บทที่ 153 ชิ ยัยหนูเอ๋ย ฉันจะกำราบเธอให้อยู่หมัด
บทที่ 153 ชิ ยัยหนูเอ๋ย ฉันจะกำราบเธอให้อยู่หมัด
“ติ๊ง! ช่วงชิงพลังพิเศษธาตุไฟสำเร็จ โปรดตรวจสอบค่ะโฮสต์”
ภายในพื้นที่มิติน้ำพุวิญญาณมีลูกพลังงานเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งดวง
จนถึงวินาทีนี้ชีชีถึงได้ตระหนักว่า เบื้องบนช่างประทานพลังพิเศษให้ผู้คนอย่างตามใจชอบเสียจริง
สวรรค์ไม่เคยพิจารณาเลยว่า ผู้ที่ได้รับพลังไปนั้นจะใช้พละกำลังที่พุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหันไปทำชั่วหรือไม่ และไม่เคยคำนึงเลยว่าร่างกายของเขาจะรับแรงปะทะอันมหาศาลนี้ได้หรือเปล่า
ชีชีพลันรู้สึกว่าการมีอยู่ของเธอก็เพื่อมาจัดระเบียบใหม่ให้เข้าที่เข้าทาง คอยชิงเอาพลังที่ประทานมาผิดคน ส่งคืนกลับไปยังผู้ที่เหมาะสมกว่า
เมื่อมีความคิดนี้ผุดขึ้นมา หญิงสาวก็รู้สึกว่าภาระบนบ่ามันหนักอึ้งขึ้นมาทันที
เมื่อกลับถึงบ้าน ชีชีพบว่าลู่เหย่กำลังนั่งรอฟังข่าวจากเธออยู่ ท่าทางของเขาดูร้อนรนกระวนกระวายใจอย่างเห็นได้ชัด
“คุณมาอยู่บ้านได้ยังไงคะ?”
“ก็ผมอยากจะรู้ผลเป็นคนแรกน่ะสิ หวังเหยียนว่ายังไงบ้าง? เขายอมตกลงเข้าร่วมหน่วยอสนีบาตหรือเปล่า?”
“ไม่ค่ะ”
ประกายแห่งความผิดหวังวูบผ่านดวงตาของลู่เหย่ทันที เขาถามออกไปอย่างระมัดระวังว่า “แล้ว... คุณไม่ได้ช่วยเกลี้ยกล่อมเขาหน่อยหรือ?”
“ไม่ได้เกลี้ยกล่อมค่ะ”
“หา?”
“เขาไม่เหมาะที่จะเข้าร่วมหน่วยอสนีบาตหรอกค่ะ”
ชีชีเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับหวังเหยียนให้เขาฟังอย่างละเอียด ว่าเป็นเพราะเขาเพิ่งได้รับพลังมาแล้วยังควบคุมไม่ได้ จึงเผลอเผาบ้านตัวเองจนวอดวาย และเป็นเหตุให้คุณย่าที่เป็นอัมพาตต้องถูกไฟคลอกตาย
“ทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้นะ? มัน... น่าเสียดายเกินไปแล้ว”
“เหตุการณ์นี้สร้างบาดแผลในใจให้เขาอย่างใหญ่หลวง ต่อให้คุณดึงเขาเข้าหน่วยอสนีบาต ก็ต้องใช้เวลาปรับตัวและฝึกฝนนานมากทีเดียว”
“อีกอย่าง นี่คือระเบิดเวลาที่อันตรายมาก หากวันใดที่ออกปฏิบัติภารกิจแล้วปมในใจนี้ส่งผลกระทบต่อเขาขึ้นมา นี่อาจทำให้คนทั้งทีมถูกกำจัดจนสิ้นซากได้เลยนะคะ”
“ที่คุณพูดมาก็ถูก ผมแค่รู้สึกเสียดายมากจริงๆ กว่าจะเจอคนที่มีพลังพิเศษสักคนมันยากลำบากแค่ไหน แต่กลับเอามาใช้งานไม่ได้”
“ใครบอกว่าใช้งานไม่ได้ล่ะคะ?”
“หืม?” ลู่เหย่ถึงกับอึ้งไปเลย “ชีชี คุณล้อผมเล่นหรือเปล่าเนี่ย?”
