บทที่ 154 จะหักกระดูกสันหลังของเธอให้จงได้
บทที่ 154 จะหักกระดูกสันหลังของเธอให้จงได้
สวี่เหมิงเหมิงเดินจากไปอย่างใจลอย ครั้งนี้หญิงสาวถูกทำร้ายจิตใจอย่างหนักหน่วงจริงๆ
เดิมทีเธอคิดว่าลู่เหย่แค่ถูกชีชีล่อลวงไป จึงมองไม่เห็นข้อดีในตัวเธอ
แม้สวี่จวินจะตราหน้าว่าเธอไม่มีอะไรดีสักอย่าง แต่เธอก็ยังมีความทะนงตนในฐานะคุณหนูใหญ่ตระกูลสวี่ คิดเอาเองว่าเขาเป็นคนมองโลกตามความเป็นจริงเกินไป คิดถึงแต่ผลประโยชน์ของตระกูลจนไร้ความรู้สึก
ทว่าแม้แต่คนนอกอย่างเฉินเยี่ยนก็ยังปฏิเสธเธอ
นั่นแสดงให้เห็นว่า หญิงสาวไม่มีดีอะไรเลยจริงๆ
ถึงสวี่เหมิงเหมิงจะไม่อยากยอมรับ แต่ตอนนี้เธอก็ต้องเผชิญกับความจริงอันโหดร้าย
เธอเป็นผู้หญิงที่ผู้ชายไม่ชอบเอาเสียเลย
ที่ผ่านมามีผู้ชายรุมล้อมเอาใจเธอมากมาย ก็เป็นอย่างที่ลู่เหย่ว่าไว้ พวกเขาเหล่านั้นต่างหวังผลประโยชน์จากตระกูลสวี่ จึงพากันประคบประหงมยกยอเธอไว้บนที่สูง
ในวันนั้นสวี่เหมิงเหมิงถูกหัวหน้าแผนกตำหนิเพราะหยิบเครื่องมือผ่าตัดส่งให้ผิด แต่เธอกลับไม่ยอมรับและเถียงกลับไปไม่กี่คำ จึงถูกโรงพยาบาลทหารสั่งพักงาน
คืนนั้นหญิงสาวซื้อเหล้าขาวมาขวดหนึ่งแล้วดื่มรวดเดียวจนหมด จนเกิดอาการพิษสุรากำเริบต้องถูกส่งเข้าโรงพยาบาล
เดิมทีการที่หญิงสาวเข้าทำงานในโรงพยาบาลทหารได้ก็เพราะใช้เส้นสาย สหายร่วมงานในแผนกเดียวกันจึงมีความเห็นแง่ลบต่อเธอมากอยู่แล้ว
พอมาเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นอีก ความไม่พอใจก็ยิ่งทวีคูณ
หัวหน้าแผนกจึงรายงานเรื่องนี้ต่อผู้อำนวยการโรงพยาบาลโดยตรง
ผู้อำนวยการจนใจ จึงต้องต่อสายตรงถึงสวี่จวิน
สวี่จวินกลับไม่มีท่าทีสะทกสะท้านแต่อย่างใด เขายังกล่าวขอโทษผู้อำนวยการ บอกว่าน้องสาวของเขาไม่รู้จักความ ทำให้ต้องลำบากแล้ว
เมื่อเขาเกรงใจถึงเพียงนี้ ผู้อำนวยการที่คิดจะส่งตัวเธอกลับไปจึงพูดไม่ออก
อย่างไรก็ตาม สวี่จวินได้รายงานพฤติกรรมของสวี่เหมิงเหมิงให้ผู้บัญชาการสวี่ทราบตามจริง เพื่อให้ท่านเป็นผู้ตัดสินโชคชะตาของเธอ
“ช่างเป็นโคลนเลนที่ไม่คู่ควรจะฉาบขึ้นกำแพงจริงๆ”
เดิมทีผู้บัญชาการสวี่ก็ไม่เอ็นดูหลานสาวคนนี้อยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งรังเกียจจนอยากจะเขี่ยทิ้งไปให้พ้นทาง
“คุณปู่ครับ ช่วงนี้ความดันคุณปู่สูง อย่าเพิ่งโมโหเลยครับ”
“หึ สั่งให้ยัยนั่นกลับมาเดี๋ยวนี้”
“ครับ”
“หลานชายของรองผู้บัญชาการซุนอายุมากกว่ายัยนั่นปีเดียว จัดการหมั้นหมายทั้งคู่ให้เรียบร้อย แล้วรีบจัดงานแต่งซะ”
“ตระกูลเฉินหรือครับ?”
