LNCrawler

บทที่ 19 บางคนก็เกิดมาเป็นพวก ‘ด้วงขี้ควาย’

(อ่านฟรีทุกวัน) เกิดใหม่ยุค 70 ทั้งที ขอผูกขาดความรวยด้วยนิ้วทองคำของคนอื่น [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 19 บางคนก็เกิดมาเป็นพวก ‘ด้วงขี้ควาย’

        คนเป็นๆ ทั้งคน พลันหายลับไปกับตา

       สำหรับชีชีที่เติบโตมาในยุคสมัยแห่งสันติภาพ แรงปะทะจากเหตุการณ์นี้มันรุนแรงเกินไป จนเธอทำอะไรไม่ถูกไปพักใหญ่

       โดยเฉพาะเมื่อเธอรู้ดีแก่ใจว่า ความตายของจ้าวหย่งเป็นเพราะเขาถูกหลินเสี่ยวหรู ‘หยิบยืม’ โชคลาภไปจนหมดสิ้น

       ทว่าทั้งที่รู้ความจริง แต่เธอกลับทำอะไรไม่ได้เลย

       ใครจะไปเชื่อเหตุผลที่ฟังดูงมงายขนาดนี้? หากพูดไปเธออาจถูกตราหน้าว่าเป็นพวกเผยแพร่ความเชื่อลัทธิศักดินา แล้วถูกลากไปประจานกลางถนนเสียด้วยซ้ำ

       ชีชีกัดฟันกรอดด้วยความแค้น... หลินเสี่ยวหรู ผู้หญิงที่เห็นชีวิตคนเป็นผักปลาขนาดนี้ ลู่เหย่ต้องตาบอดขนาดไหนถึงไปชอบหล่อนได้?

       ไม่ได้การแล้ว เธอต้องรีบชิงระบบของยัยนั่นมาให้เร็วที่สุด จะปล่อยให้หล่อนไปทำร้ายใครอีกไม่ได้

       ชีชีหอบเอาความโกรธเต็มอกกลับมายังสถานีเครื่องจักรกลการเกษตร มือไม้ขยับทำงานไวขึ้นราวกับต้องการระบายอารมณ์

       ทันทีที่เธอประกอบรถไถเสร็จไปได้หนึ่งคัน หลี่เฉิงเต๋อก็ปรากฏตัวขึ้น

       “โอ้โห ดูซิว่าใครทำอะไร... ประกอบรถไถขึ้นมาได้จริงๆ ด้วยแฮะ” หลี่เฉิงเต๋อใช้สายตาหยาบโลนกวาดมองชีชีตั้งแต่หัวจรดเท้า “แต่ว่านะ อะไหล่ที่ใช้ทำรถไถคันนี้มันเป็นของสถานีเครื่องจักรกล...”

       “รถไถคันนี้ประกอบขึ้นมาเพื่อให้เป็นสมบัติของสถานีเครื่องจักรกลอยู่แล้วค่ะ หัวหน้าสถานีหวังรับปากแล้วว่าจะให้ฉันยืมไปใช้งานแค่หนึ่งวันเท่านั้น”

       คำพูดของชีชีทำเอาบทที่หลี่เฉิงเต๋อเตรียมมาค่อนแคะเป็นอันต้องพับเก็บไป เขาจึงรู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมาก

       “ไอ้เศษเหล็กที่คุณประกอบขึ้นมาเนี่ย จะวิ่งได้จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ จะดีใจเร็วเกินไปหน่อยมั้ง?”

       “หัวหน้าหลี่พูดถูกครับ! เอาเศษขยะมาปะติดปะต่อกันแล้วจะเรียกมันว่ารถไถเนี่ยนะ? ฝันกลางวันอยู่หรือเปล่า?”

       “ผมว่ามันก็แค่ของจัดแสดงเท่านั้นแหละ เผลอๆ วิ่งได้สองก้าวก็พังครืนเป็นแถบๆ แล้วมั้ง”

       เมื่อเห็นว่าหลี่เฉิงเต๋อกลับมาโดยที่ขนหน้าแข้งไม่ร่วงสักเส้น พวกประจบสอพลอก็รีบวิ่งกรูเข้ามาเอาใจทันที

       ชีชีขี้เกียจจะอธิบายให้เสียเวลา “จะวิ่งได้หรือไม่ได้ ก็แค่ไปเอาน้ำมันดีเซลมาลองดู เดี๋ยวก็รู้ผลเองนั่นแหละค่ะ”

       “น้ำมันดีเซลเป็นของมีค่า ของพรรค์นั้นน่ะคิดจะหยิบก็หยิบได้งั้นเหรอ? เกิดเครื่องมันพังขึ้นมาคุณต้องชดใช้ค่าเสียหายนะ”

       “ใช่! ถ้าไอ้รถเฮงซวยคันนี้มันใช้การไม่ได้ คุณต้องจ่ายเงินชดเชยมา!”

