LNCrawler

ตอนที่ 251

[อ่านฟรีทุกวัน] ชาติภพที่สาม ข้าไม่ขอเป็นผู้ใด [มีE-Book] — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 251

ตอนที่ 251


 

เสียงพิณยังคงทอดยาวเป็นสายบาง แทรกด้วยจังหวะกลองที่ค่อยๆ เร่งขึ้นราวกับคลื่นน้ำที่เริ่มกระเพื่อมแรงขึ้นทีละน้อย ผ้าแพรสีอ่อนปลิวไหวในแสงโคม สตรีบนเวทีหมุนตัวเป็นวงกว้าง แขนเสื้อพริ้วไหวดุจหมอกบางเหนือสายน้ำหลานชาง

บรรยากาศทั้งหอหลิวยานคล้ายถูกสะกดไว้ด้วยความงดงามนั้น

แต่ในห้วงจังหวะที่งดงามที่สุด

บางอย่าง…กลับแทรกเข้ามา

เหยาอวี้ที่กำลังยกชาขึ้นดื่ม ชะงักเล็กน้อย

สัมผัสฟ้าดินของนาง…กระตุกขึ้นอย่างฉับพลัน

“พี่รอง…”

เจียงมู่ไป๋ไม่ได้หันมามอง แต่ปลายนิ้วที่ถือถ้วยชากลับหยุดนิ่งลงชั่วครู่

“อย่าขยับ” เขาตอบเบาๆ ราวกับพูดกับลม

เพราะเขาเอง…ก็รู้สึกได้แล้ว

สายตาเรียบเฉยค่อยๆ เคลื่อนไปยังเวทีด้านล่าง

และในเวลาเดียวกัน อาไฉที่ยืนอยู่ด้านหลัง ก็เหมือนเงาที่เริ่มมีตัวตนขึ้นมาอย่างเงียบงัน

เสียงกลองเร่งขึ้น จังหวะการร่ายรำเปลี่ยนเป็นเร็วและแรงขึ้น แขนเสื้อฟาดไปมาราวคลื่นที่เริ่มปั่นป่วน

แล้วในจังหวะหนึ่ง ผ้าแพรผืนยาวถูกเหวี่ยงออกมา พร้อมกับเงาแหลมคมนับสิบ ที่พุ่งแทรกออกจากผืนผ้า ตรงไปยังโต๊ะหนึ่งทางฝั่งซ้ายของหอ

เร็ว…และแม่นยำ

“ฉึก! ฉึก! ฉึก!”

เข็มพิษจำนวนมากถูกสาดออกไปในคราวเดียว ราวกับฝนเข็มที่พุ่งกระจายไร้ทิศทาง

แต่ก่อนที่ใครจะทันได้ร้อง เงาอีกสายหนึ่งพุ่งออกไปก่อน

“เคร้ง!”

เสียงกระทบโลหะดังแผ่ว เข็มพิษเล่มหนึ่งถูกดีดเบี่ยงออกไปกลางอากาศ ร่วงลงกับพื้นโดยไร้ทิศทาง

ทว่าฝนเข็มที่สาดออกมานั้น มิได้พุ่งลงเพียงเบื้องล่างทั้งหมด

ในความโกลาหลของผืนแพรและแรงเหวี่ยง บางเล่มกลับแฉลบเปลี่ยนทิศ พุ่งเฉียงขึ้นไปยังชั้นบนอย่างคาดไม่ถึง

แสงเย็นวาบสะท้อนผ่านปลายเข็มที่หมุนคว้าง

เพียงเสี้ยวพริบตา อาไฉขยับในทันที

ไม่มีท่าทางเตรียมตัวด้วยซ้ำ มือเพียงยกขึ้นเล็กน้อย มีดสั้นในมือสะบัดออกอย่างเรียบง่าย

“ฟึ่บ!”

ปลายมีดตะหวัดผ่านอากาศอย่างแม่นยำ

เข็มพิษที่พุ่งขึ้นมาถูกปัดเบี่ยงออกไปในคราวเดียว เส้นทางของมันเปลี่ยนทิศกลางอากาศ ร่วงตกลงไปด้านล่างโดยไม่แตะต้องผู้ใด

การเคลื่อนไหวนั้นสั้น…และเงียบ ราวกับไม่เคยเกิดขึ้น

เจียงเจ๋อหมินถึงกับคาดไม่ถึงว่าบ่าวข้างกายน้องชายจะมีฝีมือขนาดนี้!

