LNCrawler

บทที่ 142 ชีชี คุณคือเทพธิดาเก้าสวรรค์หรือเปล่า?

(อ่านฟรีทุกวัน) เกิดใหม่ยุค 70 ทั้งที ขอผูกขาดความรวยด้วยนิ้วทองคำของคนอื่น [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 142 ชีชี คุณคือเทพธิดาเก้าสวรรค์หรือเปล่า?

        ชีชีขมวดคิ้วด้วยความรังเกียจ “ฉันไม่ให้ยืม”

       ชีหมิงเยว่พยายามจะก้าวเข้ามาจับตัวเธอไว้ แต่กลับถูกลู่เหย่กันออกไป “ชีหมิงเยว่ คุณช่วยเลิกมาตามตอแยพวกเราเสียทีได้ไหม?”

       นี่เป็นครั้งแรกที่ลู่เหย่ใช้น้ำเสียงเฉียบขาดและรุนแรงกับอีกฝ่าย

       ชีหมิงเยว่คงจะยังปรับตัวไม่ทันกับท่าทีนี้ เธอจึงมองเขาด้วยสายตาที่ดูน่าสงสาร “ลู่เหย่ ยังไงเสียพวกเราก็เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก พวกคุณจะทนดูฉันลำบากโดยไม่คิดจะยื่นมือมาช่วยสักนิดเลยเหรอ?”

       “ชีหมิงเยว่ สิ่งที่คุณเคยทำลงไปน่ะ ต้องให้ผมพูดออกมาด้วยไหม? ยังมีหน้ามาบอกว่าโตมาด้วยกันกับผมอีกเหรอ?”

       “ตอนนั้นฉันยังเด็ก ไม่รู้ความ ก็เลยทำเรื่องเกินเลยไปบ้าง ถึงอย่างไรคุณก็เป็นพี่ชายแท้ๆ ของฉันนะ จะไม่ยอมปล่อยวางเรื่องของฉันลงบ้างเลยหรือไง อีกอย่าง ถ้าไม่ใช่เพราะฉันละก็ พวกคุณจะได้ใช้ชีวิตด้วยกันอย่างมีความสุขแบบนี้เหรอ?”

       “หึ งั้นผมต้องขอบคุณคุณด้วยสินะ? ถ้าคุณมาปรากฏตัวต่อหน้าพวกเราให้น้อยลง ผมคงจะขอบคุณคุณมากกว่านี้อีก”

       เมื่อพูดจบ ลู่เหย่ก็จูงมือชีชีเดินกลับบ้าน โดยไม่ชายตามองชีหมิงเยว่อีกเลย

       “ลู่เหย่ คุณมันคนใจดำ!”

       ชีหมิงเยว่ตะโกนเรียกเสียงสั่นเครือคล้ายจะร้องไห้ ทำให้ผู้คนแถวนั้นหลายคนอดไม่ได้ที่จะชะโงกหน้าออกมาดู

       ชีชีแอบกลอกตาเบาๆ ในใจ “คอยดูเถอะ พรุ่งนี้ไม่รู้ว่าเรื่องความสัมพันธ์ของคุณกับเธอจะถูกเล่าลือไปถึงไหนต่อไหน?”

       “จะสนไปทำไม เมื่อประพฤติตนถูกต้อง ก็ไม่มีอะไรต้องละอายต่อฟ้าดิน”

       “ใช่แล้ว คุณเกิดภายใต้ธงแดง เติบโตท่ามกลางสายลมฤดูใบไม้ผลิ รากเหง้าสีแดงสดใส...”

       “ฮ่าๆๆ”

       ลู่เหย่ถูกชีชีหยอกล้อจนหลุดหัวเราะออกมาทันที ความหม่นหมองในใจเมื่อครู่พลันมลายหายไปจนหมดสิ้น

       จะมีก็แต่ชีชีที่รู้สึกหงุดหงิดอยู่ในใจ ดูเหมือนกำยานจะจุดน้อยไปหน่อย ชีหมิงเยว่ถึงได้ยังดูไม่เป็นอะไรเลยแบบนี้

       สวี่จวินเห็นทั้งคู่เดินจูงมือกันกลับมาด้วยรอยยิ้ม แววตาของเขาก็ฉายความรู้สึกที่ซับซ้อนเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน

       “จัดเตรียมเครื่องบินเรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้เช้าออกเดินทาง”

       “ตกลงค่ะ”

       “ด้วยสถานะของผมที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ การจะจัดงานเลี้ยงรวมตัวครั้งใหญ่จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ คงต้องแยกพบเป็นกลุ่มย่อยแทน”

       “ได้ค่ะ”

       “นอกจากการรวบรวมคนแล้ว ผมต้องทำอะไรอย่างอื่นอีกไหม?”

