LNCrawler

ตอนที่ 45

[อ่านฟรีทุกวัน] ชาติภพที่สาม ข้าไม่ขอเป็นผู้ใด [มีE-Book] — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 45

ตอนที่ 45


 

รุ่งเช้าหลังฝนซา อากาศเย็นชื้นปกคลุมหมู่บ้าน หลัวเหอในฐานะผู้นำสายหลักเป็นผู้เดินนำขบวนขึ้นเขาทางตะวันตก ทางดินลื่นเล็กน้อย แต่วันนี้ไม่มีเสียงกระทบกระทั่ง มีเพียงเสียงฝีเท้าและเสียงลมหายใจที่ผสานกันเป็นจังหวะเดียว

ผู้ชายเดินนำหน้า ผู้หญิงและเด็กตามหลังตามธรรมเนียม หลัวเหอถือธูปกำใหญ่กับบัญชีรายชื่อบรรพชนในมือ สีหน้าเคร่งขรึมกว่าวันปกติ หลัวเซินเดินถัดไปครึ่งก้าว ท่าทีสำรวมอย่างยิ่ง

หลัวเหวินและหลัวจางหมิ่นเดินตามหลังผู้ใหญ่ เงียบกว่าทุกครา

ส่วนจางซื่อกับเหยาอวี้เดินอยู่ตอนท้ายของขบวน สองแม่ลูกมิได้ถูกกันออกไปอย่างชัดแจ้ง ทว่าก็ไม่เคยถูกดึงเข้าไปกลางวงเช่นกัน

เหยาอวี้มองหมอกที่ลอยคลุมยอดไม้ สีหน้าสงบเฉยดุจคนนอกเรื่อง แต่นางแปลกใจที่จางซื่อ ผู้เป็นมารดา ก็เดินด้วยสีหน้าเรียบเฉยเช่นเดียวกัน ไม่มีความอาลัย ไม่มีความศรัทธา มีเพียงท่าทีทำตามหน้าที่

หรือบางที… เมื่อคนเราถูกกันออกจากใจของสกุลมานานพอ แม้แต่บรรพบุรุษของสกุลสามีนั้นก็ยากจะรู้สึกผูกพัน

ฮวงซุ้ยตระกูลหลัวตั้งเรียงลดหลั่นตามไหล่เขา เนินดินครึ่งวงกลมโอบรับแผ่นป้ายศิลาจารึกสีหม่น กำแพงดินบางจุดมีรอยร้าวตามที่หลัวเซินกล่าวไว้

เมื่อมาถึง หลัวเหอสั่งการทันที

“เริ่มปัดกวาด”

ชายฉกรรจ์รับใช้ที่หลัวเซินพามาช่วยกันถางหญ้าและวัชพืชรอบเนิน เขามองน้องชายด้วยสายตาริษยา ปีนี้ดูเหมือนเขาหลัวเซินจะก้าวหน้าขึ้นไปเรื่อยๆ ขนาดมีคนรับใช้แล้ว จาหนั้นเขาก็ย้ายสายตาไปยังหลัวเหวิน มุ่งมั่นกับใจว่าไม่ว่าเรื่องใดจะต้องส่งหลานชายก้าวสู่เส้นทางขุนนางให้ได้

หลัวเหวินใช้ผ้าสะอาดเช็ดแผ่นป้ายศิลาจารึกทีละแผ่น หลัวจางหมิ่นช่วยขนถังน้ำมาราดล้างดินโคลนตามแนวกำแพง ไม่ว่าจะมีนิสัยเช่นไร ก็มิอาจละเลยบรรพบุรุษได้

