LNCrawler

ตอนที่ 62

[อ่านฟรีทุกวัน] ชาติภพที่สาม ข้าไม่ขอเป็นผู้ใด [มีE-Book] — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 62

ตอนที่ 62


 

เหยาอวี้ฟังแล้วก็อดสงสัยมิได้

ตู้เถียนเถียนมิใช่ไม่มีบ่าวคนสนิทอยู่แล้วหรือ แล้วเหตุใดหน้าที่ที่ควรมีผู้รับผิดชอบอยู่แล้ว ถึงกลายเป็นข้อเสนอที่มาถึงนางกัน

ทว่าคุณหนูตู้คล้ายเตรียมคำอธิบายไว้แล้ว

“มารดาของอาฝูป่วยหนัก ต้องรีบกลับบ้านนอกเพื่อดูใจ” นางกล่าวต่อ สีหน้าหนักใจ “ส่วนบ่าวคนอื่น แม้จะรับใช้มานาน แต่ก็อยู่ในจวนนี้ทั้งสิ้น ข้ากลัวว่าหากมีเรื่องผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย จะกลายเป็นที่ครหาในภายหลัง”

นางเงยหน้ามองเหยาอวี้ตรงๆ

“ไม่เหมือนเจ้าที่อยู่ที่เหออันเพียงชั่วคราว ต่อให้มีสิ่งใดไม่สมบูรณ์ ก็ไม่มีผู้ใดโยงใยไปถึงเจ้าได้”

เหตุผลนั้นฟังดูมีตรรกะเพียงพอ สตรีที่มิได้ผูกพันกับจวน มิได้มีสายสัมพันธ์กับบ่าวรับใช้ฝ่ายใด มิได้มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับการแต่งงานครั้งนี้ ย่อมเป็นคนกลางที่ปลอดภัยที่สุด

แต่เหยาอวี้ไม่ได้เป็นคนใจดีถึงเพียงนั้น นางนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค้อมศีรษะเล็กน้อยอย่างสำรวม

“คุณหนูเมตตาเกินไปแล้วเจ้าค่ะ” นางกล่าวเสียงเรียบ “แต่ข้ายังเล็กนัก เรื่องในห้องหอเป็นพิธีของผู้ใหญ่ ข้าเกรงว่าจะวางตัวไม่เหมาะสม”

ถ้อยคำมิได้ปฏิเสธตรงๆ หากเป็นการยกช่วงวัย ขึ้นมาเป็นเกราะกำบังอย่างสุภาพ

“บ่าวข้างกายของคุณหนูล้วนชำนาญพิธีการมากกว่า ข้าไม่เคยเห็นขั้นตอนเหล่านั้นมาก่อน หากทำสิ่งใดผิดธรรมเนียม จะยิ่งทำให้คุณหนูต้องลำบากใจ” เหยาอวี้เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย สีหน้าใสซื่อราวเด็กธรรมดา “ข้าเพิ่งแปดขวบเท่านั้นเจ้าค่ะ”

ประโยคสุดท้ายกล่าวอย่างเรียบง่าย แต่ชัดเจนพอจะเตือนอีกฝ่ายถึงความไม่เหมาะสม

จางซื่อที่นั่งฟังอยู่ข้างๆ พลันหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นตู้เถียนเถียนเริ่มหน้าเสีย จึงคิดไปว่านางคงจะหวาดกลัวการแต่งงานมากจริงๆ จึงอดจะช่วยเกลี่ยกล่อมไม่ได้ว่า “เด็กคนนี้คิดมากเกินไป” นางกล่าวอย่างเอ็นดู “เรื่องในห้องหอจะให้ทำสิ่งใดเล่า เพียงนั่งเป็นเพื่อนให้คุณหนูอุ่นใจก็พอ”

เหยาอวี้แทบอยากมองบน ยามนี้นางมีสังหรณ์ที่แน่ชัดแล้วว่า ความไม่ชอบมาพากลหลายอย่างอยู่ที่งานแต่งนี้ของตู้เถียนเถียนแน่นอน แต่มารดาผู้ชื่นชมงานแต่งเป็นชีวิตจิตใจกลับเปิดช่องใหม่ให้ตู้เถียนเถียนอีกครั้ง

ตู้เถียนเถียนที่ตอนแรกยังรังเกียจที่จางซื่อชอบพูดถึงข้อดีของการแต่งงานทีแรก ยามนี้นางเริ่มรู้สึกว่าคำพูดของนางน่าฟังมากขึ้นแล้ว จึงรีบพยักหน้า “ยิ่งเพราะเจ้ายังเล็ก ข้าจึงวางใจอย่างไรเล่า ดังนั้นต้องเป็นเจ้าเท่านั้น”  คำพูดสุดท้ายนั้นเหมือนจะก้องกว่าปกติ

