LNCrawler

บทที่ 138 มารหัวใจปรากฏกายขึ้นอีกครา

(อ่านฟรีทุกวัน) เกิดใหม่ยุค 70 ทั้งที ขอผูกขาดความรวยด้วยนิ้วทองคำของคนอื่น [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 138 มารหัวใจปรากฏกายขึ้นอีกครา

        แววตาของสวี่จวินฉายชัดถึงความขุ่นเคือง “เหมิงเหมิง อย่าพูดจาเลอะเทอะ”

       “ฉันพูดเลอะเทอะตรงไหน? ก็ในเมื่อพี่เหย่บอกว่าขาของพี่รักษาหายได้ แล้วทำไมพอมาถึงยัยนี่กลับบอกว่าไม่ได้ล่ะ?”

       สวี่เหมิงเหมิงไม่อาจระงับความอัดอั้นไว้ได้ ระดับเสียงของเธอพุ่งสูงขึ้นตามอารมณ์

       “ขาของพี่ฉัน... ให้หมอที่เก่งที่สุดในโลกตรวจมาหมดแล้ว ไม่มีใครสักคนที่บอกว่ารักษาหายได้ เธอเองก็เรียนหมอมาเหมือนกัน ลองใช้ความรู้ทางการแพทย์ของเธออธิบายมาสิว่าต้องรักษายังไงถึงจะหาย?”

       สวี่จวินเผลอปล่อยรังสีเย็นเยียบออกมา จนอุณหภูมิรอบข้างดูเหมือนจะลดฮวบลงทันตา

       คำถามนี้ทำให้สวี่เหมิงเหมิงไร้คำโต้แย้ง หญิงสาวทำได้เพียงถลึงตาใส่ชีชีอย่างเอาเป็นเอาตาย

       “ขอโทษซะ”

       น้ำเสียงเฉียบขาดของสวี่จวินทำให้สวี่เหมิงเหมิงตัวสั่นสะท้านโดยไม่รู้ตัว แต่เธอก็ยังไม่ยอมจำนน “ทำไมฉันต้องขอโทษ? ฉันไม่ได้พูดอะไรผิดสักหน่อย”

       “เอาล่ะ ทั้งสองคนอย่าเพิ่งทะเลาะกันเลย ในเมื่อภรรยาผมบอกว่ารักษาไม่ได้ ก็คือรักษาไม่ได้จริงๆ พวกคุณลองฟังเธอก่อนว่าเธอจะว่ายังไง”

       “พี่เหย่ พี่ก็ช่วยยัยนี่พูดด้วยเหรอ?”

       ขอบตาของสวี่เหมิงเหมิงแดงระเรื่อขึ้นมาทันควัน เธอมองลู่เหย่ด้วยสายตาตัดพ้อ ราวกับว่าเขาได้ทำเรื่องชั่วช้าเลวทรามเบียดบังน้ำใจหญิงสาวอย่างไรอย่างนั้น

       “สวี่เหมิงเหมิง มีสติหน่อย” สีหน้าของลู่เหย่เคร่งขรึมลงเช่นกัน “ขาของพี่จวินจะรักษาได้หรือไม่ได้ เธอเองก็รู้อยู่แก่ใจ อย่ามาพาลใส่คนอื่นที่นี่”

       “เหอะ... จะพูดอะไรก็เชิญตามสบายเถอะ”

       สวี่เหมิงเหมิงกระดกเหล้าเข้าปากรวดเดียวหมดแก้ว พยายามฝืนกลั้นน้ำตาที่คลอหน่วยให้กลับลงไป ก่อนจะเบือนหน้าหนีไม่ยอมมองหน้าใครทั้งสิ้น

       ลู่เหย่ไม่ได้สนใจเธออีก เขาหันไปมองชีชี “ชีชี ตกลงมันเกิดอะไรขึ้น? คุณอธิบายให้ชัดเจนที”

       ชีชีสูดลมหายใจเข้าลึก “พวกคุณให้เฉินเยี่ยนลองรักษาก่อนเถอะค่ะ ถ้าไม่ได้ผลค่อยมาหาฉัน”

