LNCrawler

บทที่ 146 ระบบด้านมืด

(อ่านฟรีทุกวัน) เกิดใหม่ยุค 70 ทั้งที ขอผูกขาดความรวยด้วยนิ้วทองคำของคนอื่น [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 146 ระบบด้านมืด

        ขณะที่ชีชีนั่งอยู่บนรถไฟเที่ยวขากลับ จู่ๆ เธอก็รู้สึกวิงเวียนศีรษะขึ้นมาอย่างกะทันหัน

       “ชีชี คุณเป็นอะไรไป?”

       ลู่เหย่เห็นใบหน้าของภรรยาตัวน้อยซีดเผือดก็รีบคว้ามือเธอไว้ด้วยความตกใจ แววตาเต็มไปด้วยความกังวล

       เดิมทีหากชายหนุ่มยอมเอ่ยปากกับสวี่จวินสักคำ การจะหาตั๋วรถไฟตู้นอนสองใบ หรือแม้แต่ตั๋วเครื่องบินก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย

       ทว่าชีชีมองออกว่าเรื่องราวในตระกูลสวี่นั้นไม่ธรรมดา และหญิงสาวไม่อยากถูกลากเข้าไปพัวพัน จึงเลือกที่จะจากมาทันที

       และด้วยฐานะของพวกเขาทั้งสองคนในตอนนี้ ลำพังแค่จะซื้อตั๋วรถไฟตู้นอนเองยังถือเป็นเรื่องยากยิ่ง

       “ไม่เป็นไรค่ะ แค่ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาพักผ่อนน้อยไปหน่อยเท่านั้นเอง”

       “ถ้ารู้อย่างนี้ผมน่าจะบอกพี่จวินไว้ก่อน อย่างน้อยก็น่าจะได้ตั๋วรถไฟตู้นอนสักสองใบ”

       ชีชีถอนหายใจออกมาเบาๆ “ฉันไม่ได้จะก้าวก่ายเรื่องการคบเพื่อนของคุณนะคะ แต่ถ้าคุณไม่ได้คิดจะหวังผลประโยชน์อะไรจากตระกูลสวี่ ฉันว่าอยู่ห่างจากเขาไว้หน่อยจะดีกว่าค่ะ”

       ลู่เหย่ชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะรับคำ “ครับ ผมเข้าใจแล้ว”

       ชีชีหลับตาลงเพื่อพักสายตา ไม่รู้ว่าคำพูดของเธอจะเข้าหูเขาสักแค่ไหน

       อย่างไรเสียทั้งสองคนก็เคยผ่านความเป็นความตายร่วมกันในสนามรบ จะให้ตัดความสัมพันธ์ลงทันทีคงไม่ใช่เรื่องง่าย

       อีกทั้งถึงแม้จะไม่ได้อยู่เขตทหารเดียวกัน แต่ก็ยังทำงานในสายงานเดียวกัน ย่อมมีเรื่องให้ต้องติดต่อประสานงานกันอย่างเลี่ยงไม่ได้

       ถึงกระนั้นชีชีก็ไม่ได้เก็บมาเป็นกังวลนัก อะไรที่ยังแก้ไม่ได้ในตอนนี้ก็แค่ปล่อยวางไว้ก่อน ย่อมมีหนทางของมันเองเสมอ

       เธอเป็นคนที่มีนิสัยปล่อยวางเช่นนี้เอง

       ทว่าเมื่อชีชีหลับตาลง หญิงสาวกลับพบว่าภายในพื้นที่มิติน้ำพุวิญญาณได้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

       ป่าท้อสิบลี้ที่เคยเบ่งบาน บัดนี้กลีบดอกร่วงโรยเต็มพื้น เหลือเพียงกิ่งก้านโกร๋นเกรียน แม้แต่ระดับน้ำในน้ำพุวิญญาณก็ลดฮวบลงไปมาก

       และที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่านั้นคือ แม่หลินและคนอื่นๆ ทั้งสามคนได้หายตัวไปแล้ว

       ชีชีสะดุ้งสุดตัวจนเหงื่อเย็นผุดพราย รีบเรียกหาระบบในใจทันที “ระบบ! นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”

       สิ้นเสียงของหญิงสาว ก็มีเสียงสัญญาณรบกวนดัง ‘ซ่า... ซ่า...’ แทรกเข้ามาในโสตประสาท ราวกับสัญญาณขาดหาย

       ครู่ใหญ่กว่าระบบจะตอบกลับมา “มีข่าวดีกับข่าวร้าย โฮสต์อยากฟังข่าวไหนก่อนคะ?”

