บทที่ 150 เปลี่ยนเพื่อนบ้านใหม่
บทที่ 150 เปลี่ยนเพื่อนบ้านใหม่
สวี่จวินทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งนัก เขาจัดการแจ้งข่าวเรื่องที่ตระกูลจะไม่ให้ความคุ้มครองสวี่เหมิงเหมิงอีกต่อไปออกไปในทันที
ผลลัพธ์ที่ตามมาโดยตรงคือ สวี่เหมิงเหมิงที่เตรียมจะแอบหนีออกจากบ้านในวันขึ้นปีใหม่ ไม่สามารถแม้แต่จะขอหนังสือส่งตัวได้
“สวี่จวิน พี่ไม่ใช่พี่ชายของฉันแล้วหรือ? ทำไมถึงทำกับฉันแบบนี้!”
สวี่เหมิงเหมิงราวกับคนเสียสติ หญิงสาวไปดักรอสวี่จวินที่ห้องและจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาคาดคั้นเอาความ
“ทำไมไม่ไปถามคุณปู่ล่ะ? นี่เป็นการตัดสินใจของท่านแท้ๆ”
สวี่เหมิงเหมิงถึงกับสำลักคำพูด ที่หญิงสาวกล้าอาละวาดใส่สวี่จวินก็เพราะเขามักจะตามใจเธอเสมอมา
คนในตระกูลสวี่ต่างรู้ดีว่าผู้บัญชาการสวี่ให้ความสำคัญกับหลานชายมากกว่าหลานสาว หากเธอไม่ยอมรับการแต่งงานทางการเมือง เธอก็ไม่มีประโยชน์ใดๆ ต่อตระกูลสวี่อีก และผู้บัญชาการสวี่จะทอดทิ้งเธออย่างไม่ลังเล
หัวใจของสวี่เหมิงเหมิงเย็นเยียบไปถึงขั้ว “พี่คะ ต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรือ? ฉันเป็นคนนะ จะมองฉันเป็นแค่สิ่งของที่เอาไว้ใช้แลกเปลี่ยนผลประโยชน์ได้อย่างไร?”
“ถ้าจนถึงป่านนี้เธอยังถามคำถามโง่ๆ แบบนี้อยู่อีก ยี่สิบปีที่ผ่านมาเธอก็คงเกิดมาเสียชาติเกิดแล้วล่ะ”
“พี่คะ...” สวี่เหมิงเหมิงเข้าไปเกาะแขนสวี่จวิน “พี่รักฉันที่สุด พี่ต้องช่วยฉันนะ”
“ไม่ใช่ว่าฉันไม่เคยช่วย แต่เป็นตัวเธอเองที่ไม่เอาถ่าน”
“ครั้งนี้... ครั้งนี้ฉันจะทำให้สำเร็จแน่นอน พี่ช่วยฉันอีกสักครั้งเถอะนะคะ ครั้งสุดท้ายจริงๆ ได้ไหม?”
“ลองว่าแผนการของเธอมาสิ”
“ฉันจะไปหาพวกอันธพาลมาทำลายชื่อเสียงของชีชี ต่อให้เธอจะมีคุณงามความดีต่อประเทศชาติแล้วจะอย่างไร? ถ้าชื่อเสียงป่นปี้ไปแล้ว ฉันไม่เชื่อหรอกว่าเธอจะมีหน้าอยู่ต่อไปได้”
ใบหน้าของสวี่จวินเรียบเฉยไร้ความรู้สึก “เธอไม่ใช่คนแรกที่มีความคิดแบบนี้”
“มะ...หมายความว่าอย่างไร?” สวี่เหมิงเหมิงถามด้วยความฉงน
“คนแรกคือหลี่เฉิงเต๋อ หัวหน้าสถานีเครื่องจักรกลการเกษตรเมืองฮั่นเฉิง เขาหาชายฉกรรจ์ร่างยักษ์หกคนไปดักรอชีชี”
“แล้วหลังจากนั้นล่ะคะ?” สวี่เหมิงเหมิงเริ่มสนใจขึ้นมาทันที
“เจ้าหกคนนั้นโดนจัดการจนน่วมไม่เป็นชิ้นดี หลังจากนั้นไม่นานหลี่เฉิงเต๋อก็ถูกร้องเรียน จนตอนนี้ยังนอนเน่าอยู่ในคุกเลย”
“หา?”
ผลลัพธ์นี้เกินความคาดหมายไปไกลมาก สวี่เหมิงเหมิงแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
“ยังมีปาล่า อันธพาลในพื้นที่อีกคน หลังจากไปดักรอชีชีแล้วพลาดท่า ก็เป็นโรคร้ายตายไปแล้ว”
“เธอทำได้อย่างไรกัน? หรือว่ามีคนช่วยเธอ?”
