LNCrawler

ตอนที่ 244

[อ่านฟรีทุกวัน] ชาติภพที่สาม ข้าไม่ขอเป็นผู้ใด [มีE-Book] — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 244

ตอนที่ 244


 

ยามเว่ยของวันรุ่งขึ้น เหยาอวี้ก็มาถึงจวนอ๋องตรงตามเวลานัด ไม่เร็วไม่ช้าเกินไปแม้แต่น้อย ราวกับคำนวณทุกย่างก้าวไว้ล่วงหน้าแล้ว รถม้าจอดลงหน้าประตู บ่าวรับใช้ที่เฝ้าอยู่ต่างรีบก้าวเข้ามาต้อนรับอย่างนอบน้อม

ต่างจากคราแรกอย่างเห็นได้ชัด และดีขึ้นว่าครั้งล่าสุดด้วย ไม่มีผู้ใดกล้าละเลยแม้แต่น้อย สายตาที่มองมายังเด็กหญิงผู้นี้ล้วนแฝงความระแวดระวังและเคารพอยู่ลึกๆ

เมื่อเหยาอวี้ก้าวเข้าสู่เรือนฝ่ายใน บรรยากาศก็ยิ่งชัดเจนขึ้นไปอีก ขันทีและนางกำนัลต่างหลีกทางให้โดยอัตโนมัติ การเคลื่อนไหวเป็นระเบียบและระมัดระวังเกินกว่าปกติ เหยาอวี้เพียงเหลือบมองผ่านๆ ก็รู้แล้วว่า อู๋เช่อเฟยผู้นั้นคงทราบผลของเทียบยาของนางไปแล้ว และผลลัพธ์ก็น่าจะทำให้อีกฝ่ายไม่กล้าดูแคลนตนอีกต่อไป

เมื่อก้าวเข้ามาภายในห้อง อู๋เช่อเฟยนั่งพิงตั่งหยกอยู่เช่นเคย สีหน้าดูมีเลือดฝาดขึ้นกว่าวันก่อนเล็กน้อย แม้ยังคงแฝงความอ่อนล้า แต่ดวงตากลับมีชีวิตชีวามากขึ้น เห็นเหยาอวี้เข้ามา นางก็ยิ้มบางอย่างพยายามให้ดูเป็นมิตร

“เจ้ามาแล้ว” นางเอ่ยเสียงอ่อนลงกว่าคราก่อน “เมื่อคืนหลังเสวยยา อาการของเปิ่นกงก็ดีขึ้นไม่น้อย”

เหยาอวี้พยักหน้าเล็กน้อย สีหน้าสงบนิ่งตามมารยาท ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้แล้วตรวจชีพจรตามปกติ ครานี้เพียงจับไม่นานก็ถอนมือออก “เป็นไปตามที่หม่อมฉันคาดไว้เพคะ หากรักษาต่อเนื่องอีกระยะ จะยิ่งเห็นผลชัดขึ้น แต่การปรับเทียบยาไม่สามารถทำได้โดยทันที ร่างกายของอู๋เช่อเฟยเหนียงเหนียงมีการสะสมจนเกิดโรคมายาวนาน ย่อมต้องใช้เวลา อีกเจ็ดวันรอหม่อมฉันได้เข็มที่สั่งทำพิเศษแล้ว จะเข้ามาฝังเข็มใหม่ และเริ่มการรักษาอย่างจริงจังเพคะ เพียงแต่ว่าวันนี้อย่างไรก็ต้องฝังเข็มทั่วไปก่อน เพื่อปรับสมดุลย์”

อู๋เช่อเฟยมองนางครู่หนึ่ง ราวกับกำลังชั่งใจ

รอมาตลอดหนึ่งคืน ก็เพื่อมารออีกน่ะหรือ?

แต่เมื่อนึกได้ว่าที่มันล่าช้ามาขนาดนี้ ก็เป็นเพราะตนเองที่อยากตั้งแง่นั่นแหละ

เมื่อคิดได้ดังนั้น จึงเอ่ยขึ้นอย่างเป็นกันเองมากขึ้นเล็กน้อย “เด็กเช่นเจ้า นับว่ามีความสามารถยิ่งนัก เปิ่นกงเองก็ชื่นชมอยู่ไม่น้อย” นางเว้นจังหวะเล็กน้อย คล้ายจะพูดเรื่องอื่นต่อ “พอดีว่าทางตระกูลสื่อของข้ามีหลานชายอยู่คนหนึ่ง เป็นบุตรชายสายตรงของฮูหยินเอก อายุไล่เลี่ยกับเจ้า ทั้งยังฉลาดหลักแหลม นิสัยก็นับว่าดีไม่น้อย หากมีโอกาสให้พวกเจ้ารู้จักกันไว้ก็คงเป็นเรื่องดี เจ้ายังเล็กนัก สมควรได้เที่ยวเล่นกับเพื่อนวัยเดียวกัน”