       สวี่จวินนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง “น้องสะใภ้ เหมิงเหมิงยังเด็กไม่รู้จักความ ผมขอโทษแทนเธอด้วยนะ”

       “พี่จวิน ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นจริงๆ ค่ะ” ชีชีหยักมุมปากคล้ายจะยิ้มแต่ก็ยิ้มไม่ออก “รีบทานข้าวเถอะค่ะ เดี๋ยวเย็นแล้วจะไม่อร่อย”

       อาหารเต็มโต๊ะที่แสนจะเลิศรส กลับไม่มีใครหยิบตะเกียบขยับเขยื้อนเลยสักคน

       จะมีก็แต่ชีชีเพียงคนเดียวที่กินจนอิ่มหนำสำราญ เธอไม่มีทางเอาความผิดพลาดของคนอื่นมาลงโทษตัวเองอย่างเด็ดขาด

       ครั้นเมื่อส่งสวี่จวินและสวี่เหมิงเหมิงกลับไปแล้ว ลู่เหย่จึงย้อนกลับมาถามชีชี “ชีชี มีเรื่องอะไรใช่ไหมครับ?”

       “ใช่ค่ะ สวี่จวินถูกเทพแห่งความซวยสิงร่าง”

       “หมายความว่ายังไง?”

       ลู่เหย่ฟังแล้วไม่เข้าใจแม้แต่น้อย

       “หมายความว่าเขากำลังถูกคนลอบวางแผนร้ายยังไงล่ะคะ ไม่ใช่แค่ทำให้พ่อแม่ของเขาต้องตาย แต่ยังจะลามไปถึงคนอื่นๆ ในครอบครัวด้วย ท้ายที่สุดแล้วคนในตระกูลสวี่ทั้งหมดจะไม่มีใครตายดีเลยสักคน”

       สีหน้าของลู่เหย่ซีดเผือดลงทันที “ชีชี แล้วคุณมีวิธีแก้ไหม?”

       ชายหนุ่มกลับไม่สงสัยในคำพูดของชีชีเลยแม้แต่นิดเดียว

       เรื่องนี้ทำให้ชีชีรู้สึกตื้นตันอยู่บ้าง “วิธีน่ะมีค่ะ ก็แค่ต้องหาคนคนนั้นให้เจอ แล้วเอาวาสนาของสวี่จวินที่ถูกช่วงชิงไปกลับคืนมา เดิมทีเขาเป็นคนที่มีวาสนาสูงส่ง มีอนาคตไกลไร้ขีดจำกัด น่าเสียดายจริงๆ”

       “ชีชี ต้องหาคนคนนั้นยังไงครับ? ผมจะร่วมมือกับคุณอย่างเต็มที่”

       “คุณร่วมมือไปก็ไม่มีประโยชน์หรอกค่ะ ต้องให้สวี่จวินเป็นคนร่วมมือ เพราะคนคนนั้นพุ่งเป้าไปที่เขา แต่ถ้าเขารู้ว่าต้นเหตุที่ทำให้พ่อแม่ต้องตายอย่างอนาถ และครอบครัวต้องประสบเคราะห์กรรมเป็นเพราะตัวเขาเอง เขาจะรับได้ไหม? อีกอย่างสวี่เหมิงเหมิงคนนั้นเห็นชัดว่าไม่เชื่อฉันเลย ถ้าเกิดเธอไปรายงานว่าฉันงมงายเรื่องโชคลางลี้ลับ เราสองคนคงได้กินลูกปืนกันทั้งคู่”

       ลู่เหย่กุมมือชีชีไว้แน่น “ชีชี เรื่องนี้ไม่รีบ ผมจะค่อยๆ คุยกับพี่จวินเอง ไม่ว่าจะยังไง ต้องถือเอาความปลอดภัยของคุณเป็นสำคัญที่สุด”

       “อืม”

       ในขณะเดียวกัน ณ ห้องพักรับรอง สวี่จวินและสวี่เหมิงเหมิงกำลังนั่งประจันหน้ากัน

       “เหมิงเหมิง วันนี้เธอเสียมารยาทมาก”

