บทที่ 152 นี่คือเรื่องราวที่แสนเศร้า
บทที่ 152 นี่คือเรื่องราวที่แสนเศร้า
สวี่จวินเร่งฝีเท้าหายลับไปกับความมืดมิดแห่งรัตติกาล บนมุมปากประดับไว้ด้วยรอยยิ้มที่ดูชั่วร้ายและหยิ่งยโส
“คนตระกูลสวี่ ทุกคนต้องชดใช้ สวี่เหมิงเหมิง... เธอจงประเดิมเป็นคนแรกเถอะ เห็นไหมว่าพี่ชายคนนี้เอ็นดูเธอมากแค่ไหน”
ชีชีถูกเคี่ยวกรำไปค่อนคืน กว่าจะตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็ล่วงเข้าสู่ยามเที่ยงวันเสียแล้ว
บางครั้งเธอก็อยากจะเรียกคืนพลังพิเศษของลู่เหย่กลับมาจริงๆ
นับวันเขายิ่งเหมือนโคหนุ่มที่คึกคะนอง มีพละกำลังมหาศาลใช้เท่าไรก็ไม่หมดสิ้น
มิน่าเล่าผู้ชายสมัยโบราณถึงได้มีสามภรรยาสี่อนุ หากต้องรับมือกับความต้องการที่โหมกระหน่ำอยู่เพียงคนเดียวเช่นนี้ ร่างกายคงรับไม่ไหวจริงๆ
ชีชีบิดขี้เกียจไล่ความเมื่อยขบ ดื่มน้ำทิพย์วิญญาณแก้วใหญ่ลงไปก่อนจะค่อยๆ ลุกจากเตียงอย่างไม่รีบร้อน
เมื่อก้าวเข้าสู่ปีใหม่ อากาศก็เริ่มอบอุ่นขึ้นทีละน้อย การเตรียมตัวสำหรับฤดูใบไม้ผลิใกล้เข้ามาทุกที หลังจากทานข้าวเสร็จ ชีชีจึงตั้งใจจะไปสำรวจที่ไร่นาเสียหน่อย
ทว่าหญิงสาวกลับพบว่าประตูรั้วบ้านข้างๆ เปิดอ้าไว้ ภายในห้องหับถูกย้ายของออกไปจนว่างเปล่าเสียแล้ว
“เหอะ สวี่เหมิงเหมิงคนนี้ช่างสรรหาเรื่องวุ่นวายจริงๆ อยู่ได้แค่วันเดียวก็ไปเสียแล้ว”
ชีชีซึ่งเป็นหญิงสาวที่อิ่มเอมทั้งอาหารและรสรัก ย่อมไม่มีวันเข้าถึงความทุกข์ตรมของสวี่เหมิงเหมิงได้
เมื่อคืนนี้สวี่เหมิงเหมิงไม่ได้ข่มตาหลับเลยทั้งคืน เธอต้องทนฟังเสียงกิจกรรมอันหน้าไม่อายระหว่างลู่เหย่กับชีชีจนแทบคลั่ง กระทั่งอยากจะถือดาบยาวสี่สิบเมตรบุกไปฟาดฟันคนทั้งคู่ให้สิ้นซาก
ชีชีเดินทางไปพบผู้พันจาง เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับรายละเอียดงานเพาะปลูกในฤดูใบไม้ผลิ และการเพาะกล้าไม้ในปีนี้
ด้วยทักษะความเชี่ยวชาญด้านเกษตรกรรมระดับสูง ชีชีพบว่าแผนการเดิมนั้นยังมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง เธอจึงทำการปรับเปลี่ยนและแก้ไขในบางจุด
ผู้พันจางนั้นมีความเชื่อมั่นในตัวหญิงสาวอย่างเต็มเปี่ยม แทบจะเรียกได้ว่าเธอว่าอย่างไรเขาก็ว่าตามนั้น โดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ เลยแม้แต่น้อย
ใช้เวลาปรึกษาหารือกันอยู่ร่วมสองชั่วโมงเศษ จึงสามารถกำหนดรายละเอียดส่วนใหญ่ได้อย่างลงตัว
ผู้พันจางเดินมาส่งชีชีด้วยตัวเองที่หน้าประตู
“ติ๊ง! ตรวจพบพลังพิเศษธาตุไฟในตัวหวังเหยียน ยืนยันที่จะชิงมาหรือไม่?”
