LNCrawler

บทที่ 145 คำถามบีบคั้นจิตวิญญาณ

(อ่านฟรีทุกวัน) เกิดใหม่ยุค 70 ทั้งที ขอผูกขาดความรวยด้วยนิ้วทองคำของคนอื่น [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 145 คำถามบีบคั้นจิตวิญญาณ

        เรื่องราวยังคงดำเนินต่อไป แต่สวี่จวินกลับฟังจนรู้สึกหนังศีรษะชาหนึบ

       “น้าให้กำเนิดนายตอนอายุสิบหก เดิมทีคิดว่าเมื่อให้กำเนิดบุตรชายแก่ตระกูลสวี่แล้ว ชีวิตหลังจากนี้คงจะดีขึ้นบ้าง แต่มันกลับไม่เป็นเช่นนั้นเลย เดรัจฉานตัวนั้น... มันถึงกับลงมือทำกับน้าต่อหน้าต่อตานาย...”

       สวี่จวินหลับตาลงแน่น ข่มอารมณ์คลุ้มคลั่งที่อยากจะฆ่าคนไว้สุดกำลัง

       ภาพลักษณ์ของบิดาผู้ยิ่งใหญ่พังทลายลงในชั่วพริบตา แตกสลายจนไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยว

       ถังจิ่นหัวเราะเยาะหยันตนเอง “นั่นยังไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายที่สุดหรอกนะ สองปีต่อมาสวี่เหมิงเหมิงก็เกิดมา ถังจือไม่สนเลยว่านายจะร้องไห้ปานจะขาดใจขนาดไหน เธอตบปากน้าอย่างเอาเป็นเอาตาย เธอตะคอกถามน้าว่า ทำไมคนชั้นต่ำอย่างน้าถึงมีปัญญาเกิดลูกชาย แต่เธอกลับมีได้แค่ลูกสาว ต่างก็เป็นคนที่มีพ่อมีแม่ให้กำเนิดมาเหมือนกัน เธอเอาสิทธิ์ที่ไหนมาทำตัวสูงส่ง? แล้วทำไมฉันต้องต่ำต้อยติดดินขนาดนี้? เพราะอะไรกัน? เสี่ยวจวิน... นายบอกน้าได้ไหม?”

       สวี่จวินถูกถามจนน้ำท่วมปาก คำถามนี้มันหนักหนาเกินกว่าที่เขาจะหาคำตอบได้

       “ถังจือร่างกายทรุดโทรมจนไม่อาจตั้งครรภ์ได้อีก เธอจึงต้องยอมรับตัวนายไว้ เพื่อให้นายได้เป็นหลานชายคนโตของตระกูลสวี่ ฝันร้ายของน้าก็เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่นั้น เธอส่งน้าไปขึ้นเตียงกับผู้ชายไม่ซ้ำหน้า เพียงเพื่อปูทางให้อนาคตทางการงานของพ่อนาย”

       สวี่จวินเบิกตากว้างด้วยความโกรธแค้นและตกตะลึง เขารู้สึกราวกับอากาศรอบกายถูกสูบออกไปจนหมด ความอึดอัดทำให้นึกอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ

       ถังจิ่นกลับยิ้มออกมาอย่างงดงามแต่แฝงไปด้วยความรันทด “ใช่ว่าน้าจะไม่เคยขัดขืน น้าเคยลองหนี แม้กระทั่งพยายามฆ่าตัวตาย แต่ทุกครั้ง สิ่งที่ได้รับกลับมาคือการทรมานที่ทำให้รู้สึกว่าตายเสียยังจะดีกว่า น้ากลัวแล้ว... และน้าก็ยอมรับชะตากรรมไปแล้ว เพียงแต่เฝ้ารอให้นายรีบเติบโตขึ้น เพื่อจะได้พาน้าหนีไปจากขุมนรกตระกูลสวี่แห่งนี้เสียที”

       “ผม โต แล้ว”

       สวี่จวินเค้นคำพูดนี้ออกมาจากซอกฟันทีละคำอย่างยากลำบาก

       “ฮ่าๆๆๆ” ถังจิ่นหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “ใช่ นายโตแล้ว แต่นายจะยอมทิ้งอนาคตเพื่อมายอมรับว่าคนอย่างน้าคือแม่จริงๆ ของนายงั้นหรือ?”