       การถูกกลุ่มผู้ชายร่างใหญ่รุมล้อมทำให้ชีชีรู้สึกอึดอัดและรำคาญใจยิ่งนัก

       “ตกลงค่ะ ถ้ารถไถคันนี้วิ่งไม่ได้ ฉันจะจ่ายค่าเสียหายให้หนึ่งร้อยหยวน”

       หนึ่งร้อยหยวน... ในยุคสมัยที่เงินสินสอดเพียงยี่สิบหยวนก็แต่งเมียได้แล้วนั้น หลายคนทำงานทั้งปีแทบยังเก็บเงินไม่ได้ถึงร้อยหยวนเลยด้วยซ้ำ นี่จึงถือเป็นเงินจำนวนมหาศาล

       ทันใดนั้นก็มีเสียงตะโกนอย่างสะใจดังขึ้น “นี่คุณพูดเองนะ ห้ามกลับคำเด็ดขาด!”

       “ใช่ ให้หล่อนเขียนหนังสือยืนยันไว้เลย ไม่งั้นเดี๋ยวก็มาชักดาบทีหลังหรอก”

       “ฉันมีกระดาษกับปากกาพอดี เขียนลงไปให้ชัดเจน ดำเป็นดำขาวเป็นขาว!”

       มุมปากของชีชีหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มหยัน “ฉันเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรให้ก็ได้ค่ะ... แต่ว่านะ ถ้าเกิดรถไถคันนี้วิ่งได้ขึ้นมาล่ะ? พวกคุณต้องจ่ายให้ฉันคนละห้าสิบหยวน เป็นไงคะ กล้าหรือเปล่า?”

       พอได้ยินว่าต้องเสียเงิน ทุกคนต่างก็ก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ทิ้งให้หลี่เฉิงเต๋อยืนเด่นหราอยู่คนเดียวอย่างน่าขบขัน

       แววตาหยามเหยียดในดวงตาของชีชีฉายชัดขึ้น “ทำไมล่ะคะ? ไม่กล้าพนันเหรอ? เมื่อกี้ยังเห่าเสียงดังกันอยู่เลยนี่นา”

       กลุ่มชายอกสามศอกเมื่อถูกเด็กสาวตัวเล็กๆ ท้าทายซึ่งหน้า ต่างก็ไม่อยากเสียหน้า

       “มีอะไรไม่กล้าล่ะ! พนันก็พนัน!”

       แม้คำพูดจะฟังดูไม่มีน้ำหนัก แต่ก็ยังอุตส่าห์ตะคอกกลับมาเสียงดัง

       หลี่เฉิงเต๋อขมวดคิ้ว เดิมทีเขาแค่ต้องการหาเรื่องกลั่นแกล้งและหาเศษหาเลยกับชีชีเล็กน้อยเท่านั้น

       ไม่ได้กะว่าจะต้องมาเสียเงินเสียทองอะไร

       แต่ตอนนี้ถูกสถานการณ์บีบคั้นจนหลังชนฝา ถ้าเขาบอกว่าไม่พนัน คงได้ถูกคนหัวเราะเยาะไปจนตาย

       สุดท้าย ชีชีจึงเขียนบันทึกข้อตกลงการเดิมพันแบบง่ายๆ ขึ้นมา แล้วให้ทุกคนปั๊มลายนิ้วมือเพื่อยืนยัน

       ช่วยไม่ได้ ในยุคนี้คนที่อ่านออกเขียนได้มันมีไม่มากนัก

       หลี่เฉิงเต๋อไม่มีทางเชื่อเลยว่าเด็กสาวคนหนึ่งจะประกอบรถไถเองได้ เขาปักใจเชื่อว่าคงเป็นสหายทหารเมื่อวานที่มีฝีมือ

       ดังนั้นเขาจึงเซ็นชื่อลงในบันทึกอย่างไม่ลังเล เพื่อรอนั่งรับเงินสบายๆ

       น้ำมันดีเซลถูกนำมาอย่างรวดเร็ว

       เพื่อความยุติธรรม จึงมีการเชิญเจ้าหน้าที่จากแผนกตรวจสอบคุณภาพมาเป็นผู้ทดลองขับรถไถคันนี้