สายตาของชีชีพลันเหลือบไปเห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังซ่อมรถอยู่ไม่ไกล
ชายหนุ่มคนนั้นดูอายุยังไม่มากนัก บนใบหน้ายังมีร่องรอยของความไร้เดียงสา ทว่ากลับทำงานด้วยความมุ่งมั่นและจริงจังเป็นอย่างยิ่ง
คืนนั้น ชีชีอดรนทนไม่ไหวรีบบอกข่าวแก่ลู่เหย่ทันที “ฉันเจอเด็กหนุ่มที่มีพลังพิเศษธาตุไฟที่บ้านผู้พันจางค่ะ ชื่อหวังเหยียน แถมเขายังซ่อมรถเก่งด้วย คุณน่าจะดึงเขาเข้าหน่วยอสนีบาตนะคะ”
“พลังธาตุไฟงั้นหรือ? ถ้าอย่างนั้นก็ต้องเก่งมากแน่ๆ” ดวงตาของลู่เหย่เป็นประกายขึ้นมาทันที
“อย่าเพิ่งดีใจไปค่ะ ฉันรู้สึกว่าเขาไม่ได้อยากจะแสดงพลังออกมาพร่ำเพรื่อ คุณต้องหาทางหน่อยนะ”
“นั่นสินะ ถ้าเขายอมเผยไต๋ออกมาบ้าง คงไม่ต้องมาเป็นแค่พลทหารรับใช้แบบนี้หรอก”
“หวังว่าคุณจะได้ยอดขุนพลมาเสริมทัพอีกคนนะคะ”
“มันต้องเป็นอย่างนั้นแน่นอนอยู่แล้ว”
“จริงสิ สวี่เหมิงเหมิงดูเหมือนจะย้ายออกไปแล้วนะคะ”
“อืม วันนี้ผมก็เจอเธอเหมือนกัน”
“หืม?”
ชีชีเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย พลางลากเสียงสูงท้ายประโยค
หัวใจของลู่เหย่กระตุกวูบ รีบอธิบายเป็นการด่วน “เธอมาบอกผมว่า เมื่อก่อนเธอแค่ชั่ววูบจนทำเรื่องเลอะเลือนไป ต่อไปนี้จะไม่มาตามตื๊อผมอีกแล้ว”
“คิดได้เร็วขนาดนั้นเลยหรือคะ? ทำไมฉันถึงไม่ค่อยอยากจะเชื่อเลยแฮะ”
“คุณกังวลว่าเธอจะเล่นมุก ‘ถอยเพื่อรุก’ งั้นหรือ? ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก ดูจากสติปัญญาอย่างเธอแล้วน่ะนะ”
ลู่เหย่ดูจะสบประมาทสติปัญญาของสวี่เหมิงเหมิงอยู่ไม่น้อย เมื่อเห็นดังนั้นชีชีจึงไม่ได้ซักไซ้อะไรต่อ
ยังคงเป็นคำเดิม หากลู่เหย่ถูกแย่งชิงไปได้ง่ายๆ ผู้ชายคนนี้ก็ไม่คู่ควรที่จะเก็บไว้
หญิงสาวซึ่งเป็นเยาวชนผู้รุ่งโรจน์ที่เคยผ่านชีวิตในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดมาแล้ว จะต้องมานั่งกังวลเรื่องไม่มีผู้ชายข้างกายงั้นหรือ? ตลกสิ้นดี
เช้าวันรุ่งขึ้น ลู่เหย่รีบตรงดิ่งไปหาหวังเหยียนด้วยความตื่นเต้น
“ผู้พันลู่ มีธุระอะไรกับผมหรือเปล่าครับ?”
ลู่เหย่ถามออกไปตรงๆ อย่างไม่อ้อมค้อม “นายสามารถปล่อยเปลวไฟออกมาได้ใช่ไหม?”
หวังเหยียนผงะถอยหลังไปก้าวใหญ่ ใบหน้าซีดเผือดลงทันตา “คะ... คุณพูดเรื่องอะไรครับ? ผมไม่เข้าใจ”
ปฏิกิริยาของเขาพิสูจน์ความจริงทุกอย่างแล้ว อีกอย่าง หากชีชีบอกว่าเขามีพลังธาตุไฟ เขาก็ต้องมีแน่นอน ลู่เหย่ไม่เคยสงสัยในคำพูดของชีชีเลยแม้แต่นิดเดียว
“นายไม่ต้องกลัว ผมไม่มีเจตนาร้าย”
“ผู้พันลู่ ผมไม่เข้าใจจริงๆ ว่าคุณกำลังพูดเรื่องอะไร ผมขอตัวก่อนนะครับ”
“ผมขอเชิญให้นายเข้าร่วมหน่วยอสนีบาตอย่างเป็นทางการ นายไม่อยากเป็นนักรบที่แท้จริงงั้นหรือ?”
แววตาของหวังเหยียนมีประกายวูบหนึ่ง ทว่ามันก็ดับมอดลงอย่างรวดเร็ว “ผะ... ผมไม่อยากครับ ผมแค่อยากซ่อมรถ”
ลู่เหย่ “...”
