LNCrawler

บทที่ 143 คุณไม่เชื่อฉัน

(อ่านฟรีทุกวัน) เกิดใหม่ยุค 70 ทั้งที ขอผูกขาดความรวยด้วยนิ้วทองคำของคนอื่น [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 143 คุณไม่เชื่อฉัน

        ชีชีหลุดหัวเราะออกมา “พรืด... นี่เรียกว่าพลังมิติค่ะ เปรียบเสมือนโกดังเคลื่อนที่ประมาณนั้น”

       “หืม? มีพลังพิเศษแบบนี้ด้วยเหรอ?” ดวงตาของลู่เหย่เป็นประกายวาววับราวกับผ่านการชะล้างด้วยน้ำ “แล้วในนั้นใส่อะไรได้บ้าง?”

       “ใส่ได้ทุกอย่างเลยค่ะ”

       “สวรรค์... คุณภรรยาบอกผมทีว่า ผมคือบุตรแห่งสวรรค์ใช่ไหม?”

       “หมายความว่ายังไงคะ?”

       ชีชีถึงกับงงงวยไปหมด เธอต่างหากที่มีมิติ แล้วเขาไปเป็นบุตรแห่งสวรรค์ตอนไหนล่ะนั่น?

       ลู่เหย่กลับตอบด้วยท่าทางจริงจัง “ผมรู้สึกว่าผมนี่แหละคือคนที่มีวาสนาสูงส่ง ไม่อย่างนั้นจะวาสนาดีได้แต่งงานกับภรรยาที่ดีขนาดนี้ได้ยังไงกัน?”

       อืม... พูดจามีเหตุผล วันหลังพูดบ่อยๆ ก็ได้นะ

       แม้คำพูดนี้จะมีกลิ่นอายของการประจบสอพลออยู่บ้าง แต่ชีชีฟังแล้วกลับรู้สึกพึงใจยิ่งนัก เธอจึง ‘จุ๊บ’ ลงบนใบหน้าของเขาไปหนึ่งที

       ลู่เหย่คล้ายกับโดนกระตุ้นด้วยกลไกบางอย่าง ชายหนุ่มโถมตัวเข้าหาหญิงสาวทันที แล้วพัวพันคลอเคลียอย่างลึกซึ้ง

       พวกคุณเข้าใจไหม?

       ความรู้สึกที่ได้แต่งงานกับภรรยาที่เป็นดั่งนางฟ้ามันเป็นอย่างไร? ถ้าไม่รังแกเธอให้หนักๆ หน่อย ก็คงรู้สึกเหมือนความฝันไปจนดูไม่สมจริง

       มีเพียงความเร่าร้อนยามร่างกายหลอมรวมเป็นหนึ่งอย่างไม่รู้จบเท่านั้น ที่ทำให้เขาเชื่อว่า ภรรยาผู้นี้มีตัวตนอยู่จริง และเธอเป็นของเขาเพียงผู้เดียว

       ผลของการไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจก็คือ ทั้งคู่หลับยาวจนถึงเที่ยงวันกว่าจะตื่น...

       สวี่จวินอดไม่ได้ที่จะเย้าแหย่ขึ้นมา “ราตรีวสันต์นั้นสั้นนัก ยามตื่นมาสุริยาก็โด่งข้ามหัวเสียแล้ว นับแต่นี้องค์ราชาคงไม่ยอมออกว่าราชการยามเช้าเป็นแน่”

       “ไว้พี่แต่งงานก่อนเถอะค่อยมาพูดจาประชดประชันผม”

       ลู่เหย่ไม่มีท่าทีขัดเขิน เรื่องที่น่าอายกว่านี้ก็ทำมาหมดแล้ว จะกลัวคนพูดถึงไปทำไม?

       ส่วนชีชีนั้นยิ่งไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่ หลักการสำคัญของเธอคือ ‘ถ้าฉันไม่เขิน คนที่เขินก็คือคนอื่น’

       วันนี้ยังคงเป็นอีกวันที่ต้องตามหาตัวคนร้าย ชีชีเดินทอดน่องไปมาอยู่ข้างกายสวี่จวิน

       ยามเขาทำงาน ชีชีไม่แม้แต่จะย่างกรายเข้าห้องทำงานของเขาด้วยซ้ำ และไม่ปรายตาเคลื่อนมองผู้คนที่เข้าออกเลยแม้แต่น้อย

       สวี่จวินเริ่มสงสัยอย่างหนักว่าหญิงสาวกำลังอู้งาน จึงอดไม่ได้ที่จะลากลู่เหย่ไปกระซิบถามข้างๆ “ภรรยาของนายนี่หาคนร้ายยังไงกันแน่? ไม่ดู ไม่สัมผัส ไม่ทำอะไรเลยสักอย่าง”

       “ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ” แววตาของลู่เหย่เต็มไปด้วยความใสซื่อปนโง่เขลา

       “อะไรนะ?” สวี่จวินถึงกับไปไม่เป็น “น้องชาย นี่นายพูดจริงเหรอ? นั่นภรรยาสุดที่รักของนายเลยนะ”

       “เป็นภรรยาผมก็จริง แต่ว่า...”