และเสียงกรีดร้องก็ดังขึ้นแทบจะพร้อมกัน

“อ๊าก…!”

“ระวัง!”

“มีคนลอบทำร้าย!”

“เรียกหมอ! เร็วเข้า!”

“ปิดทาง! อย่าให้ใครออกไป!”

หอหลิวยานพลันกลายเป็นความโกลาหลในพริบตา

นางรำแตกกระเจิง ผ้าแพรพันกันยุ่งเหยิง บางคนล้มลง บางคนวิ่งหนี

ด้านล่างของหอ

แขกผู้หนึ่งที่นั่งอยู่แถวหน้า ชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะร้องออกมาอย่างเจ็บปวด

เข็มพิษปักเข้าที่ไหล่ของเขาอย่างแม่นยำ เลือดซึมออกมาเพียงเล็กน้อย แต่สีหน้ากลับซีดลงอย่างรวดเร็ว

“เรียกหมอ! เร็วเข้า!”

“มีคนโดนเข็มพิษ!”

เสียงโหวกเหวกดังขึ้นระงม ผู้คนแตกตื่น บางคนพยายามหนี บางคนเบียดกันจนเกือบล้ม

ขณะที่ความวุ่นวายกำลังลุกลาม

อีกมุมหนึ่งของเวที

เด็กหญิงตัวเล็กคนหนึ่ง…

นางมิใช่นางรำ นางเพียงยืนถือผ้าแพรสำรองให้สตรีที่ด้านข้างเวทีใกล้กับแขกชายที่ล้มลงคนนั้น รูปร่างผอมบางจนแทบถูกกลืนหายไปในแสงเงา ใบหน้าซูบซีด ท่าทางเหมือนจะคุ้นเคยกับงานหนักมากกว่าการแสดง

ยังไม่ทันเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

เข็มพิษหนึ่ง…พลาดจากเป้าหมาย แล้วปักลงที่ต้นแขนของนางโดยตรง

“อ๊ะ…”

เสียงเล็กเบาจนแทบไม่ได้ยิน ร่างผอมบางสั่นไหว ก่อนจะทรุดลงกับพื้น

ไม่มีใครสังเกตเห็น

เพราะทุกสายตา…กำลังจับจ้องไปยังแขกชายผู้นั้นที่ดูเหมือนจะเป็นคนสำคัญ แขกคนอื่นๆ

บนชั้นสอง

เหยาอวี้ลุกขึ้นแทบจะทันที

“มีคนโดนเข็มนั่นหลายคน” นางกล่าวเสียงต่ำ

เจียงมู่ไป๋ไม่ตอบ แต่สายตาที่เคยเฉื่อยชา กลับเย็นลงในพริบตา

อาไฉที่ยืนอยู่ด้านหลัง ขยับเพียงก้าวเดียว ก็หายไปจากตำแหน่ง

ขณะเดียวกัน

เหยาอวี้ไม่รอช้า นางก้าวลงจากที่นั่ง

“ข้าลงไปหน่อยนะเจ้าคะ”

ยังไม่ทันรอคำตอบ นางก็เคลื่อนตัวไปถึงขอบบันไดอย่างรวดเร็ว

“น้องสี่!” เจียงจื่อหรงเรียกตามอย่างตกใจ แต่เด็กหญิงกลับไม่หันกลับมา ปลายเท้าเล็กๆ เคลื่อนไหวรวดเร็วผิดวัย

เจียงมู่ไป๋ไม่ได้ห้าม เพียงยกมือขึ้นเล็กน้อย ทันใดนั้น เงาหลายสายก็แทรกตัวลงไปด้านล่างอย่างเงียบงัน

กันคน…เปิดทาง…โดยไม่มีใครทันสังเกต

เหยาอวี้ตรงไปด้านข้างเวทีโดยไม่ลังเล

เสียงเรียกหาหมอดังระงม

“ใครก็ได้ช่วยที!”