“ฉันสืบหาเบื้องหลังไม่ได้”
“เหอะ... มันต้องเป็นเรื่องบังเอิญแน่ๆ ผู้หญิงบ้านนอกคนเดียวจะมีความสามารถอะไรไปจัดการเรื่องพวกนั้น?”
“บังเอิญงั้นหรือ? หรือว่าใจเธอเองที่ไม่ยอมยอมรับว่าเขาเก่งกว่ากันแน่?” สวี่จวินถามด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
“ไม่ใช่นะ!” สวี่เหมิงเหมิงเถียงข้างๆ คูๆ
“อีกอย่าง เธอเอาแต่เรียกเขาว่าผู้หญิงบ้านนอก แต่เธอดูสิ่งที่เขาทำสิ ทั้งการดัดแปลงเครื่องจักรกลการเกษตรขนาดใหญ่ ทั้งการส่งเสริมการปลูกพืชในโรงเรือน จะพูดได้ว่าเทคโนโลยีพวกนี้ ต่อให้ไปเทียบในระดับสากลก็ยังถือว่าล้ำหน้าไปหนึ่งยุคสมัยเลยทีเดียว เธอบอกฉันหน่อยสิ ว่าเธอทำเรื่องพวกนั้นได้อย่างไร?”
“ฉัน...” สวี่เหมิงเหมิงไร้คำโต้แย้ง “เป็นไปได้ไหมว่าข้างหลังชีชีจะมีคนหนุนหลังที่ทรงอิทธิพลจริงๆ? ขนาดตระกูลสวี่ของเรายังสืบไม่เจอ แล้วจะเป็นใครกันล่ะ?”
‘บางทีเบื้องหลังของเธอ ก็คือตัวเธอเองนั่นแหละ’
คำพูดนี้สวี่จวินไม่ได้พูดออกไป
เรื่องเกี่ยวกับระบบนั้นเขาไม่มีวันให้ใครล่วงรู้ เพราะนั่นคือไพ่ตายใบสุดท้ายของเขา
“เพราะฉะนั้น โอกาสสำเร็จของแผนการเธอคือเกือบจะเป็นศูนย์”
“คนอื่นทำไม่ได้ ไม่ได้แปลว่าฉันจะทำไม่ได้นี่คะ” สวี่เหมิงเหมิงยังคงเชิดหน้าไม่ยอมแพ้
“ตกลง เราจะไม่พูดเรื่องนี้กัน สมมติว่าเธอทำลายชื่อเสียงชีชีได้สำเร็จ บีบให้เขาเลิกกับลู่เหย่ได้ แล้วอย่างไรต่อ?”
“จากนั้นฉันก็แต่งงานกับลู่เหย่น่ะสิ พาเขากลับมาที่ตระกูลสวี่ ให้เขามาช่วยงานที่บ้านเรา”
แววตาเย้ยหยันของสวี่จวินทวีความเข้มข้นขึ้น “เธอเอาอะไรมามั่นใจ ว่าถ้าไม่มีชีชีแล้ว ลู่เหย่จะแต่งงานกับเธอ?”
“ถ้าไม่แต่งกับฉันแล้วเขาจะแต่งกับใครได้อีกล่ะ? ฉันรักเขามากขนาดนี้...”
“ก่อนที่ชีชีจะปรากฏตัว เขาก็ไม่เคยชอบเธอ ในใจเขามีต้นแบบของคนที่เขารักอยู่แล้ว เขาจะมาเลือกเธอได้อย่างไร?”
“ถ้าอย่างนั้นฉันก็จะชิงเป็นของเขาก่อน ความรู้สึกน่ะมันสร้างกันได้ สักวันเขาต้องเห็นความจริงใจของฉันแน่นอน”
สวี่จวินใช้ข้อศอกค้ำเข่า โน้มตัวไปข้างหน้า “สวี่เหมิงเหมิง แผนการของเธอน่ะ มันคือเศษขยะดีๆ นี่เอง”
“พี่คะ!” สวี่เหมิงเหมิงกรีดร้อง “พี่พูดกับฉันแบบนี้ได้อย่างไร?”
“ถ้าใช้ชีวิตอยู่ในตระกูลสวี่มาถึงยี่สิบปี แล้วเรียนรู้ได้แค่เล่ห์เหลี่ยมชั้นต่ำที่ไม่แม้แต่จะเรียกว่าแผนการแบบนี้ เธอนี่มันเสียชาติเกิดจริงๆ”
สวี่เหมิงเหมิง “...”
“เลิกเพ้อฝันเสียเถอะ ทุกอย่างที่เธออยากทำมันก็แค่ความต้องการฝ่ายเดียวของเธอ ไม่มีทั้งการวางแผนที่รัดกุม ไม่มีแม้แต่แผนสำรองไว้รับมือเหตุฉุกเฉิน จะเปรียบมันเป็นมูลหมา ฉันยังรู้สึกสงสารมูลหมาเลย”
“สวี่จวิน พี่กำลังดูถูกสติปัญญาของฉันนะ!”