ฝ่ายหญิงจัดเตรียมของเซ่นไหว้ ไก่ต้ม หมูสามชั้น ขนมเข่ง ขนมเทียน ผลไม้ และสุรา

ผ้าแดงถูกปูลงหน้าเนินดินอย่างเรียบร้อย เมื่อทุกอย่างพร้อม หลัวเหอเป็นผู้จุดธูปก่อนใคร ควันธูปลอยขึ้นช้าๆ ปะทะสายลมเช้า เขาคุกเข่าลงตรงหน้าป้ายหลักของบรรพชน กล่าวคำบอกกล่าวเสียงต่ำหนักแน่น

บอกถึงปีที่ผ่านมา บอกถึงการสอบของลูกหลาน บอกถึงการซ่อมแซมฮวงซุ้ยในปีนี้ ถ้อยคำของเขามั่นคง สมฐานะผู้นำสกุล จากนั้นลูกหลานจึงทยอยคุกเข่าตามลำดับอาวุโส กระดาษเงินกระดาษทองถูกจุดไฟ เปลวไฟลุกโชน กลืนกินแผ่นกระดาษทีละแผ่น เถ้าถ่านปลิวขึ้นสู่ฟ้า เสียงประทัดแตกดังไล่วิญญาณร้ายตามธรรมเนียม ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น

เมื่อเสร็จพิธี ทั้งหมดจึงทยอยลงเขา กลับถึงเรือนก็มีการตั้งสำรับอีกครา มื้อเที่ยงวันนี้น้อยกว่าเมื่อคืน แต่ยังครบถ้วนตามธรรมเนียม

หลัวเซินยกจอกสุราขึ้น สีหน้าเปี่ยมความพึงพอใจ ซ่งเยว่หรงเองก็ดูผ่อนคลายอย่างเห็นได้ชัด สิ่งที่ควรพูดได้พูดแล้ว สิ่งที่ควรตกลงได้ตกลงแล้ว

สำหรับพวกเขา การเดินทางครั้งนี้ประสบผลเกินคาด

จนกระทั่งยามบ่ายคล้อย รถม้าถูกเตรียมอีกครั้ง หลัวเซินก้าวมาคำนับพี่ชาย “อีกไม่นานเราคงพบกันอีก ขอให้พี่ใหญ่ดูแลสุขภาพขอรับ”

หลัวเหอพยักหน้า “เดินทางปลอดภัย”

หลัวเจียอีและหลัวจางหมิ่นทำความเคารพตามลำดับ จ้าวซื่อบอกกล่าวแบบขอไปที ซ่งซื่อยิ้มบางอย่างมีมารยาท

เสียงล้อเกวียนค่อยๆ ห่างออกไปตามทางดิน ลานเรือนกลับสู่ความเงียบ เช็งเม้งปีนี้ผ่านไปอย่างเรียบร้อย

เรียบร้อยเกินไปเสียด้วยซ้ำ


 

เสียงล้อรถม้าบดกับทางดินดังครืดคราดสม่ำเสมอ หมู่บ้านหลัวซานค่อยๆ เล็กลงในสายตา ก่อนจะเหลือเพียงเงาหลังคากระเบื้องหม่นจางอยู่หลังม่านหมอกบาง มีฝนตกประปราย

หลัวจางหมิ่นเปิดม่านออกเล็กน้อย มองกลับไปอีกครั้ง ดวงตาฉายแววไม่พอใจ “ท่านปู่ไม่น่าส่งของให้พวกนั้นทั้งหมดเลย” เขาพูดเสียงต่ำแต่ชัด “ผ้าไหมตั้งห้าพับ ยังมีชาดีอีกหลายห่อ ของเหล่านั้นแม้แต่พวกเราก็ยังไม่เคยได้ใช้”

จ้าวลี่ฮวานั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม พยักหน้าอย่างเห็นพ้อง

“นั่นสิ ของบางอย่างข้าเองยังมิเคยเห็นด้วยซ้ำ กลับต้องยกให้เรือนชนบทเช่นนั้น” นางแค่นเสียงเบา

หลัวจางหมิ่นหันกลับมานั่งดีๆ “ถ้าไม่ใช่เพราะนี่ควรจะเป็นวาสนาของพี่หญิง คนบ้านนอกนั้นจะมาแทนได้อย่างไร”