       ชีชีสูดหายใจเข้าลึก “มาถึงขั้นนี้แล้ว ฟังข่าวร้ายก่อนแล้วกัน”

       “โลกที่ฉันถือกำเนิดขึ้นมานั้นล่มสลายเพราะการต่อสู้ระหว่างระบบ ฉันกับระบบด้านมืดต่างได้รับบาดเจ็บสาหัสและระเหเร่ร่อนออกมาค่ะ ในตอนที่สวี่จวินปรากฏตัว ฉันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของระบบด้านมืด การจะช่วงชิงระบบเทพแห่งความซวยมานั้นต้องใช้พลังงานมหาศาล ฉันจึงจำเป็นต้องดึงพลังงานมาจากพื้นที่มิติน้ำพุวิญญาณส่วนหนึ่งค่ะ”

       ชีชีลืมตาโพล่งขึ้นมาทันที “เธอจะบอกว่า มนุษย์เป็นๆ สามคนนั้นถูกเธอใช้เป็นพลังงานไปแล้วงั้นเหรอ? พวกเขา... ไม่ได้หนีไปใช่ไหม?”

       “คุณดูถูกฉันเกินไปแล้วนะคะ ไม่มีใครหนีพ้นเงื้อมมือของฉันไปได้หรอก พวกเขาถูกสลายกลายเป็นละอองพลังงานและถูกดูดซับไปเรียบร้อยแล้วค่ะ”

       “หมายความว่า ของทุกอย่างที่ฉันเก็บไว้ในมิติ เธอนึกจะหยิบไปใช้เมื่อไรก็ได้งั้นสิ?”

       “นั่นคือข่าวอีกเรื่องหนึ่ง ฉันจะมอบแหวนมิติขนาดหนึ่งหมื่นตารางเมตรให้เป็นการชดเชยค่ะ”

       ชีชีเบ้ปาก “ฉันมีมิติน้ำพุวิญญาณอยู่แล้ว จะเอาแหวนมิติไปทำอะไรอีก?”

       “โฮสต์สามารถเปลี่ยนเป็นสิ่งของอย่างอื่นที่มีมูลค่าเท่ากันได้ค่ะ”

       “เอาไว้ฉันคิดออกแล้วค่อยว่ากัน”

       “ตกลงค่ะ”

       ชีชีหลับตาลงอีกครั้ง ก่อนจะสะดุ้งโหยง “ระบบ เมื่อกี้เธอบอกว่ามีระบบด้านมืดที่มีฝีมือสูสีกับเธอปรากฏตัวขึ้นงั้นเหรอ? แถมยังสู้กันจนโลกพินาศไปใบหนึ่งเลยเหรอ?”

       “ใช่ค่ะ ในช่วงที่พวกเรามีพลังเต็มเปี่ยม สามารถกลืนกินได้ทุกสรรพสิ่ง พลังทำลายล้างนั้นเกินกว่าที่คุณจะจินตนาการได้ ตอนนี้มันก็น่าจะอยู่ในช่วงฟื้นฟูพลังเหมือนกันค่ะ แม้จะแข็งแกร่ง แต่ก็ยังเทียบไม่ได้กับในอดีต”

       “เธอจัดการฆ่ามันได้ไหม?”

       “ตอนนี้ยังไม่ได้ค่ะ”

       “แบบนี้ก็ยุ่งยากแล้วสิ?”

