LNCrawler

บทที่ 139 คลื่นใต้น้ำโหมกระหน่ำ

(อ่านฟรีทุกวัน) เกิดใหม่ยุค 70 ทั้งที ขอผูกขาดความรวยด้วยนิ้วทองคำของคนอื่น [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 139 คลื่นใต้น้ำโหมกระหน่ำ

        สวี่จวินเผยยิ้มอย่างพึงพอใจ “ตราบใดที่ไม่ใช่เรื่องของความรู้สึก ความเฉลียวฉลาดของเธอก็จะปรากฏออกมาทันที”

       “พี่คะ พี่ล้อฉันอีกแล้วนะ”

       “เด็กสาวตระกูลสวี่ของฉันควรจะเป็นเช่นนี้ สง่างามเหนือใครและเพียบพร้อมด้วยรูปโฉม”

       สวี่เหมิงเหมิงถูกชมจนใบหน้าซับสีระเรื่อ ความมั่นใจที่เพิ่งสูญเสียไปเมื่อครู่ถูกดึงกลับมาจนหมดสิ้น

       ทว่าในใจกลับลอบหมายมั่นอย่างอาฆาต... 'ชีชี คอยดูเถอะ ฉันจะทำให้เธอต้องแพ้ยับเยินไม่เป็นท่าให้ได้!'

       เช้าวันรุ่งขึ้น ลู่เหย่พาเฉินเยี่ยนมายังเรือนพักรับรองที่สวี่จวินพักอยู่

       “พี่จวิน เหมิงเหมิง”

       เฉินเยี่ยนทักทายทั้งสองอย่างสุภาพ

       “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”

       สวี่จวินพยักหน้าเล็กน้อย แม้แต่กับคนที่สนิทที่สุด เขาก็ไม่ค่อยแสดงความกระตือรือร้นนัก มักจะรักษาท่าทีห่างเหินเช่นนี้เสมอ

       เฉินเยี่ยนเติบโตมาพร้อมกับเขาตั้งแต่เด็ก ย่อมเข้าใจนิสัยใจคอดีจึงไม่ได้ถือสาอะไร

       “พี่จวิน ให้ผมตรวจดูขาของพี่ก่อนนะครับ จะรักษาได้ไหม ต้องตรวจดูถึงจะรู้”

       “ตกลง”

       สวี่จวินให้ความร่วมมือโดยการนอนลงบนเตียง เฉินเยี่ยนเลิกขากางเกงของเขาขึ้นแล้วกดเบาๆ ซึ่งความจริงแล้วเขากำลังส่งพลังพิเศษเข้าไปตรวจสอบ

       “เฉินเยี่ยน คุณกลายเป็นหมอเทวดาตั้งแต่เมื่อไรกัน? พี่เหย่ชมคุณซะดิบดีเชียว”

       สวี่เหมิงเหมิงชะโงกหน้าเข้ามาดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่กลับถูกลู่เหย่ดึงตัวไว้ “อย่าก่อกวนสิ”

       “ฉันไม่ได้ก่อกวนสักหน่อย”

       สวี่เหมิงเหมิงทำปากยื่นดูเหมือนไม่พอใจ แต่ในใจกลับลิงโลด

       ลู่เหย่ดึงแขนเธอไว้ แม้ในฤดูหนาวจะสวมเสื้อผ้าหลายชั้น แต่หญิงสาวก็ยังสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากฝ่ามือของลู่เหย่ที่ส่งผ่านเสื้อนวมหนาๆ เข้ามา จนหัวใจของเธอแทบละลาย

       เฉินเยี่ยนตรวจดูครู่หนึ่งก่อนจะถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว แล้วส่ายหน้าให้ลู่เหย่ “เกรงว่าจะไม่ได้ครับ”

       สวี่เหมิงเหมิงร้อนรนขึ้นมาทันที “เฉินเยี่ยน คุณถูกใครซื้อตัวไปหรือเปล่า? ถึงได้แกล้งบอกว่ารักษาพี่ชายฉันไม่ได้”

       เฉินเยี่ยนไม่ใช่คนที่จะยอมคนง่ายๆ เขาตอกกลับไปทันควัน “สวี่เหมิงเหมิง ในหัวเธอมีแต่ขี้เลื่อยหรือไง? ใครจะมาซื้อตัวฉันได้? อีกอย่าง ถ้าเธอเก่งนักเธอก็รักษาเองสิ ไม่ใช่ว่าเป็นหมอเหมือนกันหรอกเหรอ?”

