LNCrawler

ตอนที่ 58

[อ่านฟรีทุกวัน] ชาติภพที่สาม ข้าไม่ขอเป็นผู้ใด [มีE-Book] — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 58

ตอนที่ 58


 

จางซื่อเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียงทุ้มต่ำของเขา ครั้นได้เห็นตัวจริงชัดๆ แววตาก็เกิดประกายอย่างไม่ปิดบัง ความสุภาพเรียบร้อย ท่วงท่ามั่นคง และวาจาอ่อนน้อมของบุรุษตรงหน้า ล้วนเป็นสิ่งที่มารดาที่มีบุตรสาวเช่นนางยากจะมองข้าม

“เป็นพวกข้าสองแม่ลูกที่มารบกวนกะทันหันต่างหาก” น้ำเสียงนุ่มนวล แต่ถ้อยคำถ่อมตน “ตัวข้าเองก็เป็นเพียงสตรีม่ายกับลูกกำพร้าจากชนบท ได้รับเกียรติจากนายน้อยเซี่ยเชิญมานั่งห้องรับรองเช่นนี้ ก็นับว่าเป็นวาสนาแล้ว”

เซี่ยจวิ้นเหอได้ยินเช่นนั้นก็รีบโบกมือเบาๆ คล้ายไม่กล้ารับ

“กล่าวหนักไปแล้วขอรับ ข้าก็เป็นเพียงพ่อค้าผู้หนึ่ง” เขากล่าวอย่างจริงจัง “ที่ข้าเชิญมา ก็เพราะเห็นแม่นางน้อยรู้จักของแปลกใหม่ที่ท่าเรือ ข้าจึงอยากขอความร่วมมือ ช่วยชี้แนะสักเล็กน้อยเท่านั้น”

ถ้อยคำสุภาพ หากแฝงการยกย่องอย่างพอดี

จางซื่อหัวเราะเบาๆ หากเจือความภูมิใจอยู่ลึกๆ เพราะเรื่องรู้จักของแปลกๆ หรือสมุนไพรแปลกๆ ของบุตรสาวนั้น…บางครั้งแม้แต่นางที่เป็นมารดายังหาที่มาที่ไปมิได้ แต่ก็โยนไปให้นิทานเซียนหมอในฝันที่เหยาอวี้บอกไปอย่างไม่ต้องคิดต่อให้ปวดหัว

จางซื่อกล่าวต่อด้วยท่าทีเกรงใจ “นายน้อยเซี่ยมิต้องลำบากถ่อมตน หากได้ร่วมมือกันจริง ย่อมเป็นวาสนาของพวกเรามากกว่า”

เซี่ยจวิ้นเหอได้ช่อง ก็รีบสานต่ออย่างแนบเนียน

“เช่นนั้น…อย่าเรียกข้าว่านายน้อยเลยขอรับ” เขายิ้มบาง “ถึงอย่างไรข้าก็อ่อนอาวุโสกว่าท่านน้า เรียกข้าว่า อาจวิ้น ก็พอ”

คำเรียกชื่อเล่นเช่นนี้ ย่อมหมายถึงการลดระยะห่างลงอีกขั้น

จางซื่อหัวเราะอย่างพอใจ ดวงตาฉายแววเอ็นดู

“เช่นนั้นข้าก็ไม่เกรงใจแล้วเจ้าก็เรียกน้าว่า น้าจาง ก็ได้”

บรรยากาศในห้องรับรองจึงเป็นความกลมเกลียวอย่างรวดเร็ว

เหยาอวี้นั่งนิ่งอยู่ข้างๆ มือที่ถือถ้วยชาค้างอยู่กลางอากาศเล็กน้อย

นางมึนงงอยู่ครู่หนึ่ง ไม่แน่ใจว่าคนเราจะสนิทกันรวดเร็วถึงเพียงนี้ได้อย่างไร ประหนึ่งญาติสนิทที่พลัดพรากกันมานานแล้วกลับมาพบกันอีกครั้ง

ส่วนเซี่ยจวิ้นเหอเอง แม้สีหน้าจะสงบนิ่ง แต่ในใจกลับยิ่งสนุกกับบทบาทใหม่อย่างคาดไม่ถึง ไม่นึกเลยว่าบุตรสาวที่ระวังตัว จะมีมารดาที่เปิดเผยถึงเพียงนี้

แน่นอนว่าเขาย่อมอยากให้เหยาอวี้มาทำงานด้วยกัน เพราะนอกจากเรื่องที่นางรู้ภาษาต่างชาติแล้ว ก็ยังคาดเดาว่านางจะมีความสัมพันที่ดีกับพานเหยียนซูอีกด้วย

