ตอนที่ 252
ตอนที่ 252
ตอนที่ 252
ผู้คนถูกเข็มพิษมิใช่เพียงหนึ่งหรือสอง หากแต่มีอยู่หลายคน ทั้งนางรำที่สีหน้าซีดเผือด บ่าวหญิงตัวเล็กที่แทบหมดสติ และแขกบางคนที่กุมแขนหรือไหล่ด้วยอาการเจ็บแปลบ สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยพิษที่กำลังแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือด
ทุกคนจึงมองว่านี่เป็นการสร้างสถานการณ์ทำลายความน่าเชื่อถือของหอหลิวยาน คาดว่าจะเป็นคู่แข่ง หรือศัตรูทางการค้า
ในท่ามกลางความสับสนวุ่นวายนั้น เด็กหญิงตัวน้อยผู้หนึ่งกลับยืนอยู่กลางกระแสคลื่นแห่งความตื่นตระหนกอย่างสงบนิ่ง
เหยาอวี้มิได้ลนลาน มิได้ตื่นตกใจ นางเคลื่อนไหวอย่างเป็นจังหวะดุจผู้ที่คุ้นเคยกับสถานการณ์เช่นนี้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
มือเล็กหยิบขวดยาออกมาอย่างคล่องแคล่ว เปิดฝาอย่างมั่นคง ก่อนจะเทเม็ดยากลมเล็กออกมาบนฝ่ามือทีละหลายเม็ด กลิ่นหอมจางของสมุนไพรลอยขึ้นผสมกับกลิ่นเครื่องหอมในหอ กลายเป็นกลิ่นที่ทำให้ผู้คนรู้สึกสงบลงอย่างประหลาด
“มียาระงับพิษพอดี ผู้ที่ถูกเข็มพิษกินไปคนละเม็ด”
นางกล่าวเพียงสั้นๆ เสียงไม่ดังนัก หากแต่กลับชัดเจนพอให้ผู้คนรอบด้านได้ยิน
ไม่มีคำอธิบาย ไม่มีท่าทีโอ้อวด
ผู้ที่ยังมีสติอยู่ต่างรีบรับยานั้นไปอย่างไม่ลังเล เพราะในยามที่ความหวาดกลัวกัดกินหัวใจเช่นนี้ ต่อให้เป็นฟางเส้นเดียวก็ย่อมคว้าไว้แน่น
เหยาอวี้มิได้หยุดอยู่เพียงการแจกยา
นางคุกเข่าลงข้างคนที่โดนพิษแต่ละคน มือเล็กยื่นไปจับชีพจรอย่างแม่นยำ ดวงตาดอกท้อที่เคยสดใสยามนี้กลับนิ่งลึก ราวกับสายน้ำที่มองเห็นก้นบึ้ง
“พิษเข้าไม่กระจาย แค่ชะลอการไหลเวียนของโลหิต อีกครู่หนึ่งจะดีขึ้น”
“เจ้ามีอาการแน่นอกมานานแล้วใช่หรือไม่ เส้นลมปราณติดขัด พอกินยานี้แล้ว อย่าลืมหลีกเลี่ยงของมัน ของหวาน”
“ท่านผู้นี้…ตับอ่อนแออยู่เดิม พิษจึงออกฤทธิ์เร็วกว่า ต้องพักให้มากหน่อย”
คำพูดแต่ละคำเรียบง่าย หากแต่แม่นยำราวกับมองทะลุเข้าไปในร่างกายของผู้คนได้โดยตรง
ผู้ที่ถูกจับชีพจรต่างมีสีหน้าตกตะลึง บางคนถึงกับเบิกตากว้าง เพราะสิ่งที่เด็กหญิงกล่าวนั้น…ล้วนเป็นอาการที่พวกเขาเก็บซ่อนไว้มานาน แม้แต่คนใกล้ชิดก็ยังไม่รู้
ในสายตาของผู้คน เด็กหญิงผู้นี้จึงไม่ต่างจากผู้ช่วยชีวิต ที่ปรากฏขึ้นท่ามกลางความวุ่นวาย
ยิ่งเมื่อฤทธิ์ยาค่อยๆ แผ่ซ่านออกไป
สีหน้าซีดเซียวที่เคยเหมือนคนใกล้ตายค่อยๆ มีเลือดฝาดกลับมา ความเย็นวูบวาบในร่างกายค่อยๆ คลายตัว กล้ามเนื้อที่เคยเกร็งเริ่มผ่อนคลาย
แม้ยังอ่อนแรง…แต่ก็ไม่ใช่ความสิ้นหวังเช่นเมื่อครู่
เสียงโกลาหลจึงค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นเสียงซุบซิบ
จากความตื่นตระหนก…กลายเป็นความนับถือ
