LNCrawler

บทที่ 1 ทะลุมิติมาก็เร่าร้อนเสียแล้ว ตื่นเต้นชะมัด!

(อ่านฟรีทุกวัน) เกิดใหม่ยุค 70 ทั้งที ขอผูกขาดความรวยด้วยนิ้วทองคำของคนอื่น [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 1 ทะลุมิติมาก็เร่าร้อนเสียแล้ว ตื่นเต้นชะมัด!

        "เอี๊ยด... อ๊าด..."

       เตียงไม้สั่นไหวเป็นจังหวะ เสียงของมันไพเราะเสนาะหูอย่างบอกไม่ถูก

       แม้สมองของชีชีจะยังพร่าเลือนไม่แจ่มชัดนัก แต่เธอก็รับรู้ได้ถึงความรื่นรมย์ที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย

       เมื่อเธอลืมตาที่ฉ่ำปรือขึ้น ก็พลันสบเข้ากับดวงตาคมกริบเย็นเยียบคู่หนึ่งที่แทบจะแช่แข็งผู้คนให้ตายทั้งเป็น

       แต่ต้องยอมรับเลยว่า ผู้ชายคนนี้คือผลงานชิ้นเอกที่พระแม่หนี่วา [*] ตั้งใจรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อโชว์ฝีมือโดยแท้

       ชีชีพยายามควานหาคำศัพท์ทั่วทั้งสมองก็ยังนึกคำบรรยายไม่ออก ทำได้เพียงอุทานด่าทอในใจว่า

       “ให้ตายเถอะ... หล่อชิ–หายเลย!”

       ผู้ชายคนนี้ไม่เพียงแต่หน้าตาดีเกินต้าน แต่หุ่นยังแซ่บระดับพรีเมียม ทั้งเอวสอบเพรียวและกล้ามหน้าท้องแปดลูกที่เรียงตัวอย่างสวยงาม

       ที่สำคัญคือ... ลีลาเด็ดขยี้ใจ

       เหอะๆ เมื่อกี้เธอเพิ่งจะได้พิสูจน์ด้วยตัวเองมาหมาดๆ

       ได้กินหนุ่มงานดีเกรดเอขนาดนี้ ถือว่าคุ้มค่าแล้ว!

       “อย่าคิดว่าใช้แผนสกปรกแบบนี้แล้วผมจะรักคุณ ฝันไปเถอะ”

       น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าของชายหนุ่มฟังดูคล้ายเสียงประสานของเชลโล หากคำพูดนั้นไม่เย็นชาไร้เยื่อใยเกินไปละก็ หูของชีชีคงเคลิ้มจน ‘ท้อง’ ได้เลยทีเดียว

       การทะลุมิติมาอยู่ในสถานการณ์ที่น่ากระอักกระอ่วนใจเช่นนี้ ทำเอาชีชีพูดไม่ออกบอกไม่ถูก

       ซ้ำร้ายกว่านั้นคือ เธอไม่มีความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมอยู่เลย จึงไม่รู้ว่าควรจะรับมือกับเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างไรดี

       “ติ๊ง! โฮสต์คะ ผู้ชายตรงหน้าคนนี้ชื่อ ลู่เหย่ เป็นลูกหลานของวีรชนผู้ล่วงลับ สมัยก่อนตอนที่พ่อของคุณ... ชีเจี้ยนกั๋วรับเขามาเลี้ยง รัฐบาลให้เงินอุดหนุนหนึ่งร้อยหยวน และยังมีเงินช่วยเหลือรายเดือนอีกเดือนละสิบหยวนจนกว่าเขาจะอายุครบสิบแปดปีค่ะ”

       เสียงจักรกลของระบบดังขึ้นในหัว

       ‘นิ้วทองคำ’ [**] ของวิเศษที่ต้องมีสำหรับการทะลุมิติมาถึงมือเธอแล้วสินะ ความอัดอั้นตันใจในตอนแรกของชีชีจึงมลายหายไปไม่น้อยเลย

       “แล้วไงต่อ? ตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้น?”

