LNCrawler

บทที่ 137 ระบบ... เธอแน่ใจนะว่าไม่ได้กำลังหาเรื่องให้ฉัน?

(อ่านฟรีทุกวัน) เกิดใหม่ยุค 70 ทั้งที ขอผูกขาดความรวยด้วยนิ้วทองคำของคนอื่น [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 137 ระบบ... เธอแน่ใจนะว่าไม่ได้กำลังหาเรื่องให้ฉัน?

        โชคดีที่ขับมาไม่นานก็ถึงเขตบ้านพักทหาร ชีชีโบกมือลาเฉินเยี่ยนแล้วเดินจากไปอย่างคล่องแคล่ว

       เฉินเยี่ยนยืนอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะสตาร์ทรถขับกลับไปยังหน่วย

       ชีชีเพิ่งก้าวเข้าประตูรั้วบ้านมา ก็เห็นผู้คนกลุ่มใหญ่รุมล้อมชีหมิงเยว่พลางพูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน เดิมทีหญิงสาวไม่อยากเข้าไปร่วมวงด้วย แต่กลับถูกชีหมิงเยว่รั้งตัวไว้ แถมยังหยิบลูกอมกำใหญ่มายัดใส่มือเธอ

       “ชีชี หม่าหลงของฉันได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้พันแล้วนะ ก็เลยเอาลูกอมมาแจกทุกคน เธอเองก็เอาไปทานด้วยสิ”

       “ยินดีด้วยนะ ผู้พันหม่าเนี่ยอนาคตไกลจริงๆ”

       ชีชีเผยยิ้มแกนๆ พลางนึกในใจว่า การมี ‘สูตรโกง’ นี่มันดีจริงๆ เลยนะ เลื่อนตำแหน่งได้ง่ายดายปานนี้

       “แน่นอนอยู่แล้ว ขนาดผู้บัญชาการสวี่ยังเอ่ยปากชมหม่าหลงของฉันเลยว่า เป็นคนหนุ่มที่มีความสามารถ”

       ชีหมิงเยว่เชิดหน้าขึ้นด้วยสีหน้าภาคภูมิใจราวกับเกียรติยศนั้นเป็นของเธอเอง

       “ก็นั่นนะสิ ผู้พันหม่านี่ถือเป็นผู้พันที่อายุน้อยที่สุดในเขตทหารเราเลยนะ คุณนี่วาสนาดีจริงๆ ที่ได้แต่งกับผู้ชายดีๆ แบบนี้”

       “การถูกผู้บัญชาการออกปากชมต่อหน้าแบบนี้ไม่ได้มีให้เห็นบ่อยๆ นะ แสดงว่าสามีของเธอต้องก้าวหน้าไปได้ไกลกว่านี้อีกแน่”

       “มันแน่อยู่แล้วล่ะ ผู้พันหม่าอายุเท่าไรเอง? หนุ่มแน่นขนาดนี้แต่กลับได้รับความไว้วางใจจากท่านผู้บัญชาการ เขาช่างยอดเยี่ยมจริงๆ”

       เหล่าภรรยาทหารต่างพากันประโคมคำเยินยอจนชีหมิงเยว่ยิ้มแก้มปริ หญิงสาวหลงใหลในความรู้สึกของการเป็นจุดศูนย์กลางท่ามกลางฝูงชนแบบนี้ที่สุด

       ชีชีค่อยๆ ปลีกตัวออกจากฝูงชนเงียบๆ เธอคาดการณ์ว่าชีหมิงเยว่ต้องไปพบ ‘บ่อเงินบ่อทอง’ รายใหญ่เข้าแน่ๆ

       ไม่อย่างนั้น หม่าหลงไม่มีทางเลื่อนตำแหน่งได้เร็วขนาดนี้

       ในยุคสมัยนี้ยังไม่มีกลุ่มคนที่รวยล้นฟ้าขึ้นมาได้เอง

       คนที่จะมีเงินก้อนโตมาปรนเปรอชีหมิงเยว่ได้ขนาดนี้ ดีไม่ดีคนคนนั้นอาจจะมี ‘นิ้วทองคำ’ ติดตัวมาเหมือนกัน

       ชีชีเริ่มรู้สึกสนใจขึ้นมาทันที เธอตัดสินใจว่าในวันสองวันนี้จะคอยจับตาดูชีหมิงเยว่ไว้ ถ้าโชคดีอาจจะได้รับลาภลอยหรือเจอเบาะแสบางอย่างเข้าก็ได้