“เปล่าค่ะ ฉันแค่เก็บพลังพิเศษของเขามาแล้ว ซึ่งมันสามารถมอบให้กับสมาชิกในหน่วยของคุณได้ คุณรีบไปตัดสินใจเลือกคนมาเถอะค่ะ”
ลู่เหย่ยืนตะลึงตาค้างไปครู่ใหญ่ “ชีชี... หมายความว่า คุณสามารถชิงพลังพิเศษของคนอื่นมาได้งั้นหรือ?”
“ใช่ค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นพลังพิเศษของพวกผม คุณก็เอาคืนไปได้เหมือนกันน่ะสิ?”
“เดิมทีมันก็เป็นสิ่งที่ฉันมอบให้พวกคุณ แน่นอนว่าย่อมเอาคืนได้เสมอ”
ดวงตาของชีชีฉายแววเจ้าเล่ห์ออกมาวูบหนึ่ง หึหึ ฉันคนนี้ร้ายกาจกว่าที่คุณคิดนะจะบอกให้ จะเรื่องแม่สาวเชือกถักสีแดงหรือยัยสวี่เหมิงเหมิง ก็พิจารณาให้ดีก็แล้วกัน
ปฏิกิริยาของลู่เหย่กลับเหนือความคาดหมาย ชายหนุ่มโผเข้าหาแล้วอุ้มชีชีจนตัวลอย หมุนตัวไปรอบๆ หลายตลบ ก่อนจะระดมจูบลงบนใบหน้าของหญิงสาวจนน้ำลายเลอะเทอะไปหมด
“สวรรค์! นี่ผมแต่งงานกับนางฟ้าที่ไหนเนี่ย เก่งกาจที่สุดเลย”
ชีชีทำตาปริบๆ ด้วยความระอาใจ “ปล่อยฉันลงเถอะค่ะ คุณไม่ต้องไปกรมทหารหรือไง?”
“ไปครับ ไปเดี๋ยวนี้แหละ”
ลู่เหย่มอบรสจูบล้ำลึกสไตล์ฝรั่งเศสให้เธออีกรอบ ก่อนจะวิ่งลับหายไปในพริบตา
ชีชีลูบริมฝีปากที่ยังรู้สึกซ่านอยู่เบาๆ ดวงตาเรียวสวยหยักโค้งเป็นรอยยิ้มอย่างมีความสุข
ไม่นานนัก ลู่เหย่ก็พากลุ่มชายหนุ่มท่าทางกระฉับกระเฉงคนหนึ่งกลับมาด้วย “ชีชี นี่คือต้าเหว่ย... โจวต้าเหว่ย”
“สวัสดีครับพี่สะใภ้”
โจวต้าเหว่ยดูเหมือนจะถูกลู่เหย่ลากตัวมาอย่างกะทันหัน ใบหน้าของเขาจึงยังดูมึนงงอยู่ไม่น้อย
ชีชียิ้มละไมพลางร่ายมนตร์ในใจ เพียงพริบตาลูกพลังงานธาตุไฟก็พุ่งเข้าสู่ระหว่างคิ้วของเขา “พวกคุณไปลองกันที่อื่นนะคะ อย่ามาเผาลานบ้านฉันจนวอดวายล่ะ”
“รับทราบครับผม!”
ลู่เหย่รีบฉุดแขนโจวต้าเหว่ยวิ่งออกไปทันที
โจวต้าเหว่ยยังคงทำหน้างงงันไม่หาย “หัว... หัวหน้าครับ พี่สะใภ้ให้เราลองอะไรกันเหรอ?”
ลู่เหย่รู้สึกได้ว่าหัวใจตัวเองเต้นโครมคราม เขาต้องการไปพิสูจน์ข้อสันนิษฐานของตัวเองให้เห็นกับตา
เมื่อทั้งสองคนมาถึงริมแม่น้ำ ลู่เหย่ก็ชี้ไปที่ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งแล้วสั่งโจวต้าเหว่ยว่า “นายลองจินตนาการว่ากำลังโจมตีต้นไม้ต้นนั้นดูสิ”
“หา?”
“ปฏิบัติตามคำสั่ง! รวบรวมสมาธิ แล้วโจมตีต้นไม้ต้นนั้นซะ”
“ครับ!”