ข้ออ้างเรื่องอายุ ดูจะไม่เพียงพอเสียแล้ว พอนึกถึงหลายวันที่ผ่านมา นายอำเภอตู้ให้ที่พักและอาหารอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เพียงแค่การเป็นบ่าวรับใช้ไม่กี่ชั่วยามย่อมมิได้เสียหายอันใด

มีเพียงความตื่นตัวบางอย่าง ที่ทำให้นางรู้สึกไม่ชอบมาพากลเท่านั้น แต่ก็อยากจะอธิบายเพราะยังเป็นเพียงความคิดมากไปก่อนเหตุที่ไม่อาจอธิบายได้

ตู้เถียนเถียนเผยรอยยิ้มเมื่ออีกฝ่ายพยักหน้า ในใจรู้สึกเสียเวลานักที่ต้องมายกยอปอปั้นคนเหล่านี้ หากมิใช่ว่ามารดานางออกความเห็นนี้ด้วยตนเอง นางก็สามารถให้คนจัดการสลับตัวกับเด็กหญิงผู้นี้ได้อยู่ดี เพราะถึงอย่างไรพวกนางก็อยู่ในจวนของนางอยู่แล้ว ไม่ว่าจะวางยาอาหาร หรือรมควันยาสลบ ล้วนแต่ไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ยาก

แต่การที่เห็นนางเดินไปเดินมาในงานแต่งด้วย จะยิ่งทำให้แผนการแนบเนียนขึ้นเท่านั้น


 

ระยะการจัดงานแต่งเพียงสามวัน ถึงอย่างไรก็ดูจะเป็นงานที่กระชั้นชิดไปหน่อย ปกติมักใช้เวลาเตรียมการล่วงหน้าหลายเดือนจนถึงเป็นปี เพราะต้องผ่านสามหนังสือ[1]หกพิธีการ[2] แต่ก็ได้ยินมาว่าทั้งสองหมั้นกันมาหลายปีแล้ว ดังนั้นจึงเหลือเพียงพิธีการสำคัญอย่างงานแต่งเท่านั้น

ตั้งแต่รับปากว่าจะอยู่เป็นสตรีข้างกายในคืนเข้าหอ ท่านนายอำเภอตู้ก็ดูจะนับเหยาอวี้รวมอยู่ในหมู่บ่าวใกล้ชิดของตู้เถียนเถียนไปโดยปริยาย

คำสั่งต่างๆ จึงมาถึงเรือนรับรองของนางโดยตรง ทั้งเรื่องเวลาเข้าออก การซ้อมพิธี และแม้กระทั่งการจัดเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับงาน

สามวันก่อนพิธีผ่านไปอย่างรวดเร็ว

วันแรก ช่างตัดเสื้อถูกเรียกเข้าจวนตั้งแต่เช้า

เหยาอวี้มิคิดว่าตนเองจะเกี่ยวข้อง จนกระทั่งฮูหยินของจวนหันมาบอกให้ช่างวัดตัวนางด้วย “สตรีข้างกายในคืนมงคล ย่อมต้องแต่งกายเรียบร้อยสมฐานะจวนเจ้าสาว”

สิ้นคำนี้ สายวัดผ้าก็พาดผ่านบ่าบาง วัดรอบอก รอบเอว และความยาวแขนเสื้ออย่างรวดเร็ว ช่างจดขนาดลงบนกระดาษอย่างคล่องแคล่ว

เหยาอวี้ยืนสงบนิ่ง ทว่าภายในใจกลับรู้สึกประหลาดที่ถูกให้ความสำคัญถึงเพียงนี้

นางเพียงมาชั่วคราว แต่กลับถูกดึงเข้าไปในกระแสพิธีการของจวนใหญ่อย่างเต็มตัว

วันต่อๆ มาเป็นการซ้อมลำดับพิธี นางอยู่ข้างๆ อย่างเบื่อหน่าย อยู่ๆ ก็ระลึกถึงหลัวเหวินขึ้นมา ดูท่าเหมือนการสอบของเขาคงราบรื่นจนถึงวันสุดท้ายเป็นแน่ เพราะถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่กลับจวน ดังนั้นช่วงนี้อย่างไรนางก็ว่างไปอีกห้าวัน


 

งานมงคลของคุณหนูตู้ถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติแห่งจวนขุนนางขั้นเจ็ด และตระกูลเจียงคหบดีผู้มั่งคั่งที่ลงหลักปักฐานในเหออันมาหลายชั่วคน

ตั้งแต่รุ่งสาง โคมแดงถูกจุดไล่เรียงตั้งแต่ประตูใหญ่สู่เรือนหลัก ผืนผ้าแพรสีชาดพาดยาวเหนือคาน เสียงประทัดดังเป็นระยะขับไล่สิ่งอัปมงคล