“ตาเฒ่าเฉิน สุนัขจิ้งจอกนั่นเตะถ่วงใส่ฉัน” ผู้บัญชาการสวี่อุตส่าห์ยอมบากหน้าไปหาแต่กลับถูกปฏิเสธอย่างนุ่มนวล จึงกำลังเก็บกดความโกรธเอาไว้
“ถ้าเหมิงเหมิงไม่เต็มใจ...”
“หล่อนกล้าหรือ? ถ้าไม่เต็มใจก็ส่งไปลงพื้นที่ชนบทซะ”
“ครับ”
เมื่อเดินออกจากห้องทำงานของผู้บัญชาการสวี่ มุมปากของสวี่จวินก็ยกโค้งขึ้นเล็กน้อย
หลานชายของรองผู้บัญชาการซุนคนนั้นเป็นที่เลื่องลือไปทั่วเขตบ้านพักทหารว่าเป็นไอ้ลูกแหง่เสเพล เที่ยวรังแกสัตว์ หาเรื่องชกต่อยไปทั่วซึ่งถือว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย
เขายังเป็นพวกติดการพนันงอมแงม แถมยังบ้ากามเป็นที่สุด
ก่อนหน้านี้ใช่ว่าเขาจะไม่เคยหมายตาสวี่เหมิงเหมิง แต่เพราะมีผู้บัญชาการสวี่กดไว้ เขาจึงไม่กล้ากำเริบเสิบสานเกินไป
หากงานแต่งนี้เกิดขึ้นจริงละก็ คงมีเรื่องสนุกให้ดูแน่ๆ
สวี่จวินพลันนึกถึงสิ่งที่ถังจิ่นเคยเผชิญมา แล้วก็รู้สึกขึ้นมาทันทีว่า การหาผู้ชายแบบนี้ให้สวี่เหมิงเหมิงถือเป็นการเมตตาต่อเธอมากแล้ว
หากไม่ใช่เพราะยุคสมัยที่บ้านเมืองเป็นระเบียบเช่นนี้ เขาคงจะจับสวี่เหมิงเหมิงขายเข้าซ่องไปแล้ว ให้หญิงสาวได้ลิ้มรสชาติของการถูกชายพันหน้าหมื่นตาเหยียบย่ำดูบ้าง
สามวันต่อมา สวี่เหมิงเหมิงจัดการเรื่องลาออกจากงานเรียบร้อยและกลับมายังบ้านตระกูลสวี่
เธออยู่ในสภาพเซื่องซึม ไร้ซึ่งชีวิตชีวา
“พี่คะ คุณปู่เรียกฉันกลับมาด่วนขนาดนี้มีเรื่องอะไรเหรอคะ?”
“แต่งงาน”
“แต่งงาน? กับใคร?”
“ซุนฟู่กุ้ย”
“อะไรนะ? คุณปู่จะให้ฉันแต่งกับซุนฟู่กุ้ยเหรอ? ท่านเลอะเลือนไปแล้วหรือไง?”
‘เพียะ!’
ฝ่ามือนี้ของสวี่จวินใส่แรงไปแทบหมดตัว ตบจนสวี่เหมิงเหมิงล้มกลิ้งลงกับพื้น หัวของเธอส่งเสียง ‘วิ้ง’ อยู่ในหูเนิ่นนานกว่าจะตั้งสติได้
“ใครอนุญาตให้เธอพูดถึงคุณปู่แบบนั้น? ไร้การศึกษาโดยสิ้นเชิง เธอนี่มันเสียชาติเกิดจริงๆ”
“พี่... นี่พี่ตบฉันเหรอ?”
