LNCrawler

ตอนที่ 52

[อ่านฟรีทุกวัน] ชาติภพที่สาม ข้าไม่ขอเป็นผู้ใด [มีE-Book] — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 52

ตอนที่ 52


 

เหยาอวี้แสร้งทำเป็นสนใจของอื่นไปเรื่อยๆ ไล่มองตั้งแต่พริกแห้งสีแดงจัดไปจนถึงอบเชยแท่งยาว ก่อนจะวกกลับมาที่กระสอบกระเทียมอีกครั้ง นางเอ่ยถามราคาด้วยน้ำเสียงเฉยชา ต่อรองช้าๆ ไม่เร่งร้อน ทำท่าจะไปบ้าง จะอยู่บ้าง จนคนขายเริ่มลังเลและยอมลดราคาให้ลงมาอยู่ในระดับที่นางพอใจ

เมื่อเห็นว่าจังหวะเหมาะ เหยาอวี้ยื่นมือแตะถุงเงินเล็กๆ ที่เอว

“ตกลง งั้นข้า…”

“ของในถุงนั่น ข้าซื้อทั้งหมด” เสียงนั้นดังแทรกขึ้นอย่างไม่รีบร้อนนัก แต่ชัดถ้อยชัดคำจนไม่มีผู้ใดเข้าใจผิด

เหยาอวี้ชะงัก มือที่กำลังจะหยิบเงินหยุดค้างกลางอากาศเพียงชั่วครู่ ก่อนจะลดลงอย่างสงบ มีเพียงแววตาที่ก่อประกายคลื่นเล็กน้อย

คนขายที่เมื่อครู่ยังเกลี้ยกล่อมนางอยู่ รีบหันขวับไปยังเจ้าของเสียงทันที สีหน้าฉายแววประจบอย่างรวดเร็ว เพราะแม่นางน้อยเพียงซื้อไม่กี่ชั่ง ต่างจากคนใหม่ที่ซื้อเหมาทั้งหมด

เบื้องหน้าเหยาอวี้คือบุรุษวัยราวสิบหกปี รูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาวสะอาดราวไม่เคยต้องแดดจัด ใบหน้าคมคาย หากมุมคิ้วและริมฝีปากแต้มด้วยความมั่นใจของผู้เติบโตในความมั่งคั่ง

เสื้อคลุมยาวสีครามเข้มตัดเย็บจากผ้าไหมชั้นดี ปักลายเมฆเงินละเอียดที่ชายแขนและสาบอกอย่างประณีต ที่เอวห้อยหยกขาวแกะลายทรงใบชาอ่อน กลิ่นหอมจางๆ จากถุงเครื่องหอมลอยมากับลมทะเล

แม้ยืนอยู่กลางท่าเรือที่เต็มไปด้วยฝุ่น เกลือ และเสียงโหวกเหวก เสื้อผ้าและรองเท้าไหมของเขากลับสะอาดเรียบราวกับมิได้แตะต้องพื้นท่าเรือเลย

“คุณชายเซี่ย!” คนขายรีบค้อมศีรษะ “ของเที่ยวนี้เพิ่งขึ้นจากเรือ สดใหม่ที่สุดขอรับ”

บุรุษผู้นั้นคือ เซี่ยจวิ้นเหอ นายน้อยแห่งกลุ่มการค้าเซี่ยหย่งชุน ผู้ดูแลกิจการค้าชาและคลังใบชาแห้งของตระกูลเซี่ย

กลุ่มการค้าเซี่ยหย่งชุนเป็นหนึ่งในผู้ผูกขาดชาแห้งและชาใบคุณภาพสูง มีทั้งเรือสินค้าของตนเอง คลังเก็บใบชา และเครือข่ายส่งต่อไปยังหัวเมืองและต่างแคว้น จึงไม่แปลกที่เซี่ยจวิ้นเหอจะมีความสนใจในสินค้าใหม่ๆ เพื่อเพิ่มช่องทางขายอยู่เสมอๆ