       ลู่เหย่กลับมาถึงบ้านในเวลาไล่เลี่ยกับเธอ โดยมีคนเดินตามหลังมาด้วยสองคน

       คนหนึ่งคือหญิงสาวร่างระหงสูงโปร่ง ผู้มีดวงหน้าสวยคมจัดจ้าน ความงามของเธอนั้นดูโดดเด่นและเต็มไปด้วยรังสีที่พร้อมจะข่มขวัญคนรอบข้าง

       หากใครที่มีหน้าตาเพียงแค่พอใช้ได้มายืนข้างหญิงสาว คงต้องรู้สึกด้อยค่าจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี

       ทว่าโชคดีที่ความสวยของชีชีนั้นอยู่ในระดับที่ไร้ที่ติ กลิ่นอายความสง่างามจึงไม่ได้เป็นรองเลยแม้แต่น้อย

       หญิงสาวคนนั้นกำลังเข็นรถเข็นที่มีชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลานั่งอยู่ ถึงแม้เขาจะนั่งบนรถเข็น แต่รัศมีแห่งความสูงศักดิ์กลับไม่ได้ลดเลือนลงเลย

       ความหล่อของเขาดูเย็นชาและแข็งกร้าว ให้ความรู้สึกเหมือนคนที่ไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ได้ง่ายๆ

       จากท่าทางและภูมิฐานที่เห็นเพียงปราดเดียว ก็บอกได้ทันทีว่าทั้งสองคนนี้ฐานะไม่ธรรมดา

       ลู่เหย่สาวเท้าเดินเข้ามาโอบไหล่ชีชี “นี่ภรรยาผมครับ เธอชื่อชีชี”

       ชีชีไม่รู้ว่าตัวเองคิดไปเองหรือเปล่า แต่ยามที่ลู่เหย่แนะนำตัวเธอ เขากลับแสดงท่าทีราวกับกำลังโอ้อวดอยู่อย่างไรอย่างนั้น

       “นี่คือหลานชายและหลานสาวของผู้บัญชาการสวี่ครับ ชื่อสวี่จวินกับสวี่เหมิงเหมิง”

       “สวัสดีค่ะ” ชีชีทักทายพวกเขาอย่างสง่างาม “เชิญข้างในก่อนเถอะค่ะ ข้างนอกอากาศหนาว”

       สวี่จวินพยักหน้าเล็กน้อย “สวัสดีครับน้องสะใภ้”

       ทว่าสวี่เหมิงเหมิงกลับมองชีชีตั้งแต่หัวจรดเท้า “พี่เหย่ นี่มันเรื่องอะไรกัน? แต่งงานเรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมไม่ปรึกษาที่บ้านก่อน? พวกเราจะได้ช่วยพิจารณาให้ไงคะ”

       ชีชีหรี่ตาลงเล็กน้อย แม่สาวคนนี้ช่างวางตัวเป็นคนกันเองเหลือเกินนะ... ดูท่าจะมีอะไรในกอไผ่เสียแล้ว

       แต่ลู่เหย่กลับไม่ได้เอะใจในคำพูดนั้นเลยสักนิด “ผมจะแต่งภรรยา ทำไมต้องให้คุณช่วยพิจารณาด้วย? เพ้อเจ้อสิ้นดี ไม่อย่างนั้นผมไม่ต้องเป็นโสดไปตลอดชีวิตเลยเหรอ”

       “พี่เหย่ อย่าดูถูกกันนักสิคะ สายตาฉันน่ะแหลมคมจะตายไป”

       “ชีชีคือภรรยาที่ดีที่สุดของผม คุณอย่ามากังวลไม่เข้าเรื่องเลย”

       สวี่เหมิงเหมิงเม้มริมฝีปากแน่นไม่พูดต่อ ทว่าแววตาของหญิงสาวกลับฉายแววกรุ่นโกรธจนแทบจะพ่นไฟออกมาได้

       แต่ลู่เหย่กลับไม่ได้รับรู้ถึงอารมณ์ที่เปลี่ยนไปของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย เขายังคงจมอยู่ในโลกของตัวเอง “หยุดทำตัวไม่มีสัมมาคารวะได้แล้ว เรียกพี่สะใภ้ซะ”

       สวี่เหมิงเหมิงส่งเสียงเหอะในลำคอเบาๆ “พี่สะใภ้คนนี้ คือคนที่พี่เฝ้าคะนึงหาอยากจะตามหาให้เจอมาตลอดคนนั้นหรือเปล่าคะ?”