หวังเหยียนไม่รอให้ลู่เหย่อนุญาต เขาก็รีบวิ่งหนีหายไปในพริบตา
ลู่เหย่เตะเข้าที่ต้นไม้ข้างกายจนหักสะบั้น เพื่อหวังเหยียนคนเดียวแท้ๆ ที่ทำให้เขาตื่นเต้นจนนอนไม่หลับทั้งคืน และรีบแจ้นมาหาแต่เช้าตรู่
แต่ผลลัพธ์กลับเป็นแบบนี้เนี่ยนะ?
วินาทีนี้ลู่เหย่อยากจะจับใครสักคนมาต่อยระบายอารมณ์เสียเหลือเกิน
ตอนค่ำ เมื่อชีชีเห็นลู่เหย่เดินคอตกกลับมาบ้าน เธอก็รู้ทันทีว่างานนี้ไม่สำเร็จ
“เป็นอย่างไรคะ? หวังเหยียนไม่ไว้ใจคุณหรือ?”
“ก็ใช่น่ะสิ เขาบอกว่าอยากจะซ่อมรถอย่างเดียว”
“บางทีเขาอาจจะไม่ได้พูดความจริงทั้งหมดนะคะ”
“ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ผมจะไปหาเขาอีกรอบ”
“คุณไม่ต้องไปแล้วค่ะ เขาระแวงคุณอยู่ ไปหาอีกก็ไม่มีประโยชน์”
“กว่าจะเจอคนที่มีพลังพิเศษสักคนมันไม่ใช่เรื่องง่ายนะ ผมยอมแพ้ไม่ได้เด็ดขาด”
“งั้นให้ฉันลองดูหน่อยไหมคะ”
“คุณหรือ? คุณมีวิธีงั้นหรือ?”
“ลองดูเดี๋ยวก็รู้ค่ะ”
“ตกลงครับ แต่คุณต้องระวังตัวด้วยนะ ถ้าเกิดเขาโมโหจนทำร้ายคุณขึ้นมามันจะอันตราย”
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ”
วันต่อมา ชีชียังคงนอนตื่นเที่ยงตามปกติ ก่อนจะค่อยๆ เดินทอดน่องออกไปหาหวังเหยียน
“สหาย คุณมีธุระอะไรกับผมหรือเปล่าครับ?”
เมื่อเห็นหญิงสาวสะสวยมาดักรอพบ หวังเหยียนก็มีท่าทีประหม่าเล็กน้อย
“ฉันอยากจะคุยกับคุณหน่อยค่ะ”
“ผู้พันลู่ให้คุณมาหาผมใช่ไหมครับ?” แม้หวังเหยียนจะดูซื่อๆ แต่สมองของเขากลับหมุนเร็วนัก
“ก็ประมาณนั้นค่ะ ฉันแค่อยากรู้ความคิดที่แท้จริงของคุณ ว่าคุณไม่อยากเป็นสมาชิกหน่วยอสนีบาตจริงๆ หรือว่ามีเรื่องอะไรที่กังวลใจอยู่กันแน่?”
สีหน้าของหวังเหยียนแปรเปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็ว
“ไม่ปิดบังคุณหรอกครับ จนถึงตอนนี้ผมยังไม่อยากจะเชื่อเลย... อยู่ดีๆ ไฟก็ลุกพรึ่บขึ้นมา แค่พริบตาเดียวบ้านทั้งหลังก็วอดวาย คุณย่าที่พิการของผมยังอยู่ในห้องนั้น ผม... ผมเกลียดตัวเองเหลือเกิน”
หวังเหยียนไม่อาจควบคุมอารมณ์ได้อีกต่อไป ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งกับพื้นพลางทึ้งผมตัวเองอย่างแรง น้ำตาไหลอาบแก้มเป็นสาย
“ถ้าผมไม่มีพลังเฮงซวยนี่ละก็ คุณย่าคงไม่ต้องถูกไฟคลอกตายทั้งเป็น ผมเกลียดมัน!”
ผลลัพธ์นี้ทำให้ชีชีประหลาดใจยิ่งนัก หญิงสาวตบไหล่อีกฝ่ายเบาๆ เป็นการปลอบประโลม “มันผ่านไปแล้วค่ะ ทุกอย่างจะดีขึ้นเอง”
หวังเหยียนลุกขึ้นยืน ปาดน้ำตาออกจากใบหน้า “ขอโทษด้วยครับ ผมไปอยู่หน่วยอสนีบาตไม่ได้จริงๆ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องไปค่ะ ลืมเรื่องนี้ไปเสียเถอะ”
“เอ๊ะ?”
หวังเหยียนทำหน้าเหลอหลา
ชีชีหมุนตัวเดินจากไปทันที “ระบบ... ชิงพลังพิเศษธาตุไฟของเขามาซะ!”
อ่านยาวๆ สะใจมากกว่า 300 ตอน อัปเดตก่่อนใคร
และร่วมสนับสนุนผลงานที่ถูกต้องลิขสิทธิ์ได้ที่ Kawebook >> https://kawebook.co/rwHDd