       ลู่เหย่กลับหาคำมาโต้แย้งไม่ได้

       เขาพลันตระหนักถึงปัญหาที่ร้ายแรงมากอย่างหนึ่ง ดูเหมือนภรรยาสุดที่รักจะปิดบังแม้กระทั่งตัวเขาเอง

       ทันใดนั้น ความรู้สึกวิกฤตว่าจะถูกลดความสำคัญก็ผุดขึ้นมา

       ไม่ได้การแล้ว คืนนี้ต้องแสดงฝีมือให้ดีกว่าเดิม ต้องเพิ่มรอบให้มากกว่าเดิมเสียหน่อย

       เมื่อเห็นสีหน้าลู่เหย่เปลี่ยนไปมาไม่หยุด ประกายเจ้าเล่ห์ก็พาดผ่านดวงตาของสวี่จวินวูบหนึ่ง ‘น้องสาว พี่ช่วยเธอได้แค่นี้แหละนะ’

       จะว่าไปแล้ว สวี่จวินช่างมีมิตรสหายกว้างขวางจริงๆ ไม่ว่าคนระดับไหนเขาก็สามารถคบหาเป็นเพื่อนได้หมด

       แม้จะมีความสนิทสนมต่างกันไป แต่เกือบทุกคนกลับเลื่อมใสศรัทธาในตัวเขาอย่างน่าประหลาด

       หากระบบไม่แจ้งเตือน ชีชีคงสงสัยไปแล้วว่าเขามีนิ้วทองคำติดตัวมาด้วยหรือเปล่า

       นี่อาจเป็นเสน่ห์เฉพาะตัว คนบางคนเกิดมาเพื่อเป็นราชา มักจะมีผู้คนจำนวนมากพร้อมจะติดตามเขาเสมอ

       หลังจากวุ่นวายอยู่ครึ่งค่อนเดือน ในที่สุดก็คัดกรองผู้คนที่อยู่รอบกายสวี่จวิน ทั้งหมดที่ไม่ใช่คนในครอบครัวจนครบถ้วน

       ผลปรากฏว่าไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ

       สีหน้าของสวี่จวินเคร่งขรึมลง ดูเหมือนว่าภัยร้ายจะมาจากภายในครอบครัวเสียแล้ว

       “อีกไม่กี่วันจะเป็นวันเกิดคุณปู่ของผมพอดี คงต้องมีการจัดงานเลี้ยง คนในครอบครัวที่ควรมาก็คงจะมากันครบ”

       “ตกลงค่ะ”

       งานเลี้ยงฉลองอายุมงคลของผู้บัญชาการสวี่จะจัดขึ้นในอีกสิบวันข้างหน้า ในช่วงที่ไม่มีอะไรทำ ชีชีจึงไปพบหัวหน้าฝ่ายพลาธิการของเขตทหารกานหนานเพื่อนำเสนอแผนการปลูกพืชในโรงเรือน

       เนื่องจากเธอเป็นคนหน้าใหม่ ทั้งยังเป็นเพียงหญิงสาวอายุน้อย การดำเนินงานจึงไม่ราบรื่นนัก

       เมื่อสวี่จวินทราบเรื่องก็บ่นออกมา “เรื่องนี้คุณควรมาหาผมสิ ผมจัดการให้ได้”

       “ถ้าคุณจัดการให้ พวกเขาก็จะทำแค่มันเป็นภารกิจที่ได้รับมอบหมาย แต่ฉันแค่อยากให้พวกเขายอมรับในแนวคิดของฉัน และต้องการเผยแพร่วิธีการปลูกแบบใหม่จริงๆ”

       “ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งหรืออะไรก็ตาม ขอแค่ผลลัพธ์ของการเผยแพร่มันสำเร็จก็พอไม่ใช่เหรอ? จะไปยึดติดกับรูปแบบทำไม?”