       สวี่จวินชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด

       “นายไม่ทำหรอก!” แววตาของถังจิ่นเย็นเยือกผิดปกติ เย็นชาเสียจนราวกับจะสาปให้อากาศกลายเป็นน้ำแข็ง “ในตัวนายมีเลือดของมันไหลเวียนอยู่ นายมันก็เหมือนกับมัน ทั้งเย็นชา เห็นแก่ตัว... นายมันก็เลวเหมือนกับพ่อของนายนั่นแหละ!”

       ดวงตาของสวี่จวินแดงก่ำจนแทบจะมีหยาดเลือดไหลรินออกมา

       “เดิมทีน้าคิดว่าชาตินี้คงต้องจบสิ้นลงเพียงเท่านี้ แต่สวรรค์ยังเมตตา มอบโอกาสให้น้าได้ล้างแค้น ท่านส่ง ‘ระบบ’ มาให้น้า ระบบที่สามารถช่วงชิงวาสนาของตระกูลสวี่ไปจนหมดสิ้น เพื่อให้พวกมันต้องตายอย่างอนาถ”

       ถังจิ่นตกอยู่ในอาการคุ้มดีคุ้มร้ายครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสะอื้นไห้อย่างน่าเวทนา

       “น้าเคยคิดจะละเว้นนายนะ อย่างไรเสีย... นายก็เป็นเนื้อเยื่อที่หลุดออกมาจากอกของน้า แต่ระบบกลับมีเงื่อนไขว่า ต้องมีค่าความรู้สึกดีถึง 90 แต้มขึ้นไปเท่านั้น ถึงจะปลดปล่อยพลังงานออกมาได้ น้าพยายามเอาอกเอาใจทุกคนในตระกูลสวี่อย่างต้อยต่ำที่สุด แต่ค่าความรู้สึกดีที่พวกมันมีต่อน้ากลับไม่เพิ่มขึ้นเลย มีแต่จะลดลงเรื่อยๆ พวกมันทั้งหลอกใช้ และดูหมิ่นน้าในเวลาเดียวกัน... ทำไมกัน? ทำไม?”

       ถังจิ่นหันไปมองสวี่จวินด้วยสายตาที่คลุ้มคลั่ง ราวกับสาวกผู้เสียสติ “มีเพียงนาย... มีเพียงนายคนเดียวที่มีความรู้สึกดีให้แก่ฉัน ค่าความรู้สึกดีนั้นสูงถึง 98 แต้มเชียวนะ นายคือความหวังเดียวของฉัน ฮ่าๆๆ ในเมื่อต้องตายกันหมด ก็จงพินาศไปด้วยกันเถอะ!”

       สวี่จวินหลับตาลงอีกครั้ง หยาดน้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นจากหางตา “ผมจะทำให้ตระกูลสวี่ชดใช้ในสิ่งที่ทำ คุณน้าพักผ่อนให้สบายเถอะครับ”

       พูดจบ เขาก็ลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอก

       ถังจิ่นเอื้อมมือไปทางแผ่นหลังของเขา ริมฝีปากสั่นระริกอยู่นานกว่าจะเอ่ยออกมาได้ประโยคหนึ่ง “นายช่วย... เรียกน้าว่าแม่สักครั้งได้ไหม?”

       สวี่จวินชะงักฝีเท้าไปครู่หนึ่ง ก่อนจะก้าวเดินต่อไปโดยไม่หันกลับมามอง เขาเรียกไม่ออกและไม่อาจเรียกได้

       เขาคือคนที่โชคชะตากำหนดให้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของเมฆา จะยอมกลายเป็นลูกนอกสมรสไม่ได้... เด็ดขาด

       เมื่อออกมาถึงนอกรั้วบ้าน เขาไม่เห็นลู่เหย่กับชีชีแล้ว แม้แต่คนขับรถก็ไม่อยู่ สวี่จวินรู้สึกมึนงงไปชั่วขณะ

       ‘ปี๊น ปี๊น’

       รถจี๊ปแล่นมาจอดตรงหน้าเขาอย่างนุ่มนวล สวี่จวินก้าวขึ้นไปนั่งทันทีโดยไม่ลังเล

       “พวกเขากลับไปแล้วหรือ?”