น้ำตาเม็ดโตของสวี่เหมิงเหมิงร่วงพรู เธอพินิจมองสวี่จวินด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ รู้สึกว่าผู้ชายตรงหน้าช่างแปลกหน้านัก ไม่ใช่พี่ชายที่เคยรักและตามใจเธออีกต่อไปแล้ว
“แล้วสมควรโดนไหมล่ะ?”
“ฉันเป็นน้องสาวแท้ๆ ของพี่นะ พี่ทนเห็นฉันแต่งงานกับเศษเดนมนุษย์อย่างซุนฟู่กุ้ยได้ลงคอเหรอ?”
“คุณปู่ให้เธอแต่งเข้าตระกูลซุนเพื่อซื้อใจคน ส่วนซุนฟู่กุ้ยจะเป็นคนยังไง ไม่อยู่ในประเด็นที่ต้องพิจารณา”
“แล้วความสุขของฉันล่ะ? มันไม่สำคัญเลยใช่ไหม?” จนถึงตอนนี้สวี่เหมิงเหมิงยังไม่ยอมจำนน หญิงสาวยังหวังลึกๆ ว่าสวี่จวินจะยังสงสารเธออยู่
“ลู่เหย่น่ะดี เฉินเยี่ยนก็ไม่เลว แต่เธอจัดการพวกเขาได้ไหมล่ะ? ตอนนี้มีแค่ซุนฟู่กุ้ยเท่านั้นที่เต็มใจแต่งกับเธอ”
ประกายแสงสุดท้ายในดวงตาของสวี่เหมิงเหมิงมอดดับลง “ฉันไม่แต่ง ให้ตายยังไงก็ไม่แต่ง”
“งั้นก็ไปลงพื้นที่ชนบท เลือกเอาเอง”
สวี่เหมิงเหมิงตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้น จ้องมองสวี่จวินด้วยความเคียดแค้น “ฉันจะไปลงพื้นที่ชนบท”
“เธอเลือกเองนะ อย่ามานึกเสียใจทีหลังแล้วกัน”
“ฉันไม่เสียใจหรอก” สวี่เหมิงเหมิงแผดเสียงตะโกนสุดแรง “ฉันอยากจะออกไปจากบ้านเฮงซวยนี่ ไปให้พ้นจากพวกคนใจดำอย่างพวกพี่”
“ดี นับว่ามีปณิธานแน่วแน่” สวี่จวินชูนิ้วโป้งให้หญิงสาว “พอไปถึงที่นั่นเธอต้องพึ่งตัวเองในการเก็บแต้มทำงาน ที่บ้านจะไม่ส่งเงินให้เธอแม้แต่หยวนเดียว และจะไม่ใช้เส้นสายช่วยอะไรทั้งนั้น”
สวี่เหมิงเหมิงเริ่มหวาดกลัวขึ้นมาทันที หญิงสาวเติบโตมาอย่างสุขสบายราวกับทองคำหุ้มห่อ ไม่เคยต้องตกระกำลำบากมาก่อน
หากต้องไปทำไร่ไถนาจริงๆ ละก็ งานที่เหนื่อยยากลำบากขนาดนั้นหญิงสาวทำไม่ไหวแน่
ทว่าตอนนี้เธอถูกไล่ต้อนจนมุม จะก้าวถอยหลังก็ลำบากใจ
สวี่เหมิงเหมิงไม่พูดไม่จา ได้แต่จ้องหน้าสวี่จวินเขม็ง รอให้เขาเปลี่ยนใจ
แต่สวี่จวินกลับเพียงปรายตามองอีกฝ่ายอย่างเย็นชา “ให้เวลาเธอคิดหนึ่งวัน พรุ่งนี้เช้าให้คำตอบฉัน”
พูดจบ สวี่จวินก็เดินออกจากบ้านไป
สวี่เหมิงเหมิงมุดตัวเข้าไปในห้องนอนแล้วร้องไห้โฮ “พ่อคะ แม่คะ ทำไมถึงใจร้ายทิ้งฉันไปแบบนี้? ดูสิคะ พอไม่มีพวกท่าน บ้านนี้ก็ไม่มีที่ให้ฉันอยู่อีกต่อไปแล้ว ฮือๆ”
เช้าวันรุ่งขึ้น สมาชิกสามคนนั่งอยู่รอบโต๊ะอาหารเช้า
ผู้บัญชาการสวี่เป็นฝ่ายเปิดฉากก่อน “เหมิงเหมิง สรุปว่าเธอคิดยังไง?”