แขกเหรื่อทยอยมาไม่ขาดสาย ทั้งขุนนางระดับเดียวกันและต่ำกว่า พ่อค้าผู้มั่งคั่งในเมือง ตลอดจนตระกูลใหญ่ใกล้เคียงที่มีสายสัมพันธ์ทางการค้าและการเมืองเท่านั้น

เจ้าบ่าวมิได้มารับเจ้าสาวด้วยตนเอง อ้างว่าร่างกายไม่อาจต้องลมเย็น จึงส่งขบวนเกี้ยวพร้อมญาติผู้ใหญ่ฝ่ายชายมารับแทน

ผู้ที่ก้าวลงจากม้า นำหน้าขบวนเกี้ยว คือ เจียงเจ๋อหมิน บุตรชายคนโตสายหลักของตระกูลเจียง

ชุดพิธีสีเข้มของเขาปักลายเมฆทองอย่างสง่างาม ใบหน้าคมคายดูสุขุมกว่าวัย เมื่อสายตาเลื่อนไปยังเจ้าสาวในผ้าคลุมหน้าแดง เขากลับถอนใจเบาๆ โดยมิอาจกลั้นไว้ได้

เขาเองก็มิได้คาดคิดว่าน้องรองจะเร่งรัดงานแต่งงานถึงเพียงนี้ ปกติแล้วน้องชายผู้นั้นแทบมิใส่ใจเรื่องสตรี การพบหน้าว่าที่เจ้าสาวแต่ละครั้งก็นับนิ้วได้ แต่สุดท้ายเรื่องกลับดำเนินมาถึงขั้นนี้

“เชิญเจ้าสาวขึ้นเกี้ยวเถิด” เขากล่าวเสียงเรียบกับแม่สื่อ มิให้ใครสังเกตเห็นความคิดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง

“คุณชายใหญ่ช่างมีเมตตาแทนน้องชายจริงๆ” ญาติฝ่ายหญิงกล่าวอย่างเกรงใจ

เจียงเจ๋อหมินเพียงยิ้มบาง “ครอบครัวเดียวกัน ย่อมต้องเกื้อกูลกัน”

แต่ในใจเขากลับหนักอึ้ง หากพูดกันตามตรง น่าเห็นใจฝ่ายหญิงไม่น้อย

ฝ่ายอารองของเขามีบุตรชายเพียงคนเดียว ฟางเส้นใดที่คิดว่าจะยื้อชีวิตบุตรชายได้ พวกเขาย่อมคว้าไว้ให้แน่น แม้จะเป็นความเชื่อเรื่องแต่งผูกดวงเสริมชะตาอันงมงายก็ตาม

เขามองเกี้ยวแดงที่ค่อยๆ เคลื่อนออกจากจวนฝ่ายหญิง พลางเอ่ยกับผู้ติดตามเบาๆ

“ให้ดูแลขบวนให้เรียบร้อย อย่าให้มีสิ่งใดผิดพลาด”

“ขอรับ คุณชายใหญ่”


 

เมื่อขบวนเกี้ยวแดงเคลื่อนเข้าสู่จวนตระกูลเจียง เสียงประทัดดังสนั่นต้อนรับดังสะท้อนกำแพงสูงทั้งสี่ด้าน โคมแดงแขวนเรียงรายตั้งแต่ประตูใหญ่ถึงลานกลาง กลิ่นกำยานลอยคลุ้งปะปนกับกลิ่นสุราและอาหารมงคล

เหยาอวี้เดินเคียงท้ายเกี้ยวตามหน้าที่สตรีข้างกาย ครั้นเจ้าสาวถูกประคองลงจากเกี้ยว นางจึงเงยหน้าขึ้นโดยมิได้ตั้งใจ

และในชั่วขณะนั้นเอง นางก็ได้เห็นหน้าเจ้าบ่าวชัดเจน

คุณชายรองสกุลเจียง…เจียงมู่ไป๋

บุรุษผู้ที่นางเคยบังเอิญช่วยไว้ที่ชิงเฟิง

โลกช่างกลมกว่าที่คิด

ท่ามกลางเสียงอึกทึกและสายตาผู้คน ทั้งสองสบตากันเพียงครู่เดียว

ดวงตาคู่นั้นเฉียงเรียวยาว หัวตาแหลมลึก หางตาชี้ขึ้นอย่างสง่างาม ให้ความรู้สึกทั้งสูงศักดิ์และเจ้าเล่ห์อันตราย ราวกับจิ้งจอกที่แฝงเขี้ยวเล็บไว้ใต้ท่าทีสุภาพ แม้วันนี้เขาจะสวมชุดเจ้าบ่าวเต็มยศ ทว่าความเย่อหยิ่งในแววตายังมิเลือนหาย