       “คุณถูกสลับตัวตอนเกิดค่ะ เพิ่งจะถูกตามตัวกลับมาได้เมื่อครึ่งปีก่อน

       ผู้หญิงคนนั้นที่สลับตัวกับคุณชื่อ ชีหมิงเยว่ พอเรื่องราวทั้งหมดเปิดเผย ชีหมิงเยว่กลับมาได้ไม่ทันไร เธอก็ได้หมั้นหมายกับไช่เหวินเจี๋ย ลูกชายของผู้อำนวยการโรงงานรีดเหล็ก

       คุณโกรธแค้นที่ชีหมิงเยว่แย่งชิงชีวิตดีๆ ของคุณไปตลอดสิบแปดปีไม่พอ ยังได้หมั้นกับไช่เหวินเจี๋ย ผู้ชายที่ควรจะเป็นของคุณอีก ที่ผ่านมาคุณจึงพยายามยั่วยวนไช่เหวินเจี๋ยแต่ก็ถูกจับได้

       ส่วนลู่เหย่เพิ่งขอวันลากลับมาจากกองทัพค่ะ ชีหมิงเยว่ก็เลยตลบหลังคุณ โดยการวางยาปลุกกำหนัด ตั้งใจจะมัดมือชกให้คุณสยบยอมแต่งกับลู่เหย่ไปค่ะ”

       เหอะ พล็อตน้ำเน่าเรื่องลูกสาวตัวจริงตัวปลอมช่างเชยสะบัด

       ชีชีเบะปากอย่างเหยียดหยาม เมื่อหันไปมองลู่เหย่อีกครั้ง แววตาอ่อนหวานหลังเสร็จกิจกามก็มลายหายไปสิ้น

       “ลู่เหย่ สมองนายมีปัญหาหรือ?”

       ลู่เหย่รีบหยิบเสื้อผ้ามาสวมใส่โดยไม่ชายตาแลเธอแม้แต่นิด “ผมจะรับผิดชอบคุณเอง แต่เรื่องอื่น... อย่าหวัง!”

       “ลู่เหย่!” ชีชีขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน อยากจะตบเขาให้ตายคามือนัก “ในเมื่อฉันยอมให้นายย่ำยีไปแล้ว นายก็มาช่วยแก้เชือกให้หน่อยได้ไหม?”

       “อะไรนะ?” ลู่เหย่หันขวับมาด้วยความตกใจ เมื่อเห็นว่ามือทั้งสองข้างของชีชีถูกมัดไพล่หลังไว้ และเพราะบทรักอันดุดันเมื่อครู่ ข้อมือของเธอจึงถูกเชือกบาดจนถลอก แววตาของเขาพลันเข้มขึ้นทันที “ทำไมคุณถึง...”

       ชีชีแค่นยิ้มเย็น “อ๋อ ฉันแกล้งทำตัวน่าสงสาร มัดตัวเองแล้วคลานขึ้นเตียงนายน่ะสิ”

       ลู่เหย่ถึงกับอึ้งจนพูดไม่ออก เขาฟังออกว่าเธอกำลังประชด

       ชายหนุ่มไม่กล้ามองร่างเปลือยเปล่าของเธอ จึงรีบเข้าไปแก้เชือกให้ ในใจเริ่มครุ่นคิดอย่างหนักว่าใครกันแน่ที่เป็นคนวางยาพวกเขา

       ชีชีไม่แม้แต่จะชายตามองเขา เธอรีบสวมเสื้อผ้าแล้วพุ่งไปเปิดหน้าต่างด้านหลังห้องทันที

       “คุณจะทำอะไร?”

       ชีชีเหลียวกลับไปมองค้อนใส่ “ก็หนีน่ะสิ ไม่อย่างนั้นจะอยู่รอให้คนมาจับชู้หรือ?”

       “จับชู้? จะเป็นไปได้ยังไ–...”

       “ปัง!”

       ทันทีที่ชีชีกระโดดข้ามหน้าต่างออกไป ประตูห้องของลู่เหย่ก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรงในวินาทีเดียวกัน

       “พ่อคะ แม่คะ อย่าไปโทษชีชีเลยนะคะ น้องแค่หลงผิดไปชั่ววูบ...”

       ชีหมิงเยว่ที่เตรียมคำพูดมาเสียดิบดีพลันชะงักกึก เมื่อสบตากับลู่เหย่ที่แต่งตัวเรียบร้อยดีทุกกระเบียดนิ้ว

       เบื้องหลังของเธอคือคู่สามีภรรยาชีเจี้ยนกั๋ว ทั้งสามคนยืนออบังประตูทางออกจนมิด

       ดวงตาคมกริบของลู่เหย่จ้องมองคนเหล่านั้น “พวกคุณจะทำอะไร?”

