บทที่ 149 เธอจะเปลี่ยนไปใช้นามสกุลอื่นก็ได้
บทที่ 149 เธอจะเปลี่ยนไปใช้นามสกุลอื่นก็ได้
ความวุ่นวายสับสนจากโลกภายนอก ดูจะไม่มีผลกระทบต่อชีวิตเรียบง่ายของชีชีมากนัก
และแล้วหญิงสาวก็ได้ต้อนรับเทศกาลปีใหม่ครั้งแรกนับตั้งแต่ข้ามภพมา
เพียงแต่การฉลองปีใหม่ในยุคสมัยนี้ไม่ได้ครึกครื้นเหมือนโลกในอนาคตที่จากมา เพราะนอกจากจะไม่มีงานเลี้ยงรื่นเริงฉายผ่านโทรทัศน์แล้ว ก็ยังไม่มีกิจกรรมสันทนาการใดๆ ทั้งสิ้น
‘เฉลิมฉลองปีใหม่ตามวิถีปฏิวัติ’ คือคำขวัญที่ทันสมัยที่สุดของยุคนี้
ในช่วงเทศกาลตรุษจีน การ ‘ยึดมั่นการปฏิวัติ ส่งเสริมการผลิต’ กลายเป็นแนวทางปฏิบัติระดับชาติ
อีกทั้งยังมีการประกาศกฎเหล็ก ‘ห้าไม่’ ได้แก่ ไม่ให้จุดประทัด ไม่ให้จุดธูปไหว้พระ ไม่ให้เชิดมังกรหรือสิงโต ไม่ให้กินดื่มฟุ่มเฟือย และไม่ให้เล่นการพนัน
ในคืนวันสิ้นปี เสียงจากลำโพงกระจายเสียงตามสายเปิดเพลง ‘ลมเหนือพัดโชย เกล็ดหิมะโปรยปราย...’ วนเวียนไปมา
เพื่อป้องกันการสุ่มตรวจจากคณะกรรมการปฏิวัติ ชีชีและลู่เหย่จึงไม่ได้ทำอะไรที่พิเศษไปจากคนอื่น พวกเขาเพียงแต่ช่วยกันห่อเกี๊ยวทานด้วยกันเงียบๆ
ทว่าเมื่อคนสองคนที่รักกันได้อยู่ด้วยกัน ต่อให้ต้องกินเพียงรำข้าวหรือผักป่าก็ยังรู้สึกหวานล้ำ ยิ่งไปกว่านั้น เกี๊ยวในจานนี้ยังเป็นไส้เนื้อล้วนๆ อีกด้วย
“สหายชีชี สุขสันต์วันปีใหม่นะครับ ขอบคุณสำหรับการเคียงข้างและดูแลผมมาตลอดทั้งปี หวังว่าในปีใหม่นี้คุณจะมีความก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไปนะ”
“ฮ่าๆๆๆ” ชีชีหัวเราะพลางกุมท้อง “ขอฉันขำก่อนเถอะค่ะ”
ใบหน้าที่ปั้นเคร่งขรึมจริงจังของลู่เหย่พังครืนลงทันที ชายหนุ่มกลั้นขำไม่อยู่จนต้องหัวเราะออกมาตามหญิงสาว
ปีใหม่ปีนี้ถือว่าอบอุ่นใจไม่น้อย โดยเฉพาะเมื่อได้รับของขวัญปีใหม่ที่จ้าวเหมยและหลี่เฟิงส่งมาให้ ยิ่งทำให้ชีชีมีความสุขเป็นพิเศษ
แน่นอนว่าสวี่จวินและชีเจี้ยนกั๋วต่างก็ส่งของกินของใช้มาให้ไม่น้อยเช่นกัน
สำหรับของที่สวี่จวินส่งมา ลู่เหย่เป็นคนจัดการด้วยตัวเอง ส่วนของจากชีเจี้ยนกั๋วนั้น ชีชีโยนมันเข้าไปในมิติโดยไม่ได้ชายตาแลแม้แต่นิดเดียว
แต่แล้วชีชีก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ระบบยังติดค้างรางวัลชดเชยเธออยู่หนึ่งอย่าง
และชีชีก็เริ่มรู้สึกว่า การมีแหวนมิติติดตัวไว้อีกสักวงก็น่าจะดีไม่น้อย
เพราะปัจจุบันพื้นที่มิติน้ำพุวิญญาณนั้นผูกติดอยู่กับระบบ หากระบบเกิดขัดข้องหรือมีอะไรผิดปกติขึ้นมา มิติก็อาจจะพลอยซวยไปด้วย
แหวนมิตินี้สามารถใช้เป็นโกดังสำรองได้ หากวันใดวันหนึ่งมิติน้ำพุวิญญาณเกิดล่มสลายขึ้นมา อย่างน้อยเสบียงและทรัพยากรของเธอก็ยังคงปลอดภัย
นี่คงไม่ใช่การตีตนไปก่อนไข้ ไม่อย่างนั้นระบบจะเสนอรางวัลชดเชยเป็นแหวนมิติมาให้ทำไมกัน?