       “เพราะฉะนั้นโฮสต์ต้องพยายามนะคะ แย่งชิงนิ้วทองคำมาให้มากขึ้นเพื่อช่วยให้ฉันอัปเกรด ตราบใดที่ฉันฟื้นตัวได้เร็วกว่ามัน เราก็มีโอกาสชนะค่ะ”

       “แล้วเธอรู้ไหมว่าตอนนี้มันฟื้นฟูไปถึงระดับไหนแล้ว?”

       “ไม่รู้ค่ะ ฉันสัมผัสได้เพียงกลิ่นอายของมันเท่านั้น”

       “ทำไมฟังดูพึ่งพาไม่ค่อยได้เลยนะ?”

       “สรรพสิ่งในโลกล้วนประกอบขึ้นจากพลังงาน มนุษย์เป็นเพียงส่วนเสี้ยวเล็กๆ เท่านั้นค่ะ ระบบคือตัวตนที่อยู่เหนือทุกสิ่ง มีหน้าที่รักษาสมดุลของพลังงาน”

       “สมดุลเหรอ? พวกเธอเล่นซะโลกพินาศไปใบหนึ่งเนี่ยนะเรียกว่าสมดุล? น่าจะเป็นความแค้นส่วนตัวของพวกเธอสองคนมากกว่ามั้ง?”

       “ระหว่างระบบไม่มีความแค้นส่วนตัวค่ะ”

       ชีชีถึงกับพูดไม่ออก

       “ถ้าฉันจะยกเลิกการผูกระบบตอนนี้ ยังทันอยู่ไหม?”

       “โฮสต์มีร่างกายที่ดึงดูดระบบได้ง่าย ต่อให้ยกเลิกกับฉันไป ก็จะมีระบบอื่นแวะเวียนมาหาอยู่ดีค่ะ”

       “แหะๆ”

       ชีชีสิ้นคำจะเอ่ยมากกว่าเดิม

       เธอเข้าใจสิ่งที่ระบบสื่อแล้ว คือยกเลิกได้ แต่ก็จะมีระบบอื่นๆ แห่กันมาหาเพื่อขอติดตั้งไม่จบไม่สิ้น

       สู้เผชิญหน้ากับสิ่งที่รู้จักอยู่แล้ว ยังดีกว่าไปลุ้นกับสิ่งที่ไม่รู้

       อีกอย่าง ระบบนี้ก็ถือว่าทำงานได้ค่อนข้างน่าเชื่อถือและดูทรงพลังพอตัว

       เพียงแต่การที่มีคู่แข่งระดับเดียวกันปรากฏตัวขึ้นมา ทำให้ชีชีเริ่มรู้สึกถึงวิกฤต

       หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน ระบบดันไปเลือกโฮสต์ที่จิตใจโฉดชั่วอำมหิตเข้าละก็ ให้ตายเถอะ แค่คิดก็สยองแล้ว

       ในขณะเดียวกัน สวี่จวินก็สะดุ้งตื่นจากฝันร้ายพร้อมเหงื่อที่โทรมกาย

       หลายวันมานี้เขามักจะฝันแปลกๆ ในฝันนั้นไม่มีอะไรเลย มีเพียงความมืดมิดที่ไร้ก้นบึ้ง

       ชายหนุ่มมักจะได้ยินเสียงแว่วดังขึ้นมาว่า “แสง... ฉันต้องการแสง... เอาแสงมาให้ฉัน...”

       คราแรกเขาคิดเพียงว่าเป็นเพราะช่วงนี้มีเรื่องวุ่นวายมากเกินไปจนพักผ่อนไม่เพียงพอ

       แต่การที่ฝันเรื่องเดิมติดต่อกันหลายวัน และเสียงในฝันนั้นก็เริ่มทวีความเร่งร้อนขึ้นเรื่อยๆ ราวกับคนกำลังจมน้ำที่พยายามดิ้นรนครั้งสุดท้าย

       สวี่จวินลุกขึ้นไปอาบน้ำเพื่อเรียกสติให้แจ่มใส

       เรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงนี้มันน่าเหลือเชื่อเกินไปจนทำลายสามัญสำนึกของเขาไปจนสิ้น

       โดยเฉพาะระบบที่ลึกลับนั่น มันทำให้เขาหวาดกลัวแต่ในขณะเดียวกันก็ถวิลหาอย่างยิ่ง

       สวี่จวินถึงกับคิดว่า หากสามารถมีระบบเป็นของตนเองได้ เขาพร้อมจะแลกด้วยทุกสิ่งที่มี

       เขาเริ่มครุ่นคิดถึงความฝันนั้นอย่างละเอียด “หรือมันกำลังจะบ่งบอกอะไรบางอย่าง? หรือว่า... มันคือโอกาส?”