“เมื่อวานแม่นางดูสนใจของสิ่งนั้นนัก” เขากล่าวเปิดเรื่องเสียงทุ้มเรียบ “ก้อนกลีบขาวๆ ที่ข้าเหมาซื้อไปทั้งหมด ข้าให้คนเก็บไว้เรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ามันมีค่าเพียงใด”

เหยาอวี้เลิกคิ้วน้อยๆ

นางรู้ว่าที่นายน้อยเซี่ยผู้นี้ต้องการ คือความสามารถล่ามของนาง ซึ่งนางก็ไม่รู้ว่าจะหลบเลี่ยงเรื่องนี้ในตอนนี้อย่างไรดีหากอยู่ๆ เขาถามถึงมันขึ้นมา เพราะนางก็ไม่คาดคิดว่านอกจากมารดาจะต้องการให้นางร่วมมือทำการค้ากับเซี่ยจวิ้นเหอที่นางกล่างอ้างไปเมื่อคืนนั้น มารดาจะมาด้วยตนเองเช่นนี้ แต่คำถามของเขากลับพูดคุยเรื่องกระเทียมนั้นแทน ไม่รู้ว่าเขารู้ว่านางไม่อยากให้มารดาทราบ หรือเพราะเริ่มสนใจเจ้าก้อนกลีบขาวๆ นั่นเข้าแล้วจริงๆ

“สิ่งนั้นเรียกว่ากระเทียมเจ้าค่ะ” นางตอบอย่างสุขุม “ใช้ปรุงอาหารเพื่อลดกลิ่นคาว โดยเฉพาะปลาและเนื้อ อีกทั้งช่วยขับลม แก้ท้องอืด บางตำรับตำพอกแผลเพื่อลดหนอง”

“อ้อ?” เซี่ยจวิ้นเหอเอนตัวเล็กน้อย “เช่นนั้นมิใช่เพียงเครื่องปรุง แต่ยังเป็นยาได้ด้วย”

“เจ้าค่ะ หากใช้ถูกวิธี”

ในใจเหยาอวี้พลันนึกย้อน เดิมกระเทียมมิได้แพร่หลายในแผ่นดินใหญ่มาก่อน เพราะกลิ่นที่แรงจัด ทำให้ชนชั้นสูงจำนวนมากรังเกียจ เห็นว่าไม่เหมาะกับโต๊ะอาหารผู้ดี กระทั่งการค้าทางตะวันตกนำเข้ามามากขึ้น ผู้คนจึงเริ่มรู้จักคุณค่าที่แท้จริง ทั้งในครัวและในตำรับยา ยิ่งกับยุคนี้ที่มีเครื่องปรุงรสจำกัด การไม่บางพื้นที่จะไม่รู้จักกระเทียมก็ไม่แปลกเลย

เซี่ยจวิ้นเหอมองนางนิ่งๆ แน่นอนว่าเขาย่อมไม่ทราบว่านางไม่อยากเปิดเผยเรื่องที่เข้าใจภาษาต่างชาติ ทั้งยังคิดเองเออเองไปแล้วว่ามารดานางก็คงรู้ภาษานั้นด้วยซ้ำ มิเช่นนั้นสตรีในยุคนี้ที่ต้องอยู่แต่ในห้องหอจะไปเล่าเรียนจากที่ใดได้

อีกทั้งยังคิดต่ออีกว่าเพราะรู้ถึงคุณค่าของภาษานั้นจางซื่อจึงได้มาด้วยตนเอง แต่เขาย่อมไม่เอ่ยถึงเพื่อให้อีกฝ่ายมีแต้มต่อจนเกินไป เขาจึงจำต้องเกริ่นเรื่องเจ้าก้อนขาวๆ ที่ซื้อมาเมื่อวานก่อนว่ามันคืออะไรกันแน่ แม้ว่าเขาจะแย่งซื้อมันไปเพื่อเป็นโอกาสให้คุยกับนาง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่สนใจของสิ่งนั้นเลย ไม่แน่ว่าในอนาคต กลุ่มการค้าเซี่ยหย่งชุน อาจจะมีประเภทสินค้าที่หลากหลายขึ้น

“หากข้านำเข้ามาเพิ่ม แม่นางคิดว่าจะขายได้หรือไม่”

“ได้เจ้าค่ะ” เหยาอวี้ตอบโดยไม่ลังเลและให้ข้อมูลโดยไม่คิดมาก เพราะคุยเรื่องกระเทียมยังดีกว่าเรื่องภาษาโปรตุเกส “โดยเฉพาะชาวเรือ แรงงาน หรือผู้ที่ทำงานกับปลา กลิ่นของมันช่วยได้มาก ไม่แน่ว่าต่อไปทุกร้านอาหารมันจะเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย อีกทั้งเก็บได้นาน ไม่เสียง่าย”