ชีชียิ่งคิดก็ยิ่งมั่นใจว่าต้องเป็นเช่นนั้น เธอจึงรีบเรียกใช้ระบบทันที “ระบบ เธอส่งแหวนมิตินั่นมาให้ฉันเถอะ”
“รับทราบค่ะโฮสต์”
ทันใดนั้น บนฝ่ามือของชีชีก็ปรากฏแหวนที่มีกลิ่นอายโบราณเรียบง่ายวงหนึ่ง บนตัวแหวนสลักลวดลายอักขระซับซ้อน ดูไม่ธรรมดาเลยแม้แต่น้อย
“โฮสต์โปรดหยดเลือด เพื่อทำการผูกพันธะกับแหวนมิติด้วยค่ะ”
ชีชีไม่ลังเล เธอใช้ปลายเข็มสะกิดปลายนิ้ว หยดเลือดหยดหนึ่งลงบนแหวนอย่างแม่นยำ ทันใดนั้นแสงสีทองก็สว่างจ้าขึ้นชั่วขณะก่อนที่แหวนจะเลือนหายไป
ทว่าที่โคนนิ้วกลางของชีชีกลับปรากฏเส้นสีทองบางๆ เส้นหนึ่ง มันละเอียดมากจนหากไม่สังเกตดีๆ ก็จะมองไม่เห็นเลย
ไม่รอให้ชีชีต้องเอ่ยปากถาม ระบบก็ชิงแนะนำคุณสมบัติของแหวนมิติขึ้นมาทันที
“เวลาภายในแหวนจะเป็นสภาวะหยุดนิ่ง มีคุณสมบัติคงความสดใหม่ แต่ไม่สามารถเพาะปลูกได้ ไม่สามารถบรรจุสิ่งมีชีวิต และทรัพยากรที่นำออกมาแล้วจะไม่สามารถเกิดใหม่เองได้ค่ะ”
ชีชีอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ “สรุปคือมันเป็นตู้แช่แข็งขนาดใหญ่สินะ”
“โฮสต์สามารถเข้าใจแบบนั้นได้ค่ะ”
“เอาเถอะ”
ชีชีไม่ใช่คนเรื่องมาก มีไว้ก็ยังดีกว่าไม่มี
ดังนั้นหญิงสาวจึงย้ายอาหารทั้งหมดจากมิติน้ำพุวิญญาณเข้าไปไว้ในแหวนมิติแทน พร้อมทั้งจัดวางแยกตามหมวดหมู่ไว้อย่างเป็นระเบียบ
เมื่อมองดูข้าวสาร แป้ง น้ำมันพืช อาหารสำเร็จรูปนานาชนิด เครื่องปรุง ผักผลไม้ ตลอดจนอาหารทะเลและเนื้อสัตว์ที่วางเรียงรายเต็มพื้นที่ ชีชีก็รู้สึกถึงความมั่นคงปลอดภัยในหัวใจอย่างเปี่ยมล้น
ด้วยเสบียงมากมายขนาดนี้ ต่อให้โลกถึงกาลอวสาน เธอก็ยังใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบาย
ตอนนี้แม่หลินและคนอื่นๆ ไม่อยู่แล้ว ส่วนเมล็ดพันธุ์เซียนที่พวกเขาปลูกไว้ก็ยังไม่ถึงเวลาเก็บเกี่ยว ชีชีจึงต้องเจียดเวลาในแต่ละวันเข้าไปดูแลไร่นาเหล่านั้นด้วยตัวเอง
แม้จะสามารถใช้พลังจิตควบคุมได้ แต่การทำเช่นนั้นก็สิ้นเปลืองพลังงานไม่น้อย
“ระบบ มันไม่มีวิธีปลูกแบบอัตโนมัติเลยหรือไง? ขนาดมนุษย์ในโลกอนาคตยังมีระบบเกษตรแบบจักรกลเลย เธอไม่คิดจะพัฒนาให้ล้ำหน้ากว่านั้นหน่อยเหรอ?”
