LNCrawler

ตอนที่ 53

[อ่านฟรีทุกวัน] ชาติภพที่สาม ข้าไม่ขอเป็นผู้ใด [มีE-Book] — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 53

ตอนที่ 53


 

ยามเว่ย แสงอาทิตย์คล้อยต่ำทอดเงายาวทาบกำแพงจวน เหยาอวี้เพียงก้าวมาถึงหน้าประตูใหญ่ ก็พบผู้เฝ้าประตูคนเดิมยืนอยู่ก่อนแล้ว ท่าทางของเขาไม่ใช่การยืนเฝ้าตามปกติ หากชะเง้อมองออกไปนอกประตูเป็นระยะ คล้ายกำลังรอผู้ใดด้วยใจร้อนรน

ครั้นเห็นร่างเล็กของนางปรากฏ สีหน้าที่เคร่งเครียดก็พลันคลายลงเป็นยินดีทันที

“มะ-หมอ…แม่นางน้อย ท่านมาแล้ว!” เขาชะงักไปครู่หนึ่งรีบหันซ้ายขวาแล้วเปลี่ยนคำเรียกใหม่ ก่อนรีบก้าวลงมารับด้วยท่าทีสุภาพกว่าครั้งก่อนมาก เขาได้รับกำชับมาว่าห้ามเอ่ยชื่อนางในที่สาธารณะ

เหยาอวี้พยักหน้าเล็กน้อย ในใจก็เข้าใจได้ทันทีว่า คนที่เขารออยู่นั้นคือ นางเอง

และถ้าหากนางรับรู้ความคิดของชายผู้นี้ก็คงได้แค่หัวเราะและบอกว่า คิดมากไปแล้ว นางก็แค่หมอผู้หนึ่ง มิได้ทำผิดอันใด หรือกำลังสืบราชการลับจนไม่อาจเอ่ยนามตนเอง แต่ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นความใส่ใจของจินต้าฉางที่มีต่อนาง

เมื่อก้าวเข้าสู่โถงรับรอง เหยาอวี้ก็เห็นชายวัยกลางคนผู้หนึ่งยืนอยู่กลางห้อง รูปร่างสง่างามตามแบบขุนนาง ใบหน้าคมเข้ม แววตาหนักแน่น ตามแบบฉบับขุนนางตงฉิน หากสิ่งที่สะดุดสายตานางยิ่งกว่าคือชุดที่เขาสวมอยู่เป็นชุดขุนนางทางการ สีกรมท่าเข้ม ปักลายตามระเบียบราชการครบถ้วน หมวกและเข็มขัดยังอยู่ครบ มิใช่ชุดลำลองภายในจวน

เหยาอวี้เพียงปรายตามอง ก็เข้าใจได้ทันที ใต้เท้าน่าจะเพิ่งกลับจากด่านโดยเร่งรีบ ยังมิทันได้เปลี่ยนชุดทำงาน

การแต่งกายเช่นนี้มิใช่เพื่อโอ้อวด หากเป็นร่องรอยของความเร่งรีบที่จะมาพบนาง

และเพราะคำบอกเล่าของคนเฝ้าประตูนางจึงได้รู้ว่าพานเหยียนซูมิใช่คนงานในจวนอย่างที่นางเข้าใจ แต่เขาคือเจ้าของจวนนี้

ผู้เฝ้าประตูประกาศเสียงพอเหมาะ “ใต้เท้าพาน หมออวี้มาถึงแล้วขอรับ”

ชายผู้นั้นคือ พานเหยียนซู อายุสี่สิบสองปี ดำรงตำแหน่งกวนตู้[1] แห่งไห่กวน[2] ข้าราชการขั้นหกสังกัดกระทรวงการคลัง ผู้กุมด่านศุลกากรทางทะเลทั้งเหออันไว้ในกำมือ

ข้างกายเขาคือสตรีวัยราวสามสิบปี หูซื่อ ฮูหยินกวนตู้แห่งไห่กวน

เหยาอวี้ค้อมตัวคำนับอย่างเรียบร้อย “คารวะใต้เท้าพาน คารวะฮูหยินพาน”

พานเหยียนซูรีบยกมือขึ้นเล็กน้อยเป็นเชิงให้ผ่อนคลาย “หมออวี้ไม่ต้องมากพิธี วันนี้พวกข้ารบกวนเจ้าแล้ว” สายตาเขาอ่อนลงเมื่อมองไปยังสตรีข้างกาย