วันนี้เขามาตรวจดูของเข้าใหม่ที่ท่าเรือด้วยตนเอง สายตาของเซี่ยจวิ้นเหอกวาดผ่านถุงกระสอบเพียงชั่วครู่ ก่อนจะเหลือบมาที่เหยาอวี้

แววตานั้นมิใช่การดูถูก หากเป็นการประเมิน

เขาเห็นตั้งแต่ต้นว่าเด็กหญิงผู้นี้ต่อรองราคาอย่างมีชั้นเชิง มิได้แสดงท่าทีอยากได้จนเกินไป ทั้งยังมิใช่ท่าทีของเด็กบ้านนอกที่เพิ่งเห็นของแปลก

“ชั่งทั้งหมด” เขากล่าวเรียบๆ

คนขายรีบจัดแจงทันที

เหยาอวี้มิได้แสดงความไม่พอใจ

ตลาดย่อมเป็นของผู้มีทุน

นางเพียงก้าวถอยออกครึ่งก้าว ทำท่าจะไปดูเครื่องเทศแผงถัดไป

แต่เสียงของเซี่ยจวิ้นเหอก็ดังขึ้นอีกครั้งทำนองหยอกเย้า

“แม่นางน้อย…ต่อรองจนได้ราคาดีแล้ว กลับยอมปล่อยของไปง่ายๆ เช่นนี้หรือ”

เหยาอวี้หยุด หันกลับมาสบตาคมนั้นอย่างไม่รู้จะตอบกลับเช่นไรดี

ริมฝีปากของเซี่ยจวิ้นเหอขยับเล็กน้อยคล้ายยิ้ม “เจ้าซื้อของสิ่งนี้ไปทำสิ่งใด” คำถามนั้นดูเหมือนเอ่ยอย่างลอยๆ แต่สายตาเขามิได้ล่องลอย

และเพราะคำถามนี้ทำให้รู้ว่านางคงถูกเขาจับตามาสักพักแล้ว มิเช่นนั้นแม้แต่ของที่ซื้อยังไม่รู้จัก เหตุใดจึงยอมซื้อมันทั้งถุงเช่นนี้

เพียงเพราะสนใจของที่นางต้องการน่ะหรือ?

เหยาอวี้มิได้เข้าข้างตัวเองปานนั้น

แต่นั่นกลับเป็นการคาดเดาที่ถูกต้อง เซี่ยจวิ้นเหอสนใจนางจริงๆ เขายิ้มมุมปาก “หากเจ้าต้องการเพียงเล็กน้อย ข้าแบ่งให้ได้”

เหยาอวี้เงยหน้าขึ้นสบตาเขา

ดวงตาทั้งสองประสานกันเพียงชั่วครู่

“ขอบคุณคุณชาย” นางตอบอย่างเรียบเฉย “แต่ข้ามิได้ต้องการเพียงนั้น” ถึงอย่างไรนางก็อยู่ที่เหออันสักพัก การซื้อกระเทียมไปเก็บไว้ที่เรือนรับรองหลังนั้นก็ดูจะไม่เหมาะสมอยู่บ้าง

คำตอบนั้นทำให้รอยยิ้มในดวงตาของเซี่ยจวิ้นเหอลึกขึ้นเล็กน้อย ยิ่งรู้สึกว่าท่าทีไม่แยแสนั้นน่าสนใจยิ่งขึ้น

“อ้อ?” เขาเอ่ยเบาๆ “เช่นนั้นเจ้าอยากได้สิ่งใด้หรือ”

เหยาอวี้มิได้ตอบ นางเพียงหันไปยังแผงสมุนไพรอีกด้านหนึ่ง ปล่อยให้คำถามลอยค้าง  และเริ่มรู้สึกรำคาญขึ้นมาแล้ว

เซี่ยจวิ้นเหอมองตามสายตานาง นึกถึงเด็กหญิงตัวเล็กที่เพิ่งหลบทางให้ชาวโปรตุเกสก่อนล่ามจะแปล อีกทั้งท่าทีขมวดคิ้วหลายครั้งในตอนที่ล่ามผู้นั้นแปลราคา จึงแน่ชัดว่านางเข้าใจภาษานั้น