“เขาโดนพิษ!”

เหยาอวี้กวาดตามองเพียงครั้งเดียว ก่อนจะตัดสินใจทันที

ไม่ใช่แขกชายผู้นั้น…

แต่เป็น…เด็กหญิงที่นอนแน่นิ่งอยู่ข้างเวที

นางรีบเข้าไปคุกเข่าลงข้างกาย จับแขนเล็กนั้นขึ้นมาดู เข็มพิษยังปักอยู่ ผิวเริ่มเปลี่ยนสีคล้ำเล็กน้อย

“พิษกระจายเร็วมาก…”

เหยาอวี้ขมวดคิ้ว แต่สีหน้ากลับนิ่งอย่างน่าประหลาด มือเล็กยกขึ้นอย่างมั่นคง

“อย่าขยับ” นางบอก ทั้งที่อีกฝ่ายแทบหมดสติแล้ว

จากนั้น

“ฉึก!”

นางดึงเข็มออกในจังหวะเดียว แล้วรีบกดจุดเหนือบาดแผลทันที ปลายนิ้วกดลงอย่างแม่นยำ สกัดการไหลของพิษไม่ให้ลามขึ้นหัวใจ

มืออีกข้างหยิบยาลูกกลอนออกมา บีบปากเด็กหญิงเล็กน้อย แล้วป้อนเข้าไป

“กลืน”

น้ำเสียงสั้น กระชับ

ไม่ใช่คำปลอบโยน แต่เป็นคำสั่ง

ราวกับหมอที่คุ้นเคยกับความเป็นความตาย

ไม่นานนัก ลมหายใจที่แผ่วเบา ก็เริ่มกลับมาสม่ำเสมอขึ้นเล็กน้อย สีคล้ำที่แขนหยุดลาม

เหยาอวี้ถอนหายใจเบาๆ

ขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่ง

แขกผู้นั้นเริ่มอาการหนักขึ้น คนรอบตัววุ่นวายยิ่งกว่าเดิม

“หมออยู่ไหน!”

“รีบช่วยนายท่าน!”

เหยาอวี้เหลือบมองเพียงครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจตะโกนออกไป

“พวกเจ้า ช่วยกันพยุงเขานอนราบ อย่าให้เลือดไหลเร็ว” นางสั่งเสียงเรียบ

แม้จะเป็นเพียงเด็กหญิง แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด คนรอบตัวกลับเชื่อฟังโดยไม่รู้ตัว

จากนั้นนางก็ลุกขึ้น เดินไปยังแขกชายผู้นั้น สายตาสงบเยือกเย็น ไร้ซึ่งท่าทีเด็กหญิงผู้ไร้เดียงสาที่นางชอบทำอยู่เป็นนิจ

บนชั้นสอง ทุกคนมองภาพนั้นเงียบๆ

เจียงมู่ไป๋ปลายนิ้วเคาะถ้วยชาเบาๆ

รอคอย…

ไม่นานนัก…

อาไฉกลับมาแล้ว

“เป็นการลอบสังหารขอรับ เป้าหมายคือพ่อค้าคนนั้น”

เจียงมู่ไป๋พยักหน้าเล็กน้อย

แขกชายผู้นั้นก็คือพ่อค้ารายใหญ่คนหนึ่ง

สายตายังคงจับจ้องไปยังเด็กหญิงที่กำลังรักษาคนอยู่กลางความโกลาหล

“แล้วนางล่ะ” เขาเอ่ยเบาๆ

อาไฉมองตาม

เด็กหญิงตัวเล็กที่ถูกช่วยไว้…ยังนอนอยู่ข้างล่างเวที

“บ่าวรับใช้ของหอคณิกาทีนี่ขอรับ…ได้สืบได้ว่าเป็นบุตรของอดีตนางคณิกาอันดับหนึ่ง เหมือนจะแค่โดนลูกหลงเท่านั้น”

เจียงมู่ไป๋ไม่กล่าวสิ่งใดต่อ เพียงมองเหยาอวี้ที่ยืนอยู่ท่ามกลางความวุ่นวาย

ตัวเล็กนิดเดียว …

แต่กลับเป็นศูนย์กลางของทุกสายตาในยามนี้แล้ว