       “มีเหตุผลแฮะ ฉันนี่มันใจแคบจริงๆ” ชีชีรู้สึกเหมือนได้รับแสงสว่างทางปัญญา

       “ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก เพียงแต่คุณยังไม่คุ้นเคยกับการจัดการในกองทัพ เลยยังไม่รู้วิธีรับมือกับพวกเขาเท่านั้นเอง”

       ชีชียิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน ในที่สุดหญิงสาวก็รู้แล้วว่าทำไมสวี่จวินถึงเป็นที่รักของใครต่อใคร

       ผู้ชายคนนี้ช่างพูดนัก ทุกถ้อยคำล้วนตรงเข้าไปนั่งในใจคนฟังได้เสมอ

       ด้วยความช่วยเหลือจากสวี่จวิน งานของชีชีจึงรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว

       และนี่ก็ทำให้สวี่จวินได้เห็นด้านที่มุ่งมั่นตั้งใจทำงานของเธอด้วย

       เขาว่ากันว่าผู้ชายที่ตั้งใจทำงานนั้นดูมีเสน่ห์ที่สุด ซึ่งคำพูดนี้ก็นำมาใช้กับผู้หญิงได้เช่นกัน

       เพียงไม่กี่วัน ชีชีไม่เพียงแต่นำทีมคลุมพลาสติกบนพื้นที่เพาะปลูกทั้งหมด แต่ยังคัดเลือกเมล็ดพันธุ์สำหรับฤดูใบไม้ผลิไว้เรียบร้อยแล้ว

       ด้วยความเชี่ยวชาญด้านการเกษตร เพียงแค่ชีชีปรายตามอง เธอก็รู้ได้ทันทีว่าดินผืนนี้มีค่าความเป็นด่างเท่าไร และเหมาะสำหรับปลูกพืชชนิดใด

       หญิงสาวเรียบเรียงแผนการเพาะปลูกอย่างละเอียดหลังจากเข้าสู่ช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อมอบให้ผู้รับผิดชอบนำไปจัดฝึกอบรม

       แผนงานถูกทำออกมาอย่างละเอียดถี่ถ้วน ทั้งช่วงเวลาในการไถพรวนลึก ปริมาณปุ๋ยรองพื้น การควบคุมอุณหภูมิและความชื้นในโรงเรือน ตลอดจนวิธีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช

       มีการยกตัวอย่างสถานการณ์จริงมากมาย พร้อมระบุวิธีแก้ไขอย่างละเอียด

       ขอเพียงคนเหล่านี้ปฏิบัติตามแผนละก็ ปีหน้าย่อมเป็นปีแห่งการเก็บเกี่ยวที่รุ่งเรืองอย่างแน่นอน

       สวี่จวินมองชีชีด้วยความสนใจใคร่รู้ “คุณเป็นผู้หญิงที่พิเศษมากจริงๆ”

       แต่ชีชีกลับไม่ใส่ใจ “ที่คุณรู้สึกว่าฉันพิเศษ เป็นเพราะเราไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมระดับเดียวกัน โลกที่เรามองเห็นแตกต่างกัน ความคิดจึงย่อมไม่เหมือนกัน ดังนั้นคุณถึงได้รู้สึกแปลกใหม่ยังไงล่ะคะ”

       สวี่จวินหัวเราะเบาๆ “ผมสงสัยจริงๆ ว่าคุณทำยังไงถึงรักษาความเยือกเย็นเอาไว้ได้ตลอดเวลาแบบนี้”

       “ถ้าคุณเคยผ่านการถูกสังคมทุบตีมาบ้าง คุณจะไม่ถามคำถามแบบนี้เลยค่ะ”

       “สังคมทุบตี? คำนี้ฟังดูแปลกใหม่ดีนะ”

       ชีชีตัดสินใจปิดปากเงียบทันที สวี่จวินคนนี้เฉลียวฉลาดเกินไป เธอจะพูดจาเพ้อเจ้อมากไม่ได้

       ในที่สุดวันงานเลี้ยงวันเกิดของผู้บัญชาการสวี่ก็มาถึง ชีชีเปลี่ยนมาสวมชุดเลนินชุดใหม่ เดินเคียงคู่ลู่เหย่ไปร่วมงาน

       สำหรับของขวัญวันเกิด ชีชีได้ลงมือจัดกระเช้าผลไม้ด้วยตัวเอง

       ด้านล่างวางประดับด้วยผลผิงกั๋วสีแดงสดหกผล ตามด้วยเมล่อนทองคำหนึ่งผล กล้วยหนึ่งหวี ส้มหกผล องุ่นหนึ่งพวง ลำไยหนึ่งพวง และแก้วมังกรอีกสองผล

       ทั้งหมดถูกจัดวางสลับระดับกันอย่างงดงามภายในตะกร้าจักสานทำมือ ผลไม้แต่ละชนิดมีสีสันเป็นเอกลักษณ์ ดูสะดุดตายิ่งนัก

       ที่สำคัญที่สุดคือ การที่มีผลไม้เต็มตะกร้าปรากฏขึ้นในใจกลางฤดูหนาวเช่นนี้ ยิ่งดึงดูดใจผู้คนแทบทุกคนต่างพากันหันมามอง