เขาถึงกับนิ่งไปชั่วครู่ “เจ้ากระเทียมนี่มีคุณค่าถึงเพียงนี้เชียว” และกำลังคิดต่อยอด

“เจ้าค่ะ”

ขณะบรรยากาศเริ่มนิ่งงัน จางซื่อวางถ้วยชาลงอย่างแผ่วเบา “อาจวิ้นดูแล้วอายุยังน้อยนัก กลับดูแลกิจการใหญ่โตเพียงนี้ ช่างน่าเลื่อมใส” น้ำเสียงนุ่มละมุน ราวกล่าวชมทั่วไป หากแววตากลับพิจารณาอีกฝ่ายอย่างละเอียด

เซี่ยจวิ้นเหอหันไปยิ้มสุภาพ “ท่านน้าจางชมเกินไปแล้วขอรับ ข้าเพียงทำตามหน้าที่”

“หน้าที่หรือ…” จางซื่อพยักหน้าเบาๆ แล้วถามด้วยวน้ำเสียงเสมือนผู้ใหญ่ที่ให้ความเอ็นดูผู้น้อย “เช่นนั้นเรื่องคู่ครองเล่า มีผู้ใหญ่จัดการไว้หรือยัง”

เซี่ยจวิ้นเหอเองก็ชะงักไปเสี้ยวหนึ่ง ก่อนตอบด้วยความเรียบร้อยครบถ้วน

“ยังมิได้หมั้นหมายขอรับ”

“อ้อ…” จางซื่อเอ่ยเหมือนไม่ใส่ใจนัก “เช่นนั้นก็ควรเลือกให้เหมาะสม มิทราบว่าอาจวิ้นชอบสตรีเช่นไรหรือ”

เหยาอวี้ก้มหน้าลงกว่าเดิม แทบอยากมุดหายใต้โต๊ะ นางไม่คิดว่าคำถามที่เคยเอ่ยถามลับหลังกับนาง มารดาจะกล้าเอามาถามต่อหน้าประหนึ่งเป็นเรื่องดินฟ้าอากาศทั่วไปเช่นนี้ได้

เซี่ยจวิ้นเหอรู้สึกแปลกใหม่ยิ่งนัก มิใช่ว่าเขาไม่เคยมีผู้ใดสนใจ ตรงกันข้าม จำนวนสตรีที่ครอบครัวส่งมาให้ดูตัวนับนั้นมีมากมายนับไม่ถ้วน แต่ไม่เคยมีมารดาของเด็กหญิงวัยแปดขวบถามเรื่องส่วนตัวเหมือนจะดูตัวให้บุตรหลาน หรือว่านางยังมีบุตรสาวคนใดอีก?

เขาจึงตอบอย่างระมัดระวัง “ข้ามิได้กำหนดไว้ชัดเจน เพียงหวังว่านิสัยต้องเข้ากันได้”

“เข้ากันได้หรือ…” จางซื่อยิ้มบาง “เช่นนั้นก็สำคัญยิ่ง”

เหยาอวี้เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยข่มความร้อนผ่าวที่พาดผ่านใบหน้าสุดชีวิต มองมารดาอย่างไม่เข้าใจว่าจะไม่สุดที่ใดกัน

เซี่ยจวิ้นเหอไม่ปล่อยให้ความสงสัยลอยผ่าน จึงถามเหมือนไม่ได้ตั้งใจว่า “ท่านน้าจางยังมีบุตรหลานอื่นอีกหรือขอรับ”

จางซื่อส่ายหน้าเบาๆ อย่างไม่เข้าใจความนัยของทำถาม จึงตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า “ข้ามีเหยาอวี้เพียงผู้เดียว”

แล้วกล่าวต่ออย่างภูมิใจ “ลูกสาวข้าเรียบร้อยอ่อนหวาน กิริยาดี รู้ความ เป็นเด็กขี้อาย จะดีมากหากมีคนเอ็นดูนางเพิ่ม”

เหยาอวี้แทบสำลักชาทันที

เรียบร้อย? ขี้อาย?

นางเหลือบมองมารดาอย่างระแวง เริ่มคิดเช่นเดียวกับเซี่ยจวิ้นเหอโดยมิได้นัดหมายว่า

หรือมารดาจะมีบุตรสาวอีกคนที่นางไม่ทราบ?