       โดยปกติแล้ว ไม่ว่าเครื่องจักรจะเก่าหรือใหม่ เมื่อมาถึงสถานีเครื่องจักรกลการเกษตร แผนกนี้จะต้องเป็นผู้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้มาตรฐานก่อนจะส่งออกไปใช้งานเสมอ

       ผู้ที่มารับหน้าที่ทดสอบคือพนักงานขับรถรุ่นเก๋าวัยสี่สิบกว่าปี เขาหยิบด้ามหมุนมาเหวี่ยงหมุนแรงๆ ไม่กี่รอบ เครื่องยนต์ก็ส่งเสียง ‘ตึกๆๆๆ’ ทำงานทันที

       พนักงานขับรถรุ่นเก๋าตาเป็นประกายด้วยความประหลาดใจ “เอ๊ะ? เครื่องติดง่ายขนาดนี้เลยเหรอ?”

       จากนั้นเขาก็โดดขึ้นไปบนที่นั่งคนขับ เหยียบคันเร่งเพียงเบาๆ รถไถก็ทะยานออกไปอย่างนุ่มนวล

       รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าของเขา เขาขับวนรอบลานกว้างอยู่หลายรอบก่อนจะนำรถมาจอดสนิท

       “ขับดีกว่ารถไถใหม่แกะกล่องจากโรงงานเครื่องจักรเสียอีกนะเนี่ย!”

       สิ้นคำพูดนั้น กลุ่มคนที่มีหลี่เฉิงเต๋อเป็นหัวโจกต่างก็หน้าถอดสีไปตามๆ กัน

       “นายแน่ใจนะ?” น้ำเสียงของหลี่เฉิงเต๋อเต็มไปด้วยการคาดคั้นและข่มขู่

       แต่พนักงานขับรถคนนั้นไม่ทันสังเกตบรรยากาศ เขายังคงจมอยู่กับความปลาบปลื้มที่ได้เจอเครื่องจักรชั้นยอด

       “แน่ใจยิ่งกว่าแน่ครับหัวหน้า ไม่เชื่อพวกคุณมาลองขับดูเองสิ ขับง่ายมากจริงๆ”

       ชีชีขยับมุมปากยิ้ม “หัวหน้าหลี่คะ คงไม่ได้จะเบี้ยวพนันหรอกนะ? ถ้าคุณยอมรับว่าแพ้ ฉันอาจจะยกเลิกหนี้ให้ก็ได้นะคะ”

       ถ้าที่นี่ไม่ใช่สถานีเครื่องจักรกล หลี่เฉิงเต๋อคงหน้าด้านโกงไปแล้ว

       ทว่าคนรอบข้างต่างเป็นเพื่อนร่วมงานที่ยืนมุงดูอยู่ เขาเสียหน้าไปมากกว่านี้ไม่ได้ จึงจำใจควักเงินในกระเป๋าออกมานับอยู่พักใหญ่กว่าจะครบห้าสิบหยวน

       “เอาไปเลย!”

       ถ้าวันนี้เขาไม่ได้พกเงินติดตัวมาเพื่อเตรียมไปติดสินบนใครบางคนละก็ เขาคงไม่มีปัญญาจ่ายแน่ๆ

       เงินห้าสิบหยวนนี้เกือบเท่ากับเงินเดือนทั้งเดือนของเขา ปกติใครเขาจะพกเงินเยอะขนาดนี้ติดตัวกันเล่า

       คนอื่นๆ เมื่อเห็นหลี่เฉิงเต๋อควักกระเป๋าจ่ายง่ายๆ ต่างก็เริ่มลนลาน ทำอะไรไม่ถูก

       “หะ... หัวหน้าครับ ผมไม่ได้พกเงินมาเยอะขนาดนั้น”

       “ผม... ผมก็ไม่มีเหมือนกันครับ”

       “ก็กลับไปเอาที่บ้านสิ!”