       “ไม่จำเป็นค่ะ”

       สวี่จวินพยักหน้าเบาๆ แต่ความกังวลในสายตาก็ยังปิดไม่มิด

       ชีชีไม่ได้พูดอะไรเกินความจำเป็น หลังจากตกลงรายละเอียดกันเสร็จหญิงสาวก็เข้าครัวไปทำกับข้าว

       เดิมทีการเดินทางไกลต้องจัดเตรียมเสบียงไว้บ้าง แต่เมื่อนึกถึงฐานะของสวี่จวิน เธอจึงล้มเลิกความคิดนั้นไป

       เช้าวันรุ่งขึ้น รถทหารคันหนึ่งจอดสนิทอยู่ที่หน้าบ้านของชีชี ก่อนจะพาทั้งหมดไปยังลานจอดเฮลิคอปเตอร์ของหน่วยทหาร

       เฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งรออยู่ที่นั่น พร้อมด้วยทหารอารักขาที่ติดอาวุธครบมือ

       ชีชีลอบเดาะลิ้นในใจ มาตรฐานการต้อนรับครั้งนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ

       นั่นแสดงว่า แม้ขาของสวี่จวินจะพิการ แต่มันกลับไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสถานะของเขาในกองทัพเลยแม้แต่น้อย

       เรื่องนี้ทำให้ชีชีอดที่จะมองเขาด้วยความเลื่อมใสเพิ่มขึ้นไม่ได้

       คนเราไม่กลัวที่จะตกต่ำถึงขีดสุด สิ่งสำคัญคือต้องมีความกล้าที่จะปีนกลับขึ้นสู่จุดสูงสุดอีกครั้ง

       สวี่จวินคือยอดคนคนหนึ่ง

       ในขณะเดียวกัน สวี่จวินก็คอยสังเกตชีชีเช่นกัน เขาอยากเห็นความตื่นเต้นหรือความประหม่าจากการขึ้นเครื่องบินครั้งแรกของเธอ

       ทว่าชีชีกลับนั่งลงข้างลู่เหย่ด้วยท่าทางสง่าผ่าเผย ราวกับว่าหญิงสาวเคยขึ้นเครื่องบินมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

       กิริยาท่าทางที่ผ่อนคลายเช่นนั้น เป็นสิ่งที่เสแสร้งแกล้งทำกันไม่ได้

       แววตาของสวี่จวินฉายแววสับสน

       หลายวันที่ผ่านมาเขาไม่ได้ปล่อยเวลาไปเปล่าๆ เขาตรวจสอบประวัติของชีชีจนทะลุปรุโปร่ง แม้แต่เรื่องที่ว่าในไร่นาของพ่อแม่บุญธรรมของเธอมีหญ้าขึ้นกี่เส้นเขาก็รู้ชัด

       หญิงสาวไม่มีทางเคยขึ้นเครื่องบินมาก่อน ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด

       หรือว่า? คนตรงหน้านี้ไม่ใช่ชีชี? แล้วเธอเป็นใคร? สายลับงั้นหรือ?

       สวี่จวินเริ่มตื่นตัวขึ้นมาทันที และเริ่มรู้สึกกังวลต่อแผนการที่กำลังจะเกิดขึ้น

       หากชีชีเสนอขอเข้าใกล้ชิดกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับความลับทางราชการ เขาควรปฏิเสธดีหรือไม่?