จินต้าฉางมิได้บอกข้อมูลส่วนตัวของเหยาอวี้เลยแม้แต่น้อย บอกว่าแค่ว่านางคือหมออวี้เท่านั้น พวกเขาจึงไม่ทราบที่มาที่ไปที่แท้จริง หากแต่ก็เชื่อถือเพราะว่าจินต้าฉางเป็นผู้รับรองเอง

เหยาอวี้หันมามองหูซื่ออย่างพินิจ สตรีผู้นั้นแม้อายุเพียงสามสิบ แต่ใบหน้ากลับดูอิดโรยกว่าวัยอย่างเห็นได้ชัด ผิวพรรณหม่นหมอง ใต้ตาคล้ำลึก ริมฝีปากซีดจาง ราวกับถูกโรคภัยหรือความทุกข์ทรมานกัดกินมานาน เวลานั่งแม้จะพยายามตั้งตรงเพียงใด แต่ก็ยังมีอาการขยับตัวเล็กน้อยเพราะไม่รู้สึกสบายตัวที่ช่วงล่าง

กระนั้น ท่าทีของพานเหยียนซูกลับแสดงความห่วงใยโดยไม่ปิดบัง มือหนึ่งของเขาวางอยู่ใกล้แขนภรรยาอย่างคอยประคองโดยธรรมชาติ แววตาที่มองนางมิใช่เพียงความรับผิดชอบ แต่เป็นความรักใคร่จริงใจต่อภรรยาต่างวัยผู้นี้อย่างมาก

ในห้องมีกลิ่นหอมบางอย่างลอยอวล เป็นกลิ่นสมุนไพรและเครื่องหอมที่ใช้กลบกลิ่นไม่พึงประสงค์ กลิ่นนั้นเข้มเกินกว่าจะเป็นเพียงการแต่งห้องธรรมดา

เหยาอวี้เพียงสูดลมหายใจช้าๆ แล้วทำราวกับไม่ใส่ใจ

พานเหยียนซูเอ่ยขึ้นอย่างตรงไปตรงมา “ที่ต้องรบกวนหมออวี้ มิใช่เรื่องอื่น” เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนกล่าวเสียงต่ำลง “เป็นเรื่องสุขภาพของฮูหยิน”

หูซื่อก้มหน้าลงเล็กน้อย สีหน้าแดงระเรื่อด้วยความกระดาก

“ข้ามีอาการเรื้อรังมาหลายเดือนแล้ว” นางเอ่ยเสียงแผ่ว “รักษาหลายที่ก็ยังไม่หาย”

เหยาอวี้ก้าวเข้าไปใกล้อีกเล็กน้อย “ขอข้าจับชีพจรฮูหยินก่อนเจ้าค่ะ”

หูซื่อยื่นมือออกมาอย่างลังเลเล็กน้อย แต่เมื่อสัมผัสปลายนิ้วเย็นนิ่งของเด็กหญิง ความตึงเครียดกลับผ่อนคลายลงอย่างประหลาด

เหยาอวี้หลับตาฟังชีพจรอยู่นานกว่าปกติ ภายในห้องเงียบสนิท มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบา กระทั่งเด็กหญิงปล่อยปลายนิ้วจากชีพจรช้าๆ สีหน้านิ่งสงบดังเดิม ภายในห้องยังคงอบอวลด้วยกลิ่นเครื่องหอมที่จงใจจุดไว้มากกว่าปกติ บรรยากาศเงียบงันจนได้ยินเสียงผ้าไหมเสียดสีกันเบาๆ

หูซื่อนั่งตัวตรงอย่างสำรวม พยายามไม่ขยับตัวที่ไม่สบายนัก แววตาหลบต่ำเล็กน้อย ความกระดากอายปรากฏชัด แม้มิได้เอ่ยออกมา

พานเหยียนซูมองภรรยาของตนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจในทันที เรื่องโรคสตรีโดยเฉพาะอาการในที่ลับนั้น มิใช่สิ่งที่สตรีจะเอ่ยได้สะดวกต่อหน้าบุรุษ แม้ผู้นั้นจะเป็นสามีก็ตาม

เขากระแอมเบาๆ แล้วเอ่ยเสียงมั่นคง “ข้ายังมีเอกสารจากด่านที่ต้องจัดการอยู่สักครู่” สายตาหันไปทางเหยาอวี้อย่างสุภาพ “หมออวี้ หากมีสิ่งใดต้องสอบถามฮูหยินเพิ่มเติม เชิญตามสะดวกเถิด”

คำพูดนั้นฟังดูเรียบง่าย แต่ชัดเจนว่าเป็นการเปิดทางให้สตรีทั้งสองสนทนากันโดยไม่อึดอัด