“โฮสต์สามารถจัดการเพาะปลูกแบบจักรกลได้เช่นกันค่ะ”
“แล้วฉันจะไปหาเครื่องจักรเกษตรมาจากไหนล่ะ?”
“เมื่อระบบอัปเกรดถึงระดับ 5 จะเปิดฟังก์ชันห้างสรรพสินค้า ซึ่งสามารถให้บริการซื้อขายแลกเปลี่ยนระหว่างมิติแก่โฮสต์ได้ค่ะ”
“แลกเปลี่ยนระหว่างมิติเหรอ? ฟังดูแฟนตาซีจัง”
“ประเดี๋ยวโฮสต์ก็ชินไปเองค่ะ”
ชีชี “...”
แต่อย่างไรก็ตาม นี่ก็นับว่าเป็นข่าวดี
แม้ตอนนี้ระบบจะเพิ่งอยู่ระดับ 3 และหนทางสู่ระดับ 5 ยังอีกยาวไกล แต่อย่างน้อยมันก็คือความหวังไม่ใช่หรือ?
…
ทางด้านบ้านตระกูลสวี่ บรรยากาศการทานมื้อค่ำในวันสิ้นปีกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด ในโต๊ะมีเพียงผู้บัญชาการสวี่ สวี่จวิน และสวี่เหมิงเหมิงเพียงสามคนเท่านั้น
ผู้บัญชาการสวี่เป็นฝ่ายเปิดบทสนทนาก่อน “เหมิงเหมิง หลานก็อายุไม่น้อยแล้ว หลังปีใหม่นี้ปู่ตั้งใจจะไปเมืองจิงสักรอบ เพื่อเจรจาเรื่องแต่งงานกับตระกูลเฉิน”
“ตระกูลเฉินเหรอคะ? คุณปู่จะให้ฉันแต่งกับใคร?” เมื่อพูดถึงเรื่องคู่ครอง สวี่เหมิงเหมิงก็ลืมกระทั่งกิริยามารยาทบนโต๊ะอาหาร หญิงสาวโพล่งขัดจังหวะผู้บัญชาการสวี่เสียงดัง
คิ้วของผู้บัญชาการสวี่ขมวดมุ่น แววตาฉายแววไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด “เฉินเยี่ยนน่ะ”
“เขามีคู่หมั้นอยู่แล้วนี่คะ คุณปู่จะให้ฉันเข้าไปเป็นมือที่สามเหรอ?”
“ลู่เหย่เขาก็มีภรรยาแล้ว หลานยังจะไปหาเขาอยู่อีกหรือ”
คำพูดของสวี่จวินแทงใจดำเข้าอย่างจังจนใบหน้าของสวี่เหมิงเหมิงแดงก่ำด้วยความโกรธ “มันไม่เหมือนกันนะคะ ลู่เหย่คือคนที่ฉันรัก การที่ฉันไขว่คว้าหาความสุขให้ตัวเองมันผิดตรงไหนหรือคะ?”
“เหอะ ไขว่คว้าความสุขที่ว่านั่น มันก็คือการเป็นมือที่สามเหมือนกันนั่นแหละ หลอกตัวเองเก่งจริงๆ”
“พี่คะ ทำไมพี่ต้องคอยจิกกัดหนูตลอดเลย? ทั้งที่เมื่อก่อนพี่ก็ยังสนับสนุนให้หนูจีบลู่เหย่อยู่เลยนี่นา”
“แต่ความจริงคือเธอทำไม่สำเร็จ และไม่มีทางสำเร็จด้วย”
“ใครบอกล่ะคะ? ขอแค่นางแพศยาชีชีนั่นหายไป ลู่เหย่ต้องหันมารักฉันแน่นอน”
“หายไป? เธอคิดจะทำให้เขาหายไปวิธีไหน? ฆ่าคนงั้นเหรอ?”