       น้ำเสียงของสวี่จวินราบเรียบเย็นชา จนดูไม่ออกเลยว่าเขาเพิ่งผ่านพ้นพายุทางอารมณ์ที่รุนแรงราวกับแผ่นดินถล่มทลายมา

       “ครับ ผมไปส่งพวกเขาที่สถานีรถไฟแล้วก็รีบกลับมาครับ”

       คนขับรถยังคงอยู่ในอาการตกตะลึง เขาเห็นอะไรกันแน่? สวี่จวินเดินออกมาด้วยตัวเอง ขาของเขา...?

       ไม่กล้าคิดและไม่อาจคิดต่อได้ เขาเป็นเพียงคนขับรถเท่านั้น

       ข่าวเรื่องขาของสวี่จวินรักษาหายแล้วทำให้คนทั้งตระกูลสวี่ตื่นเต้นจนแทบคลั่ง หลานชายคนโตของตระกูลลุกขึ้นยืนได้แล้ว ความหวังของตระกูลสวี่กำลังลุกโชนขึ้นอีกครั้ง

       ทว่าเช้าวันรุ่งขึ้น ข่าวการเสียชีวิตของถังจิ่นก็ถูกแจ้งมายังตระกูลสวี่ เธอประสบอุบัติเหตุถูกรถชนขณะออกไปซื้อผักที่ตลาด และเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที

       สวี่จวินเป็นผู้จัดการงานศพด้วยตัวเอง แม้จะไม่ยิ่งใหญ่นักแต่ก็ครบถ้วนตามพิธีการ ถือว่าเป็นการให้เกียรติเธอเป็นครั้งสุดท้าย

       ในสายตาของคนตระกูลสวี่ ถังจิ่นเป็นเพียงแม่บ้านที่คอยดูแลสวี่จวินเท่านั้น ไม่มีใครเห็นเธออยู่ในสายตาเลยสักคน

       แต่เพราะสวี่จวินคือหลานชายสายตรง และเป็นอนาคตของตระกูล

       ในเมื่อเขาเป็นคนจัดการเอง ต่อให้คนอื่นจะไม่เต็มใจเพียงใด ก็ต้องยอมมาปรากฏตัวเพื่อรักษาหน้า

       แต่ที่น่าแปลกใจคือ คนจากตระกูลถังกลับไม่มีใครมาเลยแม้แต่คนเดียว

       สวี่จวินถึงกับนึกสงสัยว่า แท้จริงแล้วถังจิ่นเป็นลูกในไส้ของตระกูลถังจริงๆ หรือไม่

       หลังเสร็จสิ้นงานศพ สวี่จวินเดินทางไปยังบ้านพักหลังเล็กที่ถังจิ่นเคยอาศัยอยู่เพียงลำพัง

       ในเมื่อขาหายดีแล้ว ทหารยามที่เคยเฝ้าคุ้มกันจึงถูกถอนกำลังออกไป

       อีกอย่าง นั่นคือคนที่ผู้บัญชาการสวี่จัดหามาให้ ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าเป็นความห่วงใยจากคุณปู่

       แต่ตอนนี้...

       ทว่าเขากลับคาดไม่ถึง เมื่อเห็นประตูรั้วเปิดกว้าง ภายในลานบ้านระเกะระกะราวกับมีคนจงใจรื้อค้นหาของบางอย่าง

       แววตาของสวี่จวินเข้มขึ้น เขาก้าวเดินเข้าไปข้างใน

       “นังคนไร้ค่า อยู่ในตระกูลสวี่มาตั้งกี่ปี กลับไม่มีของมีค่าติดตัวเลยสักอย่าง”

       “หรือมันจะซ่อนไว้ที่ไหน? พวกเราหาดูอีกทีเถอะ”

       ประกายตาของสวี่จวินฉายแววเย็นเยือก นี่หรือคือตาและยายของเขา... นอกจากจะไม่ไปร่วมงานศพแล้ว ยังมางัดบ้านรื้อค้นทรัพย์สิน ช่างเป็นเรื่องที่น่าตลกสิ้นดี

       “เธอทิ้ง ‘ผม’ ไว้ไงครับ”

       น้ำเสียงเย็นเฉียบของสวี่จวินทำเอาผู้เฒ่าทั้งสองสะดุ้งสุดตัว

       “เสี่ยว... เสี่ยวจวินเองเหรอ พวกเรามาเก็บกวาดน่ะ เก็บกวาด” ผู้เป็นตาฉีกยิ้มประจบ “น้าของหลานไม่อยู่แล้ว บ้านหลังนี้...”

