บทที่ 132 เจอคู่ปรับเข้าให้แล้ว
บทที่ 132 เจอคู่ปรับเข้าให้แล้ว
เฉินเยี่ยนยืนอึ้งไปทั้งหน้า เขาเห็นเพียงชีชีทำท่าวาดนิ้วร่ายมนตร์ จากนั้นก็ดีดนิ้วเบาๆ เพียงครั้งเดียวก็เป็นอันจบสิ้น
อย่าว่าแต่ไม่เห็นอะไรเลย แม้แต่ความรู้สึกเพียงนิดก็ไม่มี
มันดู... เหมือนทำเล่นๆ เสียมากกว่า
เขาแอบสงสัยว่านี่คือการหาความสำราญหลังมื้ออาหารหรือเปล่า ชีชีคงตั้งใจปรับเปลี่ยนบรรยากาศ และแสดงมายากลเล็กน้อยเพื่อไม่ให้เขาต้องรู้สึกกระอักกระอ่วน
แน่นอนว่าชีชีรู้ดีว่าเขาคงไม่เชื่ออย่างง่ายดายเช่นนี้ หญิงสาวจึงหยิบมีดปอกผลไม้บนโต๊ะขึ้นมาหมายจะกรีดลงบนมือของตัวเอง
ทว่ายังไม่ทันไร มือกลับว่างเปล่า มีดปอกผลไม้เล่มนั้นไปอยู่ในมือของเฉินเยี่ยนเสียแล้ว
ไม่รู้ว่าชายหนุ่มตื่นเต้นเกินไปหรืออย่างไร จึงได้กรีดลงบนฝ่ามือตัวเองเป็นแผลยาวกว่านิ้วในทันที เลือดสดๆ ไหลทะลักออกมาดั่งสายน้ำ
ความเจ็บปวดชนิดที่ว่า แค่เห็นก็รู้สึกเจ็บแทนขึ้นมาทันที
‘ซี้ด!’
ชีชีสูดปากด้วยความหวาดเสียว ผู้ชายคนนี้ช่างบ้าบิ่นเสียจริง
ทว่าเฉินเยี่ยนกลับสีหน้าไม่เปลี่ยน ราวกับว่าคนที่บาดเจ็บไม่ใช่ตัวเขาเอง “ต่อไปผมต้องทำยังไงครับ?”
“คุณรวบรวมสมาธิ นึกถึงการสมานแผลเข้าไว้ค่ะ”
หากไม่ใช่เพราะใบหน้ายิ้มแย้มของชีชีดูจริงจังอย่างยิ่ง เฉินเยี่ยนคงหลุดขำออกมาแน่ๆ
ไม่ว่าจะมองอย่างไร เขาก็รู้สึกว่าเรื่องตรงหน้านี้เหมือนการเล่นขายของเกินไป มันดูไม่สมจริงเอาเสียเลย
อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการให้ความร่วมมือกับเทพธิดาในดวงใจ เฉินเยี่ยนจึงใช้ทักษะการแสดงอันอ่อนด้อย แสร้งทำเป็นว่าเขากำลังตั้งใจอย่างหนัก
รวบรวมสมาธิ... เยียวยา...
ทว่าเพียงชายหนุ่มขยับความคิด บาดแผลบนมือก็สมานตัวเข้าหากันด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
เฉินเยี่ยนดีดตัวลุกขึ้นจากม้านั่งทันที “หัวหน้าครับ! หัวหน้า!”
เสียงของเฉินเยี่ยนถึงกับแหบพร่า คาดว่าตั้งแต่โตมาเขาคงไม่เคยเสียอาการขนาดนี้มาก่อน
ลู่เหย่คิดว่าเกิดเรื่องใหญ่ขึ้น จึงทิ้งงานในมือแล้วพุ่งพรวดออกมาทันที
“เกิดอะไรขึ้น?”