       แม้หลี่เฉิงเต๋อจะปวดใจกับเงินที่เสียไป แต่ในเมื่อเขาต้องเฉือนเนื้อตัวเองแล้ว คนอื่นจะรอดไปได้อย่างไร? สุขด้วยกันได้ก็ต้องทุกข์ด้วยกันถึงจะเรียกว่าพี่น้องสิ

       พวกลูกไล่ทั้งหกคนที่รวมหัวกันส่งเสียงดังเมื่อครู่ ตอนนี้หน้าซีดยิ่งกว่าไก่ต้ม

       เงินเดือนพวกเขามีแค่สามสิบสามหยวน เงินจำนวนนี้เท่ากับทำงานฟรีไปเดือนกว่าๆ แถมกลับบ้านไปคงได้ทะเลาะกับที่บ้านจนบ้านแตกแน่

       แต่ในเมื่อหลี่เฉิงเต๋อสั่งคำขาด พวกเขาก็ไม่กล้าเบี้ยว ได้แต่ต้องรีบออกไปหาทางหาเงินมาจ่าย

       ผ่านไปครึ่งชั่วโมงกว่าๆ พวกเขาก็รวบรวมเงินมาจนครบ

       ชีชีรับเงินปึกใหญ่ที่มีทั้งธนบัตรใบละหยวนไปจนถึงเหรียญหนึ่งเฟิน

       อย่างไรก็ตาม เงินที่ได้มาเปล่าๆ ย่อมหอมหวานเสมอ เธอเก็บเงินเข้ากระเป๋าด้วยความยินดี

       สามร้อยห้าสิบหยวน... เงินก้อนนี้พอให้ชีชีใช้ชีวิตได้สบายไปอีกนาน

       ในดวงตาของหลี่เฉิงเต๋อวูบผ่านด้วยแววตาอำมหิตที่ยากจะสังเกตเห็น

       ทว่าชีชีกลับจับสัมผัสนั้นได้อย่างรวดเร็ว เธอรู้ทันทีว่าไอ้หมอนี่ต้องเตรียมแผนชั่วไว้แน่

       หากชีชีเดินทางกลับค่ายทหารคนเดียวแล้วถูกดักปล้นกลางทาง เธอคงไม่มีที่ให้ไปร้องเรียนความยุติธรรมที่ไหนได้เลย

       แต่ชีชีก็จำเป็นต้องกลับ เพราะถ้าไม่มีใบส่งตัวหรือจดหมายแนะนำตัว เธอจะเข้าพักในเรือนพักรับรองไม่ได้เลยสักแห่ง

       นี่ก็ใกล้จะถึงเวลาอาหารเย็นแล้ว แต่ลู่เหย่ยังไม่โผล่หัวมาให้เห็น ความหวังที่จะให้เขามารับคงเป็นศูนย์

       ชีชีตัดสินใจเด็ดขาด หญิงสาวขึ้นปั่นจักรยานมุ่งหน้ากลับทันที

       หากเจออันตรายเข้าจริงๆ อย่างมากก็แค่หนีเข้าไปอยู่ในมิติ คงไม่ถึงขั้นเป็นอันตรายถึงชีวิตหรอก

       ทันทีที่ชีชีออกจากประตูไป หลี่เฉิงเต๋อซึ่งนั่งรอจังหวะอยู่ในห้องทำงานก็ส่งสายตาเป็นสัญญาณให้ลูกน้องคนสนิท

       ชายคนนั้นรีบวิ่งออกไปข้างนอกทันที เห็นได้ชัดว่างานสกปรกแบบนี้พวกเขาคงทำกันจนชินมือ

       ชีชีปั่นออกไปได้ไม่ไกล ก็พบว่ามีพวกนักเลงหัวไม้สองสามคนแอบขี่จักรยานตามหลังมา

       พวกมันขี่จักรยานคานคู่คันใหญ่ ตามมาข้างหลังพลางส่งเสียงผิวปากแซวไม่หยุด

       ชีชีไม่ได้หันไปมอง หญิงสาวเร่งความเร็วในการปั่นขึ้นทันที

       ตอนนี้ยังอยู่ในเขตตัวตำบล ผู้คนบนท้องถนนยังพลุกพล่าน พวกมันคงยังไม่กล้าลงมือ

       ทว่าทางกลับค่ายทหารมีช่วงหนึ่งที่เปลี่ยวมาก สองข้างทางมีแต่ทุ่งหญ้าและป่าละเมาะ

       ชีชีคาดการณ์ไว้ไม่ผิด พวกมันเลือกจะลงมือที่นั่นจริงๆ

       ทันทีที่ถึงช่วงทางเปลี่ยว ชายสองคนก็เร่งความเร็วแซงหน้าชีชีไป

       พวกมันประสานงานกันอย่างคล่องแคล่ว เบรกจักรยานกะทันหันจนขวางทางถนนไว้มิด

       ทำให้ชีชีไม่มีทางเลือกนอกจากต้องหยุดรถ

       “ฮั่นแน่! แม่สาวน้อย หน้าตาสะสวยไม่เบานี่นา มามะ... มาหาความสุขกับพี่ๆ หน่อยดีกว่า!”