คำพูดฟังดูเหมือนเพียงแนะนำอย่างไม่ตั้งใจ

แต่ความหมายที่ซ่อนอยู่…ชัดเจนเกินไป

เหยาอวี้เพียงยิ้มบาง ไม่ได้รีบร้อนตอบรับหรือปฏิเสธ นางยกมือจัดแขนเสื้ออย่างเรียบร้อย ก่อนเอ่ยเสียงนุ่ม “หม่อมฉันตั้งแต่จำความได้ นอกจากอยู่กับคนในครอบครัว ก็ใช้เวลาทั้งหมดไปกับการทบทวนวิชาและตำราแพทย์เจ้าค่ะ”

นางเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาดอกท้อใสกระจ่าง แต่แฝงความจริงจังบางอย่าง “อีกทั้งอาการของอู๋เช่อเฟยเหนียงเหนียงในตอนนี้…แท้จริงแล้วไม่ง่ายเลยเพคะ แม้จะรู้วิธีรักษา แต่ต้องอาศัยความแม่นยำและความต่อเนื่องสูงมาก หากแบ่งสมาธิไปกับเรื่องอื่น เกรงว่าจะกระทบต่อการรักษาได้”

จากนั้นก็สายตาที่เปลี่ยนจากความลำบากใจ ก็พลันเป็นความร่าเริงสดใสแบบเด็กๆ แทน

“แต่ว่า…เมื่อวันใดที่หมอหลวงของเหนียงเหนียงมาแล้ว หม่อมฉันย่อมมีเวลาออกไปเที่ยวเล่นกับหลานชายของพระองค์แน่นอนเพคะ”

คำพูดนั้นเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นเสียยิ่งกว่าการถวายการรักษาเสียอีก แต่กลับทำให้คนที่เสนอเรื่องนี้ขึ้นมา ถึงกับมีสีหน้าถอดสีทันที

นางจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าอาการของตนยากต่อการรักษาเพียงใด แม้แต่หมอหลวงที่รู้วิธีรักษายังเคยบอกว่าเกินกำลังไปแล้ว หากมิใช่เพราะเด็กหญิงตรงหน้าผู้นี้ นางคงไม่มีความหวังใดหลงเหลือ

แล้วหากเด็กหญิงผู้นี้ต้องเสียสมาธิไปกับเรื่องอื่นที่ตนแทรกขึ้นมา นี่จะไม่ใช่ว่าเป็นการยกหินลงเท้าของตนหรอกหรือ

เมื่อคิดได้เช่นนั้น ความคิดเรื่องนี้ ก็ถูกกดทับลงไปทันที

ยิ่งไปกว่านั้น…หลานชายของพี่ชายตน

แม้จะเป็นสายตรงของฮูหยินเอก แต่ก็นิสัยเอาแต่ใจ งี่เง่า และไม่รู้จักกาลเทศะ

หากปล่อยให้ไปก่อกวนเด็กหญิงผู้นี้จริงๆ แล้วทำให้การรักษาของนางล่าช้าออกไป…ผลเสียย่อมตกอยู่กับตัวนางเอง

อู๋เช่อเฟยจึงได้แต่ยิ้มแห้งเล็กน้อย

“เช่นนั้นก็ช่างเถิด ให้เจ้าดูแลอาการของเปิ่นกงเพียงอย่างเดียวจะดีกว่า เพราะคงนานมากกว่าที่หมอหลวงของเปิ่นกงจะกลับมา” น้ำเสียงกลับมาอ่อนลงทันที และไม่วายหันกลับมากำชับเสียงเข้มอีกครั้ง “เรื่องเที่ยวเล่นก็ควรแต่พอดี แม้เจ้าจะยังเด็ก แต่การรักษาคน จะต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก รู้หรือไม่”

คำพูดนี้ย่อมไม่ผิด หากไม่ใช่ว่าตอนแรกนั้นนางพูดอีกอย่าง

แต่จะให้ทำเช่นไรได้ เทียบกับเรื่องอื่นๆ แล้ว ไหนเลยจะมีสิ่งใดสำคัญเท่าการตั้งครรภ์ และตัวนางเองเล่า

เหยาอวี้มองภาพนั้นแล้วลอบยิ้มเย็นๆ ในใจ ทำท่าทีเป็นครุ่นคิด ก่อนจะรับปากอย่างว่าง่าย แต่ไม่วายแสดงสีหน้าเหงาหงอยให้เหมาะสม เหมือนห่วงเล่น แต่ก็สะกดใจไว้