       ชีชีไม่ได้มองข้ามสายตาที่เต็มไปด้วยการจับผิดของสวี่จวิน แต่เธอไม่ได้เก็บมาใส่ใจ

       การลงมือช่วยเหลือในครั้งนี้ เธอไม่ได้หวังจะผูกมิตรกับสวี่จวิน

       แต่หญิงสาวต้องการให้สามีจอมซื่อของเธอได้เห็นธาตุแท้ของสวี่จวินให้ชัดเจน ผู้ชายที่ถูกลิขิตมาให้อยู่ในตำแหน่งสูง และมีความสามารถคู่ควรกับความทะเยอทะยาน ย่อมไม่มีทางมีเพื่อนแท้ที่จริงใจได้

       แม้ความจริงจะโหดร้าย แต่ก็ยังดีกว่าปล่อยให้ลู่เหย่จมดิ่งอยู่ในภาพลวงตาแห่งมิตรภาพอันงดงาม แล้วถูกใช้ประโยชน์จนไม่เหลือชิ้นดี

       ทว่าหากลู่เหย่เห็นความจริงแล้ว และยังยินดีที่จะถวายหัวให้กับคนที่เข้าใจตน ชีชีก็จะไม่ห้ามปราม ลูกผู้ชายคนหนึ่ง ใครบ้างจะไม่มีช่วงเวลาที่เลือดร้อนพลุ่งพล่าน?

       เพียงแต่ว่า ชีชีจะเตรียมหาทางถอยไว้ให้ตัวเองเสมอ

       หลังจากบินมานานกว่าหกชั่วโมง ในที่สุดก็มาถึงเขตทหารกานหนาน

       ผู้บัญชาการสวี่คือแม่ทัพของเขตทหารแห่งนี้ และบารมีของสวี่จวินผู้เป็น ‘รองผู้บัญชาการ’ ก็สูงส่งมาก สังเกตได้จากขบวนแถวที่มารอรับ

       สวี่จวินมีความอดทนอย่างยิ่งในการแนะนำทุกคนที่ปรากฏตัวให้ลู่เหย่และชีชีรู้จัก ทำให้พวกทหารอารักขาเหล่านั้นรู้สึกเป็นเกียรติจนตัวลอย

       ชีชีเพียงแต่ส่งยิ้มทักทายทุกคนอย่างเป็นมิตร โดยไม่มีแม้แต่ท่าทีจะจับมือ และรักษาระยะห่างไว้อย่างเหมาะสมประมาณสองก้าวเสมอ

       ความอยากรู้อยากเห็นของสวี่จวินแทบจะระเบิดออกมา เขาอยากรู้จริงๆ ว่าเธอใช้วิธีการอะไรในการตัดสินว่าใครซื่อสัตย์หรือใครคดโกง

       หรือจะเป็นเพียงการสร้างภาพหลอกลวง? สวี่จวินตั้งคำถามอันใหญ่หลวงไว้ในใจ

       เมื่อสวี่จวินเดินทางกลับมา ย่อมต้องมีงานเลี้ยงต้อนรับ

       ระดับของงานเลี้ยงไม่ได้สูงส่งนัก คนที่มาดูเหมือนจะเป็นคนสนิทของเขาทั้งสิ้น

       แต่สิ่งที่ทำให้ชีชีประหลาดใจก็คือ ลู่เหย่รู้จักคนเหล่านี้ทุกคน แถมดูเหมือนจะสนิทสนมกันมากอีกด้วย

       เรื่องนี้ทำให้หญิงสาวอดสงสัยไม่ได้ว่า แท้จริงแล้วลู่เหย่สวมบทบาทใดกันแน่เมื่ออยู่ข้างกายสวี่จวิน

       ชีชีทักทายกับทุกคนอย่างสุขุมเยือกเย็น แสดงออกอย่างพอเหมาะพอเจาะ ไม่โดดเด่นจนเกินไปแต่ก็ไม่ถูกละเลย

       ลู่เหย่ยังคงเปิดโหมด ‘หลงภรรยา’ อย่างเคย เขาไม่ได้ละเลยภรรยารักของตนเลยแม้แต่น้อย แม้จะได้พบกับกลุ่มพี่น้องที่จากกันไปนาน

       ถึงแม้จะถูกหยอกล้อ เขาก็ไม่ถือสา แสดงบทบาท ‘ทาสรักตัวพ่อ’ ออกมาอย่างเต็มที่

       เมื่อเหล่าบุรุษรวมตัวกัน ย่อมมีเรื่องคุยไม่จบสิ้น และมีสุราให้ดื่มไม่ขาดสาย

       งานเลี้ยงดำเนินไปยาวนานกว่าสี่ชั่วโมงจึงสิ้นสุดลง

       สวี่จวินพาลู่เหย่และชีชีมาที่หอพักโสดของตนโดยตรง แววตาที่ดูเหมือนเมามายเมื่อครู่พลันหายวับไปเป็นปลิดทิ้ง “พวกคุณพักที่นี่ไปก่อนนะ สภาพอาจจะเรียบง่ายไปนิด อย่าถือสากันเลย”