       “ผู้บัญชาการสวี่ ขอให้ท่านมีวาสนาดั่งทะเลตะวันออก อายุยืนยาวปานขุนเขาทางใต้ค่ะ!” ปากเล็กๆ ของชีชีหวานราวกับอาบน้ำผึ้ง ยามที่หญิงสาวยิ้มดวงตาหยีโค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว ใครเห็นใครก็รัก “ผลไม้พวกนี้ปลูกเองในโรงเรือนค่ะ ท่านลองชิมดูนะคะ”

       “ไอ้หยา... นี่เป็นของขวัญที่ถูกใจฉันที่สุดในวันนี้เลยนะเนี่ย”

       ผู้บัญชาการสวี่รับไปด้วยตัวเอง ก่อนจะส่งให้ทหารคนสนิทข้างกาย “เอาไปล้างให้สะอาด แล้วนำมาให้ทุกคนชิมกันหน่อย”

       “รับทราบครับ!”

       ทหารคนสนิทรีบวิ่งเหยาะๆ ไปล้างผลไม้ทันที

       ชีชีและลู่เหย่ได้รับเชิญให้นั่งที่โต๊ะหลัก

       “ฉันได้ยินเรื่องเทคโนโลยีการปลูกในโรงเรือนมาแล้ว แต่คิดไม่ถึงเลยว่าคุณจะเป็นสหายหญิงที่ยังอายุน้อยขนาดนี้ ช่างเป็นคนหนุ่มสาวที่มีความสามารถจริงๆ”

       “ผู้บัญชาการสวี่กล่าวชมเกินไปแล้วค่ะ”

       ตลอดทั้งงานเลี้ยง ชีชีตกอยู่ท่ามกลางคำสรรเสริญเยินยอของผู้คน

       สวี่เหมิงเหมิงไม่ได้นั่งโต๊ะเดียวกับพวกเขา แต่สายตาของเธอกลับจับจ้องอยู่ที่ตัวลู่เหย่ไม่วางตา

       หลังงานเลี้ยงสิ้นสุดลง สวี่จวินก็อดใจรอไม่ไหวรีบถามชีชีทันที “เป็นยังไงบ้าง? เจอตัวหรือยัง?”

       จะโทษที่เขาร้อนรนไม่ได้ เพราะเขากังวลว่าชีชีจะมัวแต่เคลิบเคลิ้มไปกับคำชมจนลืมงานสำคัญไปเสียก่อน

       “คุณแน่ใจนะคะ ว่าคนในครอบครัวมากันครบแล้ว?”

       “ขาดแค่คุณน้าของผมคนเดียว เธอไม่เคยมางานรวมญาติเลย”

       ชีชีขมวดคิ้วมุ่น “ความสัมพันธ์ของคุณกับคุณน้าเป็นยังไงบ้างคะ?”

       “ผมเติบโตมาได้ก็เพราะน้าเลี้ยงดูมา เธอดีกับผมยิ่งกว่าแม่แท้ๆ เสียอีก ในโลกนี้ใครจะทำร้ายผมก็ได้ แต่ไม่มีทางเป็นเธอแน่นอน”

       ชีชีไม่ได้ต่อบทสนทนานั้น แต่หันไปหาลู่เหย่แทน “พรุ่งนี้เรากลับกันเถอะค่ะ”

       สีหน้าของสวี่จวินพลันสลดลง “นี่คุณคิดจะถอดใจแล้วเหรอ?”

       “ไม่อย่างนั้นจะให้ทำยังไงคะ? ในเมื่อคุณไม่เชื่อใจฉันเลย การตามหาต่อไปก็ไม่มีความหมายอะไร”

       สวี่จวินกระตุกยิ้มที่มุมปาก “ถ้าไม่เชื่อคุณ ผมจะเชิญคุณมาจากที่ไกลๆ แบบนี้ทำไม?”

       “พี่จวิน ในจิตใต้สำนึกของคุณไม่ได้เชื่อใจฉันอย่างเต็มร้อยหรอกค่ะ” น้ำเสียงของชีชีราบเรียบไร้อารมณ์ “ฉันไม่ได้จะพุ่งเป้าไปที่คุณน้าของคุณ แต่ถ้าคนร้ายที่ฉันหาเจอคือคนที่มีสถานะแบบเธอ คุณจะเลือกเชื่อฉัน หรือเลือกเชื่อสัญชาตญาณความรู้สึกของตัวเองคะ?”

       สวี่จวิน “...”


อ่านยาวๆ สะใจมากกว่า 300 ตอน อัปเดตก่่อนใคร
และร่วมสนับสนุนผลงานที่ถูกต้องลิขสิทธิ์ได้ที่ Kawebook >> https://kawebook.co/rwHDd