“สวี่เหมิงเหมิง ถ้าสติปัญญาของเธอมีอยู่แค่นี้ เธอก็ไม่คู่ควรจะใช้นามสกุลสวี่”
“พี่เปลี่ยนไปแล้ว”
“ฉันแค่กลายเป็นในสิ่งที่ตระกูลสวี่ต้องการ ส่วนเธอน่ะ ยังติดอยู่ในความฝันไม่ตื่นเสียที”
สวี่เหมิงเหมิงเซถลาจนเกือบจะล้มลง เธอรู้ดีว่าสิ่งที่สวี่จวินพูดคือความจริง
และเพราะรู้ดีนี่แหละ เธอถึงได้รู้สึกหนาวเหน็บไปทั้งใจ
สำหรับตระกูลสวี่ ผลประโยชน์ของตระกูลอยู่เหนือสิ่งอื่นใด
ความรักและความผูกพันที่หญิงสาวโหยหา กลับไร้ค่าเมื่อเทียบกับผลประโยชน์ของครอบครัว
“พี่คะ พี่เต็มใจจะเป็นเพียงเครื่องมือในการสร้างความรุ่งเรืองให้ตระกูลอย่างนั้นหรือ?”
“การได้เป็นเครื่องมือ พิสูจน์ว่าฉันยังมีค่า แล้วเธอล่ะ?”
สวี่เหมิงเหมิง “...”
ในวันขึ้นปีใหม่ ลู่เหย่ไปฝึกซ้อมที่กรมทหารตามปกติ ส่วนชีชีถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงขนของจากข้างบ้าน
แม้จะมีหน้าต่างกั้น แต่หญิงสาวยังแว่วได้ยินเสียงของชีหมิงเยว่ที่พูดอวดอ้างอย่างภาคภูมิใจ “ผู้บัญชาการสวี่แห่งเขตทหารกานหนานเจาะจงตัวหม่าหลงของฉันด้วยตัวเองเลยนะ พวกคุณน่ะได้แต่แอบอิจฉาไปเถอะ”
เขตทหารกานหนาน? จะบังเอิญขนาดนั้นเลยหรือ?
ชีชีลอบหัวเราะ ‘หึๆ’ ในใจ
ในที่สุดชีหมิงเยว่ ยัยตัวก่อกวนคนนี้ก็ไปเสียที ช่างเป็นเรื่องที่ชวนให้สำราญใจยิ่งนัก
ทว่าชีชียังไม่ทันได้ดีใจข้ามพ้นสามวัน เพื่อนบ้านใหม่ก็ย้ายเข้ามาแทนที่ ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นสวี่เหมิงเหมิงนั่นเอง
เธอเข้าประจำการในฐานะแพทย์ของโรงพยาบาลทหารเขตฮั่นเฉิงอย่างเป็นทางการ
ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมหญิงโสดถึงได้รับสวัสดิการที่พัก และเหตุใดจึงประจวบเหมาะมาอยู่ห้องข้างๆ ชีชีพอดีนั้น คนที่รู้ความนัยย่อมเข้าใจกันดี
วันแรกที่ย้ายเข้ามา สวี่เหมิงเหมิงก็เชิญลู่เหย่และชีชีไปร่วมรับประทานอาหารที่บ้านของเธอทันที
สวี่เหมิงเหมิงทำอาหารไม่เป็น หญิงสาวจึงตั้งใจไปสั่งอาหารจานเด็ดจากภัตตาคารของรัฐมาหลายอย่าง แล้วนำกลับมาอุ่นร้อน
ที่สำคัญเธอยังนำเหล้าเหมาไถรุ่นจำกัดเฉพาะคนสำคัญออกมาสองขวด โดยยืนกรานว่าจะต้องดื่มฉลองกันให้ไม่เมาไม่เลิกรา
ชีชีไม่ได้ใส่ใจนัก เพราะอย่างไรเธอก็ไม่ดื่มเหล้าอยู่แล้ว
ส่วนลู่เหย่นั้นใครส่งมาเขาก็รับหมด ทั้งคู่ดวลกันแก้วต่อแก้วราวกับจะเอาชนะกัน ไม่มีใครยอมอ่อนข้อให้ใคร
ชีชีมองดูพลางแย้มยิ้มจนดวงตาโค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว ‘พวกคุณดื่มไปเถอะ ดื่มได้เท่าไรก็ดื่มไป’
‘อาหารดีๆ พวกนี้ ฉันขอรับไว้เองคนเดียวก็แล้วกัน’
อ่านยาวๆ สะใจมากกว่า 300 ตอน อัปเดตก่่อนใคร
และร่วมสนับสนุนผลงานที่ถูกต้องลิขสิทธิ์ได้ที่ Kawebook >> https://kawebook.co/rwHDd