       “คุณ...”

       สวี่เหมิงเหมิงถูกย้อนจนพูดไม่ออก

       “พวกคุณสองคนออกไปเถียงกันข้างนอก ผมมีเรื่องจะคุยกับพี่จวิน” ลู่เหย่กลอกตา สวี่เหมิงเหมิงคนนี้เมื่อไรจะโตเสียที

       “ครับ”

       เฉินเยี่ยนรับคำแล้วเดินออกไป

       แต่สวี่เหมิงเหมิงกลับไม่ยอมไป “เรื่องอะไรที่ฉันฟังไม่ได้?”

       “เรื่องนี้จริงจังมาก นิสัยเธอเหมือนประทัดจุดติดง่ายแบบนี้ จะคุยด้วยได้ยังไง?”

       “ฉันเหมือนประทัดตรงไหน? ฉัน...”

       “เหมิงเหมิง ออกไปก่อน”

       สวี่จวินเอ่ยปากขึ้นมา สวี่เหมิงเหมิงจึงต้องยอมเดินออกไปอย่างไม่เต็มใจนัก

       ทว่าหญิงสาวแสร้งทำเป็นเดินออกไปไกลครู่หนึ่ง ก่อนจะแอบย่องกลับมาเอาหูแนบประตู อยากจะรู้เหลือเกินว่าความลับอะไรกันแน่ที่ต้องคุยกันลับหลังเธอ

       แต่พอตัวแนบเข้ากับประตู ประตูก็เปิดออกทันที สวี่เหมิงเหมิงเสียหลักจนเกือบจะหน้าคะมำ

       “สนุกไหม?”

       น้อยครั้งที่ลู่เหย่จะใช้น้ำเสียงเย็นชาคุยกับอีกฝ่ายแบบนี้ สวี่เหมิงเหมิงรู้สึกน้อยใจขึ้นมาครามครัน “พี่เหย่ พี่เปลี่ยนไปแล้ว พี่ไม่เอ็นดูฉันเหมือนเมื่อก่อนแล้ว”

       “พี่จวิน เราออกไปเดินเล่นกันหน่อยเถอะครับ”

       ลู่เหย่ถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่าย

       “อืม”

       เมื่อเห็นลู่เหย่มีท่าทีเคร่งขรึม สวี่จวินก็รู้ว่าต้องเป็นเรื่องสำคัญมาก จึงพยักหน้ารับคำ

       ลู่เหย่เข็นรถเข็นพาเขามายังที่ว่างหลังเรือนพักรับรอง ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง “พี่จวิน สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้อาจจะดูเหลือเชื่อไปบ้างแต่ผมขอเอาเกียรติของผมเป็นประกันว่าทุกคำที่พูดคือความจริง ไม่ว่าพี่จะเชื่อหรือไม่ เรื่องที่เราคุยกันในวันนี้ขอให้จบลงที่นี่ และหลังจากนี้อย่าได้พูดถึงมันอีก ดีไหมครับ?”

       สวี่จวินนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าเบาๆ “ว่ามาสิ”

       “พี่จวิน พี่น่าจะไปล่วงเกินใครบางคนเข้า อาการบาดเจ็บของพี่รวมไปถึงการเสียสละของลุงกับป้า ล้วนเกี่ยวข้องกับคนคนนี้ทั้งสิ้น ต้องรีบหาตัวเขาให้เจอโดยเร็วที่สุด ถึงจะรักษาชีวิตของผู้บัญชาการและเหมิงเหมิงเอาไว้ได้”

       ดวงตาที่เคยสงบนิ่งของสวี่จวินฉายแววตระหนก “มันต้องการกวาดล้างตระกูลสวี่ให้สิ้นซากเลยงั้นหรือ? ผมถามตัวเองมาตลอดว่าสวี่จวินคนนี้ไม่เคยทำเรื่องผิดต่อมโนธรรม แล้วมันจะจงเกลียดจงชังผมถึงขนาดนี้เชียวหรือ?”