       “คะนึงหาอะไรกัน? อย่าพูดเหลวไหลน่า” แววตาของลู่เหย่ฉายความลนลานออกมาวูบหนึ่ง ก่อนจะหันไปยิ้มประจบชีชี “ชีชี ในบ้านยังมีกับข้าวไหม? เย็นนี้ผมอยากดื่มกับพี่จวินสักหน่อย”

       ชีชีปรายตามองเขาอย่างมีความหมาย “มีสิคะ พวกคุณนั่งรอกันก่อนนะ เดี๋ยวฉันไปทำกับข้าวให้”

       “รบกวนน้องสะใภ้ด้วยนะครับ”

       สวี่จวินยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย นัยน์ตาสีดำสนิทลุ่มลึกยากจะคาดเดา

       “พี่สะใภ้ ฉันช่วยนะคะ”

       “ได้สิคะ คุณทำกับข้าวเป็นด้วยเหรอ?”

       ชีชีไม่ได้คิดว่าสวี่เหมิงเหมิงจะอยากมาช่วยจริงๆ หรอก เธอแค่รอว่าแม่คนนี้จะมาไม้ไหนมากกว่า

       “ฝีมือฉันดีมากเลยนะคะ ตอนนั้นเพื่อให้พี่เหย่... แล้วก็พี่ชายของฉันกลายเป็นคนที่โชคดีที่สุดในเรื่องอาหารการกิน ฉันลงทุนลงแรงฝึกฝนไปตั้งเยอะแน่ะค่ะ”

       “แหม ช่างหายากจริงๆ นะคะ”

       ชีชีเหลือบมองลู่เหย่ที่นั่งคุยกับสวี่จวินอยู่ในโถงบ้าน พลางรู้สึกอ่อนใจขึ้นมาลึกๆ

       สวี่เหมิงเหมิงคนนี้แทบจะเขียนคำว่า ‘ชอบคุณ’ ไว้บนหน้าผากอยู่แล้ว แต่เขากลับมองไม่เห็นเลยสักนิด

       ตาถั่วได้ขนาดนี้ก็ไม่มีใครเกินจริงๆ

       ถ้าไม่ได้ถูกชีหมิงเยว่วางแผนเล่นงานเข้า วันๆ ผู้ชายคนนี้ก็คงต้องเป็นโสดไปตลอดชีวิตจริงๆ นั่นแหละ

       “พี่สะใภ้คะ พี่เหย่ตามหาผู้หญิงคนหนึ่งมาตลอด พี่รู้เรื่องนี้ไหมคะ?”

       “รู้สิคะ”

       สวี่เหมิงเหมิงที่ตั้งใจจะจี้จุดอ่อนถึงกับชะงักไปเอง “อะไรนะ? แล้วพี่ไม่ถือสาเลยเหรอ?”

       “มีอะไรให้ต้องถือสาล่ะคะ? ในเมื่อเขาแต่งงานกับฉันแล้ว มันก็พิสูจน์ได้ว่าในใจเขา ฉันสำคัญกว่าผู้หญิงคนนั้น”

       สวี่เหมิงเหมิงถึงกับจุกจนพูดไม่ออก เธอถามด้วยความโมโหว่า “พี่ไม่กังวลเลยเหรอว่าวันดีคืนดี ผู้หญิงคนนั้นจะปรากฏตัวขึ้นมาแล้วแย่งพี่เหย่ไป?”

       “กังวลไปทำไมล่ะคะ? ผู้ชายที่ถูกแย่งไปได้ง่ายๆ ก็แสดงว่าเขาไม่ได้เป็นของฉันมาแต่แรก ไม่มีไปเสียยังจะดีกว่า”

       “พี่... พี่นี่ใจคอกว้างขวางจริงๆ นะคะ”

       “ก็ช่วยไม่ได้นี่นา ในเมื่อพี่เหย่ของเธอเขามีเสน่ห์เย้ายวนใจขนาดนั้น เธอไม่รู้หรอกว่ามีผู้หญิงมาชอบเขาเยอะแค่ไหน เดินกันให้ว่อนจนนับไม่ถ้วน ถ้าฉันต้องมาคอยนั่งถือสาทุกคน ชีวิตนี้คงไม่ต้องทำอะไรกันพอดี”

       สวี่เหมิงเหมิง “...”

       ถ้าผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ภรรยาของลู่เหย่ เธอคงจะตะโกนให้กำลังใจสุดตัวแล้วว่า ‘พี่สาว สุดยอดไปเลย!’

