LNCrawler

9

แม่หมอข้ามภพประกาศกลางไลฟ์ สามีคะ มาหย่ากัน — novel.dek d.com · All chapters

9

พอประตูลิฟต์เปิด หานจื่ออันก็คว้าถุงเมล็ดแตงที่วางข้างเท้าแล้วพุ่งเข้ามาหา เกือบชนหลินเยว่ชิงเต็มแรง

“อาจารย์หลิน คุณมาสักที!”

เขายังถือถุงเมล็ดแตงไว้แน่นเหมือนของชิ้นนั้นช่วยป้องกันผีได้จริง หลินเยว่ชิงเหลือบมองเพียงครั้งเดียวก็ไม่ถามว่าได้แนวคิดมาจากใคร เพราะจากความเห็นในไลฟ์ก่อนหน้านี้ เธอพอเดาได้อยู่แล้ว เขาชี้ไปทางห้อง 1106 “เมื่อกี้มีเสียงเก้าอี้ลากอยู่ข้างในครับ แต่ผมล็อกประตูแล้วจริง ๆ” พูดจบก็ยังยืนอยู่ที่เดิม ไม่มีทีท่าว่าจะเดินนำ

หลินเยว่ชิงเดินไปหยุดหน้าห้อง ไอเย็นลอดออกมาตามช่องใต้ประตูเป็นระลอก ทั้งที่ทางเดินชั้นสิบเอ็ดอบอ้าวจนได้กลิ่นผนังชื้น เธอหยิบแผ่นยันต์คุ้มภัยส่งให้เขา “ใส่กระเป๋าเสื้อไว้ค่ะ” หานจื่ออันรีบยัดแผ่นยันต์ลงในกระเป๋าเสื้อ จากนั้นก็ยืนมองประตู ไม่ยอมแตะรหัสเสียที

“บ้านคุณนะคะ”

“คืนนี้ผมยกให้อาจารย์ก่อนก็ได้ครับ”

หลินเยว่ชิงไม่รับน้ำใจ เขาจึงต้องกดรหัสเอง มือสั่นจนตัวเลขผิดไปหนึ่งครั้ง พอได้ยินเสียงปลดล็อกก็ยังไม่ยอมจับลูกบิด หานจื่ออันสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วแง้มประตู ความเย็นข้างในปะทะหน้าเต็ม ๆ จนต้องถอยกรูด แต่หลินเยว่ชิงเดินเข้าไปแล้ว เขาเลยได้แต่กัดฟันตาม พลางกอดถุงเมล็ดแตงแนบอกแทนเครื่องราง

สิ่งแรกที่เห็นไม่ใช่ผี แต่เป็นห้องรับแขกที่สะอาดเกินไป เศษน้ำเต้าที่แตกเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนถูกกวาดรวมไว้บนหนังสือพิมพ์เรียบร้อย แม้แต่เปลือกเมล็ดแตงข้างเตียงเมื่อคืนก็ไม่เหลือสักชิ้น ถังขยะถูกใส่ถุงใบใหม่ ส่วนไม้กวาดกับที่โกยผงก็กลับไปอยู่ตรงระเบียง

หานจื่ออันเหลือบไปรอบห้องแล้วลดเสียง “ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะครับ ออกจากห้องก็ยืนรอคุณอยู่ข้างนอกตลอด” ลิ้นชักใต้ทีวีกระแทกปิดดังปัง เขาหุบปากฉับ หลินเยว่ชิงเห็นเศษน้ำเต้าชิ้นเล็กติดอยู่ตรงขอบพรม มันคงกระเด็นมาไกลกว่าชิ้นอื่นจึงรอดจากการเก็บ เธอยังไม่แตะ แค่จำตำแหน่งไว้แล้วหยิบโทรศัพท์ออกมา

หลินเยว่ชิงใช้พู่กันแตะชาดข้างเลนส์เพื่อเปิดตากล้อง แล้วตั้งโทรศัพท์ไว้บนตู้รองเท้าก่อนเปิดไลฟ์โต้วอิน คนที่ตั้งแจ้งเตือนไว้ทยอยเข้ามาไม่น้อย

คลุ้มคลั่งทุกวัน: มาแล้ว! ฉันรอผีสาวกวาดพื้นรอบสองอยู่

คืนนี้จะนอนเร็ว: เจ้าของห้องถือเมล็ดแตงจริงด้วย เขาเตรียมเลี้ยงแขกหรือเตรียมโยนล่อ