       “บ้านหลังนี้ผมให้พวกคุณ คืนนี้ก็เข้าอยู่ได้เลยครับ”

       อุณหภูมิในดวงตาของสวี่จวินลดลงจนถึงจุดเยือกแข็ง แต่น้ำเสียงกลับปกติดี ราวกับกำลังพูดคุยเรื่องสัพเพเหระทั่วไป

       “โอ้! ดีเลย ดีจริงๆ”

       คนแก่ทั้งสองยิ้มจนปากแทบถึงใบหู เริ่มขยับมือขยับไม้เก็บกวาดห้องที่พวกตนรื้อจนเละเทะอย่างรวดเร็ว

       หลังจากนี้ที่นี่จะเป็นบ้านของพวกเขาแล้ว ต้องทำความสะอาดให้ดีเสียหน่อย

       สวี่จวินมองดูพวกเขาโยนข้าวของของถังจิ่นออกมานอกห้องอย่างไม่ไยดี ในใจพลุ่งพล่านไปด้วยความรู้สึกยากจะอธิบาย

       เขาหลุบตาลงเพื่อซ่อนเร้นอารมณ์ ชายหนุ่มมีเรื่องสำคัญกว่าที่ต้องทำ ไม่มีเวลามาคร่ำครวญเสียใจอยู่ที่นี่

       ชีชีใช้วิธีไหนจัดการกับระบบของถังจิ่นกันแน่?

       ลงมือได้อย่างไร้ร่องรอยและเฉียบขาดเพียงครั้งเดียว... นั่นหมายความว่าต้องใช้ ‘เวทมนตร์’ สู้กับ ‘เวทมนตร์’ เท่านั้น

       หรือว่า... ชีชีเองก็มีระบบเหมือนกัน?

       สวี่จวินรีบสลัดความสงสัยสุดท้ายทิ้งไปทันที เขามั่นใจว่าชีชีต้องมีระบบที่ทรงพลังกว่าของถังจิ่นอย่างแน่นอน

       ความหนาวเยือกแล่นปราดจากกระดูกก้นกบขึ้นไปถึงกลางกระหม่อม เพียงแค่ระบบของถังจิ่นก็สามารถทำลายตระกูลสวี่ได้เงียบเชียบถึงเพียงนี้

       แล้วระบบของชีชีจะทรงพลังขนาดไหนกัน?

       “ไม่ได้การ คนแบบนี้ต้องมาเป็นพวกของฉันให้ได้” แววตาของสวี่จวินเริ่มเลื่อนลอย “แต่... ภรรยาของเพื่อน จะแย่งมาได้ยังไงกัน”

       สวี่จวินก้าวเท้าเดินออกไป เขาตั้งใจจะไปหาสวี่เหมิงเหมิง

       หากลู่เหย่เป็นฝ่ายยอมแพ้ไปเอง... เมื่อนั้นชีชีก็ไม่ใช่ภรรยาเพื่อนอีกต่อไป

       “หึๆ อะไรที่ผมอยากได้ ผมก็ต้องได้”

       หลังจากสวี่จวินจากไป ก็เกิดเหตุการณ์ขึ้นสองเรื่อง

       เรื่องแรกคือ สวี่เหมิงเหมิงขึ้นเครื่องบินมุ่งหน้าไปยังฮั่นเฉิง

       และอีกเรื่องคือ บ้านพักของถังจิ่นเกิดเพลิงไหม้อย่างปริศนา เปลวเพลิงโหมกระหน่ำรุนแรงเกินกว่าจะเข้าไปช่วยได้ทัน

       เจ้าหน้าที่ดับเพลิงพบซากโครงกระดูกถูกเผาไหม้เกรียมสองร่างในที่เกิดเหตุ คาดว่าเป็นตาและยายของสวี่จวินนั่นเอง


อ่านยาวๆ สะใจมากกว่า 300 ตอน อัปเดตก่่อนใคร
และร่วมสนับสนุนผลงานที่ถูกต้องลิขสิทธิ์ได้ที่ Kawebook >> https://kawebook.co/rwHDd