แม้โจวต้าเหว่ยจะรู้สึกว่าคำสั่งของลู่เหย่ดูเหมือนการเล่นขายของ แต่ด้วยจิตวิญญาณของทหารทำให้เขารีบปฏิบัติตามทันที
‘ตูม!’
ต้นไม้ต้นนั้นพลันเกิดไฟลุกพรึบขึ้นกะทันหัน เปลวเพลิงนั้นกลับมีแสงสีเขียวหม่นดูลึกลับและน่าขนลุกสุดขีด
ในช่วงเวลาที่ทั้งสองคนกำลังตกตะลึงอยู่นั้น ต้นไม้ใหญ่ขนาดสามคนโอบก็มอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านไปในพริบตา
“หัว... หัวหน้าครับ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับผม?”
“นายได้รับพลังพิเศษธาตุไฟแล้ว”
“พลังพิเศษ? พลังเหนือธรรมชาติน่ะหรือครับ?” โจวต้าเหว่ยตื่นเต้นจนกระโดดโลดเต้นอยู่กับที่ไปสามตลบ
“เรื่องนี้ต้องเก็บเป็นความลับสุดยอด”
“ครับ! ผมจะรักษาความลับนี้ยิ่งชีพเลย”
คนที่ถูกคัดเลือกเข้าหน่วยอสนีบาตย่อมไม่ธรรมดา โจวต้าเหว่ยตระหนักถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้ได้ทันที
ทั้งคู่แสร้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วกลับไปฝึกซ้อมต่อ แต่ในใจของโจวต้าเหว่ยกลับคันยิบๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ลู่เหย่พาเขาไปพบชีชี จากนั้นเขาก็มีพลังเหนือธรรมชาติขึ้นมาทันที หรือว่า...
โจวต้าเหว่ยสะดุ้งเฮือก รีบสลัดความคิดในหัวทิ้งไปทันที นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาควรจะรู้ เขาเป็นเพียงทหารคนหนึ่ง มีหน้าที่ทำตามคำสั่งเท่านั้น
สวี่เหมิงเหมิงเฝ้ารออยู่สองวัน ถึงจะได้พบกับเฉินเยี่ยน
เฉินเยี่ยนไม่เหมือนลู่เหย่ที่มีบ้านเป็นของตัวเอง สมาชิกคนอื่นๆ ในหน่วยอสนีบาตต่างก็พักอยู่ในหอพักรวม
ปกติแล้วนอกจากฝึกซ้อมก็คือออกปฏิบัติภารกิจ แทบจะไม่มีพื้นที่ส่วนตัว และไม่อนุญาตให้ออกไปข้างนอกตามอำเภอใจ
ที่นี่ไม่ใช่เขตทหารกานหนาน สวี่เหมิงเหมิงจึงไม่มีอภิสิทธิ์ใดๆ ทำได้เพียงไปดักรอที่หน้าประตูเผื่อจะโชคดี
และแล้วโชคก็เข้าข้าง เฉินเยี่ยนเดินออกมาเพื่อรับพัสดุที่ทางบ้านส่งมาพอดี สวี่เหมิงเหมิงจึงรีบพุ่งตัวเข้าไปหาทันที “เฉินเยี่ยน นายออกมานี่หน่อย ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย”
เฉินเยี่ยนไม่ได้คิดอะไรมาก “มีเรื่องอะไรหรือ? พี่จวินให้มาหาผมเหรอ?”
“พี่ชายฉันมีของขวัญจะให้คุณน่ะ”
“ของขวัญงั้นหรือ?”
เฉินเยี่ยนรับกล่องที่สวี่เหมิงเหมิงยื่นให้มาด้วยความยินดี เขาอดใจไม่ไหวรีบเปิดออกดู พบว่าข้างในคือนาฬิกาข้อมือเรือนหนึ่ง
“ไม่ใช่เทศกาลอะไร ทำไมจู่ๆ ถึงนึกอยากจะส่งของขวัญให้ผมล่ะเนี่ย?”