บิดาแห่งการเปิดโปง: เริ่มจัดฉากกันต่อได้เลยครับ ผมพร้อมจับผิด

หานจื่ออันเห็นหน้าตัวเองติดกล้องจึงขยับหลบ แต่ทางซ้ายเป็นประตูห้องนอน ทางขวาเป็นกองเศษน้ำเต้า สุดท้ายเขากลับมายืนชิดหลินเยว่ชิงตามเดิม

“คนดูจะเห็นเธอไหมครับ”

“ถ้าเธอยอมออกมาก็เห็นค่ะ”

เขาพยักหน้าแล้ววางถุงเมล็ดแตงข้างหนังสือพิมพ์ “ผมซื้อมาให้ครับ เรื่องเมื่อคืนผมขอโทษ เราคุยกันดี ๆ ได้นะ” ไม่มีเสียงตอบ เก้าอี้ตรงโต๊ะอาหารกลับเลื่อนออกมาแทน ขาทั้งสี่ครูดพื้นอยู่สองครั้ง ก่อนยกพ้นพื้นช้า ๆ แล้วลอยมาหยุดตรงหน้าคนทั้งคู่

หานจื่ออันหายไปอยู่หลังหลินเยว่ชิงในพริบตา

ตบยุงให้ตาย: เก้าอี้ลอยอยู่จริง ๆ ใช่ไหม ฉันไม่ได้ตาฝาดนะ

แกะหนีออกจากบ้าน: ไม่ได้กลัวค่ะ แค่ดึงผ้าห่มขึ้นมาถึงคาง

บิดาแห่งการเปิดโปง: เอ็นใสครับ กองถ่ายใช้กันมานานแล้ว

เมล็ดแตงเม็ดหนึ่งลอยออกจากถุง เสียงเปลือกแตกดังกรอบ แล้วเงาผู้หญิงบนเก้าอี้ก็ค่อย ๆ ชัดขึ้น เสื้อผู้ป่วยสีอ่อนยับย่น ผมยาวปิดหน้าครึ่งหนึ่ง คราบเลือดแห้งลากจากหางตาลงมาถึงแก้ม เธอนั่งไขว่ห้างอยู่บนเบาะทั้งที่ปลายเท้าไม่แตะพื้น แล้วยกเนื้อเมล็ดแตงเข้าปาก ก่อนหย่อนเปลือกกลับลงถุงอย่างเรียบร้อย

เสียงแกะเมล็ดแตงแบบเดียวกับเมื่อคืนทำเอาหานจื่ออันขนหัวลุก เขาเผลอกำชายเสื้อของหลินเยว่ชิงไว้แน่น วิญญาณสาวไม่สนใจเขา เธอจ้องหญิงแปลกหน้าที่ยืนอยู่ตรงหน้าแทน

“คุณเห็นฉันหรือ”

“เห็นค่ะ”

“แล้วไม่กลัวเลย?”

หลินเยว่ชิงยังไม่ทันตอบ คนข้างหลังก็โผล่มาครึ่งหน้า “ผมกลัวครับ กลัวมากด้วย เผื่อคุณอยากได้ความเห็นจากคนที่เคยเจอมาแล้ว” วิญญาณสาวยิ้มพอใจให้เขาแวบหนึ่ง แต่พอหันกลับมา อีกฝ่ายก็ยังยืนเฉย ไม่มีทีท่าว่าจะถอย วิญญาณสาวจึงยกมือโบกผ่านหน้าเธอช้า ๆ สองรอบ

อีกฝ่ายไม่กะพริบตาด้วยซ้ำ วิญญาณสาวชักมือกลับ เม้มปาก แล้วลอยถอยไปกลางห้อง ไฟเหนือศีรษะดับพรึบ ทีวีติดขึ้นเอง แสงขาวซ่าจากหน้าจอส่องให้เห็นเลือดสดซึมออกจากดวงตาทั้งสองข้าง ลิ้นสีคล้ำค่อย ๆ เลื่อนพ้นริมฝีปาก แล้วเสียงเล็บขูดพนักเก้าอี้ก็ดังอยู่ข้างหู ทั้งที่ตัวเธอลอยห่างออกไปหลายก้าว

ประตูห้องนอนกระแทกเปิด แก้วน้ำตรงปลายโต๊ะตกแตกข้างรองเท้าหานจื่ออัน เขารีบหดตัวหลบหลังหลินเยว่ชิงจนมิด เหลือแต่มือข้างหนึ่งที่ยังกำชายเสื้อเธอไว้