สายตาของสวี่จวินเย็นเยียบราวกับใบมีดที่พุ่งเข้าหาหญิงสาว สวี่เหมิงเหมิงสะดุ้งเฮือกด้วยความหวาดกลัวโดยไม่รู้ตัว “ฉัน... ฉันจะไปฆ่าคนได้ยังไงล่ะคะ? แต่พี่กับคุณปู่ต้องมีวิธีสิ จัดการกับยัยชาวบ้านคนเดียว สำหรับพวกพี่มันยากตรงไหนกัน?”
“สวี่เหมิงเหมิง ในสมองมีแต่ขี้เลื่อยหรือไง?” น้ำเสียงของสวี่จวินเข้มงวดขึ้นหลายส่วน “โรงเรือนเพาะปลูกที่ชีชีผลักดันส่งผลดีต่อประเทศชาติอย่างมหาศาล คนทั้งประเทศกำลังจับตามองชีชีอยู่ แต่เธอกลับคิดจะลงมือกับอีกฝ่ายในช่วงเวลานี้ สมองหายไปไหนหมด? คิดจะพาตระกูลสวี่ไปตายหรือไง?”
“พี่... พี่เองก็โดนเสน่ห์ยัยนั่นล่อลวงไปอีกคนแล้วใช่ไหมคะ? ถึงได้เข้าข้างมันแบบนี้ ฉันเป็นน้องสาวแท้ๆ ของพี่นะ!”
สวี่จวินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะหันไปหาผู้บัญชาการสวี่ “คุณปู่ครับ ผู้หญิงที่โง่เง่าขนาดนี้ ต่อให้แต่งเข้าตระกูลเฉินไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอกครับ เลือกคนอื่นในตระกูลไปแทนเถอะ”
ผู้บัญชาการสวี่กวาดสายตาพิฆาตมองสวี่เหมิงเหมิงอย่างผิดหวัง “อืม เห็นด้วย”
“เดี๋ยวสิคะ หมายความว่ายังไง? พวกพี่จะไม่สนใจฉันแล้วเหรอ?” สวี่เหมิงเหมิงเริ่มอาละวาด “ฉันไม่ยอมนะคะ ยังไงปีหน้าฉันจะไปหาลู่เหย่ให้ได้ คุณปู่ต้องช่วยหาสิทธิ์ให้ฉันเข้าไปอยู่ในหน่วยอสนีบาต ฉันจะอยู่กับเขาทุกวัน!”
ผู้บัญชาการสวี่ไม่ได้แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง “เสี่ยวจวิน ตัดเงินค่าขนมของเหมิงเหมิงทั้งหมด หลังปีใหม่จัดการส่งเธอไปทำงานที่โรงพยาบาลทหารเขตพื้นที่ซะ”
“ครับ”
เพียงประโยคเดียวจากทั้งคู่ก็ตัดสินอนาคตของสวี่เหมิงเหมิงเสร็จสรรพ จนหญิงสาวแทบจะระเบิดออกมาด้วยความโมโห
“พวกพี่ทำกับฉันแบบนี้ได้ยังไง? ฉันไม่เอาเรื่องคลุมถุงชน ไม่เอาเรื่องงาน ฉันจะไปตามหาความสุขของฉันเอง!”
สวี่จวินหันมาจ้องหน้าเธอตรงๆ ในที่สุด “ก็ได้”
“จริงเหรอคะ?” สวี่เหมิงเหมิงฉีกยิ้มออกมาทันที “พี่คะ ฉันรู้อยู่แล้วว่าพี่รักฉันที่สุด ต้องเห็นใจฉันแน่ๆ”
สวี่จวินมองหญิงสาวด้วยสายตาเย็นชา “ถ้าเธอปฏิเสธการตัดสินใจของตระกูล ก็จงออกไปใช้ชีวิตตามยถากรรมเถอะ ตระกูลจะไม่ให้ความช่วยเหลือใดๆ แก่เธออีกต่อไป”
“ได้ยังไงกันคะ? ฉันเองก็นามสกุลสวี่นะ!”
“เธอจะเปลี่ยนไปใช้นามสกุลอื่นก็ได้ ถ้าต้องการ”
สวี่เหมิงเหมิง “...”
อ่านยาวๆ สะใจมากกว่า 300 ตอน อัปเดตก่่อนใคร
และร่วมสนับสนุนผลงานที่ถูกต้องลิขสิทธิ์ได้ที่ Kawebook >> https://kawebook.co/rwHDd