ร่างกายของเขาขยับเร็วกว่าสมอง สิ่งแรกที่ทำเมื่อพ้นประตูคือการรวบตัวชีชีไปไว้ข้างหลัง พร้อมตั้งท่าระวังภัยเต็มที่
ท่าทางสัญชาตญาณเหมือนแม่ไก่หวงลูกเจี๊ยบของเขาทำให้ชีชีทั้งขำทั้งเอ็นดู “ดูที่มือเขาเสร็จสิคะ”
ลู่เหย่จึงเบนสายตาไปที่มือของเฉินเยี่ยน เนื่องจากบาดแผลยาวและลึกมาก ในตอนนี้จึงยังไม่หายสนิทดี
ทว่าความเร็วในการสมานแผลนั้น กลับรวดเร็วเสียจนลู่เหย่ตะลึงจนสมองว่างเปล่าไปชั่วขณะ
เนิ่นนานกว่าจะลู่เหย่หาเสียงตัวเองเจอ “ชีชี นี่คือพลังพิเศษสายเยียวยาที่คุณบอกหรือ? มันจะ... เกินไปหรือเปล่าเนี่ย?”
“สวรรค์! ผมกลายเป็นคนมีพลังพิเศษไปแล้วเหรอเนี่ย! ทุกคนครับ ใครจะเข้าใจความรู้สึกนี้บ้าง?”
เฉินเยี่ยนกดเสียงต่ำพลางกระโดดโลดเต้นอยู่กับที่หลายครั้ง
ยังดีที่เขายังมีสติพอที่จะไม่ตะโกนป่าวประกาศเสียงดัง
“นี่มันเป็นของดีจริงๆ หน่วยของเราช่างมีวาสนานัก”
ความตื่นเต้นของลู่เหย่ไม่ได้น้อยไปกว่าเฉินเยี่ยนเลย ทั้งร่างของเขาเหมือนน้ำที่กำลังเดือดจัด มีฟองอากาศแห่งความดีใจผุดขึ้นมาไม่หยุด
“หัวหน้าครับ ในเมื่อมีของดีขนาดนี้ ถ้าคนในหน่วยเราได้รับกันทุกคน ไม่ไร้เทียมทานไปเลยเหรอครับ?”
“พลังพิเศษพวกนี้เป็นสิ่งที่พบเจอได้แต่ไม่อาจไขว่คว้า นายนึกว่ามันเป็นสินค้าขายส่งหรือไง?”
“แหะๆ ผมดีใจจนทำตัวไม่ถูกเลยครับ”
อันที่จริงเฉินเยี่ยนแทบจะไม่เคยพูดจาเลื่อนลอยเช่นนี้เลย ดูท่าว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้จะสร้างความตกตะลึงให้ชายหนุ่มมากเกินไปจริงๆ
ทว่าชีชีกลับไม่คิดว่าการสร้างหน่วยพลังพิเศษจะเป็นภารกิจที่ไม่มีวันสำเร็จ “ถ้าฉันหาลูกพลังงานได้อีกจะมอบให้พวกคุณค่ะ แต่เรื่องนี้รีบร้อนไม่ได้ ต้องค่อยๆ หากันไป”
“พี่สะใภ้ครับ แล้วไอ้ลูกพลังงานที่ว่านั่นต้องหายังไง? พวกเราทุกคนจะได้ช่วยกัน จะได้เร็วขึ้นหน่อย”
คำเรียก ‘พี่สะใภ้’ ที่เฉินเยี่ยนเอ่ยออกมา เป็นการยอมรับความสัมพันธ์ระหว่างชีชีกับลู่เหย่อย่างสิ้นเชิง และเป็นการตัดใจจากความรู้สึกที่ไม่สมควรของตนเองด้วย
“เรื่องนี้พวกคุณช่วยไม่ได้จริงๆ ค่ะ ฉันคงต้องลองออกไปเดินดูให้บ่อยขึ้นหน่อย”
“ตกลงครับ งั้นหัวหน้า พี่สะใภ้ พักผ่อนเถอะครับ ผมขอตัวกลับก่อน”
เรื่องนี้มหัศจรรย์พันลึกเกินไป เฉินเยี่ยนรู้ดีว่าไม่ใช่สิ่งที่กำลังมนุษย์จะทำได้ จึงไม่ขออยู่กวนต่อ
อีกอย่างคือ หัวใจของเขายังคงเต้นแรงอย่างรวดเร็ว เขาต้องกลับไปสงบสติอารมณ์เสียหน่อย หากเป็นเช่นนี้ต่อไปเกรงว่าตัวเองจะอกแตกตายเสียก่อน
หลังจากส่งเฉินเยี่ยนแล้ว ลู่เหย่ก็ทำงานต่อ ส่วนชีชีก็ไปอาบน้ำเตรียมตัวพักผ่อน