       สวี่จวินไม่ได้ไปที่ห้องทำงาน แต่กลับมาเอนตัวลงบนเตียงในหอพัก เขาอยากจะลองสัมผัสความฝันนั้นอีกครั้ง

       ไม่นานนัก เขาก็เข้าสู่ห้วงนิทรา

       เสียงเดิมดังขึ้นอีกครั้ง “แสง... ฉันต้องการแสง... เอาแสงมาให้ฉัน...”

       เนื่องจากเตรียมใจมาแล้ว ความกลัวในใจจึงลดน้อยลงไปมาก

       “ผมต้องให้แสงคุณยังไง?”

       สวี่จวินเอ่ยถามสิ่งที่สงสัยออกไปอย่างประหม่า ทันใดนั้นภาพในความฝันก็บิดเบี้ยว ความรู้สึกอึดอัดจนหายใจไม่ออกพุ่งเข้าจู่โจมเขา

       “เฮือก!”

       สวี่จวินสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกครั้ง แววตาของเขาฉายประกายความคลั่งไคล้ที่น่ากลัว

       “บางที... ครั้งหน้าอาจจะสำเร็จก็ได้”

       ขณะที่สวี่จวินกำลังปลอบใจตัวเองอยู่นั้น ในหัวของเขาก็พลันมีเสียงสังเคราะห์ดังขึ้นกะทันหัน “ติ๊ง! ติดตั้งระบบด้านมืดสำเร็จ”

       “สำเร็จแล้ว!” หัวใจของสวี่จวินเต้นรัวแรง “ฮ่าๆๆๆ ในที่สุดฉันก็เป็นผู้ครอบครองระบบกับเขาแล้ว!”

       ทว่าความดีใจนั้นยังไม่ทันข้ามสามวินาที สวี่จวินก็รู้สึกว่าร่างกายของเขากำลังหดตัวลง ใช่แล้ว... ร่างกายของเขากำลังแห้งเหี่ยวลงจนเห็นได้ด้วยตาเปล่า

       เขาเริ่มขวัญเสีย ตะโกนก้องในใจ “ระบบ! แกทำอะไรน่ะ? แกจะฆ่าฉันเหรอ? หยุดนะ หยุดเดี๋ยวนี้!”

       เสียงตะโกนของเขาได้ผล ความเปลี่ยนแปลงของร่างกายหยุดลงทันที

       “แกเป็นใครกันแน่? แกคิดจะทำอะไรกับฉัน?”

       สวี่จวินถามด้วยเสียงสั่นเครือ เขาเริ่มสงสัยอย่างหนักว่าระบบนี้ไม่ได้มาเพื่อช่วยเขา แต่มาเพื่อทำลายเขามากกว่า

       “ฉันคือระบบด้านมืด ต้องการแสงเพื่อฟื้นฟูพลัง”

       “แล้วแกทำอะไรให้ฉันได้บ้าง?”

       สวี่จวินกลับมาสงบนิ่งได้อย่างรวดเร็ว และถามถึงสิ่งที่เขาให้ความสำคัญที่สุด

       “ฉันสามารถกลืนกินได้ทุกสรรพสิ่ง มีพลังถึงขั้นทำลายล้างสวรรค์และปฐพีได้ นายลองบอกมาซิว่าฉันทำอะไรให้นายได้บ้าง?”


อ่านยาวๆ สะใจมากกว่า 300 ตอน อัปเดตก่่อนใคร
และร่วมสนับสนุนผลงานที่ถูกต้องลิขสิทธิ์ได้ที่ Kawebook >> https://kawebook.co/rwHDd