เพราะจริงๆ แล้วยานั้นไม่ใช่ยาระงับพิษ แต่เป็นยาสลายพิษนับร้อยที่มีส่วนผสมของน้ำทิพย์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ซึ่งเหยาอวี้ปรุงไว้เผื่อกรณีฉุกเฉิน และพกติดตัวไว้ตลอด
แม่เล้าของหอหลิวยานที่เดิมสีหน้าเคร่งเครียดดุจถูกกดทับด้วยหินหนัก บัดนี้กลับรีบก้าวเข้ามาด้วยท่าทีอ่อนน้อมอย่างยิ่ง
“แม่นางน้อย…เชิญทางนี้เจ้าค่ะ”
บ่าวรับใช้หลายคนรีบเข้ามาล้อมรอบ จัดเก้าอี้ น้ำชา และผ้าสะอาดให้เหยาอวี้อย่างระมัดระวัง ราวกับเกรงว่านางจะเหนื่อยล้าหรือไม่สบายแม้เพียงน้อย
เหยาอวี้เพียงส่ายหน้าเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ
นางนั่งลง แล้วขอสี่สมบัติล้ำค่าในห้องหนังสือ จากนั้นเริ่มเขียนเทียบยาอย่างตั้งใจ ปลายพู่กันเคลื่อนไหวอย่างมั่นคง เส้นหมึกที่ลากผ่านกระดาษขาวสะอาดราวสายน้ำที่ไหลอย่างเป็นระเบียบ
แต่ละแผ่นถูกส่งต่อไปยังผู้ป่วยแต่ละคน
ไม่มีการเลือกปฏิบัติ
ไม่มีการแบ่งชนชั้น
ไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นแขกผู้มั่งคั่ง หรือนางรำผู้ต่ำต้อย ต่างได้รับการดูแลเช่นเดียวกัน
ภาพนั้น…สงบนิ่ง
ตัดขาดจากความวุ่นวายรอบด้าน ราวกับมีโลกอีกใบหนึ่งกางขึ้นตรงกลางหอหลิวยาน
โลกที่มีเพียงเด็กหญิงตัวเล็ก กับชีวิตของผู้คนที่นางกำลังประคองไว้ทีละคน
“เจ้าพูดมาเถิด เดี๋ยวข้าเขียนให้” เป็นเจียงมู่ไป๋ที่เดินลงมาแล้ว ด้านหลังยังมีเจียงเจ๋อหมินกับเจียงจื่อหรงที่มีใบหน้าซีดเซียวเหมือนกับโดนพิษทั้งที่ไม่ได้โดน
วันนี้ไม่รู้ว่าก้าวขาข้างไหนออกจากจวน เหตุใดการเที่ยวเล่นของนาง จึงได้ถูกรุมทำลายเช่นนี้ตลอดทาง
เจียงจื่อหรงทั้งตกใจ ทั้งท้อแท้
เหยาอวี้เห็นดังนั้นก็ยิ้มให้ทันที เลื่อนกระดาษไปทางเขา ส่วนบ่าวรับใช้ก็ไหวพริบดี รีบเตรียมเก้าอี้มาเพิ่มให้ทันที
“ชิงไต้สามเฉียน หวงฉินสองเฉียน ปั้นหลานเกินสองเฉียน กันเฉ่าเฉียนครึ่ง บดรวมกันแล้วต้มกับน้ำหนึ่งถ้วยครึ่ง เคี่ยวจนเหลือหนึ่งถ้วย”
ปลายพู่กันในมือเจียงมู่ไป๋เคลื่อนไหวอย่างมั่นคง อักษรแต่ละตัวเรียงตัวงดงามราวสายน้ำไหล ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย
เหยาอวี้เพียงเหลือบมองเล็กน้อยก็รู้ว่าเขาต้องเขียนถูกต้องครบถ้วน เพราะนางรู้ว่าเขาความจำดีมาก
นางรับกระดาษแผ่นนั้นมา ก่อนยื่นให้บ่าวรับใช้ที่ยืนรออยู่ข้างกาย
“เอาไปให้นางรำชุดชมพูปากแดงคนนั้น”
บ่าวผู้นั้นรีบรับไปทันที ไม่กล้าถามแม้แต่น้อย
เหยาอวี้ไม่หยุดเพียงเท่านั้น
นางหันกลับมา เอ่ยต่อราวกับทุกอย่างอยู่ในความคิดเรียบร้อยแล้ว
“อีกคน…”
“จื่อซูสองเฉียน ฝูหลิงสามเฉียน ต้าเจ่าอีกสองผล เซิงเจียงสามแว่น น้ำสองถ้วย เคี่ยวให้เหลือหนึ่งถ้วยครึ่ง”
เจียงมู่ไป๋ยังคงเขียนต่อโดยไม่เงยหน้า
เหยาอวี้รับกระดาษอีกแผ่นมาเช่นเดิม ปลายนิ้วเล็กแตะกระดาษเพียงครู่ ก่อนจะยื่นออกไป
“ไปให้แขกหญิงชุดฟ้าคนนั้น”