เหยาอวี้ค้อมศีรษะรับเล็กน้อย “เจ้าค่ะ ใต้เท้า”

พานเหยียนซูหันไปมองหูซื่ออีกครั้ง แววตาอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

“อย่ากังวลเกินไป” เขากล่าวเสียงต่ำ “หมออวี้เป็นผู้ที่จินต้าฉางรับรองด้วยตนเอง” เขาไม่ได้เอ่ยมากกว่านั้น แต่ในใจเขานั้นแน่วแน่กว่าคำพูดใด

ข่าวล่าสุดที่จินต้าฉางส่งมาในจดหมาย เล่าเรื่องการรักษาครรภ์ของอนุซู่แห่งตระกูลเถียนอย่างละเอียด ครรภ์ที่หมอทั้งโรงหมอลงความเห็นว่าไม่อาจรักษาไว้ได้ กลับถูกประคองให้หยุดเลือดลงภายในเวลาไม่นาน เขายิ่งเชื่อถือต่อนางมาก

แม้เหยาอวี้จะเป็นเพียงเด็กหญิงในสายตาคนทั่วไป แต่พานเหยียนซูไม่เคยตัดสินคนจากอายุหรือรูปลักษณ์ ในการทำงาน เขาพบพ่อค้าหน้าอ่อนที่เฉียบคมยิ่งกว่าผู้เฒ่า และพบขุนนางวัยกลางคนที่ไร้ความสามารถยิ่งกว่าเด็กหนุ่ม

ดังนั้น ในแววตาของเขา จึงไม่มีสักเสี้ยวหนึ่งของความสงสัย มีเพียงความคาดหวังอย่างเงียบงัน

เมื่อกล่าวจบ เขาจึงหมุนกายออกจากห้อง บ่าวรับใช้ตามปิดบานประตูเบาๆ ทิ้งให้ภายในเหลือเพียงเหยาอวี้กับหูซื่อและบ่าวหญิงคนสนิท

เหยาอวี้หันมาสบตาฮูหยินตรงๆ ครานี้น้ำเสียงของนางอ่อนลงเล็กน้อย “ฮูหยิน…ท่านไม่ใคร่สบายตัวใช่หรือไม่เจ้าคะ”

หูซื่อชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มจางๆ อย่างฝืนๆ มือข้างหนึ่งกำชายผ้าแน่นโดยไม่รู้ตัว ช่วงล่างของนางขยับเล็กน้อยคล้ายต้องการเปลี่ยนอิริยาบถอยู่ตลอดเวลา

“มัน…แสบและคันเป็นบางคราว” นางตอบเสียงเบา “บางวันปวดตึง…บางวันมีของเหลวผิดปกติ”

เหยาอวี้พยักหน้า เข้าใจทันทีว่านี่มิใช่อาการเพิ่งเกิด หากเป็นมานานจนรบกวนชีวิตประจำวันแล้ว

นางยื่นมือไปจับชีพจรอีกครั้ง ครานี้ฟังละเอียดกว่าเดิม ชีพจรของหูซื่อค่อนข้างลื่นแต่พร่อง สัมผัสของนางแสดงถึงความชื้นสะสมภายใน ร่วมกับไฟอ่อนๆ ที่ก่อการอักเสบ แต่กำลังพื้นฐานมิได้อ่อนแอจนถึงขั้นทรุดหนัก แต่หากปล่อยไว้นานๆ อาจจะยากต่อการรักษา

“ชี่และเลือดของท่านมิได้เสียหายรุนแรง” เหยาอวี้กล่าวช้าๆ “เพียงแต่มีความชื้นคั่งสะสมบริเวณล่างกาย เมื่อรวมกับความอับชื่น จึงเกิดอาการเรื้อรัง”

นางหยุดครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวอย่างตรงไปตรงมา “แต่อย่างน้อย ข้าต้องเห็นด้วยตา จึงจะสรุปได้ว่าเป็นโรคร้ายแรงหรือไม่”

หูซื่อหน้าแดงขึ้นทันที มือกำผ้าแน่นขึ้นอีกเล็กน้อย

เหยาอวี้กล่าวเสริมอย่างสงบ “ข้าเป็นสตรีเช่นเดียวกับท่านเจ้าค่ะ”

ความมั่นคงในน้ำเสียงนั้นช่วยให้หูซื่อผ่อนคลายลง นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าเบาๆ ให้บ่าวรับใช้จัดการดึงม่านเพิ่มอีกชั้น แล้วให้ถอยออกไป