“จางหมิ่น!” เพราะตั้งนั่งเบียดกันคับแคบ เมื่อหลัวเซินดุเสียงดังลั่นทุกคนจึงสะดุ้ง หลานชายที่ไม่เป็นโล้เป็นพายเหมือนบุตรชายของเขาราวกับถอดด้ามกันมา แม้จะเอ็นดูเพียงใด แต่ก็มีบางคราที่รู้สึกเอือมระอา

มันจะเป็นวาสนาของหลานสาวเขาได้อย่างไร วาสนาเช่นนี้ใครจะกล้ารับ!

มุมหนึ่งของรถม้า ซ่งเยว่หรงเอนหลังพิงเบาะ สีหน้าอิดโรยกว่าปกติ ริมฝีปากซีดเล็กน้อย นางไอเบาๆ แต่เดิมนางก็สุขภาพไม่ค่อยดีอยู่แล้ว ปกติก็แทบจะไม่มาเยือนบ้านเก่าของสามี หากมีใช่เพราะครั้งนี้เป็นเรื่องสำคัญที่พี่ชายนางกำชับเด็ดขาด นางจึงมิกล้าละเลยจนต้องมาด้วยตนเอง ยิ่งมองทั้งสะใภ้และหลานชายที่ไม่ได้ความจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น

“อย่าโลภจนเสียการใหญ่”

สองแม่ลูกชะงัก

ซ่งเยว่หรงมองบุตรชายสะใภ้ผ่านเปลือกตาที่หรี่ลงเล็กน้อย “สิ่งที่ให้ไป มิใช่ให้เพราะเสียดายหรือไม่เสียดาย แต่เพราะต้องให้”

จ้าวลี่ฮวาก้มหน้าลงเล็กน้อย แต่ยังอดพูดไม่ได้ “ทว่า…ให้มากถึงเพียงนั้น หากท่านลุงใหญ่เปลี่ยนใจขึ้นมา…”

“เขามิกล้าดอก” ซ่งเยว่หรงตัดบท นางเข้าใจแววตาของคนเช่นหลัวเหอดี แววตาถือดีที่คิดว่าทุกอย่างอยู่ในการควบคุมของตน แววตาที่คิดว่าโชคชะตาต้องเข้าข้างตน และแววตาที่เห็นแก่ตัวโลภโมโทสัน

หลัวจางหมิ่นขมวดคิ้ว “ท่านย่า แต่ข้าเสียดาย…”

“เช่นนั้นเจ้ากล้ารับไว้หรือ? ชีวิตเจ้ามีพี่สาวเพียงคนเดียว จะยอมปล่อยให้นางตกเหวทั้งชีวิตเช่นนั้นรึ!”

“แต่ถึงอย่างไรนังเด็กนั่นก็ยังเล็กเกินไป” หลัวห่าวอู๋ที่นั่งด้านหน้าเบียดกับคนขับชะโงกเข้าไปแสดงความคิดเห็น

“คนอย่างพี่ใหญ่ข้าย่อมมิยอมเสียเปรียบอยู่แล้ว ถึงอย่างไรก็เป็นแค่แม่ม่ายลูกกำพร้า ย่อมดีกว่าเอาอนาคตบุตรหลานหญิงผู้อื่น” หลัวเซินพูด

ภายในรถม้าเงียบลงอีกครั้ง เสียงล้อบดดินยังคงดังสม่ำเสมอ พร้อมแผนการของแต่ละคนที่ต่างเฝ้าฝันถึงวันที่ดีของตน 


 

ตลอดเดือนสี่ ลมร้อนแห่งฤดูวสันต์เริ่มพัดผ่านทุ่งนา หลังเหตุการณ์เช็งเม้ง ชีวิตในเรือนหลัวกลับคืนสู่จังหวะที่คุ้นเคย ราวกับคลื่นเล็กๆ ที่กระทบฝั่งแล้วสลายไป