       เมื่อไม่เห็นฉากการลักลอบได้เสียกันคาตา ชีหมิงเยว่ก็ดูเหมือนจะไม่ยอมแพ้ “ลู่เหย่ ฉันเห็นชัดๆ ว่าชีชีเข้าห้องคุณมาแล้วยังไม่ออกไปเลย คุณคงไม่ได้ซ่อนเธอไว้ใต้เตียงหรอกนะ?”

       พูดจบเธอก็ไม่รอคำตอบ รีบเข้าไปเลิกผ้าปูเตียงขึ้นดู ทว่าใต้เตียงกลับว่างเปล่า

       ห้องของลู่เหย่เล็กมาก มีเพียงเตียงเดียว โต๊ะเขียนหนังสือหนึ่งตัว และตู้เสื้อผ้าหลังใหญ่เท่านั้น

       ชีหมิงเยว่ยังไม่ละความพยายาม เธอเปิดตู้เสื้อผ้าตรวจเช็กดูอีกครั้ง แต่ในห้องไม่มีร่องรอยของชีชีอยู่เลย

       ลู่เหย่หน้าถอดสี “ทำไมคุณถึงมั่นใจนักว่าชีชีอยู่ในห้องผม?”

       ชีหมิงเยว่ตาหลุกหลิกด้วยความลนลาน “ฉะ... ฉันอาจจะมองผิดไป ก็ฉันเป็นห่วงพวกคุณนี่นา”

       “พวกคุณกำลังหาฉันอยู่เหรอ?”

       ชีชีเดินออกมาจากห้องของตัวเองด้วยท่าทางเกียจคร้าน แววตาดูงัวเงียเหมือนคนเพิ่งตื่นนอน

       “ชีชี! ทำไมเธอถึงอยู่ในห้องตัวเองล่ะ?”

       ชีหมิงเยว่เบิกตากว้าง ราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆ

       “ฉันไม่อยู่ในห้องตัวเอง แล้วควรจะไปอยู่ที่ไหนล่ะ?”

       ชีหมิงเยว่ถึงกับใบ้กิน อ้ำอึ้งอยู่พักใหญ่ก่อนจะเค้นคำพูดออกมาได้ “ฉันกลับมาแล้วไม่เห็นเธอ ก็เลยกลัวว่าเธอจะเกิดเรื่องน่ะ”

       ชีชีมองเธอด้วยสายตาหยอกล้อ “อยู่ในบ้านตัวเองแท้ๆ ฉันจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นได้เล่า?”

       ชีหมิงเยว่ไม่เคยเห็นชีชีที่รุกไล่กลับได้ขนาดนี้มาก่อน เธอจึงได้แต่ข่มอารมณ์แล้วจ้องมองด้วยความเคียดแค้น

       มันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง? ทั้งที่ความจริงทั้งคู่ต้องถูกจับได้คาหนังคาเขาบนเตียงสิ

       จากนั้น ไม่ว่าชีชีจะร้องไห้โวยวายแค่ไหน ลู่เหย่ก็ยังยืนยันว่าจะยอมติดคุกข้อหาข่มขืนดีกว่าจะแต่งงานกับเธอ

       สุดท้ายลู่เหย่จะถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ส่วนชีชีก็จะถูกชีเจี้ยนกั๋วบังคับให้ไปใช้แรงงานที่ชนบท

       แล้วทำไมผลลัพธ์ในชาตินี้ถึงไม่เหมือนเดิมล่ะ?

       “เอาละๆ ไม่มีอะไรก็เลิกโวยวายได้แล้ว มีลูกสาวตั้งสองคน โตจนป่านนี้อยู่บ้านกลับไม่รู้จักทำกับข้าวไว้คอยท่า เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ!”