เหยาอวี้ตรวจดูอย่างละเอียดโดยไม่แสดงสีหน้ารังเกียจหรือแตกตื่น สิ่งที่ปรากฏคือ ตุ่มเล็กกระจายอยู่บริเวณหนึ่ง ลักษณะผิวแดงคล้ำ บางจุดมีคราบขาวชื้นคล้ายการหมักหมม ไม่เป็นปุ่มแข็งแบบหูดอย่างที่กังวล ในใจก็ผ่อนคลายหลายส่วน

เหยาอวี้กล่าวอย่างให้กำลังใจ “มิใช่โรคร้ายแรง มิใช่หูดชื้น[3] และมิใช่พิษกามโรค[4]อย่างที่เข้าใจ”

หูซื่อเงยหน้าขึ้นอย่างดีใจ “จริงหรือ…”

นี่เป็นการอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราที่สะสมจากความอับชื้น เหยาอวี้คิด แต่ไม่อาจพูดคำว่า แบคทีเรีย ออกไปได้

นางพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งจึงเลือกถ้อยคำที่ฮูหยินเข้าใจได้ง่ายกว่า

“อาการของท่านมิใช่โรคร้ายแรง” นางกล่าวช้าๆ อีกครั้ง “เป็นเพราะความชื้นสะสมอยู่ภายใน ประกอบกับความอับ ทำให้เกิดความร้อนแฝงอยู่เบื้องล่าง ผิวจึงระคายและขึ้นตุ่มเช่นนี้”

หูซื่อฟังอย่างตั้งใจ สีหน้าคลายกังวลลงเล็กน้อย

เหยาอวี้อธิบายต่ออย่างละมุน “ท่านสวมผ้าหลายชั้นแน่นเกินไป อีกทั้งผ้าค่อนข้างหนา เมื่อรวมกับอากาศริมทะเลที่ชื้นอยู่แล้ว ความชื้นจึงระบายไม่ออก ยิ่งนานวันก็ยิ่งก่อให้เกิดพิษชื้นสะสม” นางหยุดครู่หนึ่ง ก่อนเสริม “เมื่อชื้นคั่งอยู่กับที่นานๆ ก็จะกลายเป็นความร้อนแฝง ผิวหนังบริเวณนั้นบอบบางอยู่แล้ว จึงเกิดอาการดังที่เห็น”

ถ้อยคำของนางมิได้กล่าวถึงสิ่งที่มองไม่เห็นโดยตรงอย่างเชื้อแบคทีเรีย แต่ทำให้หูซื่อเข้าใจภาพรวมได้ชัดเจน

หูซื่อหน้าแดงจัด ครานี้ไม่ใช่เพราะอาย หากเพราะโล่งใจ

“ข้าไปหาหมอที่ใดก็ไม่หาย” นางพูดเสียงสั่นเล็กน้อย หมอหลายค้นล้วนสรุปว่านางเป้นโรคร้ายแรง ได้แต่ให้เทียบยาตามอาการทั้งนั้น ช่วงแรกที่ทายังเย็นๆ แต่นานไปก็หลับมาคัน และแสบร้อนเพราะตุ่มหนองแตกเช่นเดิม

เหยาอวี้ถอนหายใจเบาๆ มิได้กล่าวสิ่งใด เพราะว่าหมอส่วนใหญ่เป็นบุรุษยากนักที่พวกเขาจะตรวจดูด้วยตาได้ ต้องอาศัยฟังจากคำบอกเล่าของคนไข้เท่านั้น

แต่สตรีมักไม่สามารถอธิบายอาการบริเวณนั้นได้ครบถ้วน ทั้งเพราะความอาย และเพราะไม่รู้จะเรียกสิ่งใดอย่างไร เมื่อข้อมูลไม่ครบ การวินิจฉัยย่อมคลาดเคลื่อน

นี่มิใช่ความผิดของผู้ใด หากเป็นข้อจำกัดของยุคสมัยด้วย 


 

[1] กวนตู้ คือ ชื่อตำแหน่งหัวหน้าด่านไห่กวน

[2] ไห่กวน คือ ด่านศุลกากรทางทะเล

[3] หูดชื้น คือ HPV (Human Papillomavirus) เชื้อไวรัสติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้บ่อยในทั้งชายและหญิง มีมากกว่า 100 สายพันธุ์ โดยสายพันธุ์เสี่ยงสูง (เช่น 16, 18) เป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูก มะเร็งทวารหนัก และมะเร็งในช่องปาก ส่วนสายพันธุ์เสี่ยงต่ำทำให้เกิดหูดหงอนไก่ ป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนและการตรวจคัดกรอง

[4] พิษกามโรค คือ ซิฟิลิส