บางทีการมาเหออันครั้งนี้ เขาอาจจะเก็บตกของดีมาก็ได้

เขาจ้องตรงไปยังใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มของเด็กหญิงตรงหน้าอย่างไม่ปิดบังนัก แสงแดดยามสายสะท้อนลงบนผิวขาวเนียนที่ยังมีเค้าโครงความอ่อนเยาว์บ่งบอกได้ถึงความงามในอนาคต รับกับรูปตาเรียวยาว หัวตาแหลมลึก หางตาโค้งลงเล็กน้อยก่อนจะชี้ขึ้นช่วงปลาย ครั้นเมื่อยิ้มเพียงนิดดวงตาจะโค้งเป็นเสี้ยวจันทร์ ดูฉ่ำวาวราวมีหยาดน้ำหล่อเลี้ยงอยู่ตลอดเวลา เพียงแต่นางกลับชอบแสดงสีหน้านิ่งเฉยเกินวัย จึงยากนักที่จะได้เห็นความเย้ายวนนี้

เซี่ยจวิ้นเหอที่เติบโตท่ามกลางสตรีมากหน้าหลายตา ย่อมเคยได้ยินคำพรรณนาในตำราดูโหงวเฮ้ง…นี่คือดวงตาดอกท้อตามตำรา

เขาแค่นหัวเราะเบาๆ ในใจ เพราะตามตำราของตาดอกท้อนั้นหากโตขึ้น ชีวิตรักของนางคงมิได้เรียบง่ายนัก

แต่ความคิดนั้นอยู่ได้เพียงชั่วครู่ เพราะสิ่งที่ดึงความสนใจเขาแท้จริง มิใช่เพียงโฉมหน้า หากเป็นสายตาที่นิ่งเกินเด็กอายุเท่านี้

เหยาอวี้สัมผัสได้ถึงการประเมินนั้น นางเงยหน้าสบตาเขาโดยไม่หลบเลี่ยง แววตาสงบ เย็น และปราศจากความประหม่า

“คุณชายจ้องข้าเช่นนี้ มีสิ่งใดอีกหรือเจ้าคะ” น้ำเสียงของนางเรียบเรื่อย แต่ชัดถ้อยชัดคำ

เซี่ยจวิ้นเหอเลิกคิ้วเล็กน้อย ไม่คิดว่าเด็กหญิงจะเอ่ยตรงเพียงนี้ เขายิ้มมุมปาก

“ข้าเพียงสงสัย” เขาเอ่ยพลางก้าวเข้าใกล้อีกครึ่งก้าว แต่ยังเว้นระยะสุภาพ “เด็กน้อยเช่นเจ้ามิควรมากับผู้ใหญ่ในบ้านสักคนหรือ”

เหยาอวี้ไม่ตอบทันที นางหันไปหยิบสมุนไพรอันหนึ่งขึ้นมาดมอย่างตั้งใจ คล้ายไม่ใส่ใจคำพูดเขา

เซี่ยจวิ้นเหอมองท่าทีเช่นนั้นแล้วหัวเราะเบาๆ แล้วพูดจี้ใจออกมาอีก “เจ้าฟังภาษาของคนผมทองนั่นออก”

ครานี้มือที่ถือสมุนไพรชะงักไปเพียงเสี้ยวลมหายใจ เหยาอวี้วางมันลงอย่างเป็นธรรมชาติ “อายุข้าเพียงเท่านี้ คุณชายให้เกียรติเกินไปแล้วเจ้าค่ะ”

เซี่ยจวิ้นเหอไม่สนใจทำพูดเชิงปฏิเสธของนาง เพราะนั่นไม่ใช่คำถาม แต่เป็นการปักใจเชื่อของเขา

บรรยากาศรอบตัวเหมือนแคบลงเล็กน้อย ท่ามกลางเสียงตะโกนและเสียงคลื่นที่ยังดำเนินต่อไป