       น่าเสียดายที่แม่สาวมาดเท่คนนี้ดันมาแต่งกับลู่เหย่ สวี่เหมิงเหมิงรู้สึกเหมือนกลืนแมลงวันเข้าไป มันทั้งพะอืดพะอมและอึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูก

       “ดูท่าทาง พี่น้องพวกคุณจะสนิทกับลู่เหย่มากเลยนะ”

       “ยิ่งกว่าสนิทอีกค่ะ พวกเราน่ะเป็นครอบครัวเดียวกันเลยล่ะ” สวี่เหมิงเหมิงรีบโอ้อวดทันที

       “อย่างนั้นเหรอคะ?”

       หัวใจที่สงบนิ่งของชีชีพลันเกิดแรงกระเพื่อมขึ้นมาวูบหนึ่ง

       “พี่ชายของฉันน่ะ พี่เหย่แบกออกมาจากกองศพเลยนะ พ่อแม่ของพวกเราต่างก็เป็นทหารพลีชีพ พี่ชายคือทายาทคนเดียวที่เหลืออยู่ของตระกูลสวี่เรา พี่เหย่ช่วยชีวิตเขาไว้ ก็เท่ากับช่วยตระกูลสวี่ไว้ทั้งหมด ตอนที่พี่ชายยังหมดสติ ท่านปู่ของฉันเคยพูดไว้ว่า ถ้าเขาฟื้นขึ้นมาไม่ได้ ก็จะลักพาตัวพี่เหย่กลับบ้านไปเลี้ยงในฐานะหลานชายแทน”

       “ลู่เหย่เขาก็ใจดีแบบนี้แหละค่ะ ไม่ว่าใครลำบากเขาก็ช่วย ใครตกอยู่ในอันตรายเขาก็ช่วยให้รอด”

       “นั่นมันไม่เหมือนกันหรอกค่ะ เขากับพี่ชายฉันน่ะมีความสัมพันธ์ประเภทที่แลกชีวิตกันมาได้เลยนะ เป็นมิตรภาพที่จะอยู่ไปชั่วชีวิตเลยล่ะ”

       ชีชีนึกสงสารแม่สาวคนนี้อยู่ในใจลึกๆ อุตส่าห์อยู่ใกล้ชิดขนาดนี้แต่กลับคว้าดวงจันทร์มาไม่ได้

       ดูเหมือนว่าสิ่งที่เรียกว่าวาสนาเนี่ย มันจะเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อเกินจริงอยู่เหมือนกันนะ

       ด้วยความที่สวี่เหมิงเหมิงมา ‘ช่วย’ อาหารค่ำจึงล่าช้าไปครึ่งชั่วโมงกว่าจะขึ้นโต๊ะ

       ดูเหมือนคุณหนูท่านนี้จะมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับฝีมือการทำอาหารของตัวเองอย่างรุนแรง สิ่งที่เธอทำออกมา ถ้าจะใช้คำว่า ‘อาหารปีศาจ’ มาอธิบายก็ยังถือว่าเป็นคำชมเกินไปด้วยซ้ำ

       เมื่อเห็นสภาพการณ์เป็นเช่นนั้น ชีชีจึงไม่ได้ให้อีกฝ่ายลงมือทำอะไรเพิ่มอีก

       สวี่เหมิงเหมิงเองก็ไม่ได้ใส่ใจ เพราะเป้าหมายหลักของเธอไม่ได้มาเพื่อช่วยทำอาหารจริงๆ อยู่แล้ว

       ในที่สุด ปลานึ่งผักกาดดอง เนื้อต้มพริก น้ำแกงเลือดหมูรสเผ็ดร้อน ไก่ผัดพริกแห้ง รวมไปถึงกระต่ายผัดพริกแห้ง และขาหมูแก้ว ก็ถูกจัดวางลงบนโต๊ะ

       ส่วนเมนูผักก็เป็นผักสดๆ ที่เพิ่งเด็ดมาจากโรงเรือน ทั้งผัดผักกาดหอมจีนกระเทียมสับ มะเขือเทศผัดไข่ มันฝรั่งผัดเปรี้ยวเผ็ด และยำผักสดสามสหาย

       ชีชียังใจกว้างหยิบเหล้าเหมาไถออกมาอีกสองขวด

       สวี่เหมิงเหมิงกลับรินเหล้าให้ตัวเองหนึ่งจอก ก่อนจะมองมาที่ชีชีอย่างท้าทาย “พี่สะใภ้ พี่ไม่ดื่มหน่อยเหรอคะ?”