จางซื่อกับเหยาอวี้ยังคงเข้าออกตำบลแทบทุกสามสี่วัน จนแทบไม่ต้องใช้การฝากส่งจดหมายลับแต่อย่างใด โดยใช้ข้ออ้างว่าไปแลกข้าวสาร อาหารแห้ง เช่นเคย แต่หลังที่ครอบครัวปู่เล็กหลัวเซินกลับไป ดูเหมือนผู้เฒ่าหลัวและคนอื่นๆ จะไม่ได้เข้ามาจู้จี้หรือสอบถามเรื่องที่พวกนางยังกินไข่ผัดเนื้อกันทุกวัน ไม่แม้กระทั่งจะพูดถึงรายได้จากการนำของป่าไปขายอีกแล้ว

ซึ่งอาจจะเป็นเพราะได้รับของมีค่าจำนวนมากจากปู่เล็กหลัวเซินก็ได้ จึงทำให้หลัวเหอดูเหมือนจะมีความสุขได้ทุกวัน กระทั่งลูกหลานยังพลอยสงบไปด้วย

เวลาของเหยาอวี้เมื่ออยู่ในตำบลส่วนใหญ่หมดไปกับการตรวจบัญชีรายรับรายจ่ายของสินค้าเครื่องประทินผิวที่กำลังขายดีเป็นเทน้ำเทท่า

สบู่สมุนไพรสูตรต่างๆ

ยาสระผมกลิ่นดอกไม้ป่า

เครื่องประทินผิวที่ไม่เพียงหอมละมุน แต่ยังช่วยให้ผิวชุ่มชื้น เรียบเนียน และขาวกระจ่างใสกว่าสินค้าในตลาดทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด

ยามนี้ หากเดินในตลาดตำบลแล้วไม่ได้ยินคนพูดถึงสินค้าจากโรงเตี้ยมจินฟู่ จึงนับว่าแปลกประหลาด จากเดิมที่ขายปลีกยังพอควบคุมได้ บัดนี้กลับผลิตไม่ทันความต้องการ

แม้แต่พ่อค้าที่มาพักค้างคืนในโรงเตี้ยม พอได้ทดลองใช้ยาสระผมและสบู่ด้วยตนเอง ต่างก็เริ่มมองเห็นโอกาสทางการค้า

บางคนถึงกับเอ่ยว่า “ต่อให้เป็นผู้ชายก็ยังสัมผัสได้ว่าผิวดีขึ้น”

สินค้าจากตำบลเล็กๆ แห่งนี้ จึงค่อยๆ กลายเป็นของขึ้นชื่อ แม้แต่คนจากเหออันยังเริ่มเอ่ยถึง

ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา กิจการเครื่องประทินผิวของโรงเตี้ยมจินฟู่เติบโตอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมที่ขายดีเพียงในตำบล บัดนี้กลับมีกำลังผลิตระดับกลาง สามารถผลิตสินค้าได้ราววันละหนึ่งร้อยห้าสิบถึงสองร้อยชิ้น เมื่อนับรวมตลอดทั้งเดือนจึงอยู่ที่ประมาณห้าพันชิ้นเป็นอย่างต่ำ

ราคาขายเฉลี่ยต่อชิ้นอยู่ที่ราวสี่สิบอีแปะ ด้วยชื่อเสียงที่เพิ่มขึ้นและคุณภาพที่แตกต่างจากท้องตลาด ทำให้ยอดขายต่อเดือนแตะระดับสองแสนอีแปะได้ไม่ยาก เมื่อหักต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง และค่าขนส่งซึ่งประเมินไว้ประมาณครึ่งหนึ่ง กำไรสุทธิจึงเหลือราวหนึ่งแสนอีแปะ

ตามอัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้กันทั่วไป หนึ่งตำลึงเท่ากับหนึ่งพันอีแปะ กำไรสุทธิดังกล่าวจึงคิดเป็นประมาณหนึ่งร้อยตำลึงต่อเดือน หากแบ่งผลกำไรในอัตราหนึ่งในสิบ ส่วนแบ่งที่ได้รับจะอยู่ที่ประมาณสิบตำลึงต่อเดือน


 

จำนวนเงินเช่นนี้มิอาจเรียกว่ามหาศาลถึงขั้นมั่งคั่งล้นฟ้า หากแต่ก็มากพอจะทำให้ฐานะมั่นคงและมีอำนาจต่อรองในสังคมระดับตำบล อีกทั้งเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายรักษาโรคที่จ่ายออกไปสำหรับสองคนถึงเก้าตำลึงในครานั้น กลับทำให้ผู้เฒ่าหลัวถึงกับหมายปองเงินค่าขายของป่าของพวกนางไปชั่วขณะหนึ่ง จำนวนเงินที่มหาศาลของผู้เฒ่าหลัวก็เป็นเพียงรายได้เพียงหนึ่งเดือนของเหยาอวี้เท่านั้น

นี่ยังไม่อยากคิดว่าหากนางคิดจะขายสูตรยาจินซวงระดับสูง หรือที่ยุคปัจจุบันคืออวิ๋นหนานไป๋เหยา[1] ซึ่งเป็นยาผงสำหรับโรยแผลสด แก้อักเสบ สมานแผล และถอนพิษเบื้องต้น ไหนจะเหลียนฮัวชิงเวิน[2] ปาจื่อเจินถัง[3] หรือแม้แต่เซียวเหยาซาน[4] หากกองทัพ หรือโรงหมอรู้ว่านางมีสูตรยานี้อยู่ ไม่รู้ว่าจะโด่งดังหรือท้ายที่สุดจะถูกแทะจนไม่เหลือแต่กระดูกกันแน่


 

[1] อวิ๋นหนานไป๋เหยา เป็นผงยาสมุนไพรแผนจีนที่มีชื่อเสียงซึ่งพัฒนาขึ้นในมณฑลยูนนาน ประเทศจีน ใช้เพื่อหยุดเลือด ลดการอักเสบ และส่งเสริมการสมานแผล ทั้งในทางแพทย์แผนจีนและการแพทย์แผนปัจจุบัน โดยเฉพาะในกรณีบาดแผลหรือการผ่าตัดเล็กน้อย

[2] เหลียนฮัวชิงเวิน (Lianhua Qingwen) เป็นตำรับยาสมุนไพรจีนที่พัฒนาขึ้นในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 21 เพื่อบรรเทาอาการของโรคทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัดใหญ่และไข้หวัดทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้รับความสนใจจากบทบาทในการควบคุมอาการของโรคโควิด-19 ในประเทศจีน

[3] ปาจื่อเจินถัง หรือที่รู้จักในภาษาอังกฤษว่า Eight Treasure Decoction เป็นตำรับยาสมุนไพรจีนดั้งเดิมที่ใช้บำรุงร่างกาย เสริมพลังชี่ และเลือด ตลอดจนปรับสมดุลหยิน–หยางให้กลับสู่ภาวะปกติ ตำรับนี้มีต้นกำเนิดในคัมภีร์ยาจีนโบราณและยังคงใช้แพร่หลายในแพทย์แผนจีนปัจจุบัน

[4] เซียวเหยาซาน (Xiaoyao San, หรือที่รู้จักในชื่อ “Free and Easy Wanderer Powder”) เป็นตำรับยาสมุนไพรจีนโบราณที่ใช้บำรุงร่างกายและรักษาความไม่สมดุลของอวัยวะภายใน โดยเฉพาะตับและม้าม สูตรนี้มีประวัติยาวนานกว่า 1,000 ปี และยังคงใช้กันอย่างแพร่หลายในแพทย์แผนจีนร่วมสมัย