ทว่าหญิงสาวไม่รู้เลยว่า เรื่องที่สำหรับเธอแล้วเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยที่ยื่นมือเข้าช่วย กลับสร้างแรงสั่นสะเทือนมหาศาลให้แก่ผู้อื่นเพียงใด
เฉินเยี่ยนกลับถึงหอพัก สิ่งแรกที่เขาทำคือการเข้าไปอาบน้ำ
เขาต้องการให้ตัวเองตื่นตัวและมีสติที่สุด เพื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร
เท่าที่เฉินเยี่ยนทราบ รัฐบาลได้จัดตั้งหน่วยงานพิเศษเพื่อวิจัยปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ ซึ่งรวมถึงพลังพิเศษด้วย
แต่บรรดาเรื่องพลังพิเศษที่เคยลงในหนังสือพิมพ์ก่อนหน้านี้ เมื่อมีการสืบสวนหาข้อเท็จจริงแล้ว ไม่ว่าเรื่องไหนก็ล้วนถูกพิสูจน์ว่าเป็นเรื่องลวงโลกทั้งสิ้น
ในตอนแรกที่ชีชีเป็นฝ่ายพูด เขานึกว่าเป็นเพียงกิจกรรมเล็กน้อยประดับมื้ออาหารเท่านั้น ร่วมเล่นการละเล่นเล็กๆ น้อยๆ ไปตามใจหญิงสาว
ทว่าในวินาทีที่บาดแผลของตนสมานตัวต่อหน้าต่อตา หัวใจของเฉินเยี่ยนแทบจะพุ่งทะลุทรวงอกออกมา
จนถึงตอนนี้ สมองของเขาก็ยังคงมึนงงอยู่
ตลอดทางชายหนุ่มไม่รู้ว่าหยิกตัวเองไปกี่ครั้ง ทุกครั้งล้วนเจ็บ แต่เขาก็ยังไม่กล้าเชื่อสายตา
แม้แต่โคนขาที่หยิกจนเขียวช้ำ เพียงเฉินเยี่ยนขยับความคิด รอยเขียวนั้นก็เลือนหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น แม้แต่ผิวพรรณตรงนั้นยังดูละเอียดนวลเนียนขึ้นมาก
ตอนนี้ชายหนุ่มอยากหาที่เงียบๆ ไร้ผู้คนแล้วตะโกนออกมาให้สุดเสียงจริงๆ เขาใกล้จะระเบิดอยู่แล้ว
เฉินเยี่ยนใช้น้ำราดตัวอยู่ครึ่งชั่วโมงเต็มๆ กว่าจะสงบสติอารมณ์ลงได้
โดยปกติเขาเป็นคนสุขุมเยือกเย็นและมีสติปัญญาเฉียบแหลม หากไม่ใช่เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้มันเหลือเชื่อเกินไป เขาคงไม่มีวันเสียอาการถึงเพียงนี้
เมื่อสงบลงแล้ว ปัญหาแรกที่เขาพิจารณาคือ ควรจะบอกเล่าเรื่องราวการพบเจออันแสนวิเศษนี้ให้ทางบ้านรู้ดีหรือไม่
เฉินเยี่ยนเคยรับปากท่านปู่ไว้ว่า ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นภายนอก จะต้องรายงานความจริงทุกรายละเอียดโดยไม่ตกหล่น
มิเช่นนั้น เขาจะไม่ได้รับอนุญาตให้ไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระ และต้องยอมรับการคลุมถุงชนให้ไปทำงานที่โรงพยาบาลทหารบกเพื่อแต่งงานมีลูกไปตามระเบียบ
ทุกย่างก้าวในชีวิตเฉินเยี่ยนไม่มีสิทธิ์เลือก ทำได้เพียงเป็นเหมือนตุ๊กตาไขลานที่เป็นสัญลักษณ์เชิดหน้าชูตาของตระกูล
แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาปรารถนา ชายหนุ่มเชื่อมั่นว่าตนเองไม่ด้อยไปกว่าใคร และสามารถใช้ความสามารถของตนเองสร้างทางเดินชีวิตขึ้นมาได้
เฉินเยี่ยนเดินจงกรมกลับไปกลับมาในลานกว้าง ไม่รู้ว่าเดินวนไปกี่รอบแล้ว
ทว่าช่วยไม่ได้ หน่วยอสนีบาตพักอยู่ในหอพักรวม สิบกว่าคนนอนด้วยกัน หากเขาเดินวุ่นวายขนาดนี้คนอื่นคงนอนไม่ได้
เพื่อนร่วมรบเห็นเขายังไม่นอนเสียที นึกว่าเขาเพิ่งมาถึงแล้วยังปรับตัวไม่ได้ จึงออกมาดูเขาอยู่หลายครั้ง
เพื่อไม่ให้รบกวนคนอื่น เฉินเยี่ยนจึงต้องพยายามข่มความว้าวุ่นในใจแล้วล้มตัวลงนอนบนเตียง
หลังจากไตร่ตรองซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาตัดสินใจที่จะเก็บเรื่องนี้ไว้ในใจเพียงผู้เดียว จะไม่บอกใครทั้งสิ้น
เพราะอย่างไรเสีย พลังพิเศษนี้ไม่ใช่สิ่งที่เขาได้มาด้วยตัวเอง แต่เป็นชีชีที่มอบให้
หากเขาบอกทางบ้าน ย่อมต้องเปิดเผยฐานะของชีชีออกมา
แต่เขาสัญญาไว้กับชีชีแล้วว่าจะช่วยหญิงสาวเก็บรักษาความลับ
ลูกผู้ชายตัวจริง คำไหนคำนั้น จะกลับคำพูดได้อย่างไร?
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว สมองที่ถูกพายุถาโถมมาตลอดทั้งคืนก็ผ่อนคลายลงในที่สุด เฉินเยี่ยนเอียงหัวลงหมอนแล้วหลับไปทันที
คืนนี้ลู่เหย่เองก็นอนไม่ค่อยสนิท ในใจมันว้าวุ่นไปหมด
ไม่นึกเลยว่าชีชีจะสามารถหยิบยื่นพลังพิเศษในรูปแบบต่างๆ ออกมาได้ เช่นนี้แล้ว เขาก็สามารถปั้นหน่วยอสนีบาตให้กลายเป็นหน่วยพลังพิเศษที่ครบเครื่องทั้งรุกและรับ ซึ่งบอกได้เลยว่าไร้เทียมทานอย่างไม่ต้องสงสัย
ทว่าในใจลึกๆ ของเขากลับรู้สึกไม่มั่นคง
คนที่มีความสามารถเก่งกาจถึงเพียงนี้คือภรรยาของเขา เขาช่างมีบุญวาสนาอะไรถึงได้เธอมาครอง?
เมื่อย้อนมองดูชาติตระกูลอันแสนธรรมดาของตัวเอง รวมถึงยศถาบรรดาศักดิ์ที่ยังไม่ถือว่าสูงส่งนักในตอนนี้ เขารู้สึกเสมอว่าตนเองช่างไม่คู่ควรกับภรรยาที่แสนดีเช่นนี้เลย
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเห็นชีชี่ยิ้มจนตาหยีให้เฉินเยี่ยน ภายในใจของเขาก็เกิดระลอกคลื่นปั่นป่วนอย่างรุนแรง
แต่เฉินเยี่ยนคือสหายร่วมรบที่เขาฝากฝังแผ่นหลังไว้ได้ จะปล่อยให้เกิดรอยร้าวระหว่างกันไม่ได้เด็ดขาด
มิเช่นนั้น ในการปฏิบัติภารกิจภายภาคหน้าจะต้องเกิดเรื่องขึ้นแน่
ความรู้สึกในใจของลู่เหย่ตอนนี้ เหมือนมีแมวนับร้อยตัวกำลังตะกุยอยู่ในอก มันอึดอัดทรมานจนเขาอยากจะคลุ้มคลั่งออกมาเสียให้รู้แล้วรู้รอด
อ่านยาวๆ สะใจมากกว่า 300 ตอน อัปเดตก่่อนใคร
และร่วมสนับสนุนผลงานที่ถูกต้องลิขสิทธิ์ได้ที่ Kawebook >> https://kawebook.co/rwHDd