       “พวกคุณดื่มกันเถอะค่ะ ฉันดื่มไม่เป็น”

       ความจริงแล้วชีชีคอแข็งพอตัว เพียงแต่หญิงสาวชอบจิบไวน์แดงมากกว่า ส่วนเหล้าขาวนั้นเธอไม่ค่อยถูกโฉลกเท่าไร

       “แหม น่าเสียดายจังเลยนะคะ ปกติถ้าว่างพวกเราก็มักจะดวลเหล้ากับพี่เหย่เป็นประจำ”

       คำพูดนี้แฝงไปด้วยความนัยเชิงโอ้อวด

       สวี่จวินเหลือบมองสวี่เหมิงเหมิงด้วยสายตาที่ไหววูบเพียงครู่หนึ่ง

       ทว่าลู่เหย่กลับทำเหมือนไม่ได้ยินสิ่งที่เธอพูด เขาคีบเนื้อใส่ชามให้ชีชี “เหนื่อยหน่อยนะชีชี ทานเยอะๆ นะ”

       ชีชียิ้มรับการปรนนิบัติจากสามีด้วยความยินดี ความรู้สึกอบอุ่นซ่านไปทั่วอกจนแทบจะล้นออกมา

       ลู่เหย่ยิ้มเอาใจ “ชีชี พรุ่งนี้ผมคงไปส่งคุณที่ตัวเมืองไม่ได้แล้วนะ ผมต้องพาเฉินเยี่ยนมาช่วยดูขาให้พี่จวินน่ะ”

       เมื่อได้ยินดังนั้น ชีชีจึงเบนสายตาไปที่ขาของสวี่จวิน

       “ติ๊ง... ตรวจพบว่า สวี่จวินถูกเทพแห่งความซวยสิงร่าง ส่งผลกระทบต่อพ่อแม่และญาติพี่น้อง ต้องการจะช่วยเหลือหรือไม่?”

       “เทพแห่งความซวยสิงร่าง? มันคืออะไรกันแน่?”

       “สวี่จวินคือผู้ที่เกิดมาพร้อมมหาโชคลาภ ชะตาชีวิตลิขิตให้ร่ำรวยมั่งคั่ง ไต่เต้าสู่ตำแหน่งสูงส่งได้โดยไร้อุปสรรค แต่น่าเสียดายที่เขาถูกลอบทำร้ายจนวาสนาถูกพรากไป แถมยังส่งผลให้พ่อแม่ต้องตายอย่างอนาถ หากไม่รีบช่วย ทั้งครอบครัวของเขาจะต้องพินาศเพราะเขา และพบกับจุดจบที่ไม่สวยงาม”

       “แล้วฉันต้องช่วยเขายังไง?”

       “ตามหาคนที่พรากวาสนาของเขาไป แล้วชิงมันกลับคืนมา”

       “เอ่อ...”

       “ชีชี อย่าโกรธผมเลยนะ ไว้ผมว่างครั้งหน้าจะพาไปแน่นอนครับ”

       ลู่เหย่เห็นชีชีเงียบไปก็นึกว่าอีกฝ่ายโกรธที่เขาผิดนัด จึงรีบพูดจาละล่ำละลักปลอบใจ

       “เรื่องไปเที่ยวเมื่อไรก็ได้ค่ะ ฉันแค่กำลังคิดว่าขาของพี่จวินดูท่าจะรักษาไม่ได้ง่ายๆ คงต้องหาวิธีการอื่นช่วยด้วย”

       ลู่เหย่ถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง เขาเข้าใจมาตลอดว่าถ้ามีพลังพิเศษของเฉินเยี่ยนย่อมต้องรักษาหายแน่ๆ แล้วทำไมถึงเกิดเรื่องผิดพลาดขึ้นมาได้ล่ะ?

       สวี่เหมิงเหมิงวางจอกเหล้าลงบนโต๊ะเสียงดัง ‘ปัง’ “คงไม่ใช่ว่าพี่ไม่ชอบหน้าฉัน ก็เลยมายุให้พี่เหย่ไม่รักษาขาให้พี่ชายฉันหรอกนะ?”

       ชีชีมองหน้าเธอด้วยสายตาที่สงบนิ่ง “ทำไมฉันต้องไม่ชอบหน้าเธอด้วยล่ะ?”

       สวี่เหมิงเหมิง “...”


อ่านยาวๆ สะใจมากกว่า 300 ตอน อัปเดตก่่อนใคร
และร่วมสนับสนุนผลงานที่ถูกต้องลิขสิทธิ์ได้ที่ Kawebook >> https://kawebook.co/rwHDd