหัวกระเทียมเองเช่นนี้ มิใช่เป็นการเปิดจุดอ่อนของตนหรอกหรือ” เหยาอวี้ถาม
“เพราะข้าเริ่มปลูกกระเทียมแล้ว และการจะค้าส่งทั่วแคว้นได้ ไหนเลยจะใช้ที่ดินเพียงไม่กี่หมู่ ข้ากว้านซื้อที่ดินจำนวนมากเพื่อปลูกกระเทียมตั้งนานแล้ว ย่อมมีผู้ที่คาดเดาวัตถุดิบของผงนัวได้ไม่ยาก อีกอย่างขอเพียงคนที่จับตาดูโรงงานผลิตผงนัวสักหน่อย ก็รู้วิธีการทำแล้ว ศึกษาไม่นานก็คงหาผลกระเทียมมาขายแข่งกับผงนัวได้ ถึงตอนนั้นการขายผลกระเทียมโดยตรง ย่อมถูกกว่าการซื้อผงนัวของข้าเสียอีก” เซี่ยจวิ้นเหอมีหรือจะไม่อยากผูกขาดกิจการนี้แต่เพียงผู้เดียว
ทว่าการทำผงกระเทียมนั้นไม่ได้ยาก ไม่เหมือนเต้าหู้ ที่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีผู้ใดหาวิธีทำมันออกมาได้เช่นตระกูลเจียง
เหยาอวี้ได้ยินก็เข้าใจ ความจริงนางก็ไม่คิดจะนำกระเทียมมาหารายได้อยู่แล้ว แต่ได้เมื่อมีส่วนแบ่งในเรื่องนี้ นางย่อมต้องช่วยหาทางออก
“เช่นนั้นท่านก็ปลูกขายหัวกระเทียมไปเถิดเจ้าค่ะ ส่วนผงนัวนั้นอาจจะเพิ่มส่วนผสมที่ซับซ้อนขึ้นมา ท่านสามารถใช้เห็ดหอมที่ตากแห่งมาบดผสมเข้าไป และอย่างอื่นอีกนิดหน่อย จะทำให้ผงนัวได้รสชาติที่กลมกล่อมยิ่งขึ้น จนเรียกได้ว่าแค่มีผงนัวก็สามารถทำอาหารประเภทเนื้อได้อร่อยขึ้นโดยไม่ต้องปรุง ข้าจะเขียนสูตรไว้ให้ แต่คนที่ควบคุมสูตรนี้ท่านจะต้องหาคนที่ไว้ใจเป็นผู้ดูแลเอง”
เซี่ยจวิ้นเหอได้ยินดังนั้น สีหน้าก็ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะรู้ว่าเริ่มมีคนปลูกกระเทียมได้บ้างแล้ว
ความกังวลที่สะสมมาหลายวัน…คล้ายจะคลี่คลายลงในทันที ไม่แน่ว่าในอนาคตเขาก็รับซื้อกระเทียมทั้งหมดมาทำผงนัวอีกทอดก็ได้
เหยาอวี้มองสีหน้าของเซี่ยจวิ้นเหอที่ดีขึ้น ก่อนจะกล่าวต่ออย่างแผ่วเบา
“หากฝนจะตก ไหนเลยจะหยุดฝนได้ แต่ถ้าท่านยังอยากออกเดินทาง ย่อมต้องกางร่มเพื่อไปสู่จุดหมาย” นางหยุดเล็กน้อยแล้วกล่าวต่อ