       น้ำเสียงของสวี่จวินเย็นชา แฝงไปด้วยอำนาจของผู้ที่อยู่เหนือกว่า

       “พี่คะ ฉันควบคุมตัวเองไม่ได้เลย” สวี่เหมิงเหมิงที่อดทนมาตลอดทั้งคืน ในที่สุดน้ำตาก็ร่วงเผาะลงมา “ฉันก็แค่ไปอยู่ที่เกาะมาพักเดียว ทำไมพี่เหย่ถึงแต่งงานไปแล้วล่ะ? ก่อนหน้านี้ไม่เคยได้ยินเขาพูดถึงยัยชีชีคนนี้เลย พวกเขาไม่มีทางรู้จักกันมานานแน่ๆ เรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำ”

       “งานแต่งของลู่เหย่จัดขึ้นอย่างเร่งรีบ ก่อนจะมาที่นี่ฉันก็คิดเหมือนเธอนั่นแหละว่าเขาคงถูกวางแผนเล่นงาน แต่พอดูวันนี้คุณก็เห็นแล้วว่าสายตาที่ลู่เหย่มองชีชีมันเต็มไปด้วยความรักใคร่เอ็นดู เขาหวั่นไหวจริงๆ”

       “เพราะอะไรล่ะ? ในเมื่อฉันรู้จักพี่เหย่ก่อนแท้ๆ คนที่ควรจะอยู่กับเขามันต้องเป็นฉันสิ ทำไมต้องเป็นยัยนั่นด้วย? ยัยนั่นมีอะไรดีกว่าฉันตรงไหน?”

       สวี่เหมิงเหมิงร้องไห้โฮออกมา หญิงสาวเติบโตมาแบบที่อยากได้อะไรก็ต้องได้ มีแต่คนประคบประหงม

       ผู้ชายที่มาขายขนมจีบเธอถ้าไม่มีเป็นพันก็คงมีเป็นแปดร้อย

       แต่หญิงสาวกลับไม่ชายตามองใครเลย มีเพียงลู่เหย่คนเดียวที่เธอมีใจให้ แต่เขากลับไปแต่งงานกับคนอื่น

       หากผู้หญิงที่เขาแต่งด้วยเป็นตระกูลผู้ดีเธอก็พอจะทำใจได้ แต่นี่กลับเป็นเพียงเด็กสาวที่โตมาในบ้านนอกคอกนา เป็นคนที่ปกติเธอไม่แม้แต่จะเหลือบมองด้วยความเหยียดหยาม

       แล้วจะให้สวี่เหมิงเหมิงยอมรับได้อย่างไร?

       “ไม่ว่ายังไง เรื่องมันก็กลายเป็นความจริงไปแล้ว เราทำได้เพียงแค่อวยพร”

       “พี่คะ ฉันทำไม่ได้” สวี่เหมิงเหมิงปาดน้ำตาอย่างดุดัน “ฉันจะต้องแย่งพี่เหย่กลับมาให้ได้ เขาเป็นของฉัน และต้องเป็นของฉันคนเดียวเท่านั้น”

       “ไปแย่งมาสิ พี่สนับสนุนเธอ”

       “หา? พี่คะ?”

       สวี่เหมิงเหมิงอึ้งไป เดิมทีคิดว่าสวี่จวินจะดุด่าเธออย่างรุนแรง หรือเตือนให้เธอเห็นแก่ส่วนรวมเป็นหลัก

       “พี่รู้อยู่แล้วว่าเธอชอบลู่เหย่ และพี่ก็หวังอยากให้เขามาเป็นน้องเขยเหมือนกัน น้องสาวของพี่ทั้งสวยทั้งเพียบพร้อมขนาดนี้ เธอคู่ควรที่จะครอบครองผู้ชายดีๆ แบบนั้น”

       “พี่คะ พี่พูดจริงเหรอ?”