“ฉันไม่แต่งกับซุนฟู่กุ้ย เขาเป็นเศษเดนมนุษย์ ฉันแต่งงานกับเขาจะมีชีวิตที่ดีได้ยังไง?”
สวี่เหมิงเหมิงร้องไห้มาทั้งคืนจนตาบวมช้ำราวกับผลเหอเถา เสียงของเธอก็แหบพร่าฟังดูหยาบกระด้าง
ผู้บัญชาการสวี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย “ในเมื่อเป็นแบบนี้ ก็จัดการเรื่องส่งตัวเธอไปลงพื้นที่ชนบทซะ”
“ครับ”
สวี่จวินรีบตอบรับทันที
เมื่อเห็นทั้งสองคนปฏิบัติกับตนอย่างเย็นชา ความหวังสุดท้ายในใจของสวี่เหมิงเหมิงก็พังทลายลง
“พวกท่านคือคนที่สนิทที่สุดของฉันนะ? ทำไมถึงทำกับฉันแบบนี้ได้?”
“เป็นตัวไร้ประโยชน์สำหรับตระกูลสวี่ แถมยังไม่เชื่อฟัง ตระกูลสวี่เลี้ยงดูเธอมาฟรีๆ ตั้งยี่สิบปี เธอยังจะมาร้องห่มร้องไห้อีกเหรอ? มีอะไรน่าเสียใจนัก? ทางเดินน่ะเลือกเองทั้งนั้น”
ผู้บัญชาการสวี่ตบโต๊ะดังปัง ทำเอาสวี่เหมิงเหมิงสะดุ้งสุดตัว
หญิงสาวได้เห็นสถานการณ์ตรงหน้าอย่างทะลุปรุโปร่งแล้ว
ไม่ว่าเธอจะดื้อรั้นอย่างไรก็ไม่สามารถเปลี่ยนความคิดของคุณปู่ได้ ในเมื่อต้องเลือกสิ่งเลวร้ายจากสองทาง การแต่งกับซุนฟู่กุ้ยย่อมดีกว่าเล็กน้อย
อย่างน้อยระดับความเป็นอยู่ของเธอก็จะไม่ลดลง ไม่ต้องทำงานหนัก และไม่ต้องอดอยาก
ส่วนเรื่องซุนฟู่กุ้ย เขาอยากจะทำอะไรก็ปล่อยเขาไป แค่ไม่ต้องไปยุ่งกับเขาเสียก็สิ้นเรื่อง
เมื่อคิดตกเช่นนั้น สวี่เหมิงเหมิงก็ยืนตัวตรงอย่างสำรวม “คุณปู่คะ ฉันผิดไปแล้วค่ะ ฉันไม่ควรทำให้คุณปู่โกรธ”
“หึ!”
ผู้บัญชาการสวี่ไม่สนใจอีกฝ่าย และเริ่มทานอาหารต่อ
สวี่เหมิงเหมิงบีบมือตัวเองแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด “คุณปู่คะ ฉันจะฟังคำสั่งคุณปู่ค่ะ ฉันจะแต่งงานกับซุนฟู่กุ้ย หลังจากนี้คุณปู่จะให้ทำอะไรฉันก็จะทำ ฉันจะเชื่อฟังค่ะ”
สีหน้าของผู้บัญชาการสวี่จึงค่อยดูดีขึ้น “เสี่ยวจวิน รีบจัดแจงให้ทั้งสองตระกูลมาพบกันโดยเร็วที่สุด”
“ครับ!”
อ่านยาวๆ สะใจมากกว่า 300 ตอน อัปเดตก่่อนใคร
และร่วมสนับสนุนผลงานที่ถูกต้องลิขสิทธิ์ได้ที่ Kawebook >> https://kawebook.co/rwHDd