“ดังนั้นเรื่องการกลัวผู้อื่นจะปลูกกระเทียมได้ หาใช่เรื่องที่น่าตกใจขนาดนั้น ท่านก็ได้ลิ้มลองรสชาติของการปรุงรสด้วยกระเทียมแล้ว หากเป็นอาหารที่มีเนื้อไหนเลยจะขาดกระเทียมได้อีก ตราบใดที่ผู้คนยังต้องดื่มกิน กระเทียมย่อมมีที่ทางของมัน ถูกผู้อื่นแบ่งการค้านี้ไป ก็ยังถือว่ามีช่องว่างอีกมากอยู่ดี หากต้องมากังวลอยู่แต่เรื่องที่ควบคุมไม่ได้เช่นนี้ มิสู้ทำให้ทั้งกระเทียม และผงนัวของท่านส่งถึงมือลูกค้าได้ง่ายกว่าคู่แข่งอื่นๆ เถิดเจ้าค่ะ”
“รับคำสั่งสอนจากเจ้าแล้ว” เซี่ยจวิ้นเหอถึงกับฟังนางจนนิ่งงันไป
เหยาอวี้ได้ยินเช่นนั้นก็ยกยิ้มบาง
“ตระกูลที่ค้าชาก็ไม่ได้มีตระกูลเซี่ยแต่เพียงตระกูลเดียว พวกท่านก็ยังดำรงค้าขายอยู่ได้เช่นกัน…เกิดเป็นคน หากโลภอยากได้ทุกอย่าง ก็รังแต่จะเสียสุขภาพทำร้ายตัวเองเจ้าค่ะ”
“เป็นข้าที่ละโมบเกินไป” เซี่ยจวิ้นเหอถึงกับทอดถอนใจ ไม่รู้ว่าคำนี้ใช้ปลอบใจเรื่องกระเทียม หรือรวมเรื่องของคนตรงหน้าด้วยหรือไม่
แต่ถึงอย่างไรยามนี้เห็นนางยังสบายดี เขาจึงได้แต่ปล่อยเวลาให้ผ่านพ้นไปก่อน
ทางบ้านเริ่มส่งแม่สื่อมาจับคู่ดูตัวสักพักแล้ว หากแต่เขายังสามารถอ้างเรื่องกิจการกระเทียมที่โด่งดังจนสามารถเลื่อนมันออกไปได้เรื่อยๆ แต่ก็ไม่รู้จะรั้งรอได้อีกนานเพียงใด
มองดูอีกฝ่ายที่ยังมีท่าทีไม่รู้ร้อนรู้หนาวเช่นนี้ ตัวเขาเองก็ยากนักที่จะเอ่ยปาก
อีกทั้งจางซื่อก็ไม่รู้ไปไหนแล้ว ได้ยินว่ากลับบ้านเก่า…
จากข้อมูลคือพวกนางรอนแรมมาจากทางเหนือ เพื่อมายังบ้านสามีที่หมู่บ้านเล็กๆ ในตำบลชิงเฟิงนั่น
เช่นนั้นจางซื่อก็คงอยู่ไกลมาก การที่เขาจะข้ามหน้าไปคุยเรื่องเช่นนี้กับนางเลย
จะเป็นการดีหรือไม่?
ย่อมต้องดีสิ…
ปกติการแต่งงานก็เป็นเรื่องของแม่สื่อ และบิดามารดาอยู่แล้ว…
เซี่ยจวิ้นเหอวาดผังแผนในใจ
ทว่าอีกเซี้ยวหนึ่งก็ต้องสะกดมันลงไป อาจจะเป็นเพราะเขารู้จักนางมาถึงเพียงนี้ ย่อมรู้ดีว่าอีกฝ่าย ไหนเลยจะเป็นคนที่ยอมฟังเพียงคำพูดแม่สื่อ และมารดา
คงไม่ใช่ว่า หากเดินหมากสุ่มสี่สุ่มห้า
ตัวเขาเองก็อาจจะสูญเสียนางไปตลอดกาล โดยที่…เรื่องหมั้นหมายยังไม่ได้เริ่มด้วยซ้ำ
จนบัดเดี๋ยวนี้จึงได้แต่สงบใจอยู่กับเรื่องกระเทียมต่อไป เพราะอีกฝ่ายอย่างไรก็เป็นเพียงเด็กแปดขวบเท่านั้น