เรื่องการออกเรือน…

เมื่อก่อนนางถูกจางซื่อพูดกรอกหูแทบทุกวัน

ดังนั้นการจะรับมือกับเรื่องพวกนี้อย่างไร นางก็เหมืนอฝึกฝนซ้อมมือมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว กับแค่การหยั่งเชิงของคนภายนอกเช่นนี้ ไหนเลยจะนับว่าเป็นเรื่องยาก

ทั้งยังสามารถทำให้อีกฝ่ายต้องนึกเสียใจภายหลังอีกแล้ว ที่ก่อเรื่องนี้ขึ้นมาอีก

เหยาอวี้มองผ่านสีหน้าที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนั้นไป แล้วหยิบยาลูกกลอนออกมาหนึ่งเม็ด วางลงบนฝ่ามืออย่างมั่นคง ก่อนจะส่งให้บ่าวหญิงในเรือนอย่างไม่รีบร้อน

“นี่เป็นยาที่ใช้ร่วมกับการฝังเข็มครั้งรี้ นำยาเม็ดนี้ไปต้มกับน้ำหนึ่งถ้วย ใช้ไฟอ่อนเพียงหนึ่งเค่อก็พอ ต้มเสร็จแล้วรีบนำเข้ามาทันที ห้ามปล่อยให้ยาอุ่นหรือเย็นลง” น้ำเสียงของนางไม่ได้ดัง แต่ชัดเจนจนผู้ฟังไม่กล้าผิดพลาด บ่าวหญิงรับคำอย่างเร่งรีบ ก่อนจะถอยออกไปทำตามคำสั่ง

ไม่นานนัก ถ้วยยาก็ถูกนำกลับเข้ามา กลิ่นสมุนไพรอ่อนๆ ลอยขึ้นมาพร้อมไอร้อนจางๆ ภายในห้องที่ถูกเปลี่ยนจากโถงรับแขกมาเป็นห้องพักส่วนตัวเพื่อเตรียมการฝังเข็มเรียบร้อยแล้ว อู๋เช่อเฟยนอนเอนอยู่บนเตียง สวมเพียงชุดผ้าตัวในสีขาวบาง แขนเสื้อหลวมถูกพับขึ้นเพื่อเปิดเส้นลมปราณตามตำแหน่งที่ต้องใช้

บ่าวหญิงกำลังจะยกถ้วยยาขึ้นถวาย

แต่เหยาอวี้กลับยกมือห้าม

“ถ้วยนี้ไม่ได้ให้เสวย”

อู๋เช่อเฟยชะงักเล็กน้อย

ก่อนจะมองตามการเคลื่อนไหวของเด็กหญิง

เหยาอวี้หยิบล่วมยาของตนขึ้นมา คลี่ม้วนเข็มออกอย่างเป็นระเบียบ เข็มเงินเรียวยาวเรียงตัวเป็นแถว แสงสะท้อนของโลหะบางนั้นดูเย็นและคม นางหยิบเข็มทีละเล่ม จุ่มปลายลงในถ้วยยาร้อนช้าๆ ให้ไอน้ำและตัวยาเคลือบผิวเข็มบางๆ

ภาพตรงหน้านั้น…เป็นสิ่งที่อู๋เช่อเฟยไม่เคยพบเห็นมาก่อน

วิธีการที่ดูซับซ้อน ละเอียด และไม่เหมือนการฝังเข็มของหมอหลวง หรือหมอใดใดที่นางเคยได้รับการรักษาเลยแม้แต่น้อย

ทำให้นางอดรู้สึกยำเกรงขึ้นมาไม่ได้

เหยาอวี้วางเข็มที่แช่ยาแล้วลงบนผ้าสะอาด เรียงแยกไว้เป็นระเบียบ จากนั้นจึงเอ่ยขึ้นเบาๆ “เพราะยังไม่มีเข็มพิเศษ จึงต้องใช้วิธีนี้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ..อีกครู่หนึ่งจะเริ่มแล้วนะเพคะ”

อู๋เช่อเฟยพยักหน้า ค่อยๆ ล้มตัวลงนอนให้เรียบร้อยอย่างว่าง่าย

ห้องทั้งห้องเงียบลง แม้แต่ลมหายใจก็ดูเหมือนจะเบาบางลงตามไปด้วย

เหยาอวี้ก้าวเข้าไปใกล้ ปลายนิ้วแตะลงบนข้อมือของอีกฝ่ายอีกครั้ง ไม่ใช่เพื่อจับชีพจร แต่เพื่อรับรู้การไหลเวียนของลมปราณ จากนั้นจึงเลื่อนนิ้วไปตามแนวแขน ค่อยๆ กดจุดเบาๆ คล้ายกำลังหาตำแหน่งที่แม่นยำที่สุด