เหยาอวี้รู้ดีว่าปิดบังต่อไปก็ไร้ประโยชน์ หากชายตรงหน้าสังเกตนางตั้งแต่ต้น ย่อมเห็นพิรุจหลายอย่าง เพราะนางพยายามเข้าไปฟังใกล้ๆ เช่นกันว่าชายผู้นั้นพูดอะไรบ้างด้วยความสนใจ แม้จะพูดว่าบางทีนางก็เฉยชากับชีวิต แต่ท่ามกลางความจืดชืดนั่น นางก็มีความอยากรู้อยากเห็นอยู่เช่นกัน

“แล้วคุณชายคิดว่าข้าฟังออกหรือไม่ออก มีความสำคัญอันใด” นางย้อนถาม

คำถามนั้นทำให้รอยยิ้มของเซี่ยจวิ้นเหอลึกขึ้นเล็กน้อย

“สำคัญกับข้า” เขาตอบตรงไปตรงมา “คนที่เข้าใจภาษาต่างชาติ ย่อมมองเห็นสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น”

เขาเหลือบมองไปทางล่ามที่ยังคงแปลราคาสูงกว่าจริงเล็กน้อยกับบ่าวรับใช้เพื่อโก่งราคาจากเขา ก่อนกล่าวต่อ “โดยเฉพาะในท่าเรือเหออัน”

เหยาอวี้นิ่งไปครู่หนึ่ง ในใจประเมินชายหนุ่มตรงหน้าอย่างเงียบงัน นางมิได้หลงเชื่อรอยยิ้มสุภาพง่ายๆ คนในวงการค้าล้วนเติบโตมากับการคำนวณผลได้ผลเสีย

“ข้าเป็นเพียงเด็กหญิงที่มาเที่ยวเล่นดูของ” นางกล่าวสั้นๆ

“เด็กหญิงที่ต่อรองราคาได้อย่างผู้ใหญ่” เซี่ยจวิ้นเหอเอ่ยแทรกทันที “และเด็กหญิงที่มีความอดกลั้นดีเยี่ยมแม้จะถูกแย่งชิงของต่อหน้า”

…จะเป็นเด็กหญิงธรรมดาได้อย่างไร

ประโยคสุดท้ายเขาคิดแต่ไม่ได้พูดออกมา เขามองนางนิ่งๆ คราวนี้สายตาไม่ได้หยอกเย้า หากเป็นการทาบทามอย่างจริงจัง

“ข้ากำลังมองหาคนที่เข้าใจสินค้านอกแคว้นหนานไห่” เขากล่าวเสียงต่ำลงเล็กน้อย “บางที…เราอาจร่วมมือกันได้”

ลมทะเลพัดผ่าน ปลายผมของเหยาอวี้ปลิวเล็กน้อย นางมองเขาอย่างพินิจ

“ร่วมมือ?” นางทวนคำ

“อย่างน้อย เริ่มจากการสนทนา” เขายิ้ม “ท่าเรือไม่เหมาะกับการพูดเรื่องละเอียดนัก หากแม่นางน้อยไม่รังเกียจ ที่เรือนน้ำชาของเซี่ยหย่งชุนเปิดรับแขกพิเศษ”

คำเชื้อเชิญนั้นเอ่ยอย่างสุภาพ แต่ชัดเจนว่ามิใช่เพียงน้ำชา

เหยาอวี้มองชายตรงหน้าอีกครั้ง แววตาดอกท้อที่เขาเพิ่งประเมินนั้น กลับสงบนิ่งดุจผืนน้ำลึก

“ข้าจะพิจารณา” นางตอบไม่รับไม่ปฏิเสธ

แล้วนางก็หันกลับไปยังแผงสมุนไพร ปล่อยให้คำเชื้อเชิญนั้นไว้อย่างนั้น

เซี่ยจวิ้นเหอมองแผ่นหลังเล็กนั้นครู่หนึ่ง ก่อนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ไม่เร่งรัดอีก