       ชีเจี้ยนกั๋วคำรามอย่างรำคาญใจ แม้ปากจะบอกว่าลูกสาวสองคน แต่สายตากลับจ้องเขม็งไปที่ชีชี

       ชีชีทำเป็นมองไม่เห็น เธอพิงขอบประตูแหงนมองท้องฟ้าอย่างสบายอารมณ์

       ชีหมิงเยว่รีบเสนอตัวเพื่อรักษาภาพลักษณ์เด็กดีต่อหน้าพ่อแม่ “พ่อคะ เดี๋ยวหนูไปทำเองค่ะ แป๊บเดียวก็เสร็จ”

       สีหน้าของชีเจี้ยนกั๋วดีขึ้นทันตา “มีแต่หมิงเยว่ที่รู้ความ”

       เมื่อทุกคนจากไปแล้ว ลู่เหย่จึงเดินเข้ามาหาชีชี “รายงานขออนุมัติแต่งงานต้องผ่านการตรวจสอบประวัติการเมือง ผมมีวันลาจำกัด เรื่องแต่งงานเราต้องรีบจัดการกันหน่อย”

       ชีชีจ้องมองเขาอย่างจริงจัง “แต่งงานเหรอ? แล้วนายจะดีกับฉันไหม?”

       ลู่เหย่ชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ยืนยันเสียงหนักแน่น “ถึงผมจะไม่ชอบคุณ แต่ผมจะทำหน้าที่สามีให้ดีที่สุด”

       ชีชีหรี่ตาลง ยุคสมัยนี้ช่างโหดร้ายกับผู้หญิงนัก หากเสียตัวไปแล้วก็ยากที่จะมีความสุขได้อีก

       แถมลู่เหย่ยัง ‘ดุดัน’ ขนาดนั้น หากสวรรค์เล่นตลกเกิดท้องขึ้นมา เธอคงหาที่ทำแท้งไม่ได้แน่ๆ

       อย่างไรก็ตาม การได้แต่งกับผู้ชายงานดีขนาดนี้ก็ไม่ถือว่าขาดทุน

       อีกทั้งเธอยังไม่ต้องกังวลเรื่องแม่ผัวลูกสะใภ้ พอแต่งงานเสร็จก็ย้ายไปอยู่บ้านพักทหาร เป็นคุณนายทหารใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ไปวันๆ ก็ไม่เลว

       ยิ่งพอนึกถึงกล้ามท้องแปดลูกกับความหฤหรรษ์ยามร่วมรักกับเขา ใบหน้าของชีชีก็ซับสีระเรื่อขึ้นมาทันที

       “ตกลง งั้นแต่งงานกันเถอะ”

       ลู่เหย่ไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาหยิบยาหลอดหนึ่งใส่มือชีชีแล้วเดินกลับห้องไป

       ขณะที่ชีชีกำลังจะเดินจากไป เสียงระบบที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นอีกครั้ง

       “ติ๊ง! ตรวจพบ ‘พื้นที่มิติน้ำพุวิญญาณ’ ในตัวชีหมิงเยว่ ต้องการช่วงชิงหรือไม่?”

       หัวใจของชีชีกระตุกวูบ ระบบนี้มันเทพชะมัด ถึงขั้นช่วงชิงนิ้วทองคำของคนอื่นได้เลยเหรอ?

       มิติน้ำพุวิญญาณคือของดีระดับตำนาน เอาสิ... แน่นอนว่าต้องเอาอยู่แล้ว!

       ชีชีเลือก ‘ตกลง’ ทันทีโดยไม่ต้องคิด

       “ติ๊ง! เริ่มต้นกระบวนการช่วงชิงมิติน้ำพุวิญญาณ ระยะเวลาดำเนินการยี่สิบสี่ชั่วโมง โฮสต์โปรดอย่าอยู่ห่างจากเจ้าของมิติเกินห้าร้อยเมตรค่ะ”

       “จัดไป!”

       ชีชีตอบรับอย่างเริงร่า

       ตอนนี้เธอมองดูชีหมิงเยว่ที่กำลังง่วนอยู่ในครัวแล้ว พลันรู้สึกว่ายัยนั่นดูน่าเอ็นดูขึ้นมาถนัดตาเลยทีเดียว

 

 

       เชิงอรรถ

       [*] ตำนานกล่าวว่าท่านเป็นผู้ปั้นมนุษย์ขึ้นจากดินเหนียว ทำให้เกิดมวลมนุษยชาติ

       [**]  เป็นแสลงในนิยายจีน หมายถึง ‘สูตรโกง’ หรือความสามารถพิเศษที่ระบบมอบให้ตัวเอก เพื่อให้เทพกว่าคนอื่น