       “พี่จวิน พี่เชื่อผมไหม?”

       สวี่จวินสูดลมหายใจลึก สะกดกลั้นอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน “ลู่เหย่ นายเป็นคนมีเหตุผล ไม่มีทางเอาเรื่องแบบนี้มาล้อเล่นแน่ เพราะฉะนั้น ผมเชื่อใจนาย”

       “ถ้าอย่างนั้นก็ต้องเริ่มตรวจสอบจากคนรอบตัวพี่ ทุกคน... ห้ามตกหล่นแม้แต่คนเดียว”

       สวี่จวินหลับตาลง ความคิดแรกของเขาคือการใช้กำลังทั้งหมดที่มีสืบหาคนคนนี้ แต่เขาก็ปฏิเสธความคิดนั้นทันที

       ยามนี้เขาไม่อาจเชื่อใจใครได้ ยิ่งคนที่ดูน่าเชื่อถือข้างกาย ยิ่งมีโอกาสเป็นคนที่ลอบทำร้ายเขามากที่สุด

       เพราะภารกิจในตอนนั้นคือความลับสุดยอด ภารกิจของพ่อแม่เขาก็เป็นความลับระดับสูงสุด คนที่รู้เรื่องมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น

       หากลู่เหย่ไม่พูดเรื่องเหล่านี้ จนถึงตอนนี้เขาก็คงยังคิดว่าเป็นเพียงอุบัติเหตุ

       อะไรคือการฆ่าคนและบดขยี้หัวใจ? ก็คือสิ่งนี้แหละ

       การทำให้เขาตายไปโดยไม่รู้ความจริงแม้แต่นิดเดียว

       บางทีคนคนนั้นอาจจะกำลังยืนมองดูสภาพอันน่าอนาถของเขาอยู่ห่างๆ ในตอนนี้ก็ได้

       เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาของสวี่จวินก็กลับมาสงบนิ่งดังเดิม

       “ลู่เหย่ ผมเชื่อแค่นายคนเดียว! เรื่องนี้ฝากด้วยนะ”

       “ครับ” ลู่เหย่พยักหน้าอย่างหนักแน่น “พี่ย้ายมาพักที่บ้านผมเถอะครับ จะได้สะดวกต่อการติดต่อกัน”

       “นายจัดการเถอะ”

       “บ้านผมพื้นที่จำกัด คงจัดที่ทางให้เหมิงเหมิงไม่ได้”

       “เดี๋ยวผมคุยกับเธอเอง”

       “ครับ”

       ลู่เหย่ส่งสวี่จวินกลับเข้าห้องแล้วปลีกตัวออกมา เฉินเยี่ยนรีบปรี่เข้ามาหาทันที

       “หัวหน้า ขาของพี่จวินเป็นยังไงบ้างครับ? ทำไมพลังพิเศษของผมถึงใช้ไม่ได้ผลเลยสักนิด?”

       “เรื่องนี้ผมอธิบายไม่ถูกเหมือนกัน พี่สะใภ้ของนายน่ะกำลังหาทางอยู่”

       “อ้อ”

       พอเกี่ยวกับชีชี เฉินเยี่ยนก็ไม่ถามต่อ

       เขารู้ดีว่าเรื่องใดก็ตามที่ต้องถึงมือชีชีออกโรงเอง ย่อมเป็นเรื่องที่ใช้วิธีการปกติแก้ไม่ได้แน่ อะไรที่ไม่ควรถามเขาก็จะไม่ถามเด็ดขาด

       พอลู่เหย่ไป สวี่เหมิงเหมิงก็พุ่งพรวดเข้าห้องสวี่จวินทันที “พี่คะ เป็นไงบ้างคะ? ขาของพี่ล่ะ?”

       “รักษาได้”

       “จริงเหรอคะ? เยี่ยมไปเลย! ฉันว่าแล้วว่าพี่เหย่ต้องมีวิธี” สวี่เหมิงเหมิงดีใจจนเกือบจะกระโดดตัวลอย

       ทว่าแววตาของสวี่จวินกลับหม่นแสงลง “ช่วงนี้พี่จะไปพักที่บ้านลู่เหย่ เธอเป็นผู้หญิง จะพักที่เรือนพักรับรองคนเดียวไม่ได้...”