เหยาอวี้ยังคงเอ่ยชื่อสมุนไพรต่อไปทีละรายการ
บางชุดเน้นขับพิษ
บางชุดเน้นบำรุง
บางชุดเน้นปรับสมดุลภายใน
ราวกับนางสามารถจดจำร่างกายของแต่ละคนได้โดยไม่ต้องลังเล หรือตรวจซ้ำอีก
เสียงของนางไม่ดัง แต่กลับชัดเจนพอให้คนรอบด้านเงียบลงโดยไม่รู้ตัว
แม้แต่เจียงเจ๋อหมินที่ยืนอยู่ด้านหลัง ยังอดกลืนน้ำลายไม่ได้ นี่เป็นครั้งแรกจริงๆ ที่เห็นนางออกตรวจรักษาคนอื่นเช่นนี้ ทั้งยังเป็นการรักษาคนจำนวนมากด้วย
เมื่อความวุ่นวายค่อยๆ คลี่คลายลงราวคลื่นที่อ่อนแรงหลังพายุผ่านพ้น
บรรยากาศภายในหอจึงค่อยๆ สงบลงทีละน้อย ราวกับผิวน้ำที่กลับมาเรียบเนียนอีกครั้ง
ทว่าความสงบนั้นหาได้มาพร้อมกับคำตอบ
คนของหอหลิวยานกระจายกำลังตรวจสอบไปทั่วทั่งเวทีและบริเวณโดยรอบ แต่ไม่ว่าพวกเขาจะค้นหาอย่างละเอียดเพียงใด ก็ไม่อาจจับร่องรอยของผู้ลงมือได้เลย ราวกับอีกฝ่ายเป็นเพียงเงาที่แทรกตัวเข้ามาและหายไปโดยไม่ทิ้งร่องรอยแม้แต่น้อย
ยิ่งเป็นเช่นนี้ สีหน้าของแม่เล้าผู้ดูแลหอก็ยิ่งเคร่งเครียด
นางย่อมรู้ดีว่า ผู้ที่สามารถลงมือกลางหอหลิวยานโดยไม่ถูกจับได้เช่นนี้ ย่อมไม่ใช่คนธรรมดา
และยิ่งรู้…ก็ยิ่งไม่กล้าฝืน
สุดท้าย นางจึงจำต้องเลือกทางที่ปลอดภัยที่สุด
ปล่อยให้เรื่องนี้จบลง…โดยไม่ขยายความ
แม่เล้าก้าวขึ้นไปยังเวทีอีกครั้ง เสื้อผ้าและเครื่องประดับยังคงงดงามดังเดิม หากแต่สีหน้ากลับแฝงความอ่อนน้อมอย่างเห็นได้ชัด
นางกวาดสายตามองแขกทั้งหอ ก่อนจะย่อตัวลงเล็กน้อยอย่างงดงาม
“วันนี้เกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นในหอหลิวยานของเรา ทำให้ทุกท่านต้องตกใจและไม่สบายใจ ข้าขออภัยเป็นอย่างยิ่งเจ้าค่ะ”
น้ำเสียงของนางนุ่มนวล แต่หนักแน่นพอให้ทุกคนได้ยิน
“ความปลอดภัยของแขกทุกท่านคือสิ่งที่หอหลิวยานให้ความสำคัญสูงสุด เหตุการณ์ในวันนี้ ข้าจะตรวจสอบให้ถึงที่สุด และจะไม่ให้เกิดขึ้นอีกเป็นอันขาด”
กล่าวถึงตรงนี้ นางหยุดเล็กน้อย ก่อนจะโค้งตัวลงลึกขึ้นอีกระดับ
“เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อทุกท่าน แขกผู้มีเกียรติที่มาในวันนี้ ทุกท่านจะได้รับสิทธิ์ส่วนลดพิเศษในการมาเยือนครั้งถัดไป หวังว่าจะเป็นการชดเชยความไม่สะดวกในวันนี้ได้บ้างเจ้าค่ะ”
คำกล่าวนั้นเรียบง่าย แต่กลับแฝงด้วยความจริงใจและความระมัดระวังในทุกถ้อยคำ
เพราะนางรู้ดีว่า…แขกที่อยู่ในหอวันนี้ ล้วนมิใช่ผู้ที่สามารถล่วงเกินได้ง่าย
เสียงซุบซิบดังขึ้นเบาๆ
บางคนพยักหน้า
บางคนยังมีสีหน้าครุ่นคิด
บางคนเลือกจะไม่พูดสิ่งใด
แต่ไม่มีผู้ใดลุกขึ้นโต้แย้งหรือเอาเรื่อง เพราะรู้ว่าผู้ที่เสียหายที่สุดวันนี้ก็เป็นหอหลิวยาน
อีกทั้งที่นี่มิใช่สถานที่ธรรมดา
และผู้ที่กล้าลงมือในที่แห่งนี้…
ย่อมมีเบื้องหลังที่ลึกซึ้งกว่าที่เห็น
ดังนั้น เมื่อแม่เล้าให้คนเปิดทางให้ ผู้คนจึงค่อยๆ ทยอยลุกขึ้น