       “แน่นอน พี่เคยโกหกเธอเมื่อไรกัน”

       “พี่คะ ฉันรู้อยู่แล้วว่าพี่รักฉันที่สุด”

       สวี่เหมิงเหมิงโผเข้ากอดสวี่จวิน น้ำตาไหลพรากอีกครั้ง

       “แต่เธอต้องจำไว้ ห้ามใช้เล่ห์เหลี่ยมต่ำช้าพวกนั้นเด็ดขาด มิฉะนั้นเธอจะเสียลู่เหย่ไปตลอดกาล และจะสูญเสียการสนับสนุนจากตระกูลสวี่ด้วย”

       ในตอนที่สวี่จวินเอ่ยปากสนับสนุนหญิงสาวนั้น ในสมองของสวี่เหมิงเหมิงก็ได้วางแผนการอันแยบยลไว้แล้ว

       นั่นก็คือการทำลายชื่อเสียงของชีชี เพื่อให้ลู่เหย่หย่ากับเธอ

       ในยุคสมัยนี้ เมื่อผู้หญิงเสียชื่อเสียงไปแล้ว ก็ไม่ต่างอะไรกับคนที่ตายไปแล้ว

       สวี่เหมิงเหมิงไม่รู้สึกว่าสิ่งที่ทำมันผิดตรงไหน เธอแค่ต้องการได้ในสิ่งที่อยากได้ ก็เท่านั้นเอง

       ทว่าคำพูดของสวี่จวินกลับทำให้เธอกะพริบตาปริบๆ ด้วยความงุนงง “พี่คะ พี่หมายความว่ายังไง?”

       “พี่หมายความว่า ให้แข่งกันอย่างยุติธรรม ใช้เสน่ห์ของเธอดึงดูดลู่เหย่ให้หลงรัก แต่อย่าไปใส่ร้ายป้ายสีชีชี คนที่กำราบลู่เหย่ได้จนอยู่หมัด ผู้หญิงคนนั้นย่อมไม่ธรรมดาแน่

       อย่าเพิ่งพูดว่าเธอจะทำสำเร็จหรือไม่ แต่ความลับไม่มีในโลก เธอรู้จักลู่เหย่ดี ถ้าเขารู้ว่าเธอใช้แผนสกปรกแบบนั้น ต่อให้เขาแยกทางกับชีชี เขาก็ไม่มีวันแต่งงานกับเธอแน่”

       สวี่เหมิงเหมิง “...”

       “เธออยากได้แค่ตัวเขา หรืออยากได้หัวใจเขาด้วย ลองไปคิดดูเอาเอง”

       สวี่เหมิงเหมิงกระทืบเท้าด้วยความขัดใจ “แต่ตอนนี้ในใจในสายตาเขามีแต่ยัยชีชีนั่น แล้วฉันจะทำยังไงให้เขามาชอบฉันได้ล่ะ?”

       “เรื่องนี้พี่สอนเธอไม่ได้หรอก”

       เมื่อได้รับการสนับสนุนจากพี่ชายแท้ๆ อารมณ์ของสวี่เหมิงเหมิงก็ดีขึ้นทันตาเห็นราวกับฟ้าหลังฝน

       “พี่คะ พี่เชื่อเรื่องที่ชีชีพูดเหรอ? ฉันรู้สึกว่ายัยนั่นจงใจพุ่งเป้ามาที่ฉัน ถึงได้พูดจาแบบนั้นออกมา”

       “ความคิดของเธอก็มีความเป็นไปได้ ส่วนจะจริงหรือไม่ พรุ่งนี้พอเจอเฉินเยี่ยนก็คงจะรู้เอง”

       “พี่คะ พี่ไม่รู้สึกว่าเรื่องนี้มันประหลาดเหรอ? เฉินเยี่ยนน่ะเราก็ใช่ว่าจะไม่รู้จัก ฝีมือการแพทย์ของเขาไปเก่งกาจขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไร? เราเรียนมหาวิทยาลัยมาด้วยกัน อาจารย์ก็คนเดียวกัน ระดับของเขาเป็นยังไงทำไมฉันจะไม่รู้? ฉันรู้สึกว่าพี่เหย่ต้องมีเรื่องอะไรปิดบังพวกเราอยู่แน่ๆ!”


อ่านยาวๆ สะใจมากกว่า 300 ตอน อัปเดตก่่อนใคร
และร่วมสนับสนุนผลงานที่ถูกต้องลิขสิทธิ์ได้ที่ Kawebook >> https://kawebook.co/rwHDd