แม้ว่านาฬิกาข้อมือเรือนเดียวจะไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเฉินเยี่ยน แต่ในยุคสมัยนี้มันก็นับว่าเป็นของฟุ่มเฟือยทีเดียว
การได้รับของขวัญที่มีมูลค่าสูงขนาดนี้โดยไม่ทันตั้งตัว ทำให้เฉินเยี่ยนรู้สึกอึ้งไปเล็กน้อย
“พี่ชายฉันอยากจะขอบคุณคุณที่ช่วยรักษาขาให้เขาจนหายดีน่ะสิ”
“ขาพี่จวินหายดีแล้วหรือครับ?” เฉินเยี่ยนรู้สึกยินดีจากใจจริง “แต่ว่า... ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ”
“พี่ฉันบอกว่าเป็นฝีมือคุณ ก็คือคุณรักษานั่นแหละ”
เฉินเยี่ยนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจนัยสำคัญของเรื่องนี้ คงเป็นเพราะชีชีไม่อยากทำตัวเด่น จึงให้เขาเป็นโล่มนุษย์คอยบังหน้าให้แน่ๆ
แม้ของขวัญจะล้ำค่า แต่เขาก็ไม่ใช่คนที่จะรับของโดยไม่ตอบแทน “ตกลง ฝากขอบคุณพี่จวินด้วยนะ”
พูดจบ เขาก็เตรียมตัวจะเดินกลับเข้าไป
“เดี๋ยวสิ รอเดี๋ยวก่อน”
“ยังมีเรื่องอะไรอีกหรือ?”
“คุณคิดจะลองคบหาใครบ้างหรือเปล่า?”
สีหน้าของเฉินเยี่ยนแปรเปลี่ยนเป็นประหลาดพิกล “คุณหนูครับ อย่ามาล้อผมเล่นแบบนี้เลย เรื่องแต่งงานของผม พ่อผมยังตัดสินใจเองไม่ได้เลย นับประสาอะไรกับผมล่ะ เรื่องนี้ต้องให้คุณปู่เป็นคนชี้ขาด ท่านสั่งให้แต่งกับใคร ผมก็ต้องแต่งกับคนนั้น”
“คุณปู่ฉันกับคุณปู่ของคุณคุยกันแล้ว ท่านบอกว่าอนุญาตให้คุณมีความรักได้อย่างอิสระ”
“จริงหรือ?” ดวงตาของเฉินเยี่ยนเป็นประกายขึ้นมาทันที
“หือ? หรือว่าคุณมีคนที่ชอบอยู่แล้ว?”
“เปล่าครับ” เฉินเยี่ยนส่ายหน้าจนหัวสั่นหัวคลอน
“ถ้าอย่างนั้น คุณมาลองคบกับฉันดูไหมล่ะ”
“พอเลยครับคุณหนู คุณไปหาคนอื่นเถอะ ผมรับมือไม่ไหวจริงๆ”
พูดจบ เฉินเยี่ยนก็ก้าวเท้าหนี แต่กลับถูกสวี่เหมิงเหมิงคว้าหมับเข้าที่แขน “พูดมาให้ชัดเจนนะ คุณหมายความว่ายังไง?”
“โธ่ สวี่เหมิงเหมิง คุณไม่รู้ตัวเลยหรือไงว่าตัวเองเป็นคนยังไง? ผู้หญิงแบบคุณน่ะ ครอบครัวดีๆ ที่ไหนเขาจะกล้าตบแต่งเข้าบ้าน?”
“เฉินเยี่ยน คุณพูดมาให้ชัดเจนเดี๋ยวนี้ ฉันมันเป็นยังไง?”
“ไม่มีอะไร คุณดีมาก ดีที่สุดเลย” เฉินเยี่ยนพยายามสะบัดแขนหนีแต่ไม่สำเร็จ
“คุณต้องพูดมาให้ชัดว่าฉันไม่ดีตรงไหน?”
“ถ้าต้องเลือกภรรยาจากในกลุ่มตระกูลพวกเราจริงๆ ผมยอมเลือกจ้าวเหมยดีกว่า อย่างน้อยเธอก็ทำอาหารอร่อย ส่วนคุณน่ะ นอกจากอารมณ์ร้าย ไร้เหตุผลแล้ว คุณยังทำอะไรเป็นอีกบ้างล่ะ?”
สวี่เหมิงเหมิง “...”
อ่านยาวๆ สะใจมากกว่า 300 ตอน อัปเดตก่่อนใคร
และร่วมสนับสนุนผลงานที่ถูกต้องลิขสิทธิ์ได้ที่ Kawebook >> https://kawebook.co/rwHDd