นางรู้สึกมาตั้งแต่แรกแล้วว่า บุรุษผู้นี้มิใช่คนที่เปิดใจให้ผู้ใดง่ายๆ แววตาของเขาเหมือนจะผลักไสทุกสิ่งให้ห่างไกลตัว แม้กระทั่งความปรารถนาดีของผู้อื่น

เหยาอวี้มิได้แสดงสีหน้าใดเป็นพิเศษ แต่นางอดสงสัยมิได้ว่า ชีวิตคู่ของสองคนนี้จะดำเนินไปในทิศทางใด

เจียงมู่ไป๋เอง เมื่อเห็นนางยืนอยู่ในขบวนเจ้าสาว ใบหน้าที่เรียบเฉยอยู่เสมอพลันฉายแววประหลาดใจวูบหนึ่ง แล้วเลือนหายไปเหมือนไม่เคยเกิดขึ้น

มีเพียงอาไฉ ผู้ติดตามใกล้ชิดของเขา เมื่อเหลือบมาเห็นเหยาอวี้ชัดเจน ถึงกับเบิกตาโตอย่างตกตะลึง สีหน้าเปลี่ยนไปทันที ก่อนจะรีบก้มศีรษะต่ำ หดคอลงราวกับมีเรื่องค้างคาในใจที่มิอาจเอ่ยออกมา

พิธีดำเนินต่อโดยมิรอใคร เจ้าบ่าวและเจ้าสาวทำพิธีคำนับฟ้าดิน บรรพชน และบิดามารดาฝ่ายชายท่ามกลางเสียงอวยพร

ทุกขั้นตอนมีบ่าวรับใช้และแม่สื่อจัดการอย่างคล่องแคล่ว นางแทบไม่ต้องทำสิ่งใด นอกจากอยู่ข้างๆ อย่างที่ตู้เถียนเถียนรับปากจริงๆ

ท่ามกลางแขกเหรื่อมากหน้าหลายตา นางเห็นลุงพาน…พานเหยียนซู ยืนสนทนาอยู่กับผู้ใหญ่ฝ่ายชาย ฮูหยินพานยืนเคียงข้างอย่างสง่างาม

สายตาของทั้งสองบังเอิญสบกับเหยาอวี้เพียงครู่

นางยิ้มบางๆ แล้วค้อมศีรษะทักทายอย่างลับๆ

พานเหยียนซูเพียงพยักหน้าเล็กน้อย ฮูหยินพานคลี่ยิ้มอ่อน แต่ทั้งคู่มิได้แสดงท่าทีว่ารู้จักกัน แม้แต่บ่าวรับใช้ที่ติดตามพานเหยียนซู ก็เก็บสายตาและวางตัวอย่างมีมารยาท

หลายครั้งแล้วที่เหยาอวี้รู้สึกว่า บ่าวในจวนพานล้วนได้รับการอบรมอย่างมีระบบ ระเบียบ และรู้หน้าที่ของตน จวนที่เลี้ยงดูคนเช่นนี้ได้ ย่อมมีรากฐานมั่นคง และตราบใดที่ยังรักษาวินัยเช่นนี้ไว้ได้ ความรุ่งเรืองย่อมไม่ตกต่ำง่ายๆ


 

[1] สามหนังสือ คือขั้นตอนการแต่งงาน ได้แก่

หนังสือหมั้นหมาย ส่งไปพร้อมกับของหมั้นเพื่อยืนยันการตกลงใจแต่งงาน

หนังสือแสดงรายการของหมั้น/สินสอด รายละเอียดสิ่งของและจำนวนสินสอดที่นำมามอบให้

หนังสือรับตัวเจ้าสาว มอบให้ในวันรับตัวเจ้าสาว เพื่อยืนยันการรับเข้าเป็นสมาชิกในตระกูล

[2] หกพิธีการ

การทาบทาม ฝ่ายชายส่งเฒ่าแก่/แม่สื่อไปสู่ขออย่างเป็นทางการ

การขอวันเดือนปีเกิด เพื่อนำไปให้ซินแสตรวจดวงชะตาว่าสมพงศ์กันหรือไม่

การแจ้งผลดวงสมพงศ์ เมื่อดวงผ่านเกณฑ์ ฝ่ายชายจะแจ้งผลและมอบของขวัญเบื้องต้น

การมอบสินสอด พิธีมอบของหมั้นและสินสอดชุดใหญ่ตามที่ตกลงกัน

การหาฤกษ์มงคล การกำหนดวันแต่งงานและวันมงคลอื่นๆ

การรับตัวเจ้าสาว เจ้าบ่าวเดินทางไปรับเจ้าสาวที่บ้านเพื่อมาเข้าพิธีที่บ้านฝ่ายชาย