       “พี่คะ ฉันอยากอยู่กับพี่ด้วย” พอได้ยินว่าจะได้ไปอยู่บ้านลู่เหย่ สวี่เหมิงเหมิงก็แทบคลั่งด้วยความดีใจ

       “เหลวไหล เธอเป็นผู้หญิง ไม่ห่วงชื่อเสียงหรือไง?”

       “ยังไงซะ ไม่ช้าก็เร็วฉันก็ต้องแต่งงานกับพี่เหย่อยู่ดีนี่นา”

       สวี่เหมิงเหมิงทำปากยื่นออดอ้อน แต่สำหรับสวี่จวินแล้วมันไม่ได้ผล

       “ถึงอย่างนั้นก็ห้ามทำตัวไร้ค่าแบบนี้”

       ถูกพี่ชายแท้ๆ ว่าเข้าให้ สวี่เหมิงเหมิงถึงกับขอบตาแดงก่ำ

       “ขอโทษที พี่พูดแรงไปหน่อย”

       สวี่จวินตบหลังมือเธอเบาๆ เป็นการปลอบประโลม “เหมิงเหมิง เธอต้องคว้าหัวใจของลู่เหย่มาให้ได้ ทำให้เขารักเธอ ทำให้เขาอยากใช้ชีวิตอยู่กับเธออย่างจริงจัง ตระกูลสวี่ของเราต้องการเขา เข้าใจไหม?”

       “พี่วางใจเถอะค่ะ ฉันจะไม่ทำให้พี่ผิดหวังแน่นอน”

       “เป็นผู้หญิงต้องรู้จักสงวนตัวบ้าง ผู้ชายน่ะเหมือนกันหมด อะไรที่ได้มาง่ายเกินไปเขาก็จะไม่เห็นค่า”

       “ฉันทราบแล้วค่ะพี่”

       สวี่จวินเก็บของเพียงเล็กน้อย ก่อนจะออกไปกับลู่เหย่เพื่อกลับบ้าน

       ชีชีไม่รู้เลยว่าสวี่จวินจะมาพักที่บ้าน ในตอนนี้เธอกำลังแอบเดินตามชีหมิงเยว่เข้าไปในตรอกแห่งหนึ่ง

       เนื่องจากเป็นเวลาทำงาน บนถนนจึงไม่มีคนเลย

       ชีหมิงเยว่เคาะประตูบานหนึ่งอย่างไม่เกรงใจ ชายแก่ที่ผมบนหัวเหลืออยู่ไม่กี่เส้น แต่พุงพลุ้ยเหมือนคนท้องเจ็ดเดือนเดินออกมา เขาคว้าตัวหญิงสาวเข้าไปกอดแล้วระดมจูบทันที

       “คนสวย คิดถึงจะแย่อยู่แล้ว”

       “ใจร้อนจริงนะคุณ เข้าไปข้างในก่อนเถอะค่ะ”

       ชีหมิงเยว่ทำเสียงฉอเลาะพลางตีเขาเบาๆ ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินโอบกอดกันเข้าบ้านไป

       ชีชีรู้สึกคลื่นเหียนจนแทบจะอาเจียน สภาพแบบนั้นให้เธอหลับตาจูบเธอยังทำไม่ลงเลยจริงๆ

       ชีหมิงเยว่นี่ไม่เลือกกินเลยจริงๆ

       “ติ๊ง! ตรวจพบระบบเรียกทรัพย์รับสมบัติในตัวหูหย่ง ยืนยันที่จะช่วงชิงหรือไม่?”

       ชีชีหัวเราะร่า “ระบบเรียกทรัพย์รับสมบัติเหรอ ชื่อเป็นมงคลดีนี่ เก็บเลยๆ ต้องเก็บมาให้ได้!”


อ่านยาวๆ สะใจมากกว่า 300 ตอน อัปเดตก่่อนใคร
และร่วมสนับสนุนผลงานที่ถูกต้องลิขสิทธิ์ได้ที่ Kawebook >> https://kawebook.co/rwHDd