       “มีที่ให้นอนก็พอแล้ว ไม่มีอะไรน่าถือสาหรอกครับ”

       ลู่เหย่โบกมืออย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งที่ขอบเตียง

       แต่สวี่จวินกลับหันไปมองชีชี “คนที่พบกันในวันนี้ มีคนที่เชื่อถือได้บ้างไหม?”

       ชีชีมีสีหน้าจริงจัง “จะเชื่อถือได้หรือเปล่าฉันไม่ทราบ แต่ที่แน่ๆ คือในนั้นไม่มีคนที่เรากำลังตามหาค่ะ”

       คิ้วของสวี่จวินขมวดเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว “ผมก็นึกว่าคุณจะมองทะลุถึงหัวใจคนได้เสียอีก”

       “หึ คุณมองฉันสูงเกินไปแล้วค่ะ ใจคนเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงง่ายที่สุด แม้แต่ความคิดของคุณเองยังเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตลอดเวลา แล้วจะไปมองทะลุใจคนอื่นได้อย่างไร?”

       “ที่คุณพูดมาก็มีเหตุผล” คิ้วของสวี่จวินคลายออก “จริงๆ แล้ว ผมสงสัยเหลือเกินว่าคุณใช้วิธีการอะไรในการสืบหาตัวฆาตกร”

       ชีชีเหลือบมองลู่เหย่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาพูดอย่างจริงจัง “ฉันย่อมมีวิธีของฉัน แต่ฉันบอกไม่ได้ หากคุณสงสัย พวกเราก็พร้อมจะไปทันที และทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น”

       แววตาของสวี่จวินฉายรอยยิ้มจางๆ “ลู่เหย่ ภรรยาของนายคนนี้อารมณ์ร้อนไม่ใช่เล่นๆ เลยแฮะ”

       ลู่เหย่เกาหัวแก้เก้อ “แหะๆ ผมตามใจเธอเองแหละครับ”

       ชีชีหลุดขำ ‘พรืด’ ออกมา ตาผู้ชายบ้าคนนี้ ช่างกล้ายกหางตัวเองเสียจริง

       เมื่อเห็นว่าชีชีไม่ได้ถือสาคำพูดของเขาเมื่อครู่ รอยยิ้มในตาของสวี่จวินก็เข้มข้นขึ้น “เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว พวกคุณรีบพักผ่อนเถอะ หลายวันหลังจากนี้คงมีเรื่องให้ยุ่งอีกมาก”

       “ตกลงครับ พี่จวิน พี่ก็รีบพักผ่อนเหมือนกันนะ”

       หลังจากส่งสวี่จวินกลับไป ชีชีก็หยิบชุดเครื่องนอนออกมาจากพื้นที่มิติเพื่อปูเตียง

       แม้ว่าผ้าห่มที่สวี่จวินเตรียมไว้จะเป็นของใหม่ แต่หญิงสาวไม่ชินกับการใช้ของร่วมกับผู้อื่น จึงจัดการเปลี่ยนเป็นของตัวเองทั้งหมด

       ถึงแม้ลู่เหย่จะรู้ว่าชีชีมีความลับ และที่บ้านมักจะมีของกินโผล่มาบ่อยๆ

       แต่การได้เห็นชีชีนึกจะเสกอะไรก็ออกมาต่อหน้าต่อตาแบบนี้ ก็ยังทำให้เขาอดตกตะลึงไม่ได้อยู่ดี

       “ชะ... ชีชี คุณคือเทพธิดาเก้าสวรรค์จุติลงมาหรือเปล่าเนี่ย?”


อ่านยาวๆ สะใจมากกว่า 300 ตอน อัปเดตก่่อนใคร
และร่วมสนับสนุนผลงานที่ถูกต้องลิขสิทธิ์ได้ที่ Kawebook >> https://kawebook.co/rwHDd