LNCrawler

บทที่ 131 จบกัน จบเห่แล้ว ฉันไม่บริสุทธิ์อีกต่อไป

(อ่านฟรีทุกวัน) เกิดใหม่ยุค 70 ทั้งที ขอผูกขาดความรวยด้วยนิ้วทองคำของคนอื่น [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 131 จบกัน จบเห่แล้ว ฉันไม่บริสุทธิ์อีกต่อไป

        “เมื่อไม่กี่วันก่อนลู่เหย่บอกฉันว่าจะรับสมัครหมอทหารคนใหม่ ตอนนั้นฉันก็คิดว่าคุณนี่แหละเหมาะสมที่สุด ไม่นึกเลยว่าคุณจะมาจริงๆ”

       ชีชีเอ่ยด้วยความดีใจจากใจจริง จนดวงตาเรียวสวยหยักโค้งเป็นรูปจันทร์เสี้ยว

       “อ้อ... บังเอิญจริงๆ ครับ บังเอิญมาก”

       รอยยิ้มบนใบหน้าของเฉินเยี่ยนดูแข็งค้างเล็กน้อย เขายกมือขึ้นลูบหน้าตามสัญชาตญาณ พลางเหลือบมองลู่เหย่ทีหนึ่งแล้วหันมามองชีชีอีกที ในใจทอดถอนหายใจยาวเหยียด ช่างเป็นคู่กิ่งทองใบหยกที่สวรรค์สร้างโดยแท้ ตัดใจเสียเถอะเรา

       ตกกลางคืน ชีชีจึงปรึกษากับลู่เหย่ “ฉันคิดว่า ถ้าหมอทหารของพวกคุณมีพลังพิเศษสายเยียวยา มันจะช่วยรักษาชีวิตคนในยามคับขันได้นะคะ”

       “พลังพิเศษสายเยียวยา? มันคือตัวอะไรน่ะ?” ลู่เหย่ทำหน้าตระหนก รู้สึกเหมือนตัวเองหูฝาดไป

       “หลักการเดียวกับพลังพิเศษของคุณนั่นแหละค่ะ ของคุณคือการปลดปล่อยพละกำลัง แต่พลังงานที่เขาปล่อยออกมาจะสามารถทำให้บาดแผลสมานตัวได้อย่างรวดเร็ว”

       “มีของมหัศจรรย์แบบนี้ด้วยเหรอ? ชีชี คุณนี่เก่งเกินไปแล้ว”

       “เพราะอย่างนั้นฉันเลยอยากปรึกษาคุณ ว่าจะมอบพลังพิเศษนี้ให้เฉินเยี่ยน คุณคิดว่ายังไงคะ?”

       ลู่เหย่พลันเงียบกริบไปทันที นิ่งงันไม่ปริปากอยู่นานโข

       “ถ้าคุณมีความเห็นต่างก็พูดออกมาสิคะ เงียบไปแบบนี้มันหมายความว่ายังไง?”

       “ชีชี... คุณชอบเฉินเยี่ยนหรือเปล่า?”

       ชีชีถึงกับอึ้งไปกับคำถามของอีกฝ่าย “พูดเหลวไหลอะไรเนี่ย? เราเป็นแค่เพื่อนที่ดีต่อกัน รู้จักกันตอนอยู่ที่ภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ไม่ใช่ว่าฉันไม่เคยเล่าให้คุณฟังเสียหน่อย”

       “แต่ผมรู้สึกว่าเขาชอบคุณ แล้วคุณเองก็ดูจะรู้สึกดีกับเขา”

       “แล้วยังไงคะ? นี่คุณหึงเหรอ?”