เซี่ยจวิ้นเหอที่เริ่มรู้สึกเหมือนเขาจะจับประเด็นความสนใจที่แท้จริงของน้าจางผู้นี้ไม่ได้ หรือต่อให้จับได้เขาก็ยังรู้สึกว่ามันเหลือจะเชื่อไปหน่อย

ในเมื่อคิดไม่ตก เขาจึงเลือกเบี่ยงบทสนทนากลับไปสู่เรื่องที่ปลอดภัยกว่าอย่างแนบเนียน

“ฮ่าฮ่า แม่นางน้อยผู้นี้ใครเห็นก็ต้องเอ็นดูรักใคร่ขอรับ” จากนั้นก็เปลี่ยนเรื่องฉับพลัน “อะแฮ่ม… จริงสิ …เรื่องกระเทียม ข้าสนใจจะทดลองขาย” เขากล่าวพลางยกถ้วยชาขึ้นแตะริมฝีปากเล็กน้อย “หากแม่นางมีความเห็นเพิ่มเติม วันหน้าเราคงได้หารือกันอีกได้หรือไม่ …ไม่ต้องห่วง ข้าย่อมมีค่าน้ำชา[1]ให้เจ้า”

แต่ครั้งนี้เหยาอวี้แทบอยากจะขอบคุณฟ้าดินให้กับเซี่ยจวิ้นเหอที่เบี่ยงความสนใจไปที่เรื่องกระเทียมได้

“ยินดีเจ้าค่ะ” นางตอบรวดเร็วกว่าครั้งแรก แววตากระตือรือร้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “หากนายน้อยต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม ข้ายินดีให้ความร่วมมือเต็มที”

ในใจนางคิดอย่างแน่วแน่ว่าครั้งหน้าจะไม่พามารดามาด้วยเด็ดขาด

เซี่ยจวิ้นเหอเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไป ก็อดยิ้มในใจไม่ได้

แม่หนูน้อยผู้นี้…ยามแรกพบทำท่าเคร่งขรึมราวผู้ใหญ่ตัวเล็กๆ วางตัวสุขุมเกินวัย ทว่ายามนี้กลับพยายามกดข่มความเขินอายจนใบหูแดงเรื่อ ท่าทางนั้นกลับทำให้เขารู้สึกผิดแปลกอยู่เล็กน้อย

เขารีบปัดความรู้สึกนั้นทิ้งทันที

นางเพียงแปดขวบเท่านั้น

ความคิดนั้นทำให้เขาขมวดคิ้วกับตนเองอย่างขำขัน ก่อนจะกลับไปสู่สีหน้าสุภาพเรียบร้อยดังเดิม

“จริงสิข้ายังไม่รู้จักชื่อเจ้าเลย” เซี่ยจวิ้นเหอแสร้งพูดขึ้นเหมือนนึกขึ้นได้ ทั้งที่ความจริงเขารู้แม้กระทั่งชื่อของญาติผู้พี่หลัวเหวินของนางที่กำลังจะสอบในไม่กี่วันนี้ด้วยซ้ำ

“ตายจริง น้านึกว่าพวกเจ้ารู้จักกันแล้วเสียอีก” จางซื่อกระพริบตาปริบๆ เพราะตอนที่บุตรสาวเล่าก็รวบรัดยิ่งนัก จึงไม่คิดว่าคนที่อยากจะร่วมมือทำการค้า จะยังไม่รู้แม้กระทั่งชื่อ

“ข้าชื่อเหยาอวี้เจ้าค่ะ หลัวเหยาอวี้” เหยาอวี้แนะนำตัวอย่างไม่คิดมาก ตอนที่นางรู้จักชื่อเขาก็เป็นเพราะคนในท่าเรือล้วนแต่เอ่ยถึงเขาทั้งนั้น

“หยกซ้อนหยก[2]ส่องประกายงาม ดุจหยกเรืองรองสะท้อนใจพิสุทธิ์… เป็นชื่อที่ดี” เขาท่องกลอนมาบทหนึ่งก่อนเอ่ยชมชื่อนี้

แต่คำพูดนั้นเหมือนจะสร้างความสะเทือนใจให้จางซื่ออย่างไม่ทราบสาเหตุ เพราะตั้งแต่นั้นมา นางก็นิ่งเงียบและไม่เอ่ยความใดอีก



 

[1] ค่าน้ำชา ในบริบทนี้เหมือนเป็นค่าเสียเวลา แต่ความหมายจริงๆ คือ เงินที่ให้เป็นสินบนหรือค่าตอบแทนพิเศษแก่เจ้าหน้าที่รัฐหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้รับความสะดวกรวดเร็วในการติดต่อทำเรื่องต่างๆ หรือเพื่อให้การทำงานราบรื่น โดยมักเป็นเงินจำนวนเล็กน้อยแต่ถือเป็นการทุจริตในลักษณะการเรียกรับผลประโยชน์

[2] หยกซ้อนหยก มาจากเหยาอวี้(瑶玉) เหยา(瑶) แปลว่า หยก , อวี้(玉) ก็แปลว่าหยก พอมีชื่อรวมกันจึงอ่านเป็นประพันธ์ได้ว่า 瑶玉凝辉照清心 แปลว่า หยกซ้อนหยกส่องประกายงาม ดุจหยกเรืองรองสะท้อนใจพิสุทธิ์