คืนนี้เปิดไฟนอน: พอแล้วค่ะ ฉันเชื่อแล้ว เอาหน้าเธอออกไปที

ทำงานจนอยากเป็นผี: คนที่บอกว่าใช้เอ็นใส ช่วยอธิบายประตูกับโทรทัศน์ต่อด้วยครับ

บิดาแห่งการเปิดโปง: กำลังดูอยู่ครับ อย่าเร่ง

วิญญาณสาวลอยเข้ามาจนใบหน้าอยู่ห่างจากหลินเยว่ชิงไม่ถึงคืบ เลือดตรงคางหยดลงพื้น แต่หายไปก่อนจะแตะกระเบื้อง

“ตอนนี้กลัวหรือยัง”

หลินเยว่ชิงเหลือบมองแก้วที่แตกไปแล้วหนึ่งใบ แล้วมองประตูห้องนอนซึ่งยังสั่นอยู่บนบานพับ ปลายเท้าของวิญญาณสาวจางลงกว่าเดิมอีกนิด

“กลัวแล้วค่ะ พอใจหรือยัง”

น้ำเสียงเรียบจนหานจื่ออันต้องแอบมองหน้าเธอ แต่วิญญาณสาวกลับรีบหดลิ้นยาว คราบเลือดบนใบหน้าจางหายแทบจะทันที เธอจัดผมให้เข้าที่ แล้วลอยกลับไปนั่งไขว่ห้างบนเก้าอี้ ปลายเท้าแกว่งเบา ๆ

“เห็นไหม ฉันน่ากลัวจะตาย”

“ค่ะ”

พระจันทร์คืนนี้ไม่สว่าง: นี่แม่หมอกลัวหรือตามใจผีกันแน่

กินแตงเป็นอาชีพ: อย่าเฉลย เดี๋ยวเธอแสดงใหม่

หานจื่ออันพยักหน้าเห็นด้วยเต็มที่ แต่ไม่กล้าออกเสียง เขาค่อย ๆ ปล่อยชายเสื้อหลินเยว่ชิง แล้วถอยห่างจากทั้งเก้าอี้และแก้วแตกอย่างระมัดระวัง ถุงเมล็ดแตงลอยไปวางบนตักวิญญาณสาว ปากถุงเปิดเอง เธอแกะกินต่อโดยรองเปลือกไว้ในฝ่ามือ ไม่ยอมให้หล่นลงพื้นแม้แต่ชิ้นเดียว

“ผมซื้อมาให้ครับ” หานจื่ออันรีบบอก “ถ้าชอบ ผมซื้อมาให้อีกได้”

“แล้วน้ำเต้าของฉันล่ะ”

“ผมจะหาน้ำเต้าลูกใหม่มาชดใช้ให้ครับ จะหาให้เหมือนเดิมที่สุดเลย”

“ฉันอยู่ในน้ำเต้าลูกนั้นมานานแค่ไหนก็ไม่รู้ ของใหม่จากร้านจะแทนกันได้ยังไง”

ชายหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนถามเรื่องที่ยังค้างใจ “แต่เมื่อคืนคุณไม่ได้ทำร้ายผม แค่นั่งกินเมล็ดแตงจนเช้า วันนี้เราค่อย ๆ คุยกันไม่ได้หรือครับ”

“ฉันก็แค่รอให้คุณจำได้ว่าทำอะไรไว้”

คำพูดยังไม่ทันจบ ส้นรองเท้าของหานจื่ออันก็ถอยไปโดนเศษน้ำเต้าชิ้นเล็กตรงขอบพรม มันกระเด็นไปชนขาโต๊ะดังแกรก วิญญาณสาวหายจากเก้าอี้ทันที คราวนี้เธอโผล่ตรงหน้าหานจื่ออัน ปลายเล็บจ่อเข้าหาลำคอ เขาผงะถอยจนหลังชนตู้ มือยกขึ้นบังแบบไม่รู้จะป้องกันอะไรได้

แผ่นยันต์ในกระเป๋าเสื้อร้อนวาบ หลินเยว่ชิงดึงแผ่นที่สองออกมารับข้อมือซีดขาวไว้พอดี เสียงดังฉ่าเบา ๆ วิญญาณสาวรีบชักมือกลับ ส่วนขอบแผ่นยันต์ของหานจื่ออันไหม้ดำไปมุมหนึ่ง

“ผมขอโทษ! ผมไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ”

“ถอยไปค่ะ แล้วระวังเท้าด้วย”