เมื่อได้จุดแล้ว เข็มแรกก็ถูกปักลงทันที ไร้ซึ่งความลังเลแม้แต่น้อย

ปลายเข็มจมลงใต้ผิวเพียงเล็กน้อย อู๋เช่อเฟยสะดุ้งนิดหนึ่ง แต่ความเจ็บกลับไม่รุนแรงอย่างที่คิด กลับเป็นความรู้สึกตึงๆ และอุ่นวาบเล็กน้อย

เหยาอวี้ไม่หยุด

เข็มที่สอง…สาม…สี่…

ถูกปักลงตามแนวเส้นลมปราณอย่างต่อเนื่อง การเคลื่อนไหวของนางนิ่ง สม่ำเสมอ และแม่นยำอย่างน่าประหลาด ไม่มีแม้แต่ความลังเล แต่ละเข็มปักลงในตำแหน่งที่ต่างกัน บางจุดลึก บางจุดตื้น บางจุดหมุนปลายเข็มเล็กน้อยเพื่อกระตุ้นการไหลเวียน

ไม่นานนัก

อู๋เช่อเฟยก็เริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในร่างกาย จากความเย็นที่เคยเกาะแน่นอยู่ลึกๆ กลับมีความอุ่นค่อยๆ แผ่กระจายขึ้นมา

จากแขน…สู่หัวไหล่…แล้วไหลลงสู่ช่วงลำตัวอย่างช้าๆ

ความหนักอึ้งที่เคยกดทับอยู่ เหมือนถูกคลายออกทีละส่วน

เหยาอวี้เลื่อนตำแหน่งลงไปยังช่วงหน้าท้อง ปลายนิ้วกดจุดเบาๆ อีกครั้ง ก่อนจะปักเข็มลงอย่างรวดเร็ว

ครานี้

อู๋เช่อเฟยถึงกับขมวดคิ้ว ความรู้สึกหน่วงลึกผุดขึ้นมาทันที ราวกับบางสิ่งถูกกระตุ้นจากภายใน

เหยาอวี้เห็นปฏิกิริยานั้น จึงหมุนปลายเข็มเล็กน้อย แรงกดนั้นค่อยๆ เปลี่ยนจากหน่วง เป็นอุ่นขึ้น แล้วคลายลง

นางยังคงปักเข็มต่อไปอย่างเป็นจังหวะ บางเข็มเชื่อมโยงกันเป็นแนว บางเข็มกระจายออกเพื่อเปิดทางการไหลเวียน ราวกับกำลังจัดระเบียบสิ่งที่ติดขัดอยู่ภายในร่างกาย

ผ่านไปชั่วครู่ เหยาอวี้จึงหยุดมือ

ปล่อยให้เข็มทั้งหมดทำงานอยู่ในตำแหน่งนั้น

ห้องทั้งห้องเงียบสงัดดังเดิม มีเพียงลมหายใจที่เริ่มสม่ำเสมอขึ้นของอู๋เช่อเฟย และความรู้สึกอุ่นที่ค่อยๆ แผ่ซ่านไปทั่วร่าง

เวลาผ่านไปอีกระยะหนึ่ง เหยาอวี้จึงเริ่มถอนเข็มทีละเล่ม การถอนก็รวดเร็วและแม่นยำไม่ต่างจากตอนปัก

เมื่อเข็มสุดท้ายถูกดึงออก อู๋เช่อเฟยก็รู้สึกเหมือนมีบางสิ่งถูกปลดออกจากร่างกายในพริบตา ความเบาสบายแผ่ซ่านขึ้นมาแทนที่ความหน่วงหนักที่เคยกดทับอยู่ลึกๆ ราวกับก้อนหินที่ถูกยกออกไปจากอก

ไออุ่นยังคงหลงเหลืออยู่ภายใน ไม่ใช่ความร้อนที่รุนแรง หากแต่เป็นความอุ่นนุ่มที่ค่อยๆ แทรกซึมไปตามเส้นลมปราณ กระจายออกจากจุดที่ถูกฝังเข็มไปทั่วร่างอย่างช้าๆ

ท้องที่เคยเย็นเยียบและตึงแน่น กลับรู้สึกผ่อนคลายลง แม้แต่ลมหายใจก็ยังเบาขึ้น

นางค่อยๆ ลืมตาขึ้น แววตาฉายความประหลาดใจอย่างไม่ปิดบัง ปลายนิ้วแตะลงที่ท้องน้อยอย่างไม่รู้ตัว ความรู้สึกอุ่นนั้นยังคงวนเวียนอยู่ ไม่จางหาย

ครั้งก่อนว่าเห็นผลทันตา รู้สึกได้โดยทันที ไหนเลยจะรู้ว่าครั้งนี้ยิ่งดีขึ้นมาอีก

นางแทบจะอดใจรอการรักษาที่แท้จริงไม่ไหวแล้ว