       “ผมจะหึงไปทำไม?” ลู่เหย่หลบสายตาอย่างมีพิรุธ “ผมแค่รู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์ในใจน่ะ”

       “อย่าคิดฟุ้งซ่านสิคะ ตราบใดที่คุณไม่ทรยศฉัน เราสองคนก็ได้ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชรด้วยกันแน่นอน”

       “นี่คุณพูดเองนะ ห้ามคืนคำเด็ดขาด”

       “หึ พ่อคนใจแคบ”

       “มันเกี่ยวอะไรกับใจแคบเล่า? ไม่เคยเห็นผู้ชายคนไหนใจกว้างขนาดจะยกภรรยาตัวเองให้คนอื่นหรอกนะ”

       คำนี้ชีชีอยากจะเถียงกลับใจจะขาด เพราะคนบ้านใกล้เรือนเคียงคนนั้นทำได้แน่ๆ

       นั่นเป็นเรื่องที่หญิงสาวแอบไปได้ยินตอนยืนพิงกำแพงบ้านคนอื่นมาโดยไม่ตั้งใจ

       ทว่าเรื่องพรรค์นั้นไม่มีความจำเป็นต้องพูดออกมาในตอนนี้

       “เอาละๆ เราพูดเรื่องงานกันอยู่นะคะ”

       ลู่เหย่ครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ก่อนเอ่ยว่า “พื้นฐานทางการทหารของเฉินเยี่ยนสูงมาก แม่นปืน ฝีมือการต่อสู้ก็ไม่เลว แถมวิชาแพทย์ยังล้ำเลิศอีกด้วย

       ปูมหลังเขาก็ไม่มีปัญหาเลย เป็นทายาทรุ่นที่สองของคณะปฏิวัติขนานแท้ ไม่รู้เขาคิดยังไงถึงได้ดั้นด้นแทรกตัวเข้ามาอยู่ในหน่วยของเราให้ได้”

       “เขาไม่ชอบที่สุดเวลาคนอื่นบอกว่าเขาเป็นทายาทรุ่นที่สองของคณะปฏิวัติ เขาอยากใช้ความสามารถของตัวเองสร้างชื่อน่ะค่ะ”

       “ความคิดดีครับ แต่กลัวว่าถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นมา พวกเราจะพลอยเดือดร้อนไปด้วย”

       “เพราะฉะนั้นการมอบพลังพิเศษสายเยียวยาให้เขา นอกจากจะช่วยรักษาชีวิตทุกคนแล้ว ยังการันตีได้ว่าเวลาเขาออกไปทำภารกิจเขาจะไม่บาดเจ็บ หรืออย่างน้อยคนอื่นก็จะไม่รู้ว่าเขาเคยบาดเจ็บ”

       “อืม... แต่คุณไม่กังวลเรื่องความลับจะรั่วไหลเหรอ?”

       “เรื่องคุณธรรมน้ำใจของเฉินเยี่ยน ฉันยังเชื่อมั่นอยู่นะคะ”

       “งั้นก็ตามใจคุณครับ พรุ่งนี้ผมจะพาเขามาที่บ้าน”

       “ตกลงค่ะ”

       เมื่อคุยธุระจบ ลู่เหย่ก็เริ่ม ‘ปล่อยตัวปล่อยใจ’ อีกครั้ง

       อาจเป็นเพราะถูกเฉินเยี่ยนกระตุ้นเข้า คืนนี้ชายหนุ่มจึงดูดุดันรุนแรงเป็นพิเศษ

       วันถัดมา คณะวิจัยที่ส่งมาจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การเกษตรก็มาถึง มีจำนวนมากถึงสี่สิบคน ทำเอาชีชีประหลาดใจไม่น้อย

       ยังดีที่เรื่องอาหารการกินและที่พักทางกองทัพเป็นคนจัดการให้ ไม่อย่างนั้นเธอคงรับมือไม่ไหวแน่ๆ

       อันที่จริงทุกคนต่างก็ทำงานด้านเกษตรกรรมเหมือนกัน หลักการน่ะเข้าใจอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องอธิบายรายละเอียดที่ควรระวังให้ทะลุปรุโปร่ง

       ชีชีนำพวกเขาไปเยี่ยมชมโรงเรือนเพาะปลูกทุกแห่ง วิเคราะห์ผักแต่ละชนิดที่ปลูกอย่างละเอียด

       รวมถึงการเพาะกล้า การใส่ปุ๋ย การป้องกันโรคและแมลงศัตรูพืช ทุกรายละเอียดหญิงสาวล้วนอธิบายอย่างถี่ถ้วน

       สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการควบคุมอุณหภูมิและความชื้นซึ่งยากต่อการกะเกณฑ์ ต้องปรับเปลี่ยนตามสภาพพื้นที่ สภาพดิน และระยะเวลาที่ได้รับแสงแดดของแต่ละท้องถิ่น

       ในสมองของชีชีมีฐานข้อมูลของเขตเกษตรกรรมสำคัญทั่วประเทศในโลกอนาคต เธอจึงแนะนำให้ทุกคนลองไปตามสถานที่เหล่านั้น พร้อมกับถ่ายทอดประสบการณ์ที่เธอสรุปไว้ รวมถึงชนิดของผักที่เหมาะแก่การเพาะปลูกให้พวกเขาอย่างไม่ปิดบัง

       เหล่านักวิจัยที่ก่อนมานึกว่าแค่มาดูงานเป็นพิธี กลับคาดไม่ถึงว่าจะได้เรียนรู้สิ่งที่เป็นประโยชน์มากมายขนาดนี้

       แต่ละคนทำตัวเหมือนเด็กนักเรียนชั้นประถมที่ตั้งอกตั้งใจ อยากจะจดบันทึกทุกคำพูดที่ชีชีเอ่ยออกมา

       ตลอดทั้งวันชีชีแทบไม่ได้พัก แม้แต่ตอนกินข้าวก็ยังต้องคอยตอบคำถาม

       พอตกเย็นกลับมาถึงบ้าน ลู่เหย่ก็ทำอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขานั่งรออยู่ที่โต๊ะพร้อมกับเฉินเยี่ยน

       “กับข้าวเสร็จแล้วพวกคุณก็กินก่อนสิคะ ไม่ต้องรอฉันหรอก”

       “ก็ไม่ได้รอนานเท่าไรครับ”

       ทันทีที่ชีชีก้าวเข้าประตู ลู่เหย่ก็ปรี่เข้าไปรับกระเป๋าสะพายของเธอไปเก็บให้ พร้อมกับรีบตักน้ำมาให้เธอล้างมือ ปรนนิบัติพัดวีราวกับเป็นแฟนคลับตัวยง

       เฉินเยี่ยนแอบยอมรับอยู่ในใจ แม้เขาจะชอบชีชีมาก แต่ถ้าจะให้เขาทำงานบ้านทุกอย่างเหมือนลู่เหย่ เขาคงทำไม่ได้จริงๆ

       อย่างน้อยเขาก็ทำอาหารไม่เป็น แต่ดูเหมือนฝีมือปลายจวักของลู่เหย่จะเข้าขั้นยอดเยี่ยม

       ไม่มีการเปรียบเทียบก็ไม่มีความเจ็บปวด ต่อให้เฉินเยี่ยนไม่อยากตัดใจก็คงต้องทำ เพราะสู้ไม่ได้... สู้ไม่ได้จริงๆ

       มื้อค่ำมื้อนั้นจบลงด้วยบรรยากาศที่ชื่นมื่นทั้งเจ้าบ้านและแขกผู้มาเยือน

       หลังกินเสร็จ ลู่เหย่อาสาล้างจานและทำความสะอาดห้องครัวเอง

       เฉินเยี่ยนแอบยกนิ้วให้เขาในใจอีกครั้ง ช่างเป็นชายหนุ่มห้ายอดเยี่ยมแห่งยุคใหม่จริงๆ สมควรให้ผู้ชายทั้งโลกเอาเป็นเยี่ยงอย่าง

       บนโต๊ะอาหารเหลือเพียงชีชีกับเฉินเยี่ยนแค่สองคน ชีชีครุ่นคิดอยู่นานก่อนจะเปิดฉากขึ้นว่า “เฉินเยี่ยน ฉันมีความลับอย่างหนึ่งอยากจะบอกคุณ ไม่ว่าคุณจะเห็นด้วยหรือไม่ ช่วยเก็บเป็นความลับให้ฉันหน่อยได้ไหมคะ?”

       หัวของเฉินเยี่ยนส่งเสียงวิ้งจนขาวโพลน หัวใจเต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้ ปลายนิ้วสั่นเทาไปหมด

       ‘นี่คือจะสารภาพรักเหรอ? ผู้ชายของคุณก็ยังอยู่นะ นี่มันน่าตื่นเต้นเกินไปแล้ว!’