เขารีบหลบกลับไปอยู่ข้างหลังทันที วิญญาณสาวก้มดูรอยแดงตรงข้อมือ “เขาทำที่อยู่ของฉันพัง คุณยังเข้าข้างอีกหรือ”

“เขาต้องชดใช้ค่ะ แต่ถ้าคุณไม่ได้คิดฆ่าเขา ก็อย่าเอาเล็บไปจ่อคอแบบนั้น”

วิญญาณสาวเม้มปาก “ฉันแค่จะให้จำ” หานจื่ออันลูบคอตัวเอง “จำแล้วครับ จำไปถึงชาติหน้าเลย” หลินเยว่ชิงหันมอง เขาจึงรีบปิดปาก วิญญาณสาวยกแขนขึ้น ปลายแขนเริ่มโปร่งจนเห็นลายวอลเปเปอร์ด้านหลัง “ฉันจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็นใคร รู้แค่ว่าพอลืมตาก็ติดอยู่ในน้ำเต้า ข้างในมืด ไม่มีเสียง ไม่มีใคร น้ำเต้าลูกนั้นเก็บฉันไว้ไม่ให้หายไป แต่ตอนนี้มันแตกแล้ว คุณจะให้ฉันไปอยู่ไหน”

หานจื่ออันลดมือที่ป้องคอลง คราวนี้เขาไม่ถอยกลับไปหลบหลังหลินเยว่ชิง

“ต้องใช้อะไรบอกผมมาเลยครับ ผมทำพัง ผมรับผิดชอบเอง”

“หาไปก็ไม่มีประโยชน์ค่ะ” หลินเยว่ชิงย่อตัวข้างหนังสือพิมพ์ หยิบเศษน้ำเต้าชิ้นหนึ่งขึ้นมาทาบกับกระจกทองแดง รอยดำด้านในไม่ใช่คราบเก่า แต่เป็นร่องรอยของผนึกเก่าที่เคยคุ้มครองดวงจิตไม่ให้สลาย

เธอแตะชาดลงบนรอยนั้น ภาพในกระจกไหววูบ ในกระจกปรากฏภาพผู้หญิงคนหนึ่งนอนนิ่งอยู่บนเตียง ผ้าห่มคลุมถึงอก ใบหน้าซูบซีด แต่หน้าอกยังขยับขึ้นลงช้า ๆ พลังในตัวหลินเยว่ชิงวูบลง ภาพนั้นก็ดับตาม วิญญาณสาวลอยลงจากเก้าอี้ เมล็ดแตงในมือร่วงลงบนตัก

หลินเยว่ชิงเก็บกระจกแล้วลุกขึ้น “ไม่ต้องหาน้ำเต้าลูกใหม่ค่ะ”

“ถ้าไม่หาที่อยู่ใหม่ แล้วฉันจะไปอยู่ไหน”

“กลับไปอยู่ในร่างเดิมของคุณ”

วิญญาณสาวนิ่งไป เธอยังจ้องกระจกทองแดงในมือหลินเยว่ชิง ก่อนยกมือแตะแก้มตัวเอง “ผู้หญิงในนั้นใช่ฉันไหม...ฉันชื่อเฉียวลู่เหยา” ชื่อที่หลุดออกมาทำให้เธอชะงัก ภาพห้องนอนกับโทรศัพท์บนหมอนผุดตามขึ้นมาราวกับเพิ่งตื่นจากฝันยาว

“ใช่ค่ะ คุณยังไม่ตาย วิญญาณคุณหลุดจากร่าง แต่ยังมีสายชีวิตผูกอยู่ น้ำเต้าใบนั้นจึงช่วยพยุงคุณไว้ได้” หลินเยว่ชิงมองเศษผนึกอีกครั้ง “ส่วนเหตุที่คุณกลับเข้าร่างไม่ได้ ต้องฟังเรื่องของคุณก่อนค่ะ”

เล็บยาวค่อย ๆ หดกลับ เฉียวลู่เหยาก้มมองมือของตน ภาพที่เคยนึกไม่ออกเริ่มกลับมาทีละช่วง ทั้งคืนที่ออกไปลอยเล่นและแสงแดดที่ทำให้ต้องวิ่งหลบ เธออยากเล่า แต่พอเห็นปลายนิ้วจางลงอีกก็รีบลอยมาหยุดตรงหน้าหลินเยว่ชิง

“คุณพาฉันกลับเข้าร่างได้จริงหรือคะ”