       ‘ไม่ใช่สิ ถ้าคุณสารภาพรักจริงๆ ผมควรจะตอบตกลงดีมั้ย? หรือว่าตอบตกลงดีนะ?’

       ‘ต้องเก็บเป็นความลับด้วยเหรอ? นี่คือจะเป็นชู้รักลับๆ ใช่ไหม? จริงๆ มันก็ไม่ได้แย่นะ ผมเต็มใจครับ!’

       ‘อา... พูดออกมาสิ พูดออกมา! ผมเตรียมตัวพร้อมแล้ว!’

       เฉินเยี่ยนถูกความคิดที่แวบเข้ามาในหัวทำให้สะดุ้งโหยง เขารีบสะบัดศีรษะไล่ความคิดฟุ้งซ่านที่ไม่เป็นจริงเหล่านั้นออกไปให้หมด

       ‘เป็นไปไม่ได้ สหายชีไม่ใช่ผู้หญิงร้ายกาจแบบนั้น และผมเองก็จะมีความคิดอกุศลแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด’

       หลังจากต่อสู้กับตัวเองในใจช่วงสั้นๆ เฉินเยี่ยนก็ทำสีหน้าจริงจัง “คุณพูดมาเถอะ ผมฟังอยู่”

       ชีชีไม่ได้อ้อมค้อม เข้าประเด็นทันที “ฉันสามารถมอบพลังพิเศษให้คุณได้ มันจะช่วยให้บาดแผลสมานตัวได้อย่างรวดเร็ว คุณยินดีที่จะรับมันไว้ไหมคะ?”

       “อะไรนะ?”

       ถ้าไม่ใช่เพราะการอบรมบ่มเพาะกิริยามารยาทมาตั้งแต่เล็กจนโต เฉินเยี่ยนคงจะกระโดดตัวลอยไปแล้ว

       นี่มันดูไม่น่าเชื่อถือยิ่งกว่าการสารภาพรักเสียอีก!

       “เดี๋ยวๆ ผมหูฝาดไปหรือเปล่า? คุณช่วยพูดใหม่อีกทีได้ไหม?”

       “คุณไม่ได้หูฝาดค่ะ มันคือพลังพิเศษ ถ้าคุณตอบตกลง ฉันสามารถมอบให้คุณได้เดี๋ยวนี้เลย”

       “ตกลงครับ แน่นอนว่าผมรับ!”

       สมองของเฉินเยี่ยนมึนงงไปหมด แต่เขากลับตอบตกลงตามสัญชาตญาณ ในจิตใต้สำนึกมีเสียงหนึ่งบอกเขาว่า ช่วงเวลาที่จะเปลี่ยนโชคชะตามาถึงแล้ว ถ้าพลาดครั้งนี้ไปก็คือพลาดเลย ตลอดชีวิตนี้คงไม่มีโอกาสแบบนี้อีกแล้ว

       เมื่อได้รับการยืนยันจากเฉินเยี่ยน ชีชีก็เรียกก้อนพลังงานสายเยียวยาออกมาทันที แล้วควบคุมให้มันเคลื่อนเข้าไปใกล้เฉินเยี่ยน

       เนื่องจากเคยมีประสบการณ์มาแล้วครั้งหนึ่ง ครั้งนี้ชีชีจึงจัดการได้อย่างราบรื่นเป็นพิเศษ

       ก้อนพลังงานพุ่งจมหายเข้าไปในระหว่างคิ้วของเฉินเยี่ยน ทันใดนั้นดูเหมือนแววตาและใบหน้าของเขาจะดูดีขึ้นไม่น้อย แน่นอนว่าเดิมทีเขาก็เป็นหนุ่มหล่ออยู่แล้ว

       “เรียบร้อยแล้วค่ะ คุณลองทดสอบดูสิ”

       “เอ๊ะ? แล้วผมจะทดสอบยังไงล่ะครับ?”


อ่านยาวๆ สะใจมากกว่า 300 ตอน อัปเดตก่่อนใคร
และร่วมสนับสนุนผลงานที่ถูกต้องลิขสิทธิ์ได้ที